OMODA & JAECOO: แบรนด์ยานยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ประกาศแผนลงทุนยั่งยืนในประเทศไทย พร้อมยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภค สู่ยุคใหม่แห่งการขับเคลื่อน
ในโลกแห่งยานยนต์ที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว การยืนหยัดท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดและการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ ในปี 2567 ที่ผ่านมา OMODA & JAECOO ภายใต้ร่มเงาของ Chery Automobile ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัด ด้วยการประกาศศักดาในฐานะ “แบรนด์ยานยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในระดับโลก” (The Fastest International Growth Car Brand) ความสำเร็จอันน่าประทับใจนี้ ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขยอดขายที่พุ่งสูง แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกได้อย่างตรงจุด ก้าวสู่ปี 2568 OMODA & JAECOO ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้วยการประกาศแผนการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในประเทศไทย ซึ่งรวมถึงการตั้งฐานการผลิตในจังหวัดระยอง การขยายเครือข่ายโชว์รูมให้ครอบคลุมกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ และการยกระดับบริการหลังการขายให้ครบวงจร สานต่อเจตนารมณ์ภายใต้สโลแกน “One Vision, One Drive, Inspiring the E-Future”
บทสรุปความสำเร็จปี 2567: การเติบโตที่เหนือความคาดหมาย
ปี 2567 เป็นปีแห่งความภาคภูมิใจของ Chery Group บริษัทแม่ของ OMODA & JAECOO โดยรวมสามารถสร้างยอดขายทั่วโลกได้ถึง 2.6 ล้านคัน เติบโตขึ้นถึง 38% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้นกว่า 50% นอกจากนี้ Chery Group ยังคงรักษาตำแหน่ง “ผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 1 ของประเทศจีน” ได้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 22 ซึ่งแสดงถึงความแข็งแกร่งและเสถียรภาพในตลาดโลก
ในขณะเดียวกัน OMODA & JAECOO ซึ่งเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้เพียง 2 ปี ได้สร้างปรากฏการณ์การเติบโตที่น่าจับตามอง ด้วยการขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายไปยัง 33 ประเทศทั่วโลก อาทิ คาซัคสถาน, ชิลี, เม็กซิโก, สเปน, เวียดนาม, แอฟริกาใต้, นิวซีแลนด์, เนเธอร์แลนด์ และประเทศไทย ความสำเร็จนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ OMODA & JAECOO กลายเป็นแบรนด์ที่ถูกพูดถึงในฐานะ “แบรนด์ยานยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในระดับโลก” แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวเข้ากับความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคในแต่ละตลาด โดยในปีที่ผ่านมา OMODA & JAECOO ทั่วโลก มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 54% สะท้อนถึงการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากผู้บริโภค
นายฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมด้า แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวเน้นย้ำถึงความสำเร็จนี้ว่า “ปี 2567 ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญยิ่งของ OMODA & JAECOO ในการเดินทางสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลมาจากความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อรถยนต์และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของเรา และเป็นแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่นพัฒนาและขยายการลงทุนในตลาดประเทศไทยอย่างเต็มกำลังในปี 2568 โดยเฉพาะการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ การจัดตั้งฐานการผลิต การขยายเครือข่ายศูนย์บริการ และการเสริมสร้างบริการหลังการขายให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”
การลงทุนเชิงกลยุทธ์ในประเทศไทย: ก้าวสำคัญสู่การเป็นผู้นำตลาด
การประกาศแผนการลงทุนแบบครบวงจรในประเทศไทยของ OMODA & JAECOO ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดไทยและความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศในระยะยาว
การเปิดตัวยานยนต์พลังงานใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์:
OMODA & JAECOO เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะมาตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคในตลาดไทย โดยให้ความสำคัญกับการนำเสนอเทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 3 ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจาก Chery Automobile ระบบนี้ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ เครื่องยนต์ 1.5TDGI เจเนอเรชั่นที่ 5, ระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด DHT (Super Electric Hybrid DHT System) และแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง SHS มุ่งเน้นการผสมผสานประสบการณ์การขับขี่ที่ใกล้เคียงรถยนต์ไฟฟ้าเข้ากับการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างลงตัว ช่วยให้วิ่งได้ระยะทางไกลขึ้น พร้อมประสิทธิภาพเชิงความร้อน (Thermal Efficiency) ที่ยอดเยี่ยม การปล่อยคาร์บอนต่ำ และระบบแบตเตอรี่ที่ปลอดภัยเป็นพิเศษ นับเป็นโซลูชันไฮบริดที่ล้ำสมัย โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพ การประหยัดพลังงาน การรักษาสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย
นอกจากนี้ OMODA & JAECOO ยังเตรียมนำเสนอยนตรกรรมพลังงานทางเลือกที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง BEV (Battery Electric Vehicle) และ PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) โดยจะจัดแสดงขบวนผลิตภัณฑ์เต็มรูปแบบในงานมหกรรมยานยนต์ Bangkok International Motor Show ที่จะถึงนี้
การตั้งฐานการผลิตในจังหวัดระยอง:
การตัดสินใจตั้งฐานการผลิตในจังหวัดระยอง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของ OMODA & JAECOO ในการเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ในประเทศไทย และการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชน การผลิตในประเทศจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และที่สำคัญคือสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดไทยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คาดว่าโรงงานจะพร้อมเริ่มสายการผลิตได้ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568
การขยายเครือข่ายโชว์รูมและยกระดับบริการหลังการขาย:
เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและเข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น OMODA & JAECOO มีแผนขยายเครือข่ายโชว์รูมจากเดิม 23 แห่ง เป็นกว่า 50 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2568 การขยายเครือข่ายนี้จะครอบคลุมเมืองสำคัญและพื้นที่ที่มีศักยภาพ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของ OMODA & JAECOO ได้ง่ายยิ่งขึ้น
ควบคู่ไปกับการขยายโชว์รูม OMODA & JAECOO ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับบริการหลังการขายอย่างเต็มรูปแบบ โดยได้ร่วมมือกับ DHL Express ผู้นำระดับโลกด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งอะไหล่ระหว่างประเทศภายใน 3 วัน รวมถึงการขยายคลังอะไหล่ภายในประเทศ เพื่อลดระยะเวลาการสั่งซื้ออะไหล่เร่งด่วนจากประเทศจีน จากเดิม 30 วัน เหลือเพียง 15 วัน การดำเนินการเหล่านี้จะช่วยให้ลูกค้าได้รับการบริการที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและความมั่นใจให้กับลูกค้า OMODA & JAECOO ได้พัฒนาระบบ CRM (Customer Relationship Management) ที่ทันสมัย พร้อมระบบการจองบริการออนไลน์เพื่อความรวดเร็วในการเข้ารับบริการ และที่สำคัญคือ การเตรียมบริการ รถยนต์ทดแทน ในกรณีที่รถของลูกค้าต้องใช้ระยะเวลาในการซ่อมเกิน 3 วัน นอกจากนี้ OMODA & JAECOO ยังมอบบริการ ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศไทย (โทร 02-0208888 กด 1) ฟรี 5 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ซึ่งครอบคลุมบริการต่างๆ เช่น การจั๊มสตาร์ทแบตเตอรี่, การช่วยเปลี่ยนยางอะไหล่, ความช่วยเหลือกรณีรถล็อก, บริการรถยก และคำแนะนำตลอด 24 ชั่วโมง
เพื่อสร้างมาตรฐานการบริการที่เป็นเลิศ OMODA & JAECOO ได้เปิด ศูนย์ฝึกอบรม (Training Center) แห่งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อให้บุคลากรทุกระดับได้รับการอบรมและพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง ให้การบริการทุกรูปแบบเป็นไปตามมาตรฐานสากลและมีประสิทธิภาพสูงสุด
กิจกรรมทางการตลาดที่เข้มข้นตลอดปี:
OMODA & JAECOO วางแผนจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างเต็มรูปแบบตลอดปี 2568 โดยมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับลูกค้าในทุกมิติ ทั้งการจัดกิจกรรมสำหรับกลุ่มลูกค้าปัจจุบัน กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย และกิจกรรมร่วมกับผู้จำหน่ายทั่วประเทศ รวมถึงการสร้างประสบการณ์การขับขี่ การเป็นสปอนเซอร์ในกิจกรรมที่น่าสนใจ และการจัดโรดโชว์เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: OMODA & JAECOO และอนาคตยานยนต์ไทย
ในฐานะผู้ที่คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มานานกว่า 10 ปี ผมมองว่าการเข้ามาของ OMODA & JAECOO ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับตลาดรถยนต์ไทย การเข้ามาของแบรนด์ใหม่ที่มีศักยภาพและกล้าลงทุนอย่างจริงจัง จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างมหาศาล
การที่ OMODA & JAECOO เลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิต แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางยานยนต์ของภูมิภาคอาเซียน การลงทุนในเทคโนโลยี SHS ที่ล้ำสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผสมผสานพลังงานไฮบริดเข้ากับประสบการณ์การขับขี่ที่ใกล้เคียงรถยนต์ไฟฟ้า ถือเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับแนวโน้มของตลาดโลกที่กำลังมุ่งสู่ยานยนต์ที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สิ่งที่น่าสนใจคือแผนการยกระดับบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นจุดอ่อนของหลายแบรนด์ที่เข้ามาใหม่ การร่วมมือกับ DHL Express ในการจัดส่งอะไหล่ และการลดระยะเวลาการรอคอย เป็นการแสดงออกถึงความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าไทยอย่างแท้จริง รวมถึงการนำเสนอบริการรถยนต์ทดแทน และความช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างความมั่นใจและความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว
สำหรับผู้บริโภคในประเทศไทย การมาถึงของ OMODA & JAECOO จะมอบทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์พลังงานทางเลือก ที่กำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ การลงทุนในฐานการผลิตในประเทศยังเป็นโอกาสในการสร้างงาน สร้างรายได้ และพัฒนาทักษะแรงงานไทยในอุตสาหกรรมยานยนต์อีกด้วย
แนวโน้มตลาดรถยนต์นั่งและรถยนต์หรูปี 2568
แม้ OMODA & JAECOO จะเป็นแบรนด์ใหม่ที่กำลังเข้ามาสร้างสีสันในตลาด แต่ก็ต้องไม่ลืมภาพรวมของตลาดรถยนต์นั่งและรถยนต์หรูในประเทศไทย ซึ่งยังคงมีความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น
MINI Thailand เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของแบรนด์รถยนต์หรูที่สามารถเติบโตสวนกระแสได้ในปี 2567 โดยมีปัจจัยหนุนจากเอกลักษณ์ของแบรนด์ ราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น โดยเฉพาะรุ่น MINI Cooper SE ที่มีราคาเริ่มต้นที่ 1.69 ล้านบาท การกลับมาผลิต MINI Countryman ในประเทศไทยอีกครั้ง จะช่วยเพิ่มความได้เปรียบด้านราคาและการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น กลยุทธ์การขายรุ่นลิมิเต็ดที่หมดอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ในการสร้างความต้องการและความภักดีของลูกค้า อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 MINI Thailand ตั้งเป้าการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเน้นการขยายช่องทางการขายและการสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง
ในอีกมุมหนึ่ง Ford Ranger ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถกระบะอย่างต่อเนื่อง ด้วยการคว้ารางวัล “รถกระบะยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 ประจำทวีปอเมริกาเหนือ” เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์ ทั้งด้านสมรรถนะ ความทนทาน เทคโนโลยี และการออกแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั่วโลก การที่ Ford Ranger พัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘เกิดมาแกร่ง’ และผ่านการทดสอบอย่างเข้มข้นในทุกสภาพถนนทั่วโลก ทำให้มั่นใจได้ในคุณภาพและความน่าเชื่อถือ การนำเสนอเทคโนโลยีช่วยลากจูงที่ล้ำสมัย และสมรรถนะออฟโรดที่เหนือชั้นในรุ่น Raptor ยิ่งตอกย้ำตำแหน่งผู้นำในกลุ่มรถกระบะ
บทสรุปวิสัยทัศน์ “One Vision, One Drive, Inspiring the E-Future”
“ในปี 2568 นี้ เรายึดมั่นในวิสัยทัศน์ ‘One Vision, One Drive, Inspiring the E-Future’ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ที่ล้ำสมัยผ่านการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกมิติ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ การบริการที่ครอบคลุม การดูแลหลังการขายที่เหนือระดับ และการลงทุนในโรงงานผลิตในประเทศไทย ซึ่งไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของ OMODA & JAECOO ในการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนอนาคตแห่งการขับขี่ที่ยั่งยืนไปด้วยกัน เรามุ่งหวังที่จะเป็นมากกว่าแค่ผู้ผลิตรถยนต์แต่พร้อมที่จะเป็นผู้ร่วมสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง” นายฉี เจี๋ย กล่าวปิดท้าย
การลงทุนครั้งใหญ่ของ OMODA & JAECOO ในประเทศไทย ไม่ใช่เพียงการเข้ามาทำธุรกิจ แต่คือการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ สร้างสรรค์นวัตกรรม และขับเคลื่อนอนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การตั้งฐานการผลิต และการยกระดับบริการอย่างครบวงจร จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ OMODA & JAECOO ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดที่น่าจับตามองในประเทศไทย
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ดีไซน์โดดเด่น และบริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม OMODA & JAECOO คือแบรนด์ที่คุณไม่ควรมองข้าม! ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรุ่นรถยนต์และโปรโมชั่นล่าสุดได้ที่โชว์รูม OMODA & JAECOO ใกล้บ้านคุณ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่อสัมผัสประสบการณ์แห่งอนาคตของการขับเคลื่อนแล้ววันนี้

