• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1401013 ไปหย านมมก อน แล วค อยมาแต งงานก บฉ part2

admin79 by admin79
January 10, 2026
in Uncategorized
0
N1401013 ไปหย านมมก อน แล วค อยมาแต งงานก บฉ part2

การลงทุนที่ยั่งยืน: มองให้ไกลกว่าแค่ ‘สีเขียว’

ในยุคที่กระแสสิ่งแวดล้อมกำลังทวีความสำคัญอย่างต่อเนื่อง การลงทุนในบริษัทที่มีแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ไม่ใช่เพียงทางเลือกของนักลงทุนที่ใส่ใจในความรับผิดชอบต่อสังคมอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างผลกำไรมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของบริษัทในกลุ่มนี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่น่าประทับใจ

คลื่นลูกใหม่แห่งการลงทุน ESG: กรณีศึกษาจาก Tesla สู่พลังงานสะอาด

ในช่วงปี 2020 ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นได้ประจักษ์ถึงพลังของการลงทุนที่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) บริษัท Tesla ของ Elon Musk กลายเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้นเกือบ 800% ตั้งต้นปี 2020 ทำให้ Tesla ก้าวขึ้นเป็นบริษัทรถยนต์ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในโลก และติดอันดับ 5 บริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา ไม่เพียงแต่ Tesla แต่บริษัทยักษ์ใหญ่อื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน เช่น BYD ผู้ผลิตรถยนต์ EV จากจีน ก็มีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นจาก 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปีเดียว CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของจีนที่ป้อนให้กับ Tesla ก็เติบโตขึ้นถึง 440% และ Enphase Energy ผู้ผลิตไมโครอินเวอร์เตอร์สำหรับระบบโซลาร์เซลล์ในสหรัฐฯ ก็เติบโตอย่างน่าทึ่งถึง 830%

ความสำเร็จเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ที่สะท้อนถึงความสอดคล้องของธุรกิจเหล่านี้กับทิศทางอนาคตของโลกที่มุ่งสู่ความยั่งยืน ทำให้หลายคนมองว่าธุรกิจเหล่านี้คือ “อนาคต” ที่จะเติบโตต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่ร้อนแรงนี้ก็ได้จุดประกายคำถามสำคัญ: บริษัทเหล่านี้ “สะอาด” จริงหรือไม่? และห่วงโซ่อุปทานตลอดกระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากเพียงใด?

บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกเข้าไปในมิติที่ซับซ้อนของ “พลังงานสะอาด” ซึ่งอาจไม่ได้สวยหรูอย่างที่ปรากฏในสื่อเสมอไป เราจะสำรวจประเด็นที่มักถูกมองข้าม และความท้าทายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จอันน่าทึ่งเหล่านี้

เจาะลึก Tesla: เมื่อเป้าหมายการผลิตชนกับทรัพยากรธรรมชาติ

ในปี 2020 Elon Musk ได้ประกาศเป้าหมายอันทะเยอทะยานของ Tesla ในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 20 ล้านคันต่อปีภายในปี 2030 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากกำลังการผลิตเดิมที่ราว 5 แสนคันต่อปี แม้จะเป็นข่าวที่น่าตื่นเต้น แต่เป้าหมายนี้ได้นำมาซึ่งข้อกังวลที่สำคัญเกี่ยวกับส่วนประกอบหลักของแบตเตอรี่ ได้แก่ ลิเธียม โคบอลต์ และนิกเกิล

จากการวิเคราะห์ของ Adamas Intelligence และ Mining.com พบว่า หาก Tesla สามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้ตามเป้าในปี 2030 บริษัทจะต้องใช้ลิเธียมเพิ่มขึ้นถึง 165% จากปริมาณการผลิตทั่วโลกในปี 2019 (จาก 77,000 ตัน เป็น 127,302 ตัน) และโคบอลต์เพิ่มขึ้น 56% (จาก 122,000 ตัน เป็น 68,315 ตัน) ซึ่งปริมาณโคบอลต์ที่ต้องการนั้นใกล้เคียงกับปริมาณการผลิตทั้งหมดในปี 2019

Tesla เองก็ดูจะตระหนักถึงความท้าทายนี้ โดยในงาน “Battery Day” ได้มีการนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดลิเธียม และการพิจารณาเข้าซื้อกิจการ Glencore ซึ่งเป็นผู้ผลิตโคบอลต์รายใหญ่ พร้อมยืนยันถึงมาตรฐานแรงงานในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก อย่างไรก็ตาม ปัญหานิกเกิลยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ โดยคาดการณ์ว่าในปี 2030 Tesla อาจต้องใช้นิกเกิลถึง 31% ของปริมาณการผลิตทั่วโลกในปี 2019 หรือเทียบเท่ากับกำลังการผลิตรวมของผู้ผลิตรายใหญ่ 6 อันดับแรก ซึ่งหมายถึงการแข่งขันที่รุนแรงกับอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น อุตสาหกรรมสแตนเลส

ความสำคัญของนิกเกิลนี้เองที่ผลักดันให้ Tesla วางแผนการลงทุนในโรงงานแบตเตอรี่ในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตนิกเกิลอันดับหนึ่งของโลก แต่การลงทุนในอุตสาหกรรมนิกเกิลของอินโดนีเซียกลับเผชิญแรงต่อต้านจากประเด็นปัญหาการจัดการของเสีย โดยเฉพาะเทคนิค “Deep-sea tailings placement” (DSTP) หรือการปล่อยกากตะกอนลงสู่ทะเลลึก ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างรุนแรง ดังเช่นกรณีที่ Basamuk Bay ในปาปัวนิวกินี ที่ของเสียจากโรงงานนิกเกิลทำให้ทะเลเปลี่ยนเป็นสีแดง

อีกหนึ่งแนวทางของ Tesla คือการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ประเภท LFP (Lithium Iron Phosphate) ซึ่งไม่มีส่วนประกอบของนิกเกิล โดยเริ่มใช้ในรถที่ผลิตจากจีน แม้จะได้รับความสนใจ แต่ LFP ก็มีข้อจำกัด เช่น ใช้เวลาในการชาร์จนานกว่า ระยะทางการวิ่งน้อยกว่า และมีประสิทธิภาพลดลงในสภาพอากาศเย็น

ความท้าทายเบื้องหลังพลังงานหมุนเวียน: โซลาร์และลม

ปัญหาห่วงโซ่อุปทานของ Tesla สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดทุกแขนงต้องเผชิญ

พลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์) และพลังงานลม คือหัวใจสำคัญของเทรนด์พลังงานสะอาดในปัจจุบัน ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากทั้งสองแหล่งนี้ลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะโซลาร์ที่ลดลงถึง 82% ตั้งแต่ปี 2010 ทำให้สามารถแข่งขันกับราคาไฟฟ้าจากโครงข่ายหลักได้โดยไม่ต้องพึ่งเงินอุดหนุน (Grid Parity)

แต่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ กลับมีประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่น่ากังวล แผงโซลาร์เซลล์ต้องอาศัยซิลิคอนเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งกระบวนการผลิตต้องใช้พลังงานฟอสซิลในการเผาไหม้ที่อุณหภูมิสูงกว่า 2,000 องศาเซลเซียส และยังมีปฏิกิริยากับคาร์บอนจากการใช้ถ่านหิน นอกจากนี้ แผงโซลาร์ยังต้องใช้พลาสติกห่อหุ้ม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม

สำหรับฟาร์มโซลาร์ขนาดใหญ่ ต้องใช้พื้นที่จำนวนมาก โดยคาดการณ์ว่าฟาร์มโซลาร์ 1MW (สามารถผลิตไฟฟ้าให้ประมาณ 100 ครัวเรือน) จะต้องใช้พื้นที่อย่างน้อย 4 ไร่

ส่วนพลังงานลม กังหันลมขนาดใหญ่ต้องใช้เหล็กและคอนกรีตปริมาณมหาศาล ซึ่งอุตสาหกรรมหนักเหล่านี้ยังคงตามหลังในด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน (decarbonization) เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมไฟฟ้าและขนส่ง

และแน่นอนว่า “แบตเตอรี่” ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบพลังงานหมุนเวียน ก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า

“อย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปก”: มองภาพรวมเพื่อความยั่งยืนที่แท้จริง

ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้มีเจตนาจะกล่าวหาว่าพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ดีหรือไม่มีคุณค่า แต่เป็นการเน้นย้ำว่า “พลังงานสะอาด” มีความสำคัญอย่างยิ่งและเป็นสิ่งที่เราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อย่างไรก็ตาม หากเป้าหมายของเราคือ “ความยั่งยืนอย่างแท้จริง” เราจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทุกมิติ โดยเฉพาะประเด็นห่วงโซ่อุปทานที่มักถูกมองข้าม

การมุ่งเน้นเพียงแค่ผลิตภัณฑ์สุดท้าย อาจทำให้เราฝากความหวังและเชื่อมั่นในบริษัทพลังงานสะอาดเหล่านี้อย่างเต็มที่ จนมองข้ามการกดดันให้เกิดการปรับปรุงในกระบวนการผลิตทั้งหมดให้ “สะอาด” อย่างแท้จริง

ที่สำคัญ การเติบโตของราคาหุ้นในภาคพลังงานสะอาด อาจทำให้เราละเลยแนวทางอื่นที่มีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ “มาตรการลดการใช้พลังงาน” อย่าลืมว่าพลังงานสะอาดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ “ด้านอุปทาน” (supply-side) แต่การบริหารจัดการ “ด้านอุปสงค์” (demand-side) ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ผ่านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (energy efficiency) และการประหยัดพลังงาน (energy conservation)

รถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Tesla เป็นสิ่งที่ดี แต่การใช้ระบบขนส่งสาธารณะอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ในทำนองเดียวกัน การใช้พลังงานโซลาร์ย่อมดีกว่าการใช้พลังงานจากฟอสซิล แต่การออกแบบเมืองและอาคารให้ลดการพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ อาจเป็นหนทางสู่ความยั่งยืนที่แท้จริงยิ่งกว่า

อนาคตของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย: โอกาสและความท้าทาย

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว เห็นได้จากการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่นจากแบรนด์ชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และการผลักดันนโยบายของภาครัฐที่มุ่งสู่การลดมลพิษทางอากาศ

MG: ผู้นำตลาด SUV ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะ

SAIC Motor – CP และ MG Sales (Thailand) ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ MG ในประเทศไทย ได้เปิดตัว NEW MG ZS โฉมใหม่ ภายใต้แนวคิด “SMART UP” ซึ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาด SUV ด้วยการยกระดับสู่ “สมาร์ท SUV” ที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ที่สามารถสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ดีไซน์ที่ล้ำสมัย และระบบความปลอดภัยครบครัน ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้ MG ZS สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในกลุ่มรถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก (B-SUV) ด้วยยอดขายสะสมกว่า 30,000 คัน ภายใน 2 ปีครึ่ง

NEW MG ZS มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่โฉบเฉี่ยว เสริมความสปอร์ตและหรูหรายิ่งขึ้น ด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ เส้นสายด้านข้างแบบ British Shoulder Line ไฟหน้า LED Projector ไฟส่องสว่างกลางวัน (DAYTIME RUNNING LIGHT) และไฟท้าย LED พร้อมล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว ภายในห้องโดยสารตกแต่งโทนสีทูโทน ใช้วัสดุ SOFT TOUCH พร้อมหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะขนาด 7 นิ้ว และหน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบปรับอากาศดิจิตอลพร้อมกรอง PM 2.5 และเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง รวมถึงระบบกุญแจ Smart Key และ Push Start พร้อมหลังคาซันรูฟพาโนรามา

ด้านสมรรถนะ NEW MG ZS ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 114 แรงม้า พร้อมเกียร์อัตโนมัติ CVT 8 สปีด และระบบพวงมาลัย 3 โหมด (City, Standard, Sport) ช่วงล่าง EURO TUNING SUSPENSION ให้การทรงตัวที่ดีเยี่ยม

ระบบอัจฉริยะ i-SMART ที่เป็นเอกลักษณ์ของ MG ประกอบด้วย Smart Command (สั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน), Emergency Call (ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินเมื่อถุงลมนิรภัยทำงาน), Smart Connect (เชื่อมต่อโลกออนไลน์ ค้นหาร้านอาหาร ท่องเที่ยว รายงานจราจร) และ Smart Check (ตรวจสอบสถานะรถยนต์, สั่งล็อก/ปลดล็อกประตู, ค้นหารถ, บันทึกการดูแลรักษาผ่าน MG Mobile Application)

ด้านความปลอดภัย NEW MG ZS มาพร้อมโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF, ระบบ SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM ครบครัน เช่น ABS, EBD, EBA, SCS, CBC, TCS, HAS, HDC, TPMS, ESS, ASL, EPB, AVH, กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา, สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง, Follow Me Home Light, ISOFIX, ถุงลมนิรภัย 6 จุด และระบบกุญแจ Immobilizer

NEW MG ZS มี 3 รุ่นย่อย ได้แก่ C+ (689,000 บาท), D+ (739,000 บาท) และ X+ (799,000 บาท) พร้อมสีตัวถัง 4 สี โดยมีโปรโมชั่นพิเศษช่วงเปิดตัว เช่น ขับฟรี 3 เดือน, ดอกเบี้ย 1.89%, ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี

ทางเลือกยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

MG ZS EV: รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในรูปแบบ SUV สีฟ้า Copenhagen Blue ราคาเริ่มต้น 1,190,000 บาท มอเตอร์ไฟฟ้า 150 แรงม้า แบตเตอรี่ 44.5 kWh วิ่งได้ 337 กม. ต่อการชาร์จเต็ม (NEDC)

Nissan Leaf: รถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้ามาอย่างเป็นทางการจากญี่ปุ่น ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 150 แรงม้า แบตเตอรี่ 40 kWh วิ่งได้ 311 กม. ต่อการชาร์จเต็ม ราคา 1.99 ล้านบาท

FOMM ONE: รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก 4 ที่นั่ง ราคา 664,000 บาท วิ่งได้ 160 กม. ต่อการชาร์จ 6-8 ชั่วโมง จุดเด่นคือสามารถลอยน้ำได้

Audi e-tron 55 quattro: SUV ไฟฟ้าพรีเมียม มอเตอร์ไฟฟ้า 360 แรงม้า (สูงสุด 408 แรงม้า) แบตเตอรี่ 95 kWh วิ่งได้ 417 กม. ราคา 5,099,000 บาท มาพร้อมการรับประกันยาวนาน

Jaguar I-PACE: SUV ไฟฟ้าสมรรถนะสูง มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ 400 แรงม้า แบตเตอรี่ 90 kWh วิ่งได้ 470 กม. มี 3 รุ่นย่อย ราคาตั้งแต่ 5,499,000 – 6,999,000 บาท

BYD E6: รถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ใช้มอเตอร์ 121 แรงม้า แบตเตอรี่ Iron-Phosphate 80 kWh วิ่งได้ประมาณ 300 กม. ราคา 1.89 ล้านบาท ปัจจุบันเห็นได้ในรูปแบบ Taxi VIP

Hyundai Ioniq Electric: รถยนต์ไฟฟ้าที่วิ่งได้ 280 กม. ต่อการชาร์จ ราคา 1,749,000 บาท มีทางเลือกการชาร์จที่หลากหลาย

Kia Soul EV: รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ครอสโอเวอร์ มอเตอร์ 204 แรงม้า แบตเตอรี่ 64 kWh วิ่งได้ 452 กม. (WLTP) ราคา 2,387,000 บาท

Porsche Taycan: รถสปอร์ตไฟฟ้าสมรรถนะสูง รุ่น Turbo S ให้กำลังสูงสุด 761 แรงม้า วิ่งได้ 412 กม. (WLTP) ราคาเริ่มต้น 6.99 ล้านบาท โดดเด่นด้วยระบบไฟฟ้า 800 โวลต์ ชาร์จเร็วมาก

แม้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ ราคา และความคุ้นเคยของผู้บริโภค ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ รถยนต์ไฟฟ้าจึงอาจยังเหมาะสำหรับการใช้งานเป็นรถคันที่สอง หรือใช้งานในเมืองเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเทคโนโลยีและนโยบายสนับสนุนที่เพิ่มขึ้น จะเป็นแรงผลักดันให้ยานยนต์ไฟฟ้ามีบทบาทสำคัญในอนาคตของประเทศไทยอย่างแน่นอน

ก้าวต่อไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน

การลงทุนที่ยั่งยืนและการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่เพียงกระแส แต่คือทิศทางที่โลกกำลังมุ่งไป การทำความเข้าใจในรายละเอียดเชิงลึก ทั้งศักยภาพและความท้าทาย จะช่วยให้เราตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด และมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

หากคุณพร้อมที่จะสำรวจโอกาสการลงทุนที่สอดคล้องกับแนวโน้มโลก หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราวันนี้ เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับเป้าหมายของคุณ เรายินดีที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนของคุณ.

Previous Post

N1401025 หญ งคนน ทำไมถ งต องมานอนอย ในห องล งคนน จบแล วจะเข าใจเอง part2

Next Post

N1401016 หญ งคนน ทำไมถ งขโมยของจากโจร ตอนจบม นเป นปบบน เอง part2

Next Post
N1401016 หญ งคนน ทำไมถ งขโมยของจากโจร ตอนจบม นเป นปบบน เอง part2

N1401016 หญ งคนน ทำไมถ งขโมยของจากโจร ตอนจบม นเป นปบบน เอง part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1401060 เช ญคนแปลกหน าเข าบ าน จนเก ดเหต ไม คาดค part2
  • N1401072 อยากเป นห วแถว แต เก อบก นแห วเพราะแฟนเก part2
  • N1401070 รอคอยเธอมา 10ป เจอก นอ กท องได เป นแฟน part2
  • N1401078 การร บม อก บคำโกหก นไม ใช เร องง าย (1) part2
  • N1401061 เช อฟ งภรรยาได กคน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.