• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1401096 อย าซ อช ตด วยหน part2

admin79 by admin79
January 12, 2026
in Uncategorized
0
N1401096 อย าซ อช ตด วยหน part2

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025: เทรนด์ยานยนต์แห่งอนาคตที่ต้องจับตา

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมยานยนต์เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และ “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025” ครั้งที่ 46 ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 25 มีนาคมนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่จะสะท้อนทิศทางและเทรนด์ใหม่ๆ ของตลาดรถยนต์ในปี 2025 ได้เป็นอย่างดี แม้ภาพรวมตลาดโดยรวมอาจดูมีความท้าทาย แต่เมื่อเจาะลึกไปที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ จะพบว่ามีสีสันที่น่าตื่นเต้นรอคอยอยู่มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) และ รถยนต์ไฮบริด ที่ยังคงเป็นพระเอกของงาน

ความเคลื่อนไหวของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) ที่น่าจับตาในงานมอเตอร์โชว์ 2025

แม้จะมีการประเมินว่าปี 2025 อาจเป็นปีที่ผู้ผลิตรถยนต์ต้องเผชิญกับความเหนื่อยล้า แต่สำหรับตลาด รถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ BEV ยังคงเต็มไปด้วยความคึกคักอย่างต่อเนื่อง งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025 จะเป็นเวทีสำคัญในการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผู้ผลิตสัญชาติจีน ที่ได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาสู่ตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในไฮไลท์ที่หลายคนรอคอยคือ Deepal S05 ซึ่งเป็น SUV ขนาดกลางที่มาพร้อมทางเลือกอันน่าสนใจทั้งแบบไฟฟ้า 100% และแบบ รถยนต์ไฮบริด REEV (Range-Extended Electric Vehicle) หรือที่เมื่อก่อนเรารู้จักกันในชื่อ E-REV รถรุ่นนี้คาดว่าจะมีระยะการขับขี่ที่น่าประทับใจเกิน 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันเพียงหนึ่งถัง ในส่วนของราคา รุ่น EV คาดว่าจะอยู่ในช่วง 799,000 – 899,000 บาท และรุ่น REEV อยู่ระหว่าง 949,000 – 999,000 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่สามารถแข่งขันในตลาดได้

อีกรุ่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ “The First Ever Intelligent e-SUV” หรือ MG IM6 ที่จะเปิดตัวก่อนงานเพียงหนึ่งสัปดาห์ การมาถึงของ MG IM6 พร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ ดีไซน์ล้ำสมัย และสถาปัตยกรรมยานยนต์ประสิทธิภาพสูง ทำให้รุ่น Premium RWD มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 217 กิโลวัตต์ (295 แรงม้า) พร้อมระยะวิ่ง 550 กม. (NEDC) และรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ Performance AWD มอเตอร์ไฟฟ้าคู่กำลังสูงสุด 572 กิโลวัตต์ (787 แรงม้า) วิ่งได้ 634 กม. (NEDC) เป็นการตอกย้ำถึงความก้าวหน้าของ รถยนต์ไฟฟ้า MG ที่น่าจับตามอง

ค่าย Xpeng และ Zeekr ก็ไม่น้อยหน้า เตรียมนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่เช่นกัน สำหรับ Xpeng รุ่น X9 ที่มาพร้อมราคา 2.749 ล้านบาท เป็นรถตู้พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียมจาก Xpeng โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ SiC Architecture รองรับการชาร์จสูงสุด 330 กิโลวัตต์ และสถาปัตยกรรมตัวถัง SEPA 2.0 ที่ได้แรงบันดาลใจจากยานอวกาศ พร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางถึง 7.7 ตารางเมตร และเบาะนั่งแถวสองมาพร้อมฟังก์ชัน Zero-gravity เพื่อความสบายสูงสุด

ส่วน Zeekr เตรียมเปิดตัวรุ่น 7X เอสยูวีไฟฟ้า 5 ที่นั่งสุดพรีเมียม ออกแบบมาเพื่อการใช้งานแบบครอบครัวโดยเฉพาะ ด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่และเทคโนโลยีล้ำสมัยของระบบขับเคลื่อน Silicon Carbide E-Motor 2 ชุด ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.8 วินาที และมีระยะการขับสูงสุด 780 กม./ชาร์จ (CLTC)

แม้แต่แบรนด์ดั้งเดิมอย่าง MINI ก็ยังไม่พลาดที่จะนำเสนอ รถยนต์ไฟฟ้า ในเวอร์ชันตกแต่งพิเศษ JCW (John Cooper Works) Electric ที่ให้กำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์ (258 แรงม้า) พร้อมแรงบิด 350 นิวตัน-เมตร ยังคงเอกลักษณ์ “Go-Kart feeling” ที่เป็นเสน่ห์ของ Mini ไว้ได้อย่างครบถ้วน

ตลาดรถยนต์ไฮบริดคึกคัก: ทางเลือกที่หลากหลายและน่าสนใจ

หากมองย้อนกลับไปในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์บ้านเราถูกขับเคลื่อนด้วย รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) เป็นหลัก จนหลายคนอาจคิดว่าทางเลือกการขับเคลื่อนแบบอื่นๆ จะน้อยลง แต่ในความเป็นจริง ตลาด รถยนต์ไฮบริด ทั้งแบบปกติ, แบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และ REEV กลับเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย และไม่ได้จำกัดอยู่แค่ค่ายจีนเท่านั้น

Deepal S05 ก็เป็นหนึ่งในรุ่นที่มีทางเลือกแบบ REEV เช่นเดียวกับ BYD SHARK 6 DM-i รถกระบะสมรรถนะสูงแบบดับเบิ้ลแค็บ ที่มาพร้อมระบบปลั๊ก-อิน ไฮบริด ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร และระบบ EHS พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 3 in 1 ให้กำลังรวมสูงสุด 430 แรงม้า และแรงบิด 650 นิวตันเมตร สามารถวิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ 100 กม. (NEDC)

GWM หรือ Great Wall Motors ยังคงมีไฮไลท์เด่นคือ การเปิดตัวเวอร์ชันไมเนอร์เชนจ์ของ Haval H6 ที่ได้รับการปรับปรุงทั้งดีไซน์และความทันสมัย โดยยังคงมีตัวเลือกทั้งขุมกำลังไฮบริด HEV และปลั๊ก-อิน ไฮบริด PHEV ซึ่งได้รับการยกระดับสมรรถนะและเทคโนโลยีให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับ PHEV จากฝั่งยุโรป Audi ก็ไม่พลาดที่จะเปิดตัว A5 Plug-in Hybrid บนพื้นฐานของ A5 รุ่นล่าสุด มาพร้อมตัวถัง Avant และ Sportback ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยขุมกำลัง Plug-in Hybrid รุ่นล่าสุด ทำให้โหมดไฟฟ้ามีระยะทางวิ่งไกลถึง 114 กม. (NEDC) ผสานกับระบบขับเคลื่อน quattro พละกำลัง 367 แรงม้า และแรงบิด 350 นิวตันเมตร

Volvo หลังจากเน้น รถยนต์ไฟฟ้า มาอย่างต่อเนื่อง คราวนี้ผู้ผลิตจากสวีเดนได้เพิ่มทางเลือกของ PHEV ด้วยรุ่น XC90 PHEV ซึ่งสามารถเดินทางในโหมดไฟฟ้า (EV Mode) ได้ไกลถึง 70 กม. เมื่อชาร์จเต็ม 100% (WLTP)

แบรนด์ญี่ปุ่น: ยังคงมีทีเด็ดในตลาดรถยนต์ปี 2025

แบรนด์ญี่ปุ่นยังคงมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นตลาดด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในงานนี้ Mitsubishi XForce ซับคอมแพ็กต์ครอสโอเวอร์รุ่นล่าสุดที่พัฒนาจากรถต้นแบบ XFC จะมาเผยโฉมอย่างเป็นทางการ พร้อมดีไซน์ SUV ที่มีสไตล์และความแข็งแกร่ง ขับเคลื่อนด้วยขุมกำลังเบนซิน MIVEC 1.5 ลิตร 105 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อม 4 โหมดการขับขี่ และระบบควบคุมการขับเคลื่อน Active Yaw Control

Nissan จะเริ่มทำตลาดอย่างเป็นทางการของ Serena e-Power ใหม่ หลังจากที่ได้เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ รถยนต์อเนกประสงค์ MPV แบบ 7 ที่นั่งรุ่นนี้ได้รับการปรับดีไซน์ใหม่ พร้อมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน e-Power ที่ผสานมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิด 315 นิวตันเมตร กับเครื่องยนต์สันดาป HR14DDe ความจุ 1,400 ซีซี เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้า ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีความปลอดภัย 360° Nissan Safety Shield

ในส่วนของ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า จากญี่ปุ่น Honda จะนำเสนอเวอร์ชันขายจริงของ Honda e:N1 ซึ่งก่อนหน้านี้มีการผลิตในไทยแต่จำหน่ายในรูปแบบการเช่า วันนี้จะพร้อมให้เป็นเจ้าของในราคา 1,199,000 บาท ผลิตจากประเทศจีน

ตลาดรถยนต์หรู: ความหรูหราที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

ในส่วนของตลาดรถยนต์หรู ปี 2025 ยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่สวนทางกับภาพรวมเศรษฐกิจ โดยแบรนด์ต่างๆ ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากมาย:

Aston Martin Vantage: ปรับเปลี่ยนโครงสร้างตัวถังและเพิ่มเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ขุมกำลังเบนซิน V8 ทวินเทอร์โบ 4.0 ลิตร อัปเกรดให้กำลังรวม 665 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ใน 3.4 วินาที
BMW M2: เวอร์ชั่นอัปเกรดของรถสปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูง เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร M TwinPower Turbo เพิ่มกำลังเป็น 480 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 285 กม./ชม. (พร้อมแพ็คเกจ M Racetrack)
Maserati Gran Cabrio: รุ่นเปิดประทุนใหม่ มีให้เลือกทั้งขุมกำลังเบนซิน Nettuno 550 แรงม้า และขุมกำลังไฟฟ้า 100% Folgore ถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก Formula E
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+: โมเดลสมรรถนะสูงระดับแฟล็กชิพ เจเนอเรชันที่ 2 รหัส C192 ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร Bi-Turbo พละกำลัง 585 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.2 วินาที

เจาะลึกรถยนต์ 5 ประตูยอดนิยมปี 2025: ความอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

รถยนต์ 5 ประตู หรือรถ Hatchback, Crossover, SUV ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยความโปร่ง โล่งสบาย และพื้นที่เก็บสัมภาระที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย สำหรับปี 2025 มีรถยนต์ 5 ประตูหลายรุ่นที่น่าสนใจ ดังนี้

Honda City Hatchback: โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตหรูหราทั้งภายนอกและภายใน มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.0 ลิตร VTEC TURBO 122 แรงม้า ประหยัดน้ำมันถึง 23.3 กม./ลิตร จุดเด่นอยู่ที่เบาะนั่งอัลตราซีทที่ปรับพับได้หลากหลายรูปแบบ และเทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING ครบครัน

Suzuki Swift: รถยนต์ Eco car ที่ขับสนุก เกาะถนนดี สมรรถนะเกินค่าตัว มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร DUALJET 83 แรงม้า ประหยัดน้ำมัน 23 กม./ลิตร การออกแบบสปอร์ตหรูหรา ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย และพื้นที่เก็บสัมภาระ 265 ลิตร

Nissan Kicks e-Power: ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์รถยนต์ไฟฟ้าโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จ เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร ปั่นไฟให้กับมอเตอร์ไฟฟ้า 136 แรงม้า แรงบิด 280 นิวตันเมตร ดีไซน์ B-SUV สปอร์ตอวบอิ่ม พร้อมกล้อง 6 ตำแหน่งเพื่อความปลอดภัย

Toyota Corolla Cross: รถ Crossover SUV ที่ผสมผสานความแข็งแกร่งและดีไซน์ทันสมัย เข้ากับความอเนกประสงค์ในการใช้งาน มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร หรือไฮบริด 1.8 ลิตร ประหยัดน้ำมัน และระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense ครบครัน

Mazda CX-30: เน้นความสปอร์ต ปราดเปรียว และความหรูหราเหนือระดับ บนพื้นฐานเดียวกับ Mazda3 เครื่องยนต์ Skyactiv-G 2.0 ลิตร 165 แรงม้า การควบคุมที่แม่นยำ และระบบ G-Vectoring Control Plus เพิ่มความนิ่งในการขับขี่

รถยนต์ประหยัดน้ำมัน 2025: เมื่อความคุ้มค่าและความใส่ใจสิ่งแวดล้อมมาบรรจบกัน

ในยุคที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนและความตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมเพิ่มสูงขึ้น รถยนต์ประหยัดน้ำมัน ทั้งแบบเครื่องยนต์สันดาปและ รถยนต์ไฮบริด ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับปี 2025 ตลาดมีตัวเลือกที่หลากหลายและน่าสนใจมากขึ้น

กลุ่มรถยนต์สันดาปประหยัดน้ำมัน:

Mazda 2: โดดเด่นด้วยช่วงล่างที่เฟิร์ม สมรรถนะการขับขี่ดีเยี่ยม มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร และ 1.5 ลิตร (ดีเซล) ให้ความประหยัดสูง
Nissan Almera 1.0 Turbo: จุดเด่นคือระบบช่วยเหลือการขับขี่ครบครัน เช่น กล้อง 360 องศา BSM และเครื่องยนต์ 1.0 Turbo ที่ให้ทั้งความประหยัดและความสนุกในการขับขี่
Toyota Yaris Ativ: ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ค่าบำรุงรักษาต่ำ และห้องโดยสารที่กว้างขวาง ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน
Toyota Yaris: รถยนต์ขนาดเล็กยอดนิยม ดีไซน์สปอร์ต ประหยัดน้ำมัน ช่วงล่างนุ่มนวล และค่าเสื่อมราคาต่ำ
Honda City 1.0 Turbo: เน้นความแรงต้น เหยียบเป็นมา พร้อม Adaptive Cruise Control และ Honda Sensing เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบการขับขี่ที่คล่องตัว
Mitsubishi Attrage: รถยนต์ Eco car ที่ประหยัดน้ำมันสุดๆ ขนาดกะทัดรัด ภายในกว้างขวาง อุปกรณ์ครบครัน
Mitsubishi Mirage: คล่องตัวทุกเส้นทาง หาที่จอดง่าย ประหยัดน้ำมัน ดีไซน์สปอร์ต
Suzuki Celerio: รถยนต์ราคาถูกที่สุดในไทย มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่ให้กำลังเพียงพอต่อการใช้งาน
Suzuki Swift: ดีไซน์สปอร์ตโดดเด่น ช่วงล่างหนึบ เกาะถนนดี สมรรถนะใกล้เคียงรถ 1.5 ลิตร

กลุ่มรถยนต์ไฮบริดประหยัดน้ำมัน:

Honda City 1.5 e:HEV: เป็น รถไฮบริด ที่ประหยัดน้ำมันที่สุดในตลาด ด้วยเทคโนโลยี e:HEV ขับสนุก ประหยัดน้ำมันสุดๆ วิ่งได้ไกล 800 กม. ต่อถัง
Toyota Yaris CROSS HEV: SUV คอมแพกต์ไฮบริดที่สร้างปรากฏการณ์ด้วยดีไซน์โดดเด่น เทคโนโลยีประหยัดน้ำมัน และออปชันครบครัน
MG3 HYBRID+: ปฏิวัติวงการ Eco car ด้วยเทคโนโลยี Hybrid+ ขุมพลังที่ให้กำลังมากที่สุดในคลาสเดียวกัน วิ่งได้ไกลกว่า 800 กิโลเมตร
Honda HR-V e:HEV: SUV ที่มาพร้อมความคุ้มค่า การขับขี่นุ่มนวล เหมาะกับเป็นรถครอบครัว แต่ก็มีรุ่น RS ที่เน้นสมรรถนะการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น
Honda Civic e:HEV: ผสานความแรงและความประหยัดได้อย่างลงตัว ด้วยเทคโนโลยีไฮบริดสุดล้ำ ประหยัดน้ำมันเกินคาด
Honda Accord e:HEV: สมรรถนะการขับขี่เกินความคาดหมาย การตอบสนองฉับไว นุ่มนวล เหมาะกับการขับขี่ทางไกล
Toyota Camry HEV: ความพิเศษอยู่ที่ภายในห้องโดยสารที่หรูหรา ได้รับแรงบันดาลใจจาก Cockpit เครื่องบินรบ พร้อมเทคโนโลยีทันสมัย
MG VS HEV: SUV ไฮบริดขนาดกลางที่ขับขี่สนุกและประหยัดน้ำมัน ด้วยพละกำลัง 177 แรงม้า ช่วงล่างนุ่มนวล เหมาะกับการใช้งานในเมือง
Haval Jolion Hybrid: SUV ที่ออกแบบมาในแนวคิด Future Intelligent Cockpit ห้องโดยสารสวยงามสไตล์ Luxury พร้อมระบบกรองอากาศ PM 2.5
Toyota Corolla Cross: SUV ที่ขับขี่สบายและประหยัดน้ำมัน ภายในหรูหราและอัดแน่นด้วยเทคโนโลยี ระบบความปลอดภัยที่ครอบคลุม

สรุป

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025 เป็นมากกว่างานแสดงรถยนต์ แต่คือภาพสะท้อนทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่ง รถยนต์พลังงานไฟฟ้า และ รถยนต์ไฮบริด ที่หลากหลาย พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่มอบทั้งสมรรถนะ ความประหยัด และความปลอดภัย หากคุณกำลังมองหารถยนต์คันใหม่ ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน และสะท้อนไลฟ์สไตล์ของคุณได้อย่างลงตัว ห้ามพลาดงานนี้เด็ดขาด!

ท่านที่สนใจและต้องการสัมผัสเทคโนโลยียานยนต์ล่าสุดด้วยตนเอง อย่ารอช้า! รีบจองวันและเวลาเข้าชมงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึง 6 เมษายน ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี เพื่อค้นหารถยนต์ในฝันของคุณ และก้าวสู่ประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตไปพร้อมกัน

Previous Post

N1401091 บททดสอบ ของเกมจ บช #ตอนจบ part2

Next Post

N1401082 คนส งของ อยากลองพ จน part2

Next Post
N1401082 คนส งของ อยากลองพ จน part2

N1401082 คนส งของ อยากลองพ จน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1501097 ตรหร อศ ตร ตอนจบ part2
  • N1501092 การสอนล อจ ดเร มต นของคนด part2
  • N1501104_านน …เม ยค อผ ญชาการ_part2
  • N1501082 เข าใจและยอมร งจะเป นครอบคร วท part2
  • N1501098 ตรหร อศ ตร part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.