• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1201007 กสะใภ งก หารค าก บข าวก บแม สาม ดค าแรงทำงานบ านท กอย าง (1) part2

admin79 by admin79
January 9, 2026
in Uncategorized
0
N1201007 กสะใภ งก หารค าก บข าวก บแม สาม ดค าแรงทำงานบ านท กอย าง (1) part2

ภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในไทย: บทวิเคราะห์จากประสบการณ์จริงและแนวโน้มปี 2025

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดรถยนต์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) แม้ในช่วงปีที่ผ่านมา อัตราการเติบโตของ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) อาจจะไม่ได้พุ่งทะยานเท่ากับรถยนต์ไฮบริด (HEV) แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปัจจุบัน ผู้บริโภคชาวไทยจำนวนมากหันมาเปิดใจให้กับ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อ 4 ปีที่แล้ว การพบเห็น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) บนท้องถนนยังคงเป็นเรื่องแปลกตา แต่ ณ วินาทีนี้ ตัวเลขยอดขาย รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ใหม่ที่คิดเป็น 15% ของตลาดรถยนต์ทั้งหมด ทำให้การครอบครอง รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่ใช่เรื่องที่ต้องแปลกใจอีกต่อไป การวิเคราะห์ยอดจดทะเบียน รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ล่าสุดในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2024 สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตที่น่าสนใจของตลาดนี้

อุปสรรคและโอกาส: เศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการปรับตัวของผู้บริโภค

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ศักยภาพการเติบโตของ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในไทยน่าจะไปได้ไกลกว่านี้ หากไม่เผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยและปัญหาด้านสินเชื่อ (Finance) ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2023 ยอดขายที่เคยร้อนแรงกลับมาซบเซาลงในปีนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกำลังซื้อที่ลดลงจริง และอีกส่วนหนึ่งมาจากการที่บางค่ายเร่งระบายสต็อกปิดยอดขายสิ้นปี ประกอบกับการปล่อยข่าวลือว่าราคา รถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะปรับสูงขึ้นในปี 2024 ทำให้บรรยากาศการซื้อขายที่เคยคึกคัก กลับดูเงียบเหงาลง

มีหลายท่านสอบถามผมว่า รถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะเป็นเพียงกระแสแล้วเลือนหายไปหรือไม่ โดยยกตัวอย่างที่ค่ายรถยนต์จีนบางส่วนที่เคยเน้นขาย รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กลับหันไปทำตลาดรถยนต์ไฮบริด (HEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) มากขึ้น ผมขอยืนยันว่า รถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะไม่หายไปไหนอย่างแน่นอน ด้วยเหตุผลสองประการหลัก คือ 1) กลุ่มผู้ใช้ที่ชื่นชอบความแปลกใหม่และเทคโนโลยี และ 2) กลุ่มผู้ใช้ที่มองเห็นถึงประโยชน์ด้านความประหยัดค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร ซึ่งกลุ่มหลังนี้ หากไม่ประสบปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพรถยนต์หรือการบริการที่ย่ำแย่จนเกินเยียวยา พวกเขาจะไม่กลับไปใช้รถยนต์สันดาปภายในอีกอย่างแน่นอน ดังนั้น โอกาสการเติบโตของ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังคงมีอยู่เรื่อยๆ เพียงแต่จะเติบโตช้าหรือเร็วเท่านั้น

ข้อมูลในบทความนี้รวบรวมและวิเคราะห์จากสถิติยอดจดทะเบียน รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่นำเสนอโดยน้องหมูแห่ง AutolifeThailand.tv ผู้ติดตามข้อมูลนี้อย่างใกล้ชิด

เจาะลึก 10 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยอดนิยมในไทย: วิเคราะห์จากสถิติและปัจจัยขับเคลื่อน

เรามาดูกันว่า รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นใดบ้างที่ครองใจผู้บริโภคไทยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2024

อันดับ 10: MG EP (ยอดสะสม 1,643 คัน)

MG EP ถือเป็นหนึ่งใน รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยุคแรกๆ ที่ช่วยขยายฐานผู้ใช้ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในไทย ก่อนที่แบรนด์ใหญ่อย่าง BYD จะเข้ามาทำตลาดอย่างจริงจัง ด้วยรูปทรงแบบสเตชั่นแวกอนที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง และการจัดอุปกรณ์ที่เน้นราคาที่เข้าถึงง่าย ทำให้ MG EP เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้กล้าที่ต้องการสัมผัส รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในยุคบุกเบิก เมื่อตัวเลือกในราคาใกล้เคียงกันมีมากขึ้น MG EP ได้ปรับลดราคาลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจาก 771,000 บาท เหลือ 671,000 บาท ประกอบกับการได้ดีลส่งมอบรถ 2,000 คัน ให้กับ Autodrive EV เพื่อนำไปใช้บริการ Grab EV ทำให้ยอดจดทะเบียนของ MG EP ยังคงทรงตัวอยู่ได้ แม้จะเข้าสู่ช่วงปลายอายุผลิตภัณฑ์

อันดับ 9: ORA Good Cat (ยอดสะสม 1,835 คัน)

ยอดจดทะเบียนนี้สะท้อนถึงจำนวนรถที่ผู้ซื้อไปแล้วและดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ซึ่งอาจไม่ตรงกับสถานการณ์การขายจริงในปัจจุบัน หลังจากการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร GWM ฝั่งไทย และการประกาศลดราคารถยนต์หลายรุ่นในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน แต่ก่อนหน้านั้น ORA Good Cat ก็ทำยอดจดทะเบียนได้ดีพอสมควร โดยเฉพาะรุ่นประกอบในประเทศที่ใช้แบตเตอรี่ใหม่สเปคเดียวกับรุ่นนำเข้า แม้ราคาจะลดลงไม่มากนักและส่วนลดไม่น่าดึงดูดเท่า BYD แต่ด้วยดีไซน์สไตล์ Retro-futuristic ทำให้ ORA Good Cat ยังคงมีฐานลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่ชื่นชอบในดีไซน์ ยอมจ่ายเพื่อรูปลักษณ์ที่ต้องการ แม้ GWM เคยมีนโยบายไม่แข่งขันด้านราคา แต่สถานการณ์ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง การแข่งขันด้านราคาจะส่งผลต่อยอดขายในอนาคตหรือไม่ คงต้องรอประเมินในช่วงต้นปีหน้า

อันดับ 8: Tesla Model 3 (ยอดสะสม 2,718 คัน)

Tesla Model 3 ทำผลงานได้ดีเยี่ยมในปีนี้ ซึ่งต่างจากปีก่อนๆ ที่ Model Y ขายได้มากกว่า การไมเนอร์เชนจ์ (Refresh) ครั้งล่าสุดของ Model 3 ที่มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ประกอบกับ Model Y ที่อัปเกรดจาก HW 3.0 เป็น 4.0 โดยตัดเซ็นเซอร์ Ultra-sonic และอัปเกรดกล้อง ถือเป็นปัจจัยสำคัญ ความสำเร็จของ Model 3 ยังคงมาจากเทคโนโลยีล้ำสมัย ระบบช่วยขับขี่ที่ชาญฉลาด และดีไซน์ภายนอกที่สวยงามคล้ายรถ Concept Car ราคาเริ่มต้นใกล้เคียงกับ Camry/Accord รุ่นกลางๆ ทำให้ผู้ที่ต้องการ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ใช้งานได้หลากหลาย หรือผู้ที่ชื่นชอบสมรรถนะแรงเร้าใจในรุ่น Performance ในราคาเทียบเท่า BMW 3 Series รุ่นเริ่มต้น ก็สามารถเข้าถึงได้ พลังของแบรนด์ Tesla ที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นในคุณภาพและการออกแบบ รวมถึงผลการทดสอบความปลอดภัยที่ได้คะแนนสูง ล้วนเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้ Model 3 เป็นที่ต้องการ

อันดับ 7: Aion Y Plus (ยอดสะสม 3,452 คัน)

แม้จะมีการเปิดตัวที่ค่อนข้างสับสน โดยมีการปรับเปลี่ยนราคาถึง 4 รอบ และเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ที่บางฟังก์ชันยังใช้งานไม่ได้ แต่ Aion Y Plus กลับทำยอดขายได้น่าประทับใจ ส่วนหนึ่งมาจากการปรับกลยุทธ์ด้านราคาที่แข่งขันได้ และตัวรถเองก็มีข้อดีหลายประการ แม้ระบบ Voice Command บางครั้งอาจมีปัญหา แต่เมื่อขับขี่จริง ผู้ใช้งานหลายคนชื่นชมในสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล ห้องโดยสารที่กว้างขวาง และเบาะนั่งที่สบาย โดยเฉพาะรุ่น 410 Premium ที่เปิดตัวในช่วง Motor Show ในราคาประมาณแปดแสนกลางๆ ก็สามารถสร้างยอดจองได้ดี ถือเป็น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีประสิทธิภาพโดยรวมยอมรับได้ในการเป็นตัวเริ่มต้นสร้างแบรนด์ในประเทศไทย

อันดับ 6: ChangAn Deepal S07 (ยอดสะสม 4,153 คัน)

Deepal S07 มาพร้อมสูตรสำเร็จที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค SUV ในไทย ด้วยดีไซน์ที่ดึงดูดใจและราคาที่สามารถแข่งขันกับ Honda CR-V รุ่นย่อยล่างๆ ได้ การเปิดตัวในงาน Motor Expo 2023 ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม จุดที่ผู้บริโภคอาจติงได้คือระบบไฟ 400V ที่ค่อนข้างเก่า และช่วงล่างที่อาจมีอาการยวบยาบ แต่เมื่อพิจารณาจากราคาที่จ่ายไป ผู้บริโภคมองว่ารถที่ได้มาทั้งความสวยงาม หรูหรา ขนาดใหญ่ และออปชันที่ครบครัน ถือว่าคุ้มค่า ยอดขายจึงดีตั้งแต่เปิดตัว อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคไทยก็เริ่มสังเกตเห็นความแตกต่างของราคาตั้งต้นระหว่างตลาดจีนและไทยที่บวกเพิ่มขึ้นมาก เมื่อใกล้สิ้นปี ยอดขายเริ่มแผ่วลง ทางค่ายจึงงัดแคมเปญ “Big Surprise Deal” ที่แม้จะไม่เรียกว่าการลดราคา แต่การซื้อสดมีส่วนลดกว่าสองแสนบาท ก็หวังว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายช่วงปลายปีได้

อันดับ 5: BYD Seal (ยอดสะสม 4,746 คัน)

BYD Seal ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ซีดานขนาดใหญ่ที่มาพร้อมสมรรถนะที่เหนือกว่ารถยนต์น้ำมันอย่าง Accord หรือ Camry อย่างชัดเจน แม้การเซ็ตช่วงล่างอาจทำให้บางคนนึกถึงรถบรรทุก แต่เมื่อพิจารณาถึงราคา รูปทรง สมรรถนะ และออปชันต่างๆ รวมถึงดีไซน์ที่ยังคงมีปุ่มควบคุมจริงสำหรับฟังก์ชันที่จำเป็น ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบการควบคุมที่แม่นยำไม่ชอบการกดหน้าจอสัมผัสเพียงอย่างเดียว หันมาให้ความสนใจ BYD Seal ยอดขายช่วงปลายปีที่แล้วบูมอย่างมากจากการคาดการณ์ว่าราคาจะปรับสูงขึ้นในปี 2024 ซึ่งท้ายที่สุดก็ไม่เป็นเช่นนั้น และเมื่อใกล้สิ้นปี ยอดขายเริ่มแผ่วลงเช่นกัน ตัวเลขยอดขายบ่งชี้ว่า Accord และ Camry ยังคงไม่ตาย แต่ BYD Seal ก็มีจุดเด่นหลายประการ และยังไม่มีปัญหาใหญ่อะไรที่น่ากังวล อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคบางส่วนอาจลังเลที่จะซื้อ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ราคาล้านกลางๆ จาก BYD เนื่องจากกังวลเรื่อง “ดอย” (ราคาที่ซื้อไปแล้วอาจลดลงในอนาคต)

อันดับ 4: MG 4 ELECTRIC (ยอดสะสม 4,828 คัน)

MG 4 ELECTRIC เติมเต็มช่องว่างในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ MG ZS EV (Dolphin) อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ สำหรับผู้ที่มองหารถที่มีช่วงล่างดีเยี่ยมโดยไม่ต้องปรับแต่งใดๆ MG 4 ELECTRIC คือคำตอบ การเปิดตัวเวอร์ชั่นประกอบในไทยรุ่น D, X และ V Long Range ที่มีการปรับปรุงหน้าจอหลักและซอฟต์แวร์ระบบความปลอดภัย รวมถึงการปรับลดราคาลงอย่างมาก ทำให้ MG 4 ELECTRIC กลายเป็นรถที่ขายได้อย่างต่อเนื่อง มีผู้ซื้อเข้ามาเรื่อยๆ ลูกค้าบางส่วนยังมองถึงความมั่นคงของแบรนด์ MG ที่อยู่ในไทยมากว่า 10 ปี มีโรงงานประกอบรถในไทย และมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้เชื่อมั่นในระยะยาว

อันดับ 3: NETA V/VII (ยอดสะสม 5,870 คัน)

Neta V คือผู้บุกเบิก รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ราคาประหยัดที่สามารถนั่ง 4 คนได้อย่างสบาย เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีงบประมาณใกล้เคียงกับรถ Eco Car แต่ต้องการสัมผัส รถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัด Neta V II ที่เปิดตัวในช่วงต้นปีพร้อมดีไซน์ท้ายที่สวยงามขึ้นและออปชันที่จัดเต็ม สามารถดึงดูดลูกค้าได้เป็นจำนวนมาก ก่อนที่จะมีการประกาศลดราคาในเดือนกรกฎาคมกว่าแสนบาท ส่งผลให้ยอดจดทะเบียนรวม 10 เดือนอยู่ในเกณฑ์ดี การมีกลยุทธ์เปิดตัวรุ่นใหม่เมื่อกระแสรุ่นเดิมเริ่มตก และการปรับลดราคาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Neta V/VII มียอดจดทะเบียนที่ผันผวน แต่สิ่งที่น่ากังวลคือความไม่แน่นอนในอนาคตของแบรนด์ จากข่าวสถานภาพทางการเงินของบริษัทแม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อ

อันดับ 2: BYD Atto 3 (ยอดสะสม 7,245 คัน)

ปัจจัยแห่งความสำเร็จของ BYD Atto 3 อยู่ที่การเป็น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ขนาดที่คนไทยนิยม ด้วยรูปทรง SUV ที่เหมาะกับสภาพถนนในประเทศ ดีไซน์ภายนอกที่สวยงาม (ส่วนภายในแล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล) พละกำลังที่เพียงพอ และออปชันที่ครบครัน ทั้งหมดนี้มาในราคาที่คู่แข่งอย่าง Honda และ Toyota ยังทำได้เพียงฝันถึง ยิ่งไปกว่านั้น การเปิดตัวรุ่นปี 2024 ประกอบกับการลดราคาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี โดยรุ่น MY2023 มีการลดราคาถึง 340,000 บาท เมื่อเทียบกับวันเปิดตัว และรุ่นปี 2024 ก็มีการลดราคาเป็นแสนบาท กลยุทธ์การลดราคาที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ทำให้ยอดขายของ Atto 3 ไม่มีจุดอ่อน มีแต่ขายดี และดีโคตรๆ ในบางเดือน อย่างไรก็ตาม การลดราคาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง อาจทำให้ลูกค้่าเก่ารู้สึกไม่พอใจ และลูกค้าใหม่กังวลเรื่อง “ดอย” ซึ่งต้องรอดูผลยอดจดทะเบียนในช่วงปลายปี BYD Atto 3 น่าจะเป็น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มียอดขายสูงสุด หากไม่นับรวมปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากตัวแบรนด์เอง

อันดับ 1: BYD Dolphin (ยอดสะสม 11,323 คัน)

แม้ Dolphin จะไม่ใช่รถทรง SUV ที่คนไทยส่วนใหญ่ชื่นชอบ แต่ด้วยขนาดตัวที่ไม่เล็กจนเกินไป มีให้เลือกทั้งรุ่น 95 แรงม้า และ 204 แรงม้า พร้อมราคาที่น่าดึงดูดใจเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับ เบาะหลังที่ผู้โดยสารสูง 6 ฟุต นั่งแล้วศีรษะไม่ติดเพดาน ดีไซน์ที่ดูเรียบง่ายแต่เข้าถึงง่าย ไม่ฉูดฉาดเหมือน ORA Good Cat ออปชันที่ครบครันเมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน และการใช้งานที่เป็นมิตรกับผู้ใช้เมื่อเทียบกับ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) จีนเจ้าอื่น ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ Dolphin กลายเป็น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยอดนิยมอันดับ 1 ของไทยอย่างแท้จริง ด้วยยอดขายที่ไม่มีตกตั้งแต่เปิดตัว และมีการปรับลดราคาทันทีเมื่อยอดเริ่มร่วง โดยเฉพาะการลดราคาครั้งใหญ่ช่วงกลางปี เพื่อระบายสต็อกก่อนเปิดตัวรุ่นประกอบในไทยที่แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้นและรุ่น Standard รองรับ Fast Charge ได้เร็วขึ้น รูปทรง ขนาดรถ ราคา และการสร้างกระแสอย่างสม่ำเสมอ คือสิ่งที่ทำให้ Dolphin สามารถว่ายน้ำนำคู่แข่งเจ้าอื่นไปได้ไกล และเป็น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นเดียวที่มียอดจดทะเบียนสะสมเกิน 10,000 คันในปี 2024 ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 6 ของ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่จดทะเบียนในปีนี้

ภาพรวมและอนาคตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในไทย

จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่า รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มียอดจดทะเบียนสูงสุดตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม 2024 ล้วนเป็นรุ่นที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในด้านราคา ประสิทธิภาพ และฟังก์ชันการใช้งานได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ ยังมี รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นอื่นๆ ที่น่าจับตามอง อาทิ NETA X ซึ่งเริ่มมียอดจดทะเบียนที่น่าสนใจเข้ามาในช่วงปลายปี และ Porsche Taycan ที่มียอดจดทะเบียนสูงกว่า ChangAn Lumin เกือบเท่าตัว แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของตลาด รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในปัจจุบัน

ในปี 2025 ตลาด รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในไทยมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง การแข่งขันด้านราคาจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ให้ระยะทางวิ่งที่ไกลขึ้น และสถานีชาร์จที่ครอบคลุมมากขึ้น

หากคุณกำลังพิจารณา รถยนต์ไฟฟ้า (EV) สักคันในปี 2025 การศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบรุ่นต่างๆ และทดลองขับ คือก้าวสำคัญที่จะช่วยให้คุณค้นพบ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ใช่สำหรับคุณ หากคุณต้องการข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม หรือกำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ราคาถูก หรือ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นใหม่ล่าสุด อย่าลังเลที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือเข้าชมโชว์รูมของผู้จำหน่ายแต่ละแบรนด์ เพื่อรับข้อมูลและข้อเสนอที่ดีที่สุด.

Previous Post

N1201010 ทำความด แล วต องมาเจออะไรแบบน จะทำไปเพ ออะไร part2

Next Post

N1201008 รปภ ทำแจก นเจ านายแตก โดนปร บ10,000 นเก นไปไหม part2

Next Post
N1201008 รปภ ทำแจก นเจ านายแตก โดนปร บ10,000 นเก นไปไหม part2

N1201008 รปภ ทำแจก นเจ านายแตก โดนปร บ10,000 นเก นไปไหม part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1501106 เศรษฐ สตร เร อน ตอนจบ part2
  • N1501117 เม ยไม ผล เง นเท าน นท สำค part2
  • N1501112 คนขวางโลก part2
  • N1501107 แค นม อย ามาอวด part2
  • N1501128 เม ยท ไร วตน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.