• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1201113 ออย องเช าเท าร หน กอย านหร าน part2

admin79 by admin79
January 9, 2026
in Uncategorized
0
N1201113 ออย องเช าเท าร หน กอย านหร าน part2

ฟอร์ด เอเวอเรสต์: ม้าศึกพันธุ์แกร่งที่พร้อมพิชิตทุกเส้นทาง สู่ยุคใหม่แห่ง SUV/PPV

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ SUV/PPV มาอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในผู้เล่นที่สร้างความฮือฮาและมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดนี้อย่างแท้จริง คงหนีไม่พ้น Ford Everest ที่เปิดตัวมาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ “Poorman’s Range Rover” หรือ “SUV/PPV ที่ขับดีที่สุดในตลาด” ซึ่งคำกล่าวอ้างนี้ ไม่ใช่เพียงวาทศิลป์ทางการตลาด แต่เป็นสิ่งที่ Ford Everest ได้พิสูจน์ตัวเองผ่านการพัฒนาทางวิศวกรรมที่ล้ำสมัย และการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหนือชั้น

ขุมพลังและสมรรถนะ: การผสานพลังระหว่างพละกำลังและความอัจฉริยะ

เมื่อพูดถึง Ford Everest หลายคนอาจจะนึกถึงขุมพลังขนาดใหญ่ แต่ตัวเลขที่ออกมาอาจทำให้หลายคนสงสัยว่า เหตุใด Everest 3.2 ลิตร 6AT 4×4 ถึงดูเหมือนจะพ่ายแพ้คู่แข่งอย่าง Pajero Sport ที่มีขนาดเครื่องยนต์เล็กกว่า? คำตอบนั้นเรียบง่ายครับ น้ำหนักตัวที่มากถึง 2,480 กิโลกรัมสำหรับรุ่น 3.2 ลิตร 4×4 ประกอบกับล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วที่ดูสวยงาม แต่ก็เป็นปัจจัยเพิ่มน้ำหนักส่วนเกิน ยิ่งทำให้การรีดสมรรถนะทำได้ท้าทายขึ้น

แม้ว่ารุ่น 2.2 ลิตร 4×2 จะทำผลงานได้ตามคาด และอาจดูอืดอาดหากพิจารณาจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง ขุมพลังตระกูล Puma เวอร์ชันใหม่ใน Everest นี้ มีบุคลิกที่น่าสนใจ นั่นคือ การตอบสนองที่ฉับไวในช่วงออกตัว 0-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่า พอเข้าสู่ช่วง 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การตอบสนองอาจจะดูชะลอลงเล็กน้อย หากได้รับการปรับปรุงช่วงนี้ให้ต่อเนื่องขึ้น ตัวเลข 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะดีกว่านี้อย่างแน่นอน

การไต่ระดับความเร็วสูงสุดของรุ่น 3.2 ลิตร 4×4 ทำได้ดีต่อเนื่องจนถึง 140-150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนจะค่อยๆ ช้าลงและไปค้างที่ราว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถไต่ไปได้ถึง 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยอาศัยช่วงลงเนินช่วย สำหรับรุ่น 2.2 ลิตร 4×2 การไต่ความเร็วจะเนิบนาบแต่ต่อเนื่อง จนถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถทำ Top Speed ที่ 181 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ แม้จะต้องใช้เวลาและความพยายามก็ตาม

นอกเหนือจากตัวเลข เราจะเห็นได้ว่า ในการขับขี่ใช้งานจริง ขุมพลังทั้งสองรุ่นให้สัมผัสที่ “แรงสมตัว” รุ่น 3.2 ลิตร แม้จะหนัก แต่ก็ยังสู้กับคู่แข่งอย่าง Trailblazer และ Pajero Sport ได้สบายๆ แรงที่เพิ่มขึ้น 20 แรงม้า ถูกนำไปชดเชยน้ำหนักตัวที่มากขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสังเกตคือ อาการ “กระโจน” เล็กน้อยเมื่อถอนคันเร่งฉับพลันในรุ่น 3.2 ลิตร ซึ่งอาจทำให้ผู้ขับขี่บางท่านรู้สึกไม่คุ้นเคย

สำหรับรุ่น 2.2 ลิตร 4×2 อัตราเร่งไม่ได้อืดอาดอย่างที่คิดในการใช้งานจริงในเมือง การตอบสนองของคันเร่งอาจต้องอาศัยการเรียนรู้จังหวะเล็กน้อย แต่หากต้องการความว่องไว เพียงแค่กดคันเร่งให้ลึกเกินครึ่ง สมองกลจะคำนวณและจ่ายเชื้อเพลิงให้เครื่องยนต์ตอบสนองได้ดีเกินคาด

เทคโนโลยีเพื่อความเงียบและความสบาย: Active Noise Cancellation

หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ Ford Everest แตกต่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจน คือ การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารที่ยอดเยี่ยมที่สุดในกลุ่ม SUV/PPV คุณจะเริ่มได้ยินเสียงลมภายนอกก็ต่อเมื่อความเร็วสูงถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น นอกจากวัสดุซับเสียงคุณภาพสูงแล้ว Ford ยังติดตั้งเทคโนโลยี Active Noise Cancellation ซึ่งใช้ไมโครโฟน 3 จุดในการรับฟังเสียงรบกวนรอบตัวรถ และปล่อยคลื่นเสียงความถี่ตรงข้ามออกทางลำโพง เพื่อหักล้างเสียงเหล่านั้น ทำให้ห้องโดยสารเงียบสงบยิ่งขึ้น

แม้ว่าระบบนี้จะทำงานได้อย่างน่าประทับใจ แต่ก็มีข้อสังเกตเล็กน้อย คือ ผู้ขับขี่อาจได้ยินเสียงสะท้อน (Echo) จางๆ ในบางจังหวะ และผู้โดยสารบางส่วนอาจมีอาการหูอื้อเล็กน้อยคล้ายกับตอนเครื่องบินขึ้น การทดลองนั่งจริงของสมาชิกในครอบครัวจึงเป็นสิ่งจำเป็นก่อนตัดสินใจซื้อ

ระบบบังคับเลี้ยว: ประสบการณ์การควบคุมที่แม่นยำและชาญฉลาด

Ford คือผู้บุกเบิกการนำระบบพวงมาลัย EPAS (Electronics Power Assist Steering Wheel) มาใช้ในรถ SUV/PPV ในประเทศไทย ซึ่งตอบโจทย์การติดตั้งระบบช่วยจอด Parking Assist ได้เป็นอย่างดี ในช่วงความเร็วต่ำ พวงมาลัยของรุ่น 3.2 ลิตร มีน้ำหนักที่กำลังดี คล้ายกับ BMW X5 รุ่นล่าสุด ในขณะที่รุ่น 2.2 ลิตร 4×2 นั้นมีน้ำหนักที่เบามาก จนสามารถใช้นิ้วเดียวหมุนได้ (แต่ต้องมีแรงต้านเล็กน้อย) ซึ่งอาจเบากว่ารุ่น 3.2 ลิตร ประมาณ 5-10%

เมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้น พวงมาลัยของทั้งสองรุ่นจะหนืดขึ้นจริง แต่ค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะในรุ่น 2.2 ลิตร Ford เซ็ตระยะฟรีและ On-centre feeling มาได้ดีมาก ทำให้บังคับเลี้ยวได้แม่นยำและมีความต่อเนื่อง (Linear) ในระดับที่ SUV ทั่วไปพึงมี ไม่ไวเกินไปแบบรถสปอร์ต และไม่เนือยจนไร้ชีวิตชีวาแบบ Eco Car

สำหรับรุ่น 3.2 ลิตร 4×4 พวงมาลัยถูกเซ็ตมาอย่างเหมาะสม แต่ในรุ่น 2.2 ลิตร 4×2 อาจจะเบาเกินไปเล็กน้อย การเพิ่มน้ำหนักให้หนืดขึ้นอีกนิด ทั้งในช่วงความเร็วต่ำและสูง จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ได้มากขึ้น

รัศมีวงเลี้ยว 5.85 เมตร ถือว่ากว้างไปเล็กน้อยสำหรับการเลี้ยวกลับรถในถนน 4 เลน ซึ่งอาจต้องเผื่อวงเลี้ยวให้มากขึ้น

ช่วงล่าง: ความแน่นหนึบที่มั่นคง และความมั่นใจในทุกการควบคุม

ระบบกันสะเทือนของ Ford Everest ได้รับการพัฒนามาอย่างดีเยี่ยม ด้านหน้าแบบปีกนกคู่ Double Wishbone และด้านหลังแบบคอยล์สปริงพร้อม Watt’s Link ให้ความรู้สึกแน่นหนึบในช่วงความเร็วต่ำ อาจมีการส่งแรงสะเทือนจากพื้นผิวถนนขึ้นมาบ้าง แต่ไม่ถึงกับสะเทือนรุนแรงนัก

เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วเดินทางหรือความเร็วสูง รุ่น 3.2 ลิตร 4×4 ยิ่งแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ ช่วงล่างนิ่ง หนักแน่น มั่นคง ยึดเกาะถนนได้ดีที่สุดในกลุ่ม อาการช่วงล่างด้านหลังดีดเด้งน้อยมาก

สำหรับรุ่น 2.2 ลิตร 4×2 ช่วงล่างยังคงความแน่นหนึบ แต่มีการสะเทือนจากพื้นผิวขรุขระให้สัมผัสได้มากกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรุ่น 3.2 ลิตร แต่ก็ยังน้อยกว่าคู่แข่งหลายรุ่น

การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงต่างๆ เช่น โค้งรูปเคียวบนทางด่วน หรือโค้งขึ้นสนามบินสุวรรณภูมิ Everest ทำได้ดีอย่างน่าประทับใจ แม้ว่าบางครั้งหน้ารถอาจมีอาการไถลออกเล็กน้อย อันเนื่องมาจากยาง แต่ช่วงล่างยังคงนิ่งสนิท

เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง Pajero Sport ให้ความนุ่มนวลกว่าเล็กน้อยในเมืองหรือบนพื้นผิวขรุขระ MU-X นุ่มแต่แอบเด้ง Trailblazer หนึบขึ้นมาอีกนิด และ Fortuner จะแข็งสะเทือนที่สุดในกลุ่ม แต่โดยรวมแล้ว ช่วงล่างของ Everest 3.2 ลิตร ถือว่าเซ็ตได้ดีเยี่ยมที่สุดในกลุ่ม SUV/PPV ที่ผลิตในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ในรุ่น 2.2 ลิตร Titanium 4×2 พร้อมล้อ 18 นิ้ว น้ำหนักตัวที่เบาลง อาจทำให้มีอาการโยนเวลาเจอคอสะพาน หรืออาการดีดเด้งเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ระบบเบรก: ประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครัน

Ford Everest มาพร้อมระบบดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ โดยคู่หน้ามีครีบระบายความร้อน เสริมด้วยระบบ ABS, EBD, Brake Assist, ESP และ Traction Control ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยที่จำเป็น

นอกจากนี้ ยังมีระบบช่วยเหลือที่ล้ำสมัย เช่น Roll Over Mitigation, Hill Descent Control (เฉพาะรุ่น 3.2 ลิตร 4×4), Hill Launch Assist (HLA) และ Trailer Sway Control (TSC)

แป้นเบรกมีระยะเหยียบที่ค่อนข้างยาวและลึก การตอบสนองของแป้นเบรกถูกเซ็ตมาให้นุ่มนวลคล้ายกับรถยนต์ Mercedes-Benz หลายรุ่น ทำให้การเบรกในสภาพการจราจรติดขัดทำได้อย่างนุ่มนวล และมั่นใจได้ในการลดความเร็วจากย่านความเร็วสูง โดยไม่มีอาการ Fade

อย่างไรก็ตาม หากปรับปรุงการตอบสนองของแป้นเบรกให้ Linear ขึ้นตั้งแต่เริ่มแตะแป้น ก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น

ความปลอดภัยเชิงป้องกัน: เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อความอุ่นใจสูงสุด

Ford Everest Titanium+ (ทั้ง 2.2 ลิตร และ 3.2 ลิตร) มาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety) อันน่าทึ่ง ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญ:

Adaptive Cruise Control: ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ปรับความเร็วตามคันหน้า และรักษาระยะห่างที่ตั้งไว้
Collision Mitigation: ระบบเตือนเมื่อเข้าใกล้คันหน้ามากเกินไป
Lane Departure Warning & Lane Keeping Aid: ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกจากเลน และระบบช่วยประคองพวงมาลัยให้อยู่ในเลน
BLIS (Blind Spot Information System): ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตา (ยกชุดมาจาก Volvo)
Active Parking Assist: ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ทั้งการจอดขนานและจอดเทียบ
Cross Traffic Alert: ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง

ความปลอดภัยเชิงรับ: เกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง

นอกเหนือจากระบบ Active Safety แล้ว Ford Everest ยังมาพร้อมอุปกรณ์ความปลอดภัยเชิงรับ (Passive Safety) มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย:

ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ด้านข้าง, ม่านนิรภัย (รวม 6 ใบ) และถุงลมนิรภัยหัวเข่าคนขับ (เฉพาะรุ่น 3.2 Titanium+)
เข็มขัดนิรภัย ELR 3 จุด ทั้ง 7 ที่นั่ง
จุดยึดเบาะนิรภัยสำหรับเด็ก ISOFIX
ระบบไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกระทันหัน (ESS)

ด้วยอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ครบครันเหล่านี้ ทำให้ Ford Everest ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก ANCAP และทำคะแนนสูงสุดในการทดสอบการชนของ ASEAN NCAP

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง: ประสิทธิภาพที่น่าพอใจในรถขนาดใหญ่

สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มองหา SUV/PPV ที่ประหยัดน้ำมัน Ford Everest ก็ทำผลงานได้น่าพอใจอย่างยิ่ง:

รุ่น 3.2 ลิตร 4×4: ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 11.16 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือว่าดีมากสำหรับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่และน้ำหนักตัวกว่า 2 ตัน
รุ่น 2.2 ลิตร 4×2: ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 12.59 กิโลเมตร/ลิตร เทียบเท่ากับรถกระบะ Ranger 4 ประตู 4×2 ที่เคยทดสอบ ถือเป็นตัวเลขที่น่าประหลาดใจ

ระยะทางการวิ่งต่อการเติมน้ำมัน 1 ถัง:
รุ่น 2.2 ลิตร 4×2: ประมาณ 700 กิโลเมตร
รุ่น 3.2 ลิตร 4×4: ประมาณ 450 กิโลเมตร (อาจแตกต่างกันไปตามลักษณะการขับขี่)

ปัญหาประจำรุ่นและการแก้ไข: การเรียนรู้เพื่อพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ตลอดระยะเวลาที่ Ford Everest วางจำหน่าย ได้มีรายงานปัญหา Defect บางประการ ซึ่ง Ford ได้พยายามแก้ไขและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เช่น ปัญหาไฟไหม้ในออสเตรเลีย (เกิดจากการประกอบขั้วแบตเตอรี่ไม่แน่น), อาการแป้นคันเร่งสะท้าน (แก้ไขด้วยการอัปเกรด Firmware), ปัญหาระบบไฟฟ้า (แก้ไขด้วยการรีสตาร์ท หรือเข้าศูนย์บริการ), เสียงกระพือบริเวณหลังคา Panoramic Sunroof (แก้ไขแล้วในรถล็อตหลัง), สติกเกอร์ที่เพลาขับหลัง (แก้ไขง่ายโดยการลอกออก), ปัญหา EGR (ต้องทำความสะอาด), ปัญหา CKP Sensor (เปลี่ยนอะไหล่), ซีลเดือยหมู (อาจหายไปเองเมื่อขับไปสักพัก), ช่องเสียบปลั๊กไฟ 220V (มีปัญหาฟิวส์ขาดในบางคัน) และจอ Monitor ค้าง (รอระบบ Re-Boot)

ภาพรวมและข้อเสนอแนะ: มาตรฐานใหม่ของ SUV/PPV

Ford Everest ไม่ใช่แค่ SUV/PPV แต่คือการกำหนดมาตรฐานใหม่ของตลาด ด้วยการผสานเอา เทคโนโลยีล้ำสมัย เข้ากับ สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม และ ความปลอดภัยระดับสูงสุด ทำให้ Everest เป็นรถที่ “ขับดี” และ “ปลอดภัย” อย่างแท้จริง

จุดเด่นที่เหนือกว่าคู่แข่ง:

เทคโนโลยีความปลอดภัย: ระบบ Active Safety ที่จัดเต็มจนคู่แข่งต้องมองค้อน
ช่วงล่าง: ความหนักแน่น มั่นคง และมั่นใจได้ดีที่สุดในตลาด
การขับขี่: ควบคุมได้ง่ายทั้งความเร็วต่ำและสูง
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ: ยกชุดมาจาก Land Rover
ภายในห้องโดยสาร: หรูหรา สะดวกสบาย ใกล้เคียง Range Rover

ข้อควรพิจารณาเพื่อการปรับปรุง:

น้ำหนักตัว: ส่งผลต่ออัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลืองเล็กน้อย
พวงมาลัย: ควรเพิ่มน้ำหนักให้หนืดขึ้นอีกนิดในรุ่น 2.2 ลิตร
แป้นเบรก: การตอบสนองช่วงแรกควรไวขึ้น
มาตรวัดรอบ: ขนาดเล็กเกินไป อ่านลำบาก
การเข้า-ออกเบาะแถว 3: ทำได้ยากกว่ารุ่นก่อน
ระบบไฟฟ้า: ความทนทานในระยะยาวต้องรอดูกันต่อไป

เมื่อเทียบกับคู่แข่ง:

Chevrolet Trailblazer: แรงสุดในกลุ่มเครื่อง 2.8 ลิตร แต่ศูนย์บริการยังต้องลุ้น
Isuzu MU-X: ประหยัดน้ำมันที่สุด ศูนย์บริการดีเยี่ยม แต่ช่วงล่างแอบเด้ง
Mitsubishi Pajero Sport: ดีไซน์ล้ำ สมรรถนะดี ควบคุมง่าย แต่ช่วงล่างนุ่มนิ่มลง
Nissan (Navara SUV/PPV): รอดูตัวจริง
Toyota Fortuner: เจ้าตลาด พวงมาลัยดี แต่ช่วงล่างด้านหลังแข็ง

รุ่นที่คุ้มค่าที่สุด:

2.2 Titanium + 4×2: คุ้มค่าที่สุด ด้วยออปชันที่ใกล้เคียงรุ่นท็อป ในราคาที่เข้าถึงได้
3.2 Titanium + 4×4: สำหรับผู้ที่ต้องการระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และความแรง

บริการหลังการขาย: ความท้าทายที่ต้องก้าวข้าม

แม้ว่า Ford Everest จะมีศักยภาพของตัวรถที่โดดเด่น แต่ปัญหาด้าน บริการหลังการขาย และ Defect ของตัวรถ ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องกล่าวถึงอย่างต่อเนื่อง Ford ควรเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า

Ford Everest คือรถยนต์ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด SUV/PPV อย่างแท้จริง หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่เต็มเปี่ยมด้วยสมรรถนะ เทคโนโลยี และความปลอดภัยขั้นสูง พร้อมก้าวข้ามข้อจำกัดของบริการหลังการขาย Ford Everest คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม

หากคุณพร้อมแล้วที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Ford Everest หรือต้องการทดลองขับเพื่อพิสูจน์สมรรถนะด้วยตัวคุณเอง อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ หรือตัวแทนจำหน่าย Ford ใกล้บ้านคุณ เพื่อเริ่มต้นการเดินทางสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่น่าจดจำครั้งใหม่!

Previous Post

N1201126 เม อเม ยผมเป นขโมย! part2

Next Post

N1201115 ปากต ดกรรม สน กปากลำบากต วเอง part2

Next Post
N1201115 ปากต ดกรรม สน กปากลำบากต วเอง part2

N1201115 ปากต ดกรรม สน กปากลำบากต วเอง part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1401048 จะหย าจะเล กก บใคร ดให อน part2
  • N1401032 (ตอนจบ) สล บชะตาห วใจ วใจของเด กด ไปเต นในอกคนเคยเลว part2
  • N1401037_เจอเพ อนเก ากล บบ านแล วอวดรวย แต พอร ความจร งเข า…_part2
  • N1401047 จะไปช วยม นซ อทำไม แล วว าเป นม จฉาช part2
  • N1401040 เม ยไม กแต งต พาไปไหนอายถ งน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.