• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1101100 ใครว าผ หญ งทำงานช างไม ได part2

admin79 by admin79
January 8, 2026
in Uncategorized
0
N1101100 ใครว าผ หญ งทำงานช างไม ได part2

BYD Song สู่บัลลังก์ผู้นำตลาด EV จีน: ภาพสะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคยานยนต์ไทย

ในโลกแห่งยานยนต์ที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด ข้อมูลยอดขายล่าสุดจากประเทศจีนในเดือนพฤศจิกายน 2568 เผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ BYD Song ได้ผงาดขึ้นครองอันดับหนึ่งด้วยยอดขายสูงถึง 56,000 คัน แซงหน้า Tesla Model Y ที่ทำยอดขายไป 55,000 คัน ข้อมูลนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลข แต่สะท้อนถึงพลวัตที่กำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก รวมถึงตลาดประเทศไทย ที่เราได้เห็นความคึกคักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในงาน Motor Show 2025

ภาพรวมตลาด EV จีน: การเติบโตอย่างก้าวกระโดดและแบรนด์ท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง

สมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีนรายงานว่า ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบขายส่งในเดือนพฤศจิกายน 2568 สูงถึง 1.706 ล้านคัน เพิ่มขึ้นถึง 18.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และเติบโต 5.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่ยอดขายปลีกอยู่ที่ 1.321 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ 3.0% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า การเติบโตนี้ส่งผลให้สัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดรถยนต์ค้าปลีกโดยรวมของจีนพุ่งสูงถึง 59.3% เพิ่มขึ้นถึง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ การที่รถยนต์ไฟฟ้าครอง 9 ใน 10 อันดับรถยนต์ที่ขายดีที่สุด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการยอมรับและการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในระดับผู้บริโภคที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การปรากฏตัวของ Xiaomi YU7 ในกลุ่ม 10 อันดับแรกด้วยยอดขายกว่า 33,000 คัน ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของแบรนด์เทคโนโลยีที่ขยายอาณาจักรเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว

เมื่อพิจารณาตามกลุ่มแบรนด์ พบว่าแบรนด์ในประเทศจีนยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดค้าปลีกรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแข็งแกร่ง ด้วยสัดส่วนถึง 67.5% แม้จะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (-5.9%) แต่กลุ่มแบรนด์เกิดใหม่ซึ่งรวมถึง Xiaopeng, Leap Motor, และ Xiaomi กลับแสดงการเติบโตที่น่าจับตามอง ด้วยการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดขึ้นถึง 5.9% เป็น 22.1% ในขณะที่แบรนด์ร่วมทุนหลักและแบรนด์ต่างชาติอย่าง Tesla มีส่วนแบ่งที่ลดลงเล็กน้อย

Motor Show 2025: บทพิสูจน์ความร้อนแรงของ EV ในตลาดไทย

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตลาดจีน สะท้อนภาพมาสู่ตลาดประเทศไทยได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผลลัพธ์จากงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 หรือ Motor Show 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี งานนี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงความคึกคักของตลาดรถยนต์โดยรวม ด้วยยอดจองรวมสูงถึง 77,379 คัน แต่ยังเป็นเวทีที่พิสูจน์ถึงความแรงของรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง

BYD กลายเป็นดาวเด่นของงานนี้อย่างแท้จริง ด้วยการกวาดยอดจองไปถึง 10,353 คัน ครองอันดับ 1 เหนือแชมป์เก่าอย่าง Toyota ที่ทำยอดจองไป 9,819 คัน ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะรุ่น BYD Dolphin ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ด้วยยอดจองกว่า 4,014 คัน คิดเป็น 38.8% ของยอดจองทั้งหมดของแบรนด์ ซึ่งสะท้อนถึงความคุ้มค่าของราคาที่เข้าถึงง่าย เริ่มต้นที่ 499,000 บาท

อีกหนึ่งแบรนด์จากจีนที่มาแรงไม่แพ้กันคือ GAC ภายใต้แบรนด์ AION/HYPTEC ที่สามารถทำยอดจองไปถึง 7,018 คัน โดยเฉพาะรุ่น AION UT ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ BYD Dolphin สามารถสร้างความประทับใจด้วยยอดจอง 4,568 คัน คิดเป็น 65.09% ของยอดจองทั้งหมดของแบรนด์ และมีราคาเริ่มต้นที่น่าสนใจเพียง 490,000 บาท

การเข้ามาของแบรนด์จีนเหล่านี้ ได้ก่อให้เกิด “สงครามราคา” ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่เป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้บริโภคที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่เข้าถึงได้

10 อันดับยอดจองรถยนต์ Motor Show 2025:

BYD: 10,353 คัน
Toyota: 9,819 คัน
GAC (AION/HYPTEC): 7,018 คัน
Changan (Deepal/AVATR): 6,589 คัน
Honda: 5,948 คัน
MG: 5,910 คัน
GWM: 4,959 คัน
Mitsubishi: 4,398 คัน
Nissan: 3,139 คัน
Isuzu: 2,989 คัน

บทวิเคราะห์จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ: การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่า 10 ปี ผมมองว่าผลลัพธ์จาก Motor Show 2025 นี้ คือสัญญาณบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดรถยนต์ไทยอย่างชัดเจน

การรุกคืบของแบรนด์ EV จีน: ไม่ใช่แค่ BYD และ GAC แต่แบรนด์จีนอื่นๆ เช่น Changan ก็ติดอันดับ Top 10 สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันที่ทัดเทียมและเหนือกว่าในบางด้าน ทั้งด้านเทคโนโลยี ราคา และนวัตกรรม
ความท้าทายของค่ายรถยนต์ดั้งเดิม: แบรนด์ญี่ปุ่นและยุโรป โดยเฉพาะผู้ผลิตรถยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิม กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พวกเขาจำเป็นต้องเร่งปรับตัว พัฒนาผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่สามารถแข่งขันได้ทั้งในด้านราคา เทคโนโลยี และสร้างความแตกต่าง เพื่อรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาดในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า
ศักยภาพของตลาด EV ไทย: ยอดจองที่แข็งแกร่งของรถยนต์ไฟฟ้าหลายแบรนด์ บ่งชี้ว่าตลาด EV ในประเทศไทยมีศักยภาพในการเติบโตสูง และจะเป็นสมรภูมิหลักของการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ต่อไป การแข่งขันด้านราคาจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น และอาจทำให้รถยนต์สันดาปภายในบางรุ่นต้องปรับตัวด้านราคาเพื่อแข่งขัน
เทคโนโลยีและนวัตกรรมคือหัวใจสำคัญ: ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองแค่ราคา แต่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวก ความปลอดภัย และประสบการณ์การขับขี่ แบรนด์ที่สามารถนำเสนอสิ่งเหล่านี้ได้อย่างครบถ้วนและคุ้มค่า จะเป็นผู้ชนะในระยะยาว

เจาะลึกรถยนต์รุ่นเด่น: การผสมผสานเทคโนโลยี, สมรรถนะ, และความคุ้มค่า

นอกจากความเคลื่อนไหวของตลาด EV แล้ว ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (Sedan) ยังคงมีการแข่งขันที่น่าสนใจ โดยเฉพาะรุ่นที่นำเสนอคุณสมบัติเด่นรอบด้าน ดังนี้

Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค): ยังคงเป็นดาวเด่นในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดกลาง ด้วยดีไซน์ที่ผสานความสปอร์ตหรูหราเข้าไว้ด้วยกัน เทคโนโลยีการประกอบตัวถังที่ทันสมัย (Roof Braze) ช่วยเพิ่มความสวยงามและความแข็งแกร่ง รุ่น Minorchange ล่าสุดปรับปรุงออปชันให้ดียิ่งขึ้น ด้านการขับขี่ ผู้เชี่ยวชาญชื่นชมการเก็บเสียงที่ดีเยี่ยม เบาะนั่งสบาย ช่วงล่างนุ่มนวล เกาะถนนดี ให้ความรู้สึกสปอร์ตแต่ยังคงประหยัดน้ำมัน และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ทำให้ Honda Civic เป็นรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับหลายๆ คน

Honda City (ฮอนด้า ซิตี้): รถยนต์นั่งยอดนิยมที่ทำยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรุ่น Top ที่ได้รับการปรับปรุงสมรรถนะและการประหยัดน้ำมันให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การมีรุ่นไฮบริด (e:HEV) เป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ประหยัดพลังงาน ดีไซน์รุ่นใหม่ดูสมส่วน ทันสมัย ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง และให้ความรู้สึกสปอร์ต ความคล่องตัวในการขับขี่ในเมือง บวกกับเทคโนโลยีทันสมัย เช่น การแจ้งเตือนเปลี่ยนน้ำมันเครื่องหน้าปัด ทำให้ Honda City เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่ม Eco Car

Honda Accord (ฮอนด้า แอคคอร์ด): ในกลุ่ม D-Segment, Honda Accord รุ่นใหม่มาพร้อมความสวยงามที่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด และที่สำคัญคือเป็นรถยนต์ไฮบริดทุกรุ่นย่อย ซึ่งตอบโจทย์ด้านการประหยัดน้ำมัน จุดเด่นด้านความปลอดภัย เช่น ระบบรักษาช่องทางเดินรถ, เรดาร์กะระยะ, กล้องจับวัตถุ, และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control) ทำงานได้อย่างเสถียร ผู้เชี่ยวชาญยกให้เป็นรถที่ขับทางไกลได้สบาย เกาะถนนดี ให้ความรู้สึกสปอร์ต และภายในหรูหรา พร้อมระบบฟอกอากาศในรุ่น e:HEV

Toyota Corolla Altis (โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส): รถยนต์ขวัญใจชาวไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องความคุ้มค่า ความทนทาน และดีไซน์ที่เรียบง่าย รุ่น GR Sport ได้รับการปรับปรุงให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น พร้อมระบบความปลอดภัยและช่วงล่างที่ดีขึ้น การมีระบบเปิดประตูโดยไม่ต้องกดรีโมท, ล้อดีไซน์สวย, และ Head Up Display ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่ Toyota Corolla Altis ยังคงโดดเด่นด้วยความอึด ทึก ทน ขับดี นุ่มนวล และมีศูนย์บริการครอบคลุม

Toyota Camry (โตโยต้า คัมรี): อีกหนึ่งรุ่นยอดนิยมในกลุ่ม D-Segment ที่ผสมผสานดีไซน์หรูหรา พรีเมียม เข้ากับสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังรวม 227 แรงม้า การขับขี่นุ่มนวล เนียนเท้า ช่วงล่างแน่น เกาะถนนดี เก็บเสียงได้ดีเยี่ยม และประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ (วิ่งได้ 1,000 กม. ต่อถัง) ทำให้ Toyota Camry เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่ต้องการความสบายในการเดินทางไกล

Toyota Yaris Ativ (โตโยต้า ยาริส เอทีฟ): ประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยยอดจองถล่มทลายหลังเปิดตัว ดีไซน์ Fastback style ที่มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศต่ำเพียง 0.284 ผสานกับดีไซน์ที่เรียบหรูและราคาที่น่ารัก เป็นจุดแข็งสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญมองว่า Toyota Yaris Ativ คือ “ที่สุดของความคุ้มค่า” ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ ดีไซน์สวย ออปชันล้น ทดสอบวิ่งจริงกระฉับกระเฉงกว่ารุ่นเดิม ระบบเตือนมุมอับสายตาทำงานได้ดีเยี่ยม การเก็บเสียงดีมาก ช่วงล่างซับแรงกระแทกได้ดี เกาะถนนมั่นใจได้ แม้ All Speed Adaptive Cruise Control อาจมีอาการเบรกแรงไปบ้างที่ความเร็วสูง แต่ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย ทำให้ข้อด้อยเหล่านี้ถูกมองข้ามไปได้

Mazda 2 Sedan (มาสด้า 2 ซีดาน): สำหรับผู้ที่ชื่นชอบดีไซน์ล้ำสมัย โฉบเฉี่ยว และความสปอร์ต Mazda 2 ถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ แม้จะมีขนาดเล็ก แต่สมรรถนะเกินตัว ด้วยเทคโนโลยี GVC-Plus ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้ง ผู้เชี่ยวชาญยกย่องช่วงล่างที่แน่น จิกโค้งได้เจ๋งเหมือนรถขนาดใหญ่ ความสนุกในการขับขี่ บวกกับราคาที่ไม่แพง ทำให้ Mazda 2 เป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่น่าใช้

Mazda 3 Sedan (มาสด้า 3 ซีดาน): นำเสนอแนวคิด “เรียบง่ายแต่งดงาม” ด้วยดีไซน์ที่เรียบหรู ลดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็น เน้นแสงและเงาที่ตกกระทบ เพิ่มมิติและความมีเสน่ห์ สมรรถนะแข็งแกร่งด้วยเครื่องยนต์ SKYACTIV-G 2.0 ลิตร รองรับ E85 ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รุ่นล่าสุดห้องโดยสารใหญ่ขึ้น คอนโซลปรับแต่งใหม่ ช่วงล่างยังคงหนึบ พร้อมระบบความปลอดภัยเต็มพิกัด ทำให้ Mazda 3 เป็นรถยนต์ที่ขับสนุกและปลอดภัย

MG 5 (เอ็มจี 5): โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตคูเป้ซีดาน รูปลักษณ์เพรียวยาวคล้ายรถหรูสปอร์ต coupe ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย พร้อม Sunroof และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ผู้เชี่ยวชาญชื่นชมฟังก์ชันที่หลากหลาย ระบบความปลอดภัยจำนวนมาก ดีไซน์หรูหราในราคาที่คุ้มค่ามาก โดยเฉพาะรุ่นท็อปที่มีระบบสั่งการอัจฉริยะ i-SMART เป็น MG 5 ที่น่าใช้ในราคาที่เข้าถึงได้

Nissan Almera (นิสสัน อัลเมร่า): สำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์นั่งขนาดกว้างขวาง ราคาเข้าถึงได้ Nissan Almera คือคำตอบ รุ่นใหม่ล่าสุดสวยงาม ทันสมัย สปอร์ตขึ้น ใช้เครื่องยนต์ 1.0L TURBO ที่ประหยัดน้ำมันสูง (23.3 กม./ลิตร) ภายในยังคงความกว้างขวาง เบาะหนังพรีเมียม พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงรอบคัน รวมถึงระบบช่วยเตือนก่อนการชน, เบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ, เตือนจุดอับสายตา, และกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง ทำให้ Nissan Almera เป็นรถที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา

BMW 2 Series Gran Coupé (บีเอ็มดับเบิลยู 2 ซีรีส์ แกรน คูเป้): สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์หรูในราคาที่เข้าถึงง่าย (เริ่มต้นไม่ถึง 2 ล้านบาท) BMW 2 Series นำเสนอดีไซน์ coupe ที่หล่อเท่ ประตูไร้ขอบเพิ่มความสปอร์ต ดีไซน์ภายนอกและภายในล้ำสมัย เบาะปรับไฟฟ้าพร้อมระบบจดจำตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญชื่นชมการเรียกกำลังที่ดีตั้งแต่รอบต่ำ ให้ความรู้สึกเหมือนเครื่องยนต์ NA แต่ข้อสังเกตคือการเก็บเสียงอาจไม่ดีเท่ารถที่มีขอบประตู

Mercedes-Benz A-Class Saloon (เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอ-คลาส ซาลูน): เป็นรถยนต์หรูจาก Mercedes-Benz ที่มีราคาเริ่มต้นประมาณ 2 ล้านต้นๆ ขนาดใกล้เคียงรถยนต์นั่ง C-Segment ทั่วไป แต่ยังคงความหรูหราสไตล์ Mercedes-Benz โดดเด่นด้วยระบบมัลติมีเดียที่จัดเต็ม เซ็นเซอร์เตือนการชนด้านข้างช่วยลดโอกาสการเฉี่ยวชน ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นตัวเลือกที่ดีหากต้องการรถยนต์หรูในราคาที่ไม่สูงเกินไป พื้นที่จุสัมภาระเยอะ ภายในหรูหรา กล้องมองหลังชัดเจนมาก แต่ก็ต้องเปรียบเทียบกับรุ่นท็อปของแบรนด์ญี่ปุ่นในราคาใกล้เคียงกัน

อนาคตแห่งการขับเคลื่อน: โอกาสและความท้าทาย

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตลาดรถยนต์ไทย สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง และเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าผู้บริโภคพร้อมเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มาพร้อมกับความคุ้มค่าและสมรรถนะที่น่าประทับใจ

สำหรับผู้ผลิตรถยนต์ดั้งเดิม นี่คือช่วงเวลาแห่งการปรับตัวครั้งใหญ่ การพัฒนานวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้า การบริหารต้นทุน และการสร้างความแตกต่าง คือกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขัน

สำหรับผู้บริโภค นี่คือโอกาสทองในการเลือกสรรรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์สันดาปภายในรุ่นใหม่ๆ ที่ได้รับการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง

การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จะเป็นแรงผลักดันให้เกิดนวัตกรรมและการพัฒนาที่ไม่เคยมีมาก่อน เรากำลังอยู่ในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านที่น่าตื่นเต้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ และนี่คือเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการพิจารณาว่า “รถยนต์คันต่อไปของคุณ จะขับเคลื่อนด้วยอะไร?”

หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัย หรือรถยนต์นั่งที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน อย่าพลาดที่จะศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบ และทดลองขับ เพื่อให้คุณได้รถยนต์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ.

Previous Post

N1101087 วยคนท องคร งเด ยว ได ทำงานใหญ part2

Next Post

N1101085 นาท วยเธอค อพรหมล part2

Next Post
N1101085 นาท วยเธอค อพรหมล part2

N1101085 นาท วยเธอค อพรหมล part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1201125 ดจบคนโลภ part2
  • N1201124 หน เท าก บม กข part2
  • N1201123 แต ชายเลวเท าน ไม กเม ยต วเอง part2
  • N1201115 ปากต ดกรรม สน กปากลำบากต วเอง part2
  • N1201113 ออย องเช าเท าร หน กอย านหร าน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.