• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1101102 กท แต ไม นจะก part2

admin79 by admin79
January 8, 2026
in Uncategorized
0
N1101102 กท แต ไม นจะก part2

เจาะลึกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไทย 2024: เทรนด์, ความนิยม, และอนาคตที่สดใสกว่าที่เคย

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่า 10 ปี ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV (Electric Vehicle) แม้ว่าในช่วงปีที่ผ่านมา สัดส่วนการขยายตัวของรถ EV อาจจะยังไม่ร้อนแรงเท่ากับรถยนต์ไฮบริด (HEV) แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความนิยมและการเปิดรับรถยนต์ประเภทนี้ในหมู่ผู้บริโภคชาวไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อ 4-5 ปีก่อน การพบเห็นรถ EV บนท้องถนนยังถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ แต่ปัจจุบัน ภาพของรถยนต์ไฟฟ้าที่วิ่งอยู่รอบกายกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา เมื่อมองไปที่สถิติการขายรถใหม่ พบว่ารถ EV คิดเป็นสัดส่วนราว 15% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด ทำให้การครอบครองรถ EV ไม่ใช่เรื่องที่ต้องคิดหนักอีกต่อไป บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจสถานการณ์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2024 พร้อมวิเคราะห์รุ่นที่ทำผลงานได้โดดเด่น กลยุทธ์ที่น่าสนใจ และแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

ปัจจัยท้าทายและโอกาสในการเติบโตของตลาด EV ไทย

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ศักยภาพการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยนั้นมีมากกว่านี้ หากปราศจากปัจจัยลบจากวิกฤตเศรษฐกิจและภาวะการเงินที่ส่งผลกระทบตั้งแต่ปี 2023 ยอดขายที่เคยเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปีที่ผ่านมา กลับชะลอตัวลงในปีนี้ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง ประกอบกับกลยุทธ์การเร่งปิดยอดขายของผู้จำหน่ายบางราย รวมถึงข่าวลือที่ว่าราคารถ EV จะปรับสูงขึ้นในปี 2024 จึงไม่น่าแปลกใจที่กระแสความคึกคักในช่วงก่อนหน้านี้ กลับดูแผ่วลงไปบ้าง

อย่างไรก็ตาม มีความเข้าใจผิดที่ว่ารถ EV จะเป็นเพียงกระแสระยะสั้นแล้วหายไป ซึ่งผมในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ยืนยันได้ว่ารถ EV จะไม่หายไปไหน เหตุผลสำคัญคือ ผู้บริโภคที่เลือกใช้รถ EV มีสองกลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มที่ชื่นชอบในเทคโนโลยีและความแปลกใหม่ และกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อกิโลเมตร กลุ่มหลังนี้ หากไม่ประสบปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพรถยนต์หรือการบริการที่ย่ำแย่ พวกเขาจะไม่กลับไปใช้รถยนต์น้ำมันอย่างแน่นอน ดังนั้น โอกาสในการเติบโตของตลาดรถ EV จึงยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง เพียงแต่อัตราการเติบโตอาจจะเร็วหรือช้าตามปัจจัยแวดล้อม

ภาพรวมยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) 10 เดือนแรก ปี 2024

ข้อมูลสถิติยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่รวบรวมในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2024 (มกราคม-ตุลาคม) เผยให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในตลาด โดยยอดจดทะเบียนเหล่านี้สะท้อนถึงรถยนต์ที่ผ่านกระบวนการซื้อขายและขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งอาจไม่ได้สะท้อนสถานการณ์การส่งมอบหรือยอดจองทั้งหมด แต่ก็เป็นตัวชี้วัดสำคัญถึงความนิยมของแต่ละรุ่น

10 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยอดนิยมในประเทศไทย (มกราคม – ตุลาคม 2024)

อันดับ 10: MG EP (ยอดสะสม 1,643 คัน)

MG EP เป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่บุกเบิกตลาดไทยในช่วงก่อนที่ BYD จะเข้ามาอย่างจริงจัง ด้วยรูปแบบตัวถัง Station Wagon ขนาดใหญ่ที่ให้ความรู้สึกคุ้มค่า และการจัดอุปกรณ์ที่เน้นการแข่งขันด้านราคา ทำให้ MG EP เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถ EV ในยุคแรกๆ แม้ว่าปัจจุบันจะมีคู่แข่งในราคาใกล้เคียงกันมากขึ้น แต่ MG EP ยังคงรักษาฐานลูกค้าได้ด้วยการปรับลดราคาอย่างต่อเนื่อง และดีลส่งมอบรถ 2,000 คันให้กับ Autodrive EV เพื่อนำไปใช้เป็น Grab EV ทำให้ยอดจดทะเบียนยังคงทรงตัวได้ แม้จะเข้าสู่ช่วงปลายอายุทางการตลาดของรุ่นแล้วก็ตาม

อันดับ 9: ORA Good Cat (ยอดสะสม 1,835 คัน)

หลังจากที่ GWM ประเทศไทยมีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูง และตามมาด้วยการประกาศลดราคาขายในหลายรุ่นช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน แต่ก่อนหน้านั้น ORA Good Cat สามารถสร้างยอดจดทะเบียนได้ดีพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการเปิดตัวรุ่นที่ผลิตในประเทศ พร้อมแบตเตอรี่สเปกใหม่ในทุกรุ่นย่อย แม้ว่าราคาจะไม่แตกต่างจากรุ่นนำเข้ามากนัก และไม่ดึงดูดเท่าส่วนลดของ BYD แต่ด้วยดีไซน์แบบ Retro-futuristic ที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ ORA Good Cat ยังคงมีฐานลูกค้าที่ชื่นชอบในรูปลักษณ์และยอมจ่ายเพื่อดีไซน์ที่ถูกใจ แม้ฐานลูกค้าอาจจะไม่กว้างขวาง แต่ก็มียอดขายที่สม่ำเสมอ การบริหารงานภายใต้ผู้บริหารคนก่อนที่เน้นการสร้างความเชื่อมั่นว่าลูกค้าจะไม่ “ติดดอย” (ซื้อแล้วราคาลงทันที) ก็มีส่วนช่วย แต่สถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ต้องรอดูผลลัพธ์ของการแข่งขันด้านราคาของ GWM ในปีหน้า

อันดับ 8: Tesla Model 3 (ยอดสะสม 2,718 คัน)

Tesla Model 3 ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในปีนี้ แตกต่างจากปีก่อนๆ ที่ Tesla Model Y ขายได้ดีกว่า สาเหตุหลักมาจากการปรับโฉม (Refresh) ครั้งใหญ่ของ Model 3 ที่มีการเปลี่ยนแปลงชัดเจน ในขณะที่ Model Y เป็นเพียงการอัปเดตฮาร์ดแวร์และกล้องเท่านั้น ปัจจัยความสำเร็จของ Model 3 ยังคงอยู่ที่การนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพสูง ดีไซน์ภายนอกที่สวยงามราวกับรถ Concept Car และราคาเริ่มต้นที่ใกล้เคียงกับรถยนต์น้ำมันในกลุ่ม D-Segment อย่าง Camry หรือ Accord ประกอบกับสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมในรุ่น Performance ทำให้ Tesla เป็นแบรนด์ที่ได้รับความเชื่อมั่นในด้านการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ควบคู่ไปกับผลการทดสอบความปลอดภัยที่ได้คะแนนสูง

อันดับ 7: Aion Y Plus (ยอดสะสม 3,452 คัน)

Aion Y Plus เปิดตัวด้วยความสับสนเล็กน้อยกับราคาที่ปรับเปลี่ยนถึง 4 ครั้งตั้งแต่ต้นปี รวมถึงการเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ที่บางฟังก์ชันยังใช้งานไม่ได้ แต่ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ Aion Y Plus กลับสามารถสร้างยอดขายได้ไม่น้อยจากการปรับกลยุทธ์ด้านราคาและการนำเสนอจุดเด่นของตัวรถ แม้ว่าระบบ AI ในระบบ Voice Command อาจจะมีข้อผิดพลาดบ้าง แต่โดยรวมแล้ว ผู้ใช้งานหลายคนให้การยอมรับว่า Aion Y Plus เป็นรถยนต์สัญชาติจีนที่ขับขี่ดี ภายในกว้างขวาง และเบาะนั่งสบาย โดยเฉพาะรุ่น 410 Premium ที่เปิดตัวในช่วง Motor Show ด้วยราคาประมาณแปดแสนกลางๆ ก็สามารถสร้างยอดจองได้ดี ถือเป็นรถยนต์ที่ช่วยสร้างแบรนด์ GAC Aion ในไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อันดับ 6: ChangAn Deepal S07 (ยอดสะสม 4,153 คัน)

ChangAn Deepal S07 ประสบความสำเร็จด้วยการนำเสนอดีไซน์ SUV ที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ในราคาที่ใกล้เคียงกับ Honda CR-V รุ่นเริ่มต้น การเปิดตัวในงาน Motor Expo 2023 ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม แม้จะมีจุดที่ต้องพิจารณา เช่น ระบบไฟฟ้า 400V ที่อาจจะดูเก่าไปบ้าง และช่วงล่างที่อาจจะนุ่มนวลเกินไปสำหรับบางคน แต่ด้วยราคาที่เอื้อมถึง ดีไซน์ที่สวยงาม ทันสมัย ขนาดที่ใหญ่โต และออปชันที่ครบครัน ทำให้ S07 กลายเป็นรถที่ขายดีตั้งแต่เปิดตัว อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคชาวไทยเริ่มตั้งข้อสังเกตถึงส่วนต่างของราคาขายในจีนเทียบกับราคาขายในไทยที่ดูจะสูงกว่าค่ายอื่น การเข้าใกล้ช่วงปลายปี ทำให้ยอดขายเริ่มชะลอตัวลง จนล่าสุดมีการจัดแคมเปญ “Big Surprise Deal” ที่หากซื้อสดจะลดราคาถึงสองแสนกว่าบาท ซึ่งเป็นความพยายามที่จะกระตุ้นยอดขายในช่วงปลายปี

อันดับ 5: BYD Seal (ยอดสะสม 4,746 คัน)

BYD Seal ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มองหารถยนต์ซีดานขนาดใหญ่ที่ผสมผสานสมรรถนะที่เหนือกว่ารถยนต์น้ำมันในกลุ่ม D-Segment อย่าง Accord หรือ Camry แต่มาพร้อมราคาที่แข่งขันได้ แม้ว่าการเซ็ตช่วงล่างอาจจะยังไม่ถูกใจนักขับที่เน้นความสปอร์ต แต่ด้วยราคา รูปทรง พลัง และออปชันที่ครบครัน รวมถึงการมีปุ่มควบคุมจริงสำหรับฟังก์ชันที่จำเป็น ทำให้ Seal กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ยอดขายในช่วงปลายปีที่แล้วที่บูมอย่างมาก ส่วนหนึ่งเกิดจากความกังวลเรื่องราคาที่จะปรับขึ้นในปี 2024 ซึ่งสุดท้ายก็ไม่มีการปรับราคาแต่อย่างใด ขณะที่ช่วงปลายปีนี้ ยอดขายกลับเริ่มแผ่วลง นี่อาจเป็นสัญญาณว่า Accord และ Camry ยังไม่หมดความนิยมไปง่ายๆ แม้ Seal จะมีจุดเด่นมากมายและยังไม่มีปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบ แต่ความกังวลเรื่อง “ดอย” (ราคาตกลง) อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าบางส่วนชะลอการตัดสินใจ

อันดับ 4: MG 4 ELECTRIC (ยอดสะสม 4,828 คัน)

MG 4 ELECTRIC เป็นตัวเลือกที่แตกต่างจาก MG Dolphin โดยเน้นกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้ชื่นชอบรถหลังคากระจก แต่ต้องการรถที่มีช่วงล่างดี ขับสนุก โดยไม่ต้องปรับแต่งอะไรเพิ่มเติม การเปิดตัวรุ่นที่ผลิตในประเทศไทยในรุ่น D, X และ V Long Range พร้อมการปรับปรุงหน้าจอ Infotainment และซอฟต์แวร์ระบบช่วยเหลือการขับขี่ รวมถึงการตั้งราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น ทำให้ MG 4 ELECTRIC ยังคงมียอดขายที่ต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ลูกค้าบางส่วนยังมองถึงความมั่นคงของแบรนด์ MG ที่อยู่ในตลาดไทยมานานกว่า 10 ปี มีโรงงานประกอบในประเทศ และมีแนวโน้มที่จะลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว

อันดับ 3: NETA V / VII (ยอดสะสม 5,870 คัน)

NETA V เป็นผู้บุกเบิกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้ผู้ที่มีงบประมาณเทียบเท่ารถ Eco Car มีทางเลือกใหม่ในการเป็นเจ้าของรถ EV NETA สามารถเจาะตลาดในต่างจังหวัด โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้งานที่ขับขี่ระยะทางไม่ไกลในแต่ละวัน ในช่วงต้นปี NETA ได้เปิดตัวรุ่น V II ที่ปรับปรุงดีไซน์ท้ายให้สวยงามขึ้นและเพิ่มออปชัน ทำให้สามารถดึงดูดลูกค้าไปได้จำนวนมาก ก่อนจะมีการประกาศลดราคาลงอย่างมากในช่วงเดือนกรกฎาคม ทำให้ยอดจดทะเบียนรวม 10 เดือนยังคงอยู่ในระดับที่ดี กลยุทธ์การตลาดที่ทำได้คือการเปิดตัวรุ่นใหม่เมื่อกระแสรุ่นเดิมตก และลดราคาเมื่อกระแสรุ่นใหม่เริ่มซา ทำให้ยอดจดทะเบียนมีความผันผวน สิ่งที่น่าจับตามองคือ สถานะทางการเงินของบริษัทแม่ ซึ่งหากไม่มั่นคง อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะยาว

อันดับ 2: BYD Atto 3 (ยอดสะสม 7,245 คัน)

BYD Atto 3 คือรถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยได้อย่างตรงจุด ด้วยขนาดตัวถังที่เป็นที่นิยมในรูปทรง SUV ที่เหมาะกับสภาพถนนในประเทศไทย ดีไซน์ภายนอกที่สวยงาม (แม้ภายในอาจจะแล้วแต่คนชอบ) พละกำลังที่เหลือเฟือ และออปชันที่ครบครัน ในราคาที่คู่แข่งอย่าง Honda และ Toyota ยากจะเทียบเคียง การเปิดตัวรุ่นปี 2024 ประกอบกับการปรับลดราคาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลดราคา MY2023 ที่ทำให้ส่วนลดรวมสูงถึง 340,000 บาท และรุ่นปี 2024 ก็มีการลดราคาเป็นแสนบาท กลยุทธ์การลดราคาที่ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับตัวรถที่ถูกใจผู้บริโภคส่วนใหญ่ ทำให้ BYD Atto 3 มียอดขายที่แข็งแกร่งและไม่มีจุดตก ยิ่งขายดีมากขึ้นในบางเดือน สิ่งที่ต้องจับตามองต่อไปคือผลกระทบจากการลดราคาบ่อยครั้ง ที่อาจทำให้ลูกค้าเก่าไม่พอใจ และลูกค้าใหม่กังวลเรื่อง “ดอย” แต่โดยรวม BYD Atto 3 ยังคงเป็นผู้นำในตลาด EV หากวัดจากความสามารถในการทำยอดขาย

อันดับ 1: BYD Dolphin (ยอดสะสม 11,323 คัน)

แม้ว่า BYD Dolphin จะไม่ใช่รถยนต์ทรง SUV ที่คนไทยส่วนใหญ่ชื่นชอบ แต่ด้วยขนาดตัวถังที่ไม่เล็กจนเกินไป มีให้เลือกทั้งรุ่น 95 แรงม้า และ 204 แรงม้า และที่สำคัญคือราคาที่ถูกอย่างเหลือเชื่อเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับ เบาะหลังที่ผู้ใหญ่สูง 180 ซม. นั่งได้โดยที่ศีรษะไม่ติดเพดาน ดีไซน์ที่เน้นความเรียบง่ายถูกใจคนหมู่มาก ออปชันที่ครบครันกว่า MG เมื่อเทียบในรุ่นเดียวกัน และประสบการณ์การใช้งานที่ค่อนข้างเป็นมิตรกับผู้ใช้ ทำให้ BYD Dolphin กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย มียอดขายที่ร้อนแรงต่อเนื่องตั้งแต่เปิดตัว การปรับลดราคาอย่างทันท่วงทีเมื่อยอดขายเริ่มมีแนวโน้มชะลอตัว (เช่น ก่อนงาน Motor Show หรือช่วงกลางปีเพื่อระบายสต็อกก่อนเปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศที่อัปเกรดแบตเตอรี่และรองรับ Fast Charge ได้ดีขึ้น) คือกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ Dolphin สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้ เป็นรถยนต์รุ่นเดียวที่มียอดจดทะเบียนสะสมเกิน 10,000 คันในปี 2024 และคิดเป็น 1 ใน 6 ของรถ EV ที่จดทะเบียนในปีนี้

จับตา NETA X: ดาวรุ่งดวงใหม่ในตลาด EV

นอกจากรุ่นที่ติดอันดับข้างต้น เรายังได้เห็นดาวรุ่งดวงใหม่คือ NETA X ซึ่งเริ่มมีการจดทะเบียนในช่วงเดือนตุลาคม และสามารถทำยอดได้ถึง 570 คันภายในเดือนเดียว ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีเยี่ยม แม้ว่าบริษัทจะแสดงความภาคภูมิใจกับตัวเลขนี้ แต่ผมมองว่า NETA ควรให้ความสำคัญกับการชี้แจงประเด็นข่าวเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของบริษัทแม่ให้ชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค

บทสรุปและก้าวต่อไปของตลาด EV ไทย

การจัดอันดับนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตที่น่าสนใจในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย การแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น นำมาซึ่งทางเลือกที่หลากหลายและราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นสำหรับผู้บริโภค แม้จะมีปัจจัยท้าทายทางเศรษฐกิจ แต่ความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี EV และประโยชน์ด้านการประหยัดค่าใช้จ่าย ยังคงผลักดันให้ตลาดนี้เติบโตต่อไป

สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าในปี 2024 การศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบรุ่นต่างๆ อย่างละเอียดเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง การดูจากยอดจดทะเบียนเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ควรพิจารณาถึงความต้องการใช้งานส่วนตัว งบประมาณ และความคุ้มค่าในระยะยาว

หากคุณสนใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า และต้องการข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยี EV หรือต้องการคำแนะนำในการเลือกรถยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคุณ อย่าลังเลที่จะ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ไฟฟ้าโดยตรง หรือติดต่อโชว์รูมผู้จำหน่ายที่คุณสนใจ เพื่อรับข้อมูลและทดลองขับจริง เพื่อประกอบการตัดสินใจที่ดีที่สุดสำหรับคุณ.

Previous Post

N1101088 สาดน ำผ ดหน งท ได สาม หน งคน part2

Next Post

N1101096 เม อความหว งของพ อแม กลายเป นฝ นร ายของล part2

Next Post
N1101096 เม อความหว งของพ อแม กลายเป นฝ นร ายของล part2

N1101096 เม อความหว งของพ อแม กลายเป นฝ นร ายของล part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1601032 เม ยหร อคนใช ใช อย างก บทาส part2
  • N1601049 บไม ได านแฟนเป นแบบน part2
  • N1601033 เม อก อนเป นถ งดาวมหาล ตอนน ได แฟนเป นคนงานก อสร าง part2
  • N1601031 เธอมาอย านฉ นได งไง นบ านล กสาวฉ นนะ part2
  • N1601035 เหรอ เขาเร ยก ตค หล งแต งงาน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.