• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1101064_กแท แพ …เวลาทำงาน_part2

admin79 by admin79
January 9, 2026
in Uncategorized
0
N1101064_กแท แพ …เวลาทำงาน_part2

พลิกโฉมวงการยานยนต์: BYD Song ครองบัลลังก์ยอดขาย EV ในจีน ขณะที่ตลาดไทยคึกคักใน Motor Show 2025

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – เมื่อปลายปี 2568 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ล่าสุด ข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีน (CAAM) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอันดับยอดขาย โดย BYD Song ได้ผงาดขึ้นเป็นผู้นำด้วยยอดขายสูงถึง 56,000 คัน แซงหน้า Tesla Model Y ที่เคยครองตำแหน่งมาอย่างยาวนานไปเล็กน้อย ด้วยยอดขาย 55,000 คัน การแข่งขันที่เข้มข้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีน และตอกย้ำบทบาทของ BYD ในฐานะผู้เล่นหลักที่มีอิทธิพลต่อทิศทางของอุตสาหกรรม

ภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน: การเติบโตที่น่าจับตา

ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบขายส่งในจีนสูงถึง 1.706 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 18.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และขยายตัว 5.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่ยอดขายปลีกอยู่ที่ 1.321 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ 3.0% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง สัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าต่อยอดขายรถยนต์ค้าปลีกโดยรวมในจีนอยู่ที่ 59.3% เพิ่มขึ้นถึง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการยอมรับและการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคชาวจีนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สิ่งที่น่าสนใจคือ ในบรรดารถยนต์ 10 รุ่นที่ขายดีที่สุดในเดือนพฤศจิกายน รถยนต์ไฟฟ้าครองถึง 9 รุ่น ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่ตอกย้ำกระแส EV ที่กำลังมาแรง นอกจากนี้ Xiaomi YU7 รถ SUV รุ่นแรกของ Xiaomi ได้สร้างความฮือฮาด้วยยอดขายที่ทะลุ 33,000 คัน สามารถติดอันดับ Top 10 ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันของแบรนด์เทคโนโลยีที่ก้าวเข้ามาในอุตสาหกรรมยานยนต์

การกระจายตัวของส่วนแบ่งตลาด EV ในจีน: แบรนด์ท้องถิ่นนำ, แบรนด์เกิดใหม่มาแรง

เมื่อวิเคราะห์ส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกรถยนต์ไฟฟ้าในจีน พบว่า แบรนด์ในประเทศ ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ถึง 67.5% แม้ว่าจะมีการลดลงเล็กน้อย 5.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ก็ยังคงเป็นกลุ่มผู้เล่นหลัก ในขณะที่ แบรนด์เกิดใหม่ เช่น Xiaopeng, Leap Motor และ Xiaomi ได้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่น่าจับตา โดยมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นถึง 5.9% ทำให้มีสัดส่วนรวมอยู่ที่ 22.1% ซึ่งเป็นการบ่งชี้ถึงพลวัตของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ในทางกลับกัน Tesla และ บริษัทร่วมทุนหลัก กลับมีส่วนแบ่งการตลาดลดลงเล็กน้อย โดย Tesla มีส่วนแบ่งอยู่ที่ 5.5% และบริษัทร่วมทุนหลักอยู่ที่ 3.2% การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและนวัตกรรมของแบรนด์ท้องถิ่น รวมถึงการแข่งขันด้านราคาและเทคโนโลยีที่เข้มข้นขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายและมีคุณภาพมากขึ้น

Motor Show 2025: สมรภูมิรถยนต์ไทยคึกคัก BYD ขึ้นแท่นผู้นำยอดจอง

ในขณะเดียวกัน ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยก็ได้รับอานิสงส์จากกระแสยานยนต์ไฟฟ้าเช่นกัน ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 (Motor Show 2025) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ได้สะท้อนให้เห็นถึงความคึกคักของตลาด โดยมียอดจองรถยนต์รวมทั้งสิ้นสูงถึง 77,379 คัน

BYD ได้ประกาศศักดาด้วยการครองอันดับ 1 ในยอดจองรถยนต์ภายในงาน ด้วยยอดจองรวมถึง 10,353 คัน แซงหน้า Toyota แชมป์เก่าที่มียอดจอง 9,819 คัน การมาแรงของ BYD ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจ หากพิจารณาถึงความสำเร็จของรุ่น BYD Dolphin ที่สามารถกวาดยอดจองไปได้ถึง 4,014 คัน คิดเป็น 38.8% ของยอดจองทั้งหมดของแบรนด์ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากราคาที่เข้าถึงง่าย เริ่มต้นเพียง 499,000 บาท

อันดับ 3 ตกเป็นของ GAC (AION/HYPTEC) อีกหนึ่งแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ที่มาพร้อมกับ AION UT คู่แข่งโดยตรงของ BYD Dolphin ซึ่งก็ได้รับความสนใจอย่างมากเช่นกัน ด้วยยอดจองกว่า 4,568 คัน คิดเป็น 65.09% ของยอดจองทั้งหมดของแบรนด์ และทำราคาเริ่มต้นที่น่าสนใจเพียง 490,000 บาท

การแข่งขันด้านราคารถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Eco Car) เริ่มต้นอย่างดุเดือด โดยมีแบรนด์จีนเข้ามาเป็นผู้นำในตลาด ซึ่งส่งผลดีต่อผู้บริโภคที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่จับต้องได้

10 อันดับรถยนต์ยอดนิยมใน Motor Show 2025: สัญญาณการเปลี่ยนแปลงของตลาด

การจัดอันดับยอดจอง 10 อันดับแรกใน Motor Show 2025 เผยให้เห็นภาพรวมที่น่าสนใจ:

BYD: 10,353 คัน
Toyota: 9,819 คัน
GAC (AION/HYPTEC): 7,018 คัน
ChangAn (Deepal/AVATR): 6,589 คัน
Honda: 5,948 คัน
MG: 5,910 คัน
GWM: 4,959 คัน
Mitsubishi: 4,398 คัน
Nissan: 3,139 คัน
Isuzu: 2,989 คัน

ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวไทยที่ยังคงแข็งแกร่ง แม้จะเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย การเติบโตอย่างต่อเนื่องของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะจากประเทศจีน เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาด และเป็นที่น่าจับตามองต่อไปในอนาคต

บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ: การรุกคืบของ EV และกลยุทธ์รับมือ

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่า 10 ปี ผมมองว่าผลลัพธ์จาก Motor Show 2025 เป็นมากกว่าแค่ตัวเลขยอดจอง แต่มันคือกระจกสะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดรถยนต์ไทยอย่างแท้จริง การรุกคืบอย่างหนักของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน ได้เขย่าบัลลังก์ของค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ โดยเฉพาะจากญี่ปุ่นและยุโรป ที่กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ประเด็นสำคัญที่ทุกค่ายต้องเร่งปรับตัว:

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ EV ที่แข่งขันได้: ไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่รวมถึงเทคโนโลยี แบตเตอรี่ ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ สมรรถนะ และประสบการณ์ผู้ใช้ ค่ายรถยนต์ดั้งเดิมจำเป็นต้องลงทุนอย่างหนักใน R&D เพื่อสร้างรถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถแข่งขันได้ทั้งในด้านราคา เทคโนโลยี และสร้างความแตกต่าง เพื่อรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาดในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า
ความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค: ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่ราคาถูก แต่รวมถึงค่าบำรุงรักษา ประหยัดพลังงาน ความน่าเชื่อถือ และความสะดวกในการใช้งาน แบรนด์ที่สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้ครบถ้วน จะเป็นผู้ชนะในระยะยาว
กลยุทธ์ราคาและการตลาด: สงครามราคาในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความอ่อนไหวต่อราคาอย่างมาก การนำเสนอโปรโมชั่น การผ่อนดอกเบี้ยต่ำ หรือแพ็กเกจการบำรุงรักษาที่น่าสนใจ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ

ยอดจองที่แข็งแกร่งของรถยนต์ไฟฟ้าหลายแบรนด์ บ่งชี้ว่าตลาด EV ในประเทศไทยมีศักยภาพในการเติบโตสูง และจะเป็นสมรภูมิหลักของการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ต่อไป การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในงาน Motor Show 2025 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทุกค่ายรถยนต์ต้องจับตามองและวางกลยุทธ์อย่างรอบคอบ เพื่อรับมือกับการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

เจาะลึก 12 รถยนต์นั่งยอดนิยมปี 2568: ทางเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้บริโภค

นอกเหนือจากกระแสรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว รถยนต์นั่ง (Sedan) ก็ยังคงเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยการออกแบบที่หลากหลาย สมรรถนะที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน และเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยอยู่เสมอ ในปี 2568 ตลาดรถยนต์นั่งยังคงมีการแข่งขันที่ดุเดือด โดยมีทั้งรถยนต์ที่เน้นความคุ้มค่า ดีไซน์สปอร์ต หรูหรา ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเข้ามามีบทบาท

Honda Civic: ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ของรถยนต์นั่ง ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์ ผสมผสานความสปอร์ตและความหรูหรา รุ่นไมเนอร์เชนจ์ล่าสุดมีการปรับปรุงรูปลักษณ์ภายนอก เพิ่มออปชัน และให้ความสำคัญกับประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น การเก็บเสียงที่ดีเยี่ยม ช่วงล่างที่นุ่มนวล แต่ยังคงให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่สปอร์ต ทำให้ Honda Civic เป็นรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย

Honda City: รถยนต์นั่งขนาดเล็กยอดนิยมที่มาพร้อมการปรับปรุงด้านสมรรถนะและอัตราการประหยัดน้ำมัน โดยเฉพาะรุ่นไฮบริดที่กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ประหยัดพลังงาน ดีไซน์ภายนอกดูทันสมัย สมส่วน ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มอบความรู้สึกคล้ายรถยนต์ขนาดใหญ่กว่า ทำให้ Honda City เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่ม Eco Car

Honda Accord: สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์นั่ง D-Segment ที่ผสมผสานความหรูหรา สมรรถนะ และเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง Honda Accord คือคำตอบ รุ่นใหม่มาพร้อมระบบไฮบริดทุกรุ่นย่อย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน และระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ให้ความรู้สึกคล้ายระบบกึ่งอัตโนมัติ เหมาะสำหรับการเดินทางไกล

Toyota Corolla Altis: ชื่อชั้นด้านความคุ้มค่า ความทนทาน และการบำรุงรักษาที่ง่าย ทำให้ Toyota Corolla Altis ยังคงเป็นขวัญใจมหาชน โดยเฉพาะรุ่น GR Sport ที่เพิ่มความสปอร์ตและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามามากมาย ระบบความปลอดภัยที่เทียบเท่ารถยนต์หรู และการขับขี่ที่นุ่มนวล ทำให้ Corolla Altis เป็นรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ในทุกสถานการณ์

Toyota Camry: รถยนต์นั่ง D-Segment จาก Toyota ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์พรีเมียม สมรรถนะที่ทรงพลัง ด้วยเครื่องยนต์ไฮบริดที่ให้กำลังรวม 227 แรงม้า มาพร้อมความนุ่มนวลในการขับขี่ การเก็บเสียงที่ดีเยี่ยม และอัตราประหยัดน้ำมันที่น่าประทับใจ ทำให้ Camry เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการเดินทางไกลที่ต้องการความสบายสูงสุด

Toyota Yaris Ativ: รถยนต์นั่งขนาดเล็กที่มาพร้อมดีไซน์ Fastback Style ที่ล้ำสมัย ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศต่ำ และราคาที่เข้าถึงง่าย Yaris Ativ มอบความคุ้มค่าเกินราคา ด้วยออปชันที่จัดเต็ม ดีไซน์ที่สวยงาม และสมรรถนะการขับขี่ที่กระฉับกระเฉง การเก็บเสียงที่ดีเยี่ยม และระบบความปลอดภัยที่น่าประทับใจ ทำให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดในปี 2568

Mazda 2 Sedan: สำหรับผู้ที่ชื่นชอบดีไซน์สปอร์ต ล้ำสมัย และสมรรถนะที่เกินตัว Mazda 2 คือคำตอบ ด้วยขนาดกะทัดรัด แต่มาพร้อมเทคโนโลยี GVC-Plus ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้ง ทำให้การขับขี่สนุกและมั่นใจยิ่งขึ้น เป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่ธรรมดา

Mazda 3 Sedan: เน้นการออกแบบที่เรียบง่ายแต่งดงาม ผสมผสานความสปอร์ตเข้าไว้ได้อย่างลงตัว Mazda 3 ยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้านการออกแบบที่เน้นแสงและเงาที่ตกกระทบตัวรถ สมรรถนะที่แข็งแกร่งด้วยเครื่องยนต์ SKYACTIV-G 2.0 ลิตร และการขับขี่ที่ให้ความรู้สึกแน่น หนึบ การปรับปรุงห้องโดยสารให้ใหญ่ขึ้น และระบบความปลอดภัยที่จัดเต็ม ทำให้ Mazda 3 ยังคงเป็นรถยนต์ที่น่าสนใจ

MG 5: รถยนต์สปอร์ตคูเป้ซีดานที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่เพรียวยาว หรูหราคล้ายรถยนต์สปอร์ตหรู ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย มาพร้อม Sunroof และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน MG 5 ยังขึ้นชื่อเรื่องฟังก์ชันหลากหลาย และระบบความปลอดภัยที่จัดเต็ม ในราคาที่คุ้มค่า ทำให้เป็นรถยนต์ที่น่าใช้ในปี 2568

Nissan Almera: รถยนต์นั่งที่โดดเด่นด้วยความกว้างขวางภายในห้องโดยสาร ดีไซน์ที่ทันสมัยขึ้น และเครื่องยนต์ 1.0L TURBO ที่ให้ความประหยัดน้ำมันสูงมาก (23.3 กม./ลิตร) Nissan Almera ยังมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงรอบคัน และได้รับรางวัล Car of the Year 2023-2024 ทำให้เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก

BMW 2 Series Gran Coupé: สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความหรูหราของ BMW ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น BMW 2 Series Gran Coupé มอบดีไซน์ที่หล่อ เท่ ดุจรถสปอร์ต ประตูไร้ขอบ และสมรรถนะที่เรียกกำลังได้ดีตั้งแต่รอบต่ำ ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่มรถยนต์พรีเมียม

Mercedes-Benz A-Class Saloon: เป็นรถยนต์เบนซ์รุ่นเริ่มต้นที่มอบความหรูหราตามสไตล์ Mercedes-Benz ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ขนาดใกล้เคียงกับรถยนต์นั่งขนาด C-Segment แต่มาพร้อมระบบมัลติมีเดียที่จัดเต็ม และระบบความปลอดภัยที่ช่วยลดโอกาสการเฉี่ยวชน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์แบรนด์หรูในราคาที่สมเหตุสมผล

สรุป: ตลาดรถยนต์ปี 2568 ยังคงเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ทั้งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะจากแบรนด์จีน ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก และการแข่งขันที่เข้มข้นในกลุ่มรถยนต์นั่ง ที่ยังคงนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน

ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัย ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี หรือรถยนต์นั่งที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ตลาดในปีนี้มีตัวเลือกที่น่าสนใจมากมาย การตัดสินใจเลือกรถยนต์ที่ใช่ ควรพิจารณาจากไลฟ์สไตล์ งบประมาณ และความต้องการใช้งานของคุณเป็นหลัก

หากคุณได้พบรถยนต์ที่ถูกใจ และกำลังพิจารณา รถยนต์มือสอง อย่าลืมนึกถึง one2car เรามีรถยนต์ทุกแบรนด์ให้คุณเลือกสรรมากกว่า 38,000 คัน จากดีลเลอร์ชั้นนำที่น่าเชื่อถือ พร้อมบริการ one2inspect ที่ช่วยให้คุณตรวจสอบสภาพรถยนต์ออนไลน์ได้อย่างละเอียด เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่า จะได้รถยนต์คุณภาพดีที่ตรงใจที่สุด.

Previous Post

N1101076 บร หารความส มพ นธ ของท งสองครอบคร part2

Next Post

N1101066 จากพน กงานส คนในใจประธานบร part2

Next Post
N1101066 จากพน กงานส คนในใจประธานบร part2

N1101066 จากพน กงานส คนในใจประธานบร part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1501107 แค นม อย ามาอวด part2
  • N1501128 เม ยท ไร วตน part2
  • N1501126 เอาค ละครส นต องมนต part2
  • N1501120 เง นงานแต ให เพ อนย มไป part2
  • N1501116 สะใภ จฉา part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.