งานแสดงยานยนต์ปักกิ่ง 2024: ภาพรวมการปฏิวัติวงการยานยนต์ไฟฟ้าและการปรับตัวของตลาดไทย
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ การได้สัมผัสกับมหกรรมยานยนต์ระดับโลกอย่าง งานแสดงยานยนต์ปักกิ่ง หรือ Beijing International Automotive Exhibition 2024 ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและให้ข้อมูลเชิงลึกอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้ธีม “Driving Smart Mobility” ที่สะท้อนทิศทางอันชัดเจนของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบันและอนาคต งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเปิดตัวนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต แต่ยังเป็นเวทีสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ รถยนต์ไฟฟ้าจีน และอิทธิพลต่อตลาดโลก รวมถึงประเทศไทย
ภาพรวมของงานแสดงยานยนต์ปักกิ่ง 2024: พลังแห่งนวัตกรรมและการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน
ตลอดระยะเวลาการจัดงาน ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน ถึง 4 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา งาน Auto China 2024 ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ของจีนอย่างแท้จริง การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ จำนวนมหาศาลถึง 117 รุ่น ซึ่งรวมถึงรถยนต์ต้นแบบถึง 41 รุ่น เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งด้านการวิจัยและพัฒนาของอุตสาหกรรมนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ที่มีสัดส่วนสูงมาก
จากข้อมูลที่รวบรวมมา ผู้จัดงานได้รายงานถึงการเปิดตัวรุ่นใหม่เป็นครั้งแรกกว่า 117 รุ่น จากแบรนด์ทั้งในและต่างประเทศจีนถึง 30 แบรนด์ สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดและความมุ่งมั่นในการนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยสู่ผู้บริโภคทั่วโลก และที่สำคัญคือ ตลาดประเทศไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักในการทำตลาดสำหรับ รถยนต์ไฟฟ้า EV จากจีนเหล่านี้
10 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเด่นที่น่าจับตามองในงาน Auto China 2024
ผมได้คัดเลือกรถยนต์รุ่นที่น่าสนใจที่สุด 10 รุ่น ที่สะท้อนถึงนวัตกรรม เทคโนโลยี และทิศทางการออกแบบที่หลากหลายในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า 2024 และคาดว่าจะมีผลต่อตลาด รถยนต์ไฟฟ้าในไทย อย่างแน่นอน
Stelato S9: การผสานความหรูหราและเทคโนโลยีขั้นสูงจาก Huawei
Stelato S9 คือผลผลิตแรกภายใต้พันธมิตร Harmony Intelligent Mobility Alliance (HIMA) ระหว่าง Huawei และ BAIC BluePark ตอกย้ำบทบาทของ Huawei ในฐานะผู้ขับเคลื่อนเทคโนโลยีอัจฉริยะในอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างเต็มตัว ซีดานหรูรุ่นนี้ มาพร้อมดีไซน์อันโดดเด่นด้วยไฟหน้าสไตล์ “Galaxy” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดวงดาว ด้วยขนาดตัวถังยาว 5,160 มม. และระยะฐานล้อ 3,050 มม. ทำให้ Stelato S9 อยู่ในพิกัดเดียวกับคู่แข่งระดับพรีเมียมอย่าง BMW 5 Series และ Mercedes-Benz E-Class หัวใจสำคัญคือระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่กำลัง 227 กิโลวัตต์ พร้อมแบตเตอรี่จาก CATL ที่ให้สมรรถนะอันยอดเยี่ยม
BYD Qin L: พลังไฮบริดเจเนอเรชันใหม่เพื่อการขับขี่ที่ประหยัดและทรงพลัง
BYD ยังคงเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาด รถยนต์ไฮบริด ด้วยการเปิดตัว Qin L ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Plug-in Hybrid (PHEV) รุ่น DM-i Hybrid เจเนอเรชันที่ 5 รถยนต์ซีดานขนาด 4,830 มม. บนแพลตฟอร์ม P5 นี้ ผสมผสานเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร กำลัง 101 แรงม้า กับมอเตอร์ไฟฟ้า 217 แรงม้า ด้วยตัวเลือกแบตเตอรี่ 2 ขนาด สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกล 60-90 กิโลเมตร การเปิดตัวในราคาคาดการณ์ที่ 120,000 หยวนในจีน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ BYD ในการนำเสนอ รถยนต์ประหยัดน้ำมัน คุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้
Zeekr Mix: นิยามใหม่ของมินิแวนอัจฉริยะเพื่อการใช้ชีวิต
Zeekr Mix คือรถมินิแวน 5 ที่นั่ง ที่พลิกโฉมการออกแบบภายในห้องโดยสารให้กลายเป็นพื้นที่อเนกประสงค์อย่างแท้จริง ด้วยเบาะที่นั่งที่สามารถหมุนและปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ด้วยระบบไฟฟ้า รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การทำงานไปจนถึงการพักผ่อน ผลิตบนแพลตฟอร์ม SEA-M ของ Geely พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 421 แรงม้า Zeekr Mix นำเสนอพื้นที่ใช้สอยภายในที่กว้างขวางถึง 6.3 ตารางเมตร ถือเป็นก้าวสำคัญในการออกแบบ รถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์
Changan Avatr 11: การปรับปรุงที่เน้นความหรูหราและความเป็นเลิศด้านสมรรถนะ
Avatr 11 รุ่นปรับปรุงใหม่ เน้นการยกระดับความหรูหราภายในห้องโดยสาร พร้อมเทคโนโลยีจาก Huawei DriveONE บนแพลตฟอร์ม EP1 มีให้เลือกทั้งรุ่นมอเตอร์เดี่ยวและมอเตอร์คู่ ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 580-730 กิโลเมตร ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 90 kWh และ 116 kWh อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ในช่วง 3.9-6.6 วินาที สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนา รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการทั้งความหรูหราและประสิทธิภาพ
Geely Galaxy Starship Prototype: วิสัยทัศน์แห่งอนาคตบนแพลตฟอร์ม GEA
รถต้นแบบคันนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ Geely ในการพัฒนารถยนต์ Crossover ที่ล้ำสมัย บนแพลตฟอร์ม GEA ดีไซน์ประตูท้ายแบบปีกนกและไฟท้าย “Ripple of Light” สร้างความโดดเด่น ระบบขับเคลื่อนไฮบริด NordThor พร้อมโหมดการขับขี่ 11 รูปแบบ และการใช้ AI ควบคุมฟังก์ชันต่างๆ แสดงให้เห็นถึงการก้าวข้ามขีดจำกัดของการออกแบบและเทคโนโลยีใน รถยนต์ไฟฟ้าแนวคิด
NIO ET7 Executive Edition: ความหรูหราที่มาพร้อมเทคโนโลยีหน้าจอ OLED
NIO ET7 Executive Edition ตอกย้ำภาพลักษณ์ของรถยนต์ซีดานระดับหรู ด้วยหลังคาพาโนรามิคกลาสรูฟยาวต่อเนื่อง และหน้าจอดิจิทัล OLED ความละเอียดสูง 14.5 นิ้ว ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานและแสดงข้อมูลต่างๆ ของรถยนต์พลังไฟฟ้าคันนี้ ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 520-705 กิโลเมตร ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 75 kWh และ 100 kWh เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำเทคโนโลยีมาผสมผสานกับความสะดวกสบายใน รถยนต์ไฟฟ้าหรู
Ji Yue 7: การร่วมทุนของ Geely และ Baidu สู่สปอร์ตซีดานแห่งยุค
แบรนด์ Ji Yue ที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง Geely และ Baidu (Baidu ถือหุ้น 65%) พัฒนาบนแพลตฟอร์ม SEA Electric Platform สร้างสปอร์ตซีดานที่มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเพียง 0.19 Cd แม้รายละเอียดจะยังไม่เปิดเผยมากนัก แต่คาดว่าจะเข้าสู่ตลาดในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2024 เป็นการแสดงถึงความร่วมมือในการสร้างสรรค์ รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่ผสานเทคโนโลยี AI ของ Baidu เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์ของ Geely
BYD Yangwang U7: ยานยนต์ระดับเรือธง ขุมพลัง 1,300 แรงม้า
BYD Yangwang U7 คือสุดยอดยานยนต์ระดับ Top of the Line ของแบรนด์ ที่มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตซีดาน ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน 0.195 Cd สร้างบน e⁴ platform รองรับมอเตอร์ 4 ตัว พละกำลังสูงสุดกว่า 1,000 แรงม้า และเป็นรุ่นแรกที่ใช้ระบบ DiSus-Z ตัวรถยาว 5,265 มม. พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.9 วินาที และความเร็วสูงสุด 270 กม./ชม. เป็นการยกระดับมาตรฐานของ รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงพิเศษ
Xiaomi SU7: ความร้อนแรงที่เกินคาดจากแบรนด์เทคโนโลยี
Xiaomi SU7 ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ด้วยการออกแบบที่สวยงามและสเป็กที่ยอดเยี่ยม รุ่นขับเคลื่อนล้อหลังวิ่งได้ 668 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ส่วนรุ่น Max ขับเคลื่อน 4 ล้อ วิ่งได้ 800 กม. การที่ Xiaomi ซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สามารถสร้าง รถยนต์ไฟฟ้า ที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่ต้องการสูงขนาดนี้ สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างแท้จริง
MG EXE181 Concept: ความเร็วเหนือจินตนาการจากรถต้นแบบ
รถต้นแบบจาก MG คันนี้ สร้างความฮือฮาด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเพียง 0.181 Cd และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 1.9 วินาที แม้ข้อมูลรายละเอียดของมอเตอร์ไฟฟ้าจะยังไม่เปิดเผย แต่บ่งชี้ถึงศักยภาพของ MG ในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่เน้นสมรรถนะและความเร็วสูงสุด การนำรถต้นแบบมาจัดแสดงเป็นการบอกใบ้ถึงทิศทางของแบรนด์ในอนาคตสำหรับ รถสปอร์ตไฟฟ้า
การปรับตัวของตลาดไทย: โอกาสและความท้าทายของรถยนต์ไฟฟ้า
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ รถยนต์ไฟฟ้า EV ในตลาดโลก ย่อมส่งผลโดยตรงต่อตลาดประเทศไทย ซึ่งเห็นได้จากการที่จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีที่ผ่านมา
เทรนด์รถยนต์ SUV ไฟฟ้า: ตลาด รถ SUV ไฟฟ้า กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคชาวไทยมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย ทั้งการเดินทางในเมือง การเดินทางระยะไกล และการใช้งานแบบครอบครัว แบรนด์ต่างๆ เริ่มทยอยนำเสนอ รถ SUV ไฟฟ้า 2024 ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย การออกแบบที่น่าสนใจ และสมรรถนะที่คุ้มค่า
Baojun Yep: รถ SUV ไฟฟ้าขนาดเล็ก 3 ประตู ที่มีดีไซน์คล้าย Suzuki Jimny และคาดว่าจะเข้าตลาดไทยปลายปี 2567 ด้วยขนาดที่กะทัดรัดแต่มีพื้นที่เก็บสัมภาระที่น่าประทับใจ (715 ลิตร) และมอเตอร์ไฟฟ้า 68 แรงม้า ให้ระยะทางวิ่ง 303 กม. (CLTC) เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหา รถ EV ขนาดเล็ก ที่มีเอกลักษณ์
Zeekr X: รถ Crossover SUV ไฟฟ้า 5 ที่นั่ง จาก Geely บนแพลตฟอร์มเดียวกับ Volvo EX30 โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตและสมรรถนะที่น่าประทับใจ รุ่นมอเตอร์คู่ AWD ให้กำลัง 428 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.7 วินาที พิสูจน์ให้เห็นถึงการแข่งขันในกลุ่ม รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม
NETA X: รถ C-SUV ไฟฟ้า 5 ที่นั่ง ที่มีขนาดใหญ่กว่า BYD ATTO 3 คาดว่าจะเข้าตลาดไทยในปี 2567 ด้วยจุดเด่นด้านความคุ้มค่าและดีไซน์ที่สวยงาม มอเตอร์ไฟฟ้า 201 แรงม้า ให้ระยะทางวิ่ง 500 กม. (NEDC) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าจับตาในกลุ่ม รถ SUV ไฟฟ้าคุ้มค่า
OMODA 5 EV: Chery เตรียมนำ OMODA 5 EV มาทำตลาดในไทย โดยมีข่าวว่าราคาจำหน่ายอาจอยู่ในหลักล้านต้นๆ หรือต่ำกว่าล้านบาท ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 204 แรงม้า ระยะทางวิ่ง 510 กม. (NEDC) เป็นการเพิ่มตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาด รถยนต์ไฟฟ้าราคาเข้าถึงง่าย
AVATR 11: Changan เตรียมนำ AVATR 11 รถ SUV ไฟฟ้าที่ถูกจับตามอง มาทำตลาดในไทยช่วงปลายปี 2567 ด้วยสเปกมอเตอร์เดี่ยวและมอเตอร์คู่ที่ทรงพลัง (รุ่นมอเตอร์คู่ให้กำลัง 578 แรงม้า) และระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 730 กม. (รุ่น Long Range) เป็นการยกระดับตลาด รถ SUV ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ในไทย
เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กและซีดาน: นอกเหนือจาก SUV แล้ว รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก และซีดาน ยังคงเป็นที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้งานในเมือง
LUMIN MINI EV จาก CHANGAN: รถไฟฟ้ามินิสีพาสเทล ดีไซน์น่ารัก บนแพลตฟอร์ม EPA0 ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 301 กม. (NEDC) พร้อมเทคโนโลยี N Booster ระบบเบรกอัจฉริยะ เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ รถยนต์ไฟฟ้าสำหรับเดินทางในเมือง
IONIQ 6 จาก Hyundai: รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ได้รับรางวัล World Car of the Year 2023 ดีไซน์ล้ำสมัย ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 229 แรงม้า ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 545 กม. เป็นการแสดงให้เห็นถึงการพัฒนา รถยนต์ไฟฟ้าดีไซน์ล้ำ จากแบรนด์ชั้นนำ
MG4 X-Power จาก MG: พัฒนาบน Nebula Pure Electric Platform โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อใหม่ กำลัง 435 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.8 วินาที และระยะทางวิ่งสูงสุด 480 กม. สะท้อนถึงการพัฒนา รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง จาก MG
Neta V-II จาก Neta: รถ SUV ไฟฟ้าที่พัฒนาต่อจาก Neta V เดิม ให้ดีไซน์สปอร์ตและฟังก์ชัน V2L (Vehicle to Load) ที่น่าสนใจ ระยะทางวิ่ง 382 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 95 แรงม้า เป็นการเพิ่มความหลากหลายในกลุ่ม รถยนต์ไฟฟ้า Neta
บทเรียนจาก Honda: ความสำคัญของเครือข่ายบริการและภาพลักษณ์แบรนด์
แม้ว่าบทความนี้จะเน้นไปที่รถยนต์ไฟฟ้า แต่ไม่สามารถละเลยบทบาทของแบรนด์รถยนต์สันดาปดั้งเดิมที่มีฐานลูกค้าแข็งแกร่งในประเทศไทยอย่าง Honda ได้ Honda Civic และ Honda Accord ยังคงเป็นรถยนต์ยอดนิยมที่สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของแบรนด์ให้เข้ากับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
Honda Civic: จากรถยนต์สำหรับผู้ที่รักความเร็ว สู่รถยนต์ที่สมดุลระหว่างสมรรถนะและความประหยัดน้ำมัน ด้วยเทคโนโลยี Honda Sensing และ Apple CarPlay/Android Auto ทำให้ Civic ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่ม
Honda Accord: รถยนต์สำหรับผู้บริหารที่มาพร้อมความหรูหรา ความกว้างขวาง และเทคโนโลยีความปลอดภัย Honda Sensing ยังคงรักษาตำแหน่งในตลาดรถซีดานระดับพรีเมียม
Honda CR-V: รถ SUV ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยความประหยัดน้ำมัน (25.6 กม./ลิตร) และพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง โดยเฉพาะรุ่น 7 ที่นั่ง เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัว
Honda Jazz: แม้จะเลิกผลิตไปแล้ว แต่ Honda Jazz ยังคงเป็นที่ต้องการในตลาดรถยนต์มือสอง ด้วยขนาดที่กะทัดรัด ความประหยัดน้ำมัน และระบบ Magic Seat ที่เพิ่มพื้นที่ใช้สอย
Honda City: รถซีดานขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมในเมือง ด้วยการประหยัดน้ำมัน (38.8 กม./ลิตร) และความคล่องตัวในการขับขี่
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Honda ยังคงแข็งแกร่งในตลาดไทย คือ โชว์รูมและศูนย์บริการ ที่ครอบคลุมกว่า 240 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งสร้างความมั่นใจและความสะดวกสบายให้กับลูกค้าอย่างมาก นี่คือปัจจัยสำคัญที่ผู้เล่นใหม่ในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ควรพิจารณาอย่างยิ่ง
อนาคตของยานยนต์: การแข่งขันที่เข้มข้นและโอกาสสำหรับผู้บริโภค
งานแสดงยานยนต์ปักกิ่ง 2024 ได้ฉายภาพอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างชัดเจน การแข่งขันที่เข้มข้นระหว่างแบรนด์จีนและแบรนด์ดั้งเดิมทั่วโลก จะนำมาซึ่งนวัตกรรมที่ก้าวล้ำและทางเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้บริโภค
สำหรับตลาดไทย การมาถึงของ รถยนต์ไฟฟ้า EV จากจีน พร้อมด้วยราคาที่น่าสนใจและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ถือเป็นโอกาสทองสำหรับผู้บริโภคที่กำลังมองหารถยนต์ที่ประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง
หากคุณกำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้า 2025 ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ความต้องการ และงบประมาณของคุณ การศึกษาข้อมูลจากงานแสดงยานยนต์ระดับโลกเหล่านี้ คือจุดเริ่มต้นที่ดีในการตัดสินใจ
อย่าพลาดโอกาสในการเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์! ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าที่คุณสนใจ ติดต่อผู้จำหน่ายเพื่อทดลองขับ และสัมผัสประสบการณ์การขับเคลื่อนแห่งอนาคตด้วยตัวคุณเองวันนี้

