Neta V: ก้าวเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย ด้วยนวัตกรรมที่เข้าถึงได้
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ไฟฟ้ามากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้อย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเผชิญกับยุคแห่งการขยายตัวอย่างแท้จริง และท่ามกลางผู้เล่นที่หลากหลาย Neta V คือหนึ่งในแบรนด์ที่สร้างความน่าสนใจและมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยให้คึกคักยิ่งขึ้น
Neta V รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มีต้นกำเนิดจาก Hozon Auto (โฮซอน ออโต้) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำจากประเทศจีน ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 และได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้วยยอดขายที่ติดอันดับ Top 20 ของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกในช่วงต้นปี 2022 ความสำเร็จนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากรากฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 3 แห่ง, เครือข่ายตัวแทนจำหน่ายกว่า 300 แห่งในจีน, และบุคลากรกว่า 7,000 คน สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงสู่ตลาดโลก
การเข้ามาของ Neta Auto (Thailand): ก้าวสำคัญสู่ผู้บริโภคชาวไทย
ด้วยประสบการณ์กว่า 8 ปีในตลาดจีน Hozon Auto ได้ตัดสินใจขยายฐานธุรกิจสู่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปี 2022 ภายใต้ชื่อ บริษัท เนต้า ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (Neta Auto Thailand) การเข้ามาของบริษัทฯ ไม่ใช่เพียงแค่การนำรถยนต์มาจำหน่าย แต่คือการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ “ดีไซน์โดนใจ, เทคโนโลยีล้ำสมัย, และราคาที่เข้าถึงได้” เป้าหมายของ Neta Auto Thailand คือการก้าวขึ้นเป็น “รถยนต์ไฟฟ้ายอดนิยมในใจผู้บริโภคชาวไทย” ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ท้าทายแต่ก็มีความเป็นไปได้สูง
พันธมิตรที่แข็งแกร่ง: Neta Auto Thailand กับ PTT OR และ BRG Group
การสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรที่แข็งแกร่ง Neta Auto Thailand ได้จับมือกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าระหว่างประเทศ จำกัด (มหาชน) หรือ OR ผ่านบริษัท อรุณ พลัส จำกัด (Arun Plus) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ OR ถือหุ้น 100% เพื่อดำเนินธุรกิจใน Value Chain ด้าน EV การร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการขยายฐานธุรกิจด้านรถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังเป็นการสร้าง Ecosystem ที่ครอบคลุม ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้
ยิ่งไปกว่านั้น BRG Group ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้บุกเบิกการจำหน่าย Neta V ในประเทศไทย โดยเป็นผู้รับผิดชอบในการนำเสนอสเปกพวงมาลัยขวาเพื่อการจำหน่ายอย่างเป็นทางการ รวมถึงการนำ Neta U Pro มาจัดแสดงในงาน Motor Show 2022 การแต่งตั้ง BRG Group เป็นตัวแทนจำหน่ายพร้อมศูนย์บริการมาตรฐาน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค Neta Auto Thailand ยังมีแผนที่จะขยายแบรนด์ Neta สู่ภูมิภาคอาเซียนในช่วงปลายปี 2022 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล
Neta V: นิยามใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับคนเมือง
Neta V ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของคนเมืองยุคใหม่ ด้วยขนาดตัวถังที่กะทัดรัด ยาว 4,070 มม. กว้าง 1,690 มม. และสูง 1,540 มม. ระยะฐานล้อ 2,420 มม. ทำให้การขับขี่และการจอดทำได้อย่างคล่องตัวในสภาพการจราจรที่หนาแน่นของเมืองไทย
สมรรถนะที่น่าประทับใจในราคาที่เข้าถึงได้:
สำหรับ Neta V สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือการผสมผสานระหว่างสมรรถนะที่เพียงพอต่อการใช้งาน และราคาที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 700,000 บาท (ราคา ณ ช่วงเปิดตัว) ตัวรถมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า สามารถเร่งอัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 3.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 101 กม./ชม. ตัวเลขเหล่านี้อาจไม่หวือหวาเท่ารถสปอร์ต แต่เพียงพอต่อการขับขี่ในเมืองและบนทางด่วนทั่วไป
เทคโนโลยีและความสะดวกสบาย:
ภายในห้องโดยสาร Neta V โดดเด่นด้วยหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 14.6 นิ้ว ซึ่งเป็นศูนย์กลางการควบคุมระบบอินโฟเทนเมนต์และฟังก์ชันต่างๆ ของรถ การออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายแต่ทันสมัย พร้อมรองรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่ง ทำให้ Neta V เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มอบความสะดวกสบายและความบันเทิงตลอดการเดินทาง
แบตเตอรี่และระยะทางขับขี่:
Neta V มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 38.54 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 380 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไป และยังรองรับการชาร์จแบบ AC Type 2 และ DC CCS ทำให้มีความยืดหยุ่นในการชาร์จมากยิ่งขึ้น การรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร ยิ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภค
การเปรียบเทียบกับตลาดโลก: Neta V ในบริบทของ “Mini Car”
เมื่อพิจารณาถึงขนาดและกลุ่มเป้าหมาย Neta V สามารถจัดอยู่ในกลุ่ม “Mini Car” หรือรถยนต์ขนาดเล็ก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในหลายตลาดทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ที่กลุ่ม “Kei car” (รถยนต์ขนาดเล็กพิเศษ) มียอดขายสูงติดอันดับต้นๆ ของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น ในช่วงครึ่งแรกของปี 2022 รถยนต์ขนาดเล็ก 20 อันดับแรกในญี่ปุ่น เช่น Honda N-BOX, Suzuki Spacia, Daihatsu Tanto ล้วนแสดงให้เห็นถึงความต้องการของตลาดที่มีต่อรถยนต์ขนาดกะทัดรัด ประหยัด และใช้งานง่าย
แม้ว่า Neta V จะไม่ได้มีขนาดเล็กเท่า Kei car ของญี่ปุ่น แต่แนวคิดในการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าถึงได้ง่าย เหมาะกับการใช้งานในเมือง และมีราคาที่สมเหตุสมผลนั้น เป็นกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในตลาดกลุ่มนี้ทั่วโลก
ทิศทางของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า: ความท้าทายและโอกาส
อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ไม่คาดฝัน แม้ในปี 2021 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคระบาดและปัญหาการขาดแคลนชิป แต่ยอดขายรถยนต์ในหลายตลาดกลับเติบโตได้ เช่น สหรัฐอเมริกา ที่มีการจัดอันดับรถยนต์ขายดี 25 อันดับแรก ที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์รถยนต์ที่คุ้นเคย เช่น Ford F-Series, Ram Pickup, Chevrolet Silverado, Toyota Camry, Honda Civic และ Tesla Model Y
ในขณะเดียวกัน แบรนด์รถยนต์จากเกาหลีใต้อย่าง Hyundai ก็สามารถทำกำไรได้สูงถึง 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาสแรกของปี 2022 แม้จะเผชิญกับผลกระทบจากสงครามในยูเครน การเติบโตนี้มาจากยอดขายของรถยนต์กลุ่ม SUV และรถยนต์หรูอย่าง Genesis ซึ่งสะท้อนถึงการปรับตัวของแบรนด์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
Volvo: การก้าวสู่ยุคแห่งพลังงานสะอาดอย่างแท้จริง
Volvo เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง โดยได้ยกเลิกการจำหน่ายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในมาตั้งแต่ปี 2019 และเน้นการนำเสนอรถยนต์ในกลุ่ม Recharge Plug-in Hybrid และ Recharge Pure Electric ตามแผนธุรกิจระยะ 10 ปี รุ่นที่ขายดีที่สุดของ Volvo ในปี 2021 คือ Volvo XC60 Recharge Plug-in Hybrid ตามมาด้วย XC40 Recharge Plug-in Hybrid และ V60 Recharge Plug-in Hybrid
สิ่งที่น่าจับตามองคือ Volvo XC40 Recharge Pure Electric รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของแบรนด์ ที่สามารถสร้างยอดขายได้เป็นอันดับที่ 5 โดยคิดเป็น 13% ของยอดจำหน่ายรวม สะท้อนถึงการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค Volvo XC40 Recharge Pure Electric มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 408 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.9 วินาที และวิ่งได้ระยะทาง 418 กม./ชาร์จ พร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ร่วมพัฒนาโดย Google ทำให้ประสบการณ์การขับขี่มีความทันสมัยและสะดวกสบาย
การแข่งขันที่ทวีความรุนแรง: Tesla ในตลาดจีน
แม้ว่า Tesla จะเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในหลายภูมิภาค แต่ในประเทศจีน ตลาดที่มีการแข่งขันสูงที่สุดในโลก Tesla กลับเผชิญกับยอดขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากข้อมูลการจดทะเบียนประกันภัยรถยนต์ใหม่ พบว่า Tesla ขายรถยนต์ในจีนได้เพียง 8,600 คัน ในสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน 2025 ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก สถานการณ์นี้เกิดขึ้นแม้ว่าจะมีการปรับลดราคาครั้งใหญ่และโปรโมชันต่างๆ
การแข่งขันที่รุนแรงจากแบรนด์ท้องถิ่นอย่าง BYD ที่เพิ่งจุดชนวนสงครามราคา EV รอบใหม่ในจีน ยิ่งสร้างแรงกดดันให้กับ Tesla โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโดยรวมในจีนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องถึง 35% ในไตรมาสแรกของปี 2025
ภาพรวมตลาดรถยนต์ยอดนิยมในปี 2024
จากการรวบรวมข้อมูลยอดขายทั่วโลกในปี 2024 พบว่า แม้รถยนต์ไฟฟ้าจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แต่รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในและไฮบริดยังคงครองตลาดส่วนใหญ่ สะท้อนถึงความต้องการที่หลากหลายและข้อจำกัดในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในบางบริบท
10 อันดับรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในโลก ปี 2024:
Toyota RAV4: รถอเนกประสงค์ที่ครองใจผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยดีไซน์ที่ลงตัว ขุมกำลังที่หลากหลาย และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ Toyota
Tesla Model Y: รถยนต์ไฟฟ้า SUV ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง แม้จะมีการปรับโฉมใหม่ แต่ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้า
Toyota Corolla Cross: รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์ที่ผสมผสานความคล่องตัวของ Toyota Corolla เข้ากับความอเนกประสงค์ของ SUV
Honda CR-V: รถอเนกประสงค์ยอดนิยมที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมขุมกำลัง e:HEV ที่ให้ทั้งพละกำลังและความประหยัด
Toyota Corolla: รถ C-Segment ที่เป็นตำนาน ด้วยความทนทาน ความน่าเชื่อถือ และทางเลือกที่หลากหลาย
Toyota Hilux: รถกระบะที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในด้านความทนทานและความน่าเชื่อถือ
Ford F-150: รถกระบะ Full-Size Truck ที่แข็งแกร่งและได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดอเมริกาเหนือ
Toyota Camry: รถซีดาน D-Segment ที่ผสมผสานความหรูหรา สมรรถนะ และความน่าเชื่อถือ
Tesla Model 3: รถซีดานไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง หลังจากการปรับโฉมครั้งใหญ่
BYD Qin: รถซีดานไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศจีน ด้วยขนาดที่ใหญ่ ออพชันที่ครบครัน และทางเลือกขุมกำลังที่หลากหลาย
รถยนต์ 7 ที่นั่ง: ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่
รถยนต์ 7 ที่นั่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยความอเนกประสงค์ที่สามารถรองรับสมาชิกทุกคนในครอบครัวได้อย่างลงตัว มีหลายรุ่นที่น่าสนใจในตลาดปัจจุบัน:
Toyota Innova Zenix: MPV ขนาดกลางที่เน้นความสบายและการใช้งานจริง พร้อมเบาะ Captain Seat แถวสอง และขุมกำลังไฮบริดที่ประหยัดน้ำมัน
Mercedes-Benz EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic: SUV ไฟฟ้าหรูระดับ Top-End ที่มอบความสะดวกสบายและเทคโนโลยีล้ำสมัย
MG MAXUS 7: e-MPV ไฟฟ้า 100% ที่มีห้องโดยสารกว้างขวาง รองรับไลฟ์สไตล์ครอบครัวสมัยใหม่
Isuzu MU-X: PPV 7 ที่นั่ง ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ เน้นความทนทานและสมรรถนะ
Honda BR-V: Mini MPV 7 ที่นั่ง ที่มอบความสะดวกสบายและพื้นที่เก็บสัมภาระที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย
Mitsubishi Pajero Sport: PPV 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมขุมพลัง HYPER POWER ใหม่ และความปลอดภัยที่ครบครัน
Suzuki XL7: รถยนต์ไฮบริด 7 ที่นั่ง ที่เน้นความสบาย พื้นที่เก็บสัมภาระ และราคาที่เข้าถึงได้
BMW X7 xDRIVE30d M SPORT: SAV ขนาดใหญ่หรูหรา ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ
Ford Everest: PPV ที่มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย และขุมกำลังที่หลากหลาย
Kia Carnival SXL Luxury: MPV 7 ที่นั่ง ที่เน้นความสบายระดับพรีเมียม ด้วยเบาะ Relaxation Seat
Volvo EX30: การก้าวข้ามสู่ความสำเร็จในตลาดพรีเมียมขนาดเล็ก
Volvo EX30 รถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด กำลังสร้างปรากฏการณ์ในตลาดยุโรป ด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนสามารถแซงหน้า MINI ของ BMW ในกลุ่มรถยนต์พรีเมียมขนาดเล็กได้ นอกจากนี้ ยังเป็นรถยนต์ไฟฟ้ายอดขายดีอันดับ 3 ในยุโรป โดยมียอดขายสูงถึง 30,195 คัน สะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับที่ยอดเยี่ยมของรถยนต์ไฟฟ้าที่เน้นดีไซน์ที่สวยงาม สมรรถนะที่ดี และราคาที่สามารถแข่งขันได้
Bangkok Auto Salon 2024: ศูนย์รวมคนรักรถแต่งและโมดิฟาย
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถแต่งและโมดิฟาย งาน Bangkok Auto Salon 2024 คือมหกรรมที่ไม่ควรพลาด พบกับไฮไลท์เด็ด รถแต่งจากสำนักดังระดับโลก กิจกรรมสุดพิเศษ และโปรโมชั่นมากมายจากค่ายรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งชั้นนำ
บทสรุป: อนาคตของ Neta V ในประเทศไทย
Neta V ก้าวเข้ามาในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยด้วยจุดแข็งที่ชัดเจน คือการนำเสนอเทคโนโลยีที่ทันสมัย ดีไซน์ที่น่าดึงดูด และราคาที่เข้าถึงได้ง่าย การร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง OR และ BRG Group จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบให้กับผู้บริโภค
ในฐานะผู้บริโภคที่ติดตามตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามาอย่างใกล้ชิด ผมมองว่า Neta V มีศักยภาพที่จะเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลดีต่อผู้บริโภค ทำให้มีตัวเลือกที่หลากหลายและได้รถยนต์ที่มีคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าคันแรก หรือกำลังมองหาทางเลือกใหม่ที่คุ้มค่า Neta V คือหนึ่งในตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม ลองพิจารณาถึงความต้องการและงบประมาณของคุณ และหาก Neta V ตรงกับความต้องการของคุณ นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนอย่างแท้จริง
ถึงเวลาแล้วที่คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทั้งด้านเทคโนโลยี ดีไซน์ และราคา Neta V พร้อมแล้วที่จะพาคุณไปสู่อนาคตของการเดินทางที่ยั่งยืนและน่าตื่นเต้น เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ และสัมผัสถึงความคุ้มค่าที่เหนือกว่าได้แล้ววันนี้!

