• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1101116 อท าเบ part2

admin79 by admin79
January 8, 2026
in Uncategorized
0
N1101116 อท าเบ part2

เจาะลึกตลาดรถยนต์ไทยปี 2568: ค้นหาสุดยอดรถยนต์อเนกประสงค์ งบไม่เกิน 700,000 บาท ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

ในยุคที่เศรษฐกิจยังคงมีการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคชาวไทยหันมาให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่ามากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเลือกซื้อรถยนต์สักคัน ซึ่งนอกจากจะเป็นยานพาหนะคู่ใจแล้ว ยังสะท้อนถึงการวางแผนชีวิตและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลอีกด้วย สำหรับปี 2568 นี้ ตลาดรถยนต์ยังคงมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ที่มีราคาเข้าถึงได้ง่ายภายใต้งบประมาณที่ไม่บานปลาย การมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าทั้งในด้านราคา สมรรถนะ และฟังก์ชันการใช้งาน จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ด้วยประสบการณ์ในวงการยานยนต์กว่าทศวรรษ ผมได้สังเกตเห็นเทรนด์ที่ชัดเจนว่า ผู้บริโภคจำนวนมากกำลังมองหารถยนต์ที่สามารถทำหน้าที่ได้หลากหลาย ไม่ใช่เพียงแค่การเดินทางจากจุด A ไปจุด B เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่สะดวกสบาย การบรรทุกสัมภาระได้อย่างเพียงพอ หรือแม้กระทั่งการเป็นรถคู่ใจที่พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ ภายใต้งบประมาณที่จำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ที่มีราคาไม่เกิน 700,000 บาท ซึ่งเป็นช่วงราคาที่เข้าถึงง่าย และมีตัวเลือกที่หลากหลายจากผู้ผลิตชั้นนำ

ในบทความนี้ ผมจะพาคุณเจาะลึกไปยังรถยนต์รุ่นเด่นในตลาดไทยที่มีราคาไม่เกิน 700,000 บาท พร้อมวิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อย และศักยภาพในการตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือก “รถยนต์อเนกประสงค์ งบไม่เกิน 700,000 บาท” ที่ใช่ที่สุดสำหรับคุณได้อย่างมั่นใจ

Toyota Yaris Ativ: เจ้าตลาดซีดาน สไตล์เรียบหรู ความปลอดภัยครบครัน

Toyota Yaris Ativ ยังคงเป็นชื่อที่คุ้นเคยในตลาดรถยนต์ซีดานขนาดเล็ก และยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำด้วยความน่าเชื่อถือของแบรนด์และความคุ้มค่าที่มอบให้ ในงบประมาณที่คุณตั้งไว้ คุณสามารถเลือกรุ่นย่อยได้แทบทุกรุ่น ตั้งแต่ Sport, Smart, Premium ไปจนถึงรุ่น Premium Luxury ที่มาพร้อมออปชันจัดเต็ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense ที่เป็นจุดแข็งสำคัญ

Yaris Ativ มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร ที่ให้กำลัง 94 แรงม้า และแรงบิด 110 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT การขับขี่เน้นความนุ่มนวลและประหยัดน้ำมันด้วยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร ถือเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์สำหรับใช้งานในเมืองเป็นหลัก หรือเดินทางไกลแบบสบายๆ

ราคา: เริ่มต้นที่ 549,000 บาท (รุ่น Sport) ถึง 699,000 บาท (รุ่น Premium Luxury)
จุดเด่น: ความน่าเชื่อถือของแบรนด์, ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense, ภายในกว้างขวาง, ความประหยัดน้ำมัน, ค่าบำรุงรักษาต่ำ
ข้อสังเกต: สมรรถนะเครื่องยนต์อาจไม่เร้าใจเท่ารถยนต์บางรุ่นในพิกัดเดียวกัน

Nissan Almera: ขุมพลังเทอร์โบ ประหยัดน้ำมัน ดีไซน์โดดเด่น

Nissan Almera เป็นอีกหนึ่งคู่แข่งสำคัญในกลุ่มรถยนต์ซีดานขนาดเล็ก ที่โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบ ที่ให้พละกำลังสูงสุดถึง 100 แรงม้า และแรงบิด 152 นิวตันเมตร การตอบสนองของเครื่องยนต์เทอร์โบทำให้ Almera มีอัตราเร่งที่ดีกว่าคู่แข่งที่ใช้เครื่องยนต์ไร้เทอร์โบอย่างชัดเจน ขณะที่ยังคงรักษาอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยไว้ที่ 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร

ภายในห้องโดยสารมีความกว้างขวางเช่นเดียวกับ Yaris Ativ และในรุ่นย่อยสูงๆ ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัย Nissan 360 Safety Shield รวมถึง Nissan Connect Service ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อกับรถยนต์ทำได้ง่ายขึ้น Almera เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการความประหยัดน้ำมันควบคู่ไปกับสมรรถนะที่เหนือกว่า

ราคา: เริ่มต้นที่ 549,000 บาท (รุ่น E) ถึง 699,000 บาท (รุ่น VL)
จุดเด่น: เครื่องยนต์เทอร์โบให้สมรรถนะที่ดี, อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันยอดเยี่ยม, ภายในกว้างขวาง, ฟังก์ชันทันสมัยในรุ่นสูง
ข้อสังเกต: การขับขี่อาจไม่รู้สึกสปอร์ตเท่า Mazda 2

Mazda 2 Hatchback: ดีไซน์สปอร์ต ขับสนุก อารมณ์พรีเมียม

สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ขนาดเล็กที่เน้นการขับขี่ที่สนุกสนานและดีไซน์ที่สะดุดตา Mazda 2 Hatchback คือคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม แม้ว่าพื้นที่ภายในอาจจะไม่กว้างขวางเท่ารถซีดาน แต่ก็ทดแทนด้วยสไตล์ลิ่งที่โฉบเฉี่ยว วัสดุภายในที่ให้ความรู้สึกพรีเมียม และการบังคับควบคุมที่เฉียบคมตามแบบฉบับ Mazda

Mazda 2 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.3 ลิตร ที่ให้กำลัง 93 แรงม้า และแรงบิด 123 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ซึ่งให้การตอบสนองที่ต่อเนื่องกว่าเกียร์ CVT อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร แม้ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ขนาดเล็ก แต่การเซ็ตช่วงล่างและพวงมาลัยทำให้ Mazda 2 เป็นรถที่ขับสนุกและให้ความรู้สึกใกล้เคียงรถยุโรป

ราคา: เริ่มต้นที่ 599,000 บาท (รุ่น C Sports) ถึง 690,000 บาท (รุ่น 1.3 SP Sports)
จุดเด่น: ดีไซน์สปอร์ตโดดเด่น, การขับขี่สนุก, ช่วงล่างดี, วัสดุภายในคุณภาพดี, ความคล่องตัว
ข้อสังเกต: พื้นที่ภายในอาจจำกัดสำหรับผู้โดยสารตอนหลังหรือการบรรทุกสัมภาระจำนวนมาก

Honda City Hatchback: ความอเนกประสงค์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

Honda City Hatchback เป็นรถยนต์ที่โดดเด่นด้วยความอเนกประสงค์ที่หาตัวจับยากในพิกัดเดียวกัน ด้วยเบาะหลังแบบ Ultra Seat ที่สามารถพับปรับเปลี่ยนได้ถึง 4 รูปแบบ ทำให้สามารถเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้อย่างมหาศาล รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่การขนสัมภาระชิ้นใหญ่ ไปจนถึงการปรับเป็นพื้นที่พักผ่อน

มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบ ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 122 แรงม้า และแรงบิด 173 นิวตันเมตร ถือเป็นเครื่องยนต์ที่มีพละกำลังสูงสุดในกลุ่มรถอีโคคาร์ ทำให้การขับขี่มีความคล่องตัวและอัตราเร่งที่ดีเยี่ยม แม้ว่าในงบประมาณที่ตั้งไว้จะได้เพียง 2 รุ่นย่อย (S+ และ SV) และไม่มีระบบ Honda SENSING แต่ความอเนกประสงค์และสมรรถนะก็ถือเป็นจุดขายที่แข็งแกร่ง

ราคา: เริ่มต้นที่ 599,000 บาท (รุ่น S+) ถึง 675,000 บาท (รุ่น SV)
จุดเด่น: ความอเนกประสงค์สูงสุดด้วยเบาะ Ultra Seat, เครื่องยนต์เทอร์โบแรงสุดในกลุ่ม, ความคล่องตัว, ดีไซน์ทันสมัย
ข้อสังเกต: ในงบประมาณนี้ยังไม่ได้รับระบบ Honda SENSING

MG5: ซีดานขนาดคอมแพกต์ พื้นที่กว้าง ฟังก์ชันครบครัน

MG5 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ซีดานที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกระดับ แต่ยังคงอยู่ในงบประมาณที่จำกัด โดย MG5 เป็นรถยนต์รุ่นเดียวในคลาสนี้ที่สามารถเข้าถึงได้ในราคาที่กำหนด (ยกเว้นรุ่นท็อป)

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลัง 114 แรงม้า และแรงบิด 150 นิวตันเมตร แม้ว่าอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยจะอยู่ที่ 17.9 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งน้อยกว่าคู่แข่งในกลุ่มอีโคคาร์ แต่ก็แลกมาด้วยขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้น และพื้นที่ภายในที่กว้างขวางกว่าอย่างชัดเจน ออปชันและระบบช่วยเหลือการขับขี่จะโดดเด่นในรุ่น X ที่เกินงบไปเล็กน้อย แต่รุ่น C, D, D+ ก็ยังคงให้ความคุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงง่าย

ราคา: เริ่มต้นที่ 585,000 บาท (รุ่น C) ถึง 679,000 บาท (รุ่น D+)
จุดเด่น: ขนาดตัวถังใหญ่กว่ารถในพิกัดเดียวกัน, พื้นที่ภายในกว้างขวาง, ดีไซน์ทันสมัย, ออปชันน่าสนใจ
ข้อสังเกต: อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันด้อยกว่าคู่แข่งในกลุ่มอีโคคาร์

Suzuki Ertiga Smart Hybrid: MPV 7 ที่นั่ง ทางเลือกครอบครัว

สำหรับครอบครัวที่ต้องการรถยนต์ขนาด 7 ที่นั่ง ในงบประมาณที่จำกัด Suzuki Ertiga Smart Hybrid คือตัวเลือกเดียวในตลาด ณ ขณะนี้ ที่ตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้ หลังจากมีการปรับลดราคาลง ทำให้รุ่น GL กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

Ertiga Smart Hybrid ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลัง 105 แรงม้า พร้อมระบบ Smart Hybrid ช่วยเสริมสมรรถนะและลดอัตราสิ้นเปลือง แม้ว่าอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยจะอยู่ที่ 17.9 กิโลเมตรต่อลิตร และการออกแบบอาจไม่ได้หวือหวามากนัก แต่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป การมีที่นั่ง 7 ที่นั่ง ทำให้ Ertiga เป็นรถที่คุ้มค่าสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่

ราคา: 699,000 บาท (รุ่น GL) (ราคาพิเศษ อาจมีการเปลี่ยนแปลง)
จุดเด่น: รถ 7 ที่นั่งเพียงรุ่นเดียวในงบ, ระบบ Smart Hybrid ช่วยประหยัดน้ำมัน, พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางสำหรับครอบครัว
ข้อสังเกต: การขับขี่เน้นความนุ่มนวล ไม่ได้เน้นสมรรถนะสปอร์ต

Isuzu D-Max Spacecab: รถกระบะอเนกประสงค์ ขนของ บรรทุกก็ได้

สำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ที่มีความอเนกประสงค์สูง สามารถใช้ได้ทั้งการเดินทางและการบรรทุกสิ่งของ Isuzu D-Max Spacecab ตอบโจทย์นี้ได้อย่างลงตัว ด้วยรูปแบบรถกระบะตอนครึ่ง 2 ประตู ที่มีแค็บเปิดได้ ทำให้สามารถโดยสารได้ 2 ที่นั่ง (เสริม) และยังมีพื้นที่ด้านหลังแค็บสำหรับวางสัมภาระ

D-Max Spacecab มีตัวเลือกเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือกถึง 2 ขนาด คือ 1.9 ลิตร (150 แรงม้า) และ 3.0 ลิตร (190 แรงม้า) พร้อมเกียร์ธรรมดาและอัตโนมัติ การขับขี่มีความแข็งแกร่งทนทาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ที่พร้อมลุย และสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ด้วย อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยสำหรับเครื่อง 1.9 ลิตร อยู่ที่ประมาณ 15.6 กิโลเมตรต่อลิตร

ราคา: เริ่มต้นที่ 605,000 บาท (รุ่น 1.9 Ddi SE) ถึง 698,000 บาท (รุ่น 1.9 Ddi L DA)
จุดเด่น: ความทนทาน, สมรรถนะดี, ความอเนกประสงค์ในการบรรทุก, ตัวเลือกเครื่องยนต์หลากหลาย
ข้อสังเกต: เหมาะกับการใช้งานที่เน้นการบรรทุกมากกว่าการโดยสารแบบเต็มรูปแบบ

Toyota Hilux Revo Double Cab Z Edition: กระบะพันธุ์แกร่ง สำหรับครอบครัว

หากคุณต้องการรถกระบะที่สามารถโดยสารได้ 5 ที่นั่ง และยังคงความสามารถในการบรรทุกสัมภาระ Hilux Revo Double Cab Z Edition เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในงบประมาณที่กำหนด รุ่นนี้เป็นรุ่นพื้นฐาน ขับเคลื่อนล้อหลัง ที่เน้นความคุ้มค่า

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร เทอร์โบ ที่ให้กำลัง 150 แรงม้า และแรงบิด 400 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 15.4 กิโลเมตรต่อลิตร แม้ว่าจะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ก็ยังคงได้รับความน่าเชื่อถือและทนทานตามสไตล์ Toyota Hilux Revo

ราคา: 692,000 บาท (รุ่น Double Cab 4×2 2.4 Entry)
จุดเด่น: รถกระบะ 5 ที่นั่ง, ความทนทาน, สมรรถนะดี, ความน่าเชื่อถือของแบรนด์
ข้อสังเกต: อุปกรณ์และฟังก์ชันอาจไม่มากเท่ารุ่นย่อยที่สูงกว่า

Neta V: รถยนต์ไฟฟ้า 100% สไตล์ซิตี้คาร์

ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงสู่ยานยนต์ไฟฟ้า Neta V เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่น่าจับตามอง ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย ทำให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ราคาต่ำกว่า 700,000 บาท เพียงรุ่นเดียวในประเทศไทย

Neta V มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 95 แรงม้า และแรงบิด 150 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 38.5 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 384 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) ภายในติดตั้งหน้าจอมัลติฟังก์ชันขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน และมีระบบความปลอดภัยพื้นฐานครบครัน Neta V เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นประสบการณ์กับรถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่ไม่สูง

ราคา: 549,000 บาท
จุดเด่น: รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในราคาที่เข้าถึงง่าย, ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่ำ, เทคโนโลยีทันสมัย, ดีไซน์น่ารัก
ข้อสังเกต: ระยะทางวิ่งอาจไม่เหมาะกับการเดินทางไกลมากนัก, โครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จยังเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา

BYD Dolphin: รถยนต์ไฟฟ้าดีไซน์ล้ำ ออปชันแน่น

BYD Dolphin คืออีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่เข้ามาสร้างความคึกคักด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยและออปชันที่จัดเต็มในรุ่น Standard Range ซึ่งอยู่ในงบประมาณของคุณพอดี

Dolphin มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 95 แรงม้า และแรงบิด 180 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 44.9 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 410 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (NEDC) จุดเด่นสำคัญคือภายในที่ใช้วัสดุนุ่มหลายจุด หน้าจอมัลติฟังก์ชันขนาด 12.8 นิ้ว ที่หมุนได้ด้วยไฟฟ้า รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย และระบบช่วยขับขี่เพื่อความปลอดภัย

ราคา: 699,999 บาท (รุ่น Standard Range)
จุดเด่น: รถยนต์ไฟฟ้า 100% ดีไซน์ล้ำสมัย, ระยะทางวิ่งดี, ออปชันภายในครบครัน, เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery ของ BYD
ข้อสังเกต: เป็นรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งต้องพิจารณาเรื่องสถานีชาร์จและการบำรุงรักษาในระยะยาว

บทสรุป: เลือก “รถยนต์อเนกประสงค์ งบไม่เกิน 700,000 บาท” อย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด

การเลือก “รถยนต์อเนกประสงค์ งบไม่เกิน 700,000 บาท” ที่เหมาะสมนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคุณเป็นหลัก หากคุณให้ความสำคัญกับความประหยัดน้ำมันและความคุ้มค่าในระยะยาว Toyota Yaris Ativ และ Nissan Almera เป็นตัวเลือกที่โดดเด่น หากคุณชื่นชอบการขับขี่ที่สนุกสนานและดีไซน์ที่แตกต่าง Mazda 2 Hatchback จะตอบโจทย์ได้ดี

สำหรับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่และความยืดหยุ่น Honda City Hatchback คือคำตอบที่ลงตัว แต่ถ้าต้องการรถ 7 ที่นั่ง Suzuki Ertiga Smart Hybrid คือตัวเลือกเดียวที่คุ้มค่าที่สุด หากคุณต้องการความทนทานและสมรรถนะในการบรรทุก Isuzu D-Max Spacecab หรือ Toyota Hilux Revo Double Cab Z Edition คือตัวเลือกที่เหมาะสม

และสำหรับผู้ที่ต้องการก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า Neta V และ BYD Dolphin มอบประสบการณ์รถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจในราคาที่เข้าถึงง่าย

ผมขอแนะนำให้คุณไปทดลองขับรถรุ่นที่คุณสนใจด้วยตนเอง เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ การควบคุม และฟังก์ชันต่างๆ อย่างแท้จริง เพราะสุดท้ายแล้ว รถยนต์ที่ดีที่สุด คือ รถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

หากคุณพร้อมแล้วที่จะค้นหารถยนต์คู่ใจคันใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานภายใต้งบประมาณที่ตั้งไว้ อย่าลังเลที่จะติดต่อโชว์รูมผู้จำหน่ายใกล้บ้านคุณ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตแต่ละแบรนด์ เพื่อทำการเปรียบเทียบและตัดสินใจอย่างรอบคอบที่สุด

Previous Post

N1101109 เม ยเอกแสนจน บเม ยน อยแสนรวย part2

Next Post

N1101129 เง นงานศพ part2

Next Post
N1101129 เง นงานศพ part2

N1101129 เง นงานศพ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1501097 ตรหร อศ ตร ตอนจบ part2
  • N1501092 การสอนล อจ ดเร มต นของคนด part2
  • N1501104_านน …เม ยค อผ ญชาการ_part2
  • N1501082 เข าใจและยอมร งจะเป นครอบคร วท part2
  • N1501098 ตรหร อศ ตร part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.