เจาะลึกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าปี 2568-2569: ส่องรุ่นเด็ดที่คุณไม่ควรพลาด พร้อมวิเคราะห์ทิศทางอุตสาหกรรม
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและน่าตื่นเต้นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปี 2568-2569 นี่คือยุคทองของนวัตกรรมและทางเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้บริโภคชาวไทย จากงานแสดงยานยนต์ชั้นนำและข้อมูลเชิงลึกจากผู้ผลิต เราได้เห็นการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมสเปกที่ก้าวล้ำ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และที่สำคัญคือราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น ทำให้คำถามว่า “รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นไหนดี” ได้รับการตอบรับอย่างชัดเจน
ปี 2568-2569 นี้ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือด ซึ่งเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค เราได้เห็นแบรนด์ใหม่ๆ ที่เข้ามาเขย่าตลาด ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ที่คุ้นเคย บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าจับตาที่สุดในตลาด พร้อมวิเคราะห์ถึงปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตและความท้าทายที่อุตสาหกรรมกำลังเผชิญ
Geely EX2: Game Changer ตัวจริงในกลุ่ม City Car ไฟฟ้า
หากพูดถึง “รถยนต์ไฟฟ้า City Car” ที่มาแรงที่สุดในปี 2568-2569 คงหนีไม่พ้น Geely EX2 ที่สร้างปรากฏการณ์ในงาน Motor Expo 2025 ด้วยสเปกที่ “เกินเรื่อง” เกินราคาเริ่มต้นไม่ถึง 4 แสนบาท แต่สามารถวิ่งได้ไกลถึง 325 กิโลเมตร (WLTP) นี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กมีความน่าสนใจและคุ้มค่ากว่าที่เคย
Geely EX2 Pro: ราคา 399,990 บาท
Geely EX2 Max: ราคา 429,990 บาท
การมาของ Geely EX2 ไม่เพียงแต่เป็นเพียงการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ แต่เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กจะมีการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผู้บริโภคจะได้ประโยชน์จากตัวเลือกที่หลากหลายและราคาที่น่าดึงดูด
JAECOO 5 EV: ความคุ้มค่าที่มาพร้อมสไตล์และความกว้างขวาง
JAECOO 5 EV กลายเป็นอีกหนึ่ง “รถยนต์ไฟฟ้า 2025-2026” ที่สร้างความฮือฮา ด้วยยอดจองถล่มทลายในงาน Big Motor Sale 2025 ถึง 6,500 คัน นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของรถยนต์ไฟฟ้าที่เน้นความคุ้มค่า ควบคู่ไปกับการออกแบบที่เรียบหรู คลาสสิก และความกว้างขวางที่เหนือกว่าใครในเซกเมนต์เดียวกัน
ด้วยระยะทางวิ่งสูงสุด 461 กิโลเมตร (NEDC) JAECOO 5 EV จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างครอบคลุม ในราคาที่เข้าถึงง่าย
JAECOO 5 EV Dynamic: ราคา 549,000 บาท
JAECOO 5 EV Max: ราคา 599,000 บาท
Aion UT: แฮตช์แบ็กไฟฟ้า ดีไซน์เด่น ออปชันจัดเต็ม
Aion UT ถือเป็น “รถยนต์ไฟฟ้าแฮตช์แบ็ก” ที่โดดเด่นด้วยห้องโดยสารที่โปร่งสบาย ขับขี่แล้วให้ความรู้สึกไม่อึดอัดแม้จะเป็นรถขนาดเล็ก การออกแบบที่ดูโอ่อ่าทำให้ Aion UT มอบประสบการณ์การนั่งที่สบายเกินคาด
จุดเด่นสำคัญอีกประการของ Aion UT คือการอัดแน่นด้วยออปชันและความปลอดภัยที่คุ้มค่า รวมถึงความสามารถในการชาร์จเร็ว (30-80% ใน 24 นาที) ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความมั่นใจในการเดินทางสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง
Aion UT 420 Standard: ราคาพิเศษ 469,900 บาท (จาก 519,900 บาท)
Aion UT 500 Premium: ราคาพิเศษ 599,000 บาท (จาก 669,900 บาท)
Deepal S05: B-SUV ที่พลิกโฉมนิยามความกว้างขวาง
Deepal S05 ได้รับการยอมรับว่าเป็น “รถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้ปี 2026” ด้วยการนิยามใหม่ให้กับเซกเมนต์ B-SUV ภายนอกอาจดูไม่ใหญ่โต แต่ภายในห้องโดยสารกลับกว้างขวางราวกับรถ C-SUV ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัว
นอกจากนี้ Deepal S05 ยังนำเสนอทางเลือกระบบขับเคลื่อนทั้งแบบ EV และ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) ซึ่งรุ่น REEV สามารถวิ่งได้ไกลถึง 1,000 กิโลเมตร การเก็บเสียงที่ดีเยี่ยมและช่วงล่างที่ได้รับการปรับปรุงให้เหนือกว่ารุ่นพี่ S07 ทำให้ Deepal S05 เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในตลาด
DEEPAL S05 LITE: ราคา 799,000 บาท
DEEPAL S05 PLUS: ราคา 849,000 บาท
DEEPAL S05 MAX: ราคา 899,000 บาท
DEEPAL S05 REEV PLUS (คาดการณ์): ราคา 949,000 บาท
DEEPAL S05 REEV MAX (คาดการณ์): ราคา 999,000 บาท
MAZDA 6e: ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ สู่ยุคใหม่ของ Mazda EV
Mazda ไม่เคยทำให้ผิดหวังในเรื่องของการออกแบบ และ MAZDA 6e ก็เช่นกัน รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่น่าใช้ในปี 2569 นี้ ได้สร้างสถิติยอดจองถล่มทลายกว่า 1,000 คันภายใน 5 วันแรกที่งาน Motor Expo 2025
MAZDA 6e คือการยกระดับจากซีดานสู่ “Neo Fastback” 5 ประตู ที่ผสานเส้นสายอันเป็นเอกลักษณ์ตามปรัชญา Kodo – Soul of Motion ให้ความรู้สึกทั้งลื่นไหลและทรงพลัง นี่คือ Masterpiece ชิ้นใหม่ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของ Mazda ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
ราคาคาดการณ์: 1,xxx,000 บาท
Standard Range: วิ่งได้สูงสุด 530 km. (NEDC)
Long Range: วิ่งได้สูงสุด 654 km. (NEDC)
JAECOO 6: รถยนต์ไฟฟ้าสายลุยพันธุ์ใหม่
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัย JAECOO 6 คือ “รถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้ 2025” ที่คุณต้องมี ด้วยศักยภาพในการลุยที่ไม่ธรรมดา สามารถตอบสนองความต้องการของสายออฟโรดได้อย่างแท้จริง แม้จะมีขนาดที่ดูไม่ใหญ่ แต่พละกำลังและความสามารถในการลุยเทียบเคียงได้กับรถยนต์รุ่นใหญ่
ภายในห้องโดยสารยังโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สวยงาม หลังคากระจกพาโนรามิก และเบาะไฟฟ้าพร้อมระบบนวด ถือเป็นการผสมผสานระหว่างสมรรถนะการลุยและฟังก์ชันความสะดวกสบายระดับพรีเมียม
JAECOO 6 EV 2WD PRO: ราคาพิเศษ 799,000 บาท (จาก 899,000 บาท) วิ่งได้ไกล 426 km (NEDC)
JAECOO 6 EV 2WD: ราคาพิเศษ 949,000 บาท (จาก 1,099,000 บาท) วิ่งได้ไกล 426 km (NEDC)
JAECOO 6 EV 4WD: ราคาพิเศษ 1,049,000 บาท (จาก 1,249,000 บาท) วิ่งได้ไกล 418 km (NEDC)
XPENG G6: นวัตกรรมแห่งระบบขับขี่อัจฉริยะ
XPENG G6 ถูกยกให้เป็น “EV จีนที่ดีที่สุด” ด้วยการท้าชนโดยตรงกับ Tesla Model Y และ DEEPAL S07 จุดเด่นคือระบบช่วยขับขี่ระดับสูง แบตเตอรี่ 800 โวลต์ ที่ให้ประสิทธิภาพการชาร์จและการระบายความร้อนที่ดีเยี่ยม
การใช้เทคโนโลยี Cell-to-Body (CIB) ซึ่งเป็นการรวมแบตเตอรี่เข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างรถ ถือเป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุด นอกจากนี้ XPENG G6 ยังรองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์และเฟิร์มแวร์อัตโนมัติ ทำให้รถยนต์มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยอยู่เสมอ
XPENG G6 Long Range: ราคา 1,349,000 บาท วิ่งได้ไกล 600 km (NEDC)
XPENG G6 AWD Performance: ราคา 1,489,000 บาท วิ่งได้ไกล 575 km (NEDC)
Zeekr 7X: ความหรูหราและฟังก์ชันระดับพรีเมียม
Zeekr 7X ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามหลังเปิดตัว ด้วยยอดจองกว่า 20,000 คัน แสดงให้เห็นถึงความต้องการ “EV น่าใช้ 2025-2026” ที่มาพร้อมกับความหรูหราและฟังก์ชันที่เหนือระดับ
ภายในห้องโดยสารอัดแน่นด้วยความสะดวกสบาย เช่น จอ OLED ความละเอียด 2.5K ด้านหลังเบาะหน้า, จอดิจิทัล 6 นิ้วที่ที่พักแขนกลางเบาะหลัง และช่องเก็บของกว่า 32 ตำแหน่ง Zeekr 7X ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้า แต่คือประสบการณ์การเดินทางที่เหนือกว่า
Zeekr 7X Standard RWD: ราคา 1,399,000 บาท วิ่งได้ไกล 566 km (NEDC)
Zeekr 7X Long Range RWD: ราคา 1,599,000 บาท วิ่งได้ไกล 730 km (NEDC)
Zeekr 7X Performance AWD: ราคา 1,799,000 บาท วิ่งได้ไกล 635 km (NEDC)
BYD Sealion 7: C-SUV พลังสูงจาก BYD
BYD ยังคงเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ และ Sealion 7 คือ C-SUV ที่พร้อมท้าชนอย่างเต็มตัว ด้วยสมรรถนะที่น่าประทับใจ โดยเฉพาะรุ่นท็อปที่ให้กำลังสูงสุดถึง 530 แรงม้า และแรงบิด 690 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.5 วินาที
BYD Sealion 7 แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ก้าวกระโดดของ BYD โดยนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบสนองทั้งด้านสมรรถนะ การออกแบบ และเทคโนโลยี
BYD Sealion 7 Premium RWD: ราคา 1,149,900 บาท วิ่งได้ไกล 567 km (NECD)
BYD Sealion 7 Performance AWD: ราคา 1,249,000 บาท วิ่งได้ไกล 542 km (NECD)
Deepal E07: SUV + Pickup อเนกประสงค์เหนือคำบรรยาย
Deepal E07 คือ “รถยนต์ไฟฟ้าน่าซื้อ 2025-2026” ที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่าง SUV และ Pickup ในคันเดียว การออกแบบที่ลงตัวทำให้สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อย่างหลากหลาย ท้ายรถทำงานได้หลายรูปแบบ
แม้จะมาพร้อมล้อ 21 นิ้ว แต่การขับขี่กลับนุ่มนวลอย่างน่าประหลาดใจ Deepal E07 คือที่สุดของความอเนกประสงค์ ตอบโจทย์ทุกการใช้งานได้อย่างเหนือชั้น
Deepal E07 Plus: ราคาพิเศษ 1,599,000 บาท (จาก 1,699,000 บาท) วิ่งได้ไกล 640 km (NECD)
Deepal E07 Performance AWD: ราคาพิเศษ 1,999,000 บาท (จาก 2,099,000 บาท) วิ่งได้ไกล 590 km (NECD)
LeapMotor C10: C-SUV น้องใหม่จากเครือ Stellantis
Leapmotor C10 ซึ่งอยู่ในเครือเดียวกับ Jeep, Peugeot และ Maserati เป็น C-SUV ที่มาเพื่อท้าชนรุ่นใหญ่ในตลาดอย่าง Deepal S07, Hyundai IONIQ 5 และ Tesla Model Y ด้วยสถาปัตยกรรม 800V การออกแบบภายนอกที่สะอาดตา และภายในที่หรูหราทันสมัย
Leapmotor C10 มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 218 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตันเมตร และแบตเตอรี่ 69.9 kWh นำเสนอทางเลือกที่น่าสนใจในกลุ่ม C-SUV ไฟฟ้า
LeapMotor C10 Style: ราคา 978,000 บาท
LeapMotor C10: ราคา 1,098,000 บาท วิ่งได้ไกล 420 km (WLTP)
Geely EX5: B-SUV ไฟฟ้า พวงมาลัยขวา ครั้งแรกในโลก
Geely EX5 สร้างความน่าสนใจด้วยการเป็น “รถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้ 2025-2026” ในราคาไม่เกินล้านบาท และที่พิเศษยิ่งกว่าคือเป็นพวงมาลัยขวาครั้งแรกในโลก การพัฒนานวัตกรรมบนแพลตฟอร์ม Geely Electric Architecture (GEA) แบบ Cell-to-Body ใหม่ ระบบส่งกำลังไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง 11-in-1 และแบตเตอรี่ Geely Aegis Short Blade ที่เน้นความปลอดภัย
Geely EX5 ที่จำหน่ายในไทย มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 218 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า วิ่งได้ไกล 415 km (NEDC)
EX5 PRO: ราคาพิเศษ 859,000 บาท (จาก 899,000 บาท)
EX5 MAX Panoramic Roof: ราคาพิเศษ 949,000 บาท (จาก 989,000 บาท)
Aion V: SUV ไฟฟ้าอเนกประสงค์ ฟังก์ชันจัดเต็ม
Aion V เป็น “รถ EV น่าซื้อ 2025” ที่อยู่ตรงกลางระหว่าง B-SUV และ C-SUV ด้วยการพัฒนาบนแพลตฟอร์ม AEP Pure Electric Digital Platform ทำให้มีห้องโดยสารที่กว้างขวางเป็นพิเศษ
จุดเด่นที่สร้างความว้าวคือออปชันสุดล้ำ เช่น เบาะนวดที่ปรับเป็นเตียงนอนได้, ตู้เย็นขนาด 6.6 ลิตรที่ปรับอุณหภูมิได้, โต๊ะพับอเนกประสงค์ และประตูหลังที่เปิดได้เกือบ 90 องศา ทำให้ Aion V มอบประสบการณ์การใช้งานที่หลากหลายและสะดวกสบาย
Aion V 602 Luxury: ราคา 999,900 บาท วิ่งได้ไกล 602 km (NECD)
JY AIR: ดีไซน์ล้ำสมัย ราคาเกินล้าน
JY AIR คือ “รถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้ 2025” ที่มาพร้อมดีไซน์ล้ำสมัยและราคาที่จับต้องได้ ภายในหรูหราเหนือระดับ บนพื้นฐานแพลตฟอร์ม SKY ที่ปลอดภัยระดับ 5 ดาว
มี 2 รุ่นย่อยที่แตกต่างกันที่ความจุแบตเตอรี่ โดยทั้งสองรุ่นให้กำลัง 204 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร
JY AIR Standard 51 kWh: ราคา 759,000 บาท วิ่งได้ไกล 430 km (NECD)
JY AIR PLUS 64 kWh: ราคา 869,000 บาท วิ่งได้ไกล 520 km (NECD)
MG IM6: นิยามใหม่แห่งเทคโนโลยีและการออกแบบ
MG IM6 โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่พลิ้วไหว สวยงาม และมาพร้อมระบบปฏิบัติการ IM OS2.0 ที่พัฒนาขึ้นเอง พร้อมชิป Qualcomm Snapdragon 8295P ยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานให้ล้ำสมัยยิ่งขึ้น
MG IM6 ถือเป็น “รถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้ 2025” ที่ผสมผสานความงดงามทางวิศวกรรมและเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว
MG IM6 รุ่น Premium: ราคา 1,399,900 บาท
ใหม่! MG IM6 รุ่น Long Range RWD: ราคา 1,499,000 บาท
MG IM6 รุ่น Performance: ราคา 1,799,900 บาท
วิเคราะห์ทิศทางตลาดรถยนต์ไฟฟ้า: การแข่งขันที่เข้มข้นและกลยุทธ์ด้านราคา
ในช่วงปี 2568-2569 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผู้ผลิตอย่าง BYD ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) รายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังเผชิญแรงกดดันด้านราคาอย่างหนัก
รายงานล่าสุดชี้ให้เห็นถึงการชะลอตัวของยอดผลิตและกำไรของ BYD ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกลยุทธ์การลดราคาอย่างหนักเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดในประเทศจีน การแข่งขันที่ดุเดือดนี้ส่งผลให้ราคาขายรถยนต์ไฟฟ้าโดยรวมมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคที่กำลังมองหา “รถยนต์ไฟฟ้า ราคาถูก” แต่ก็สร้างความท้าทายให้กับผู้ผลิตในการรักษาระดับกำไร
นอกจากนี้ การขยายตลาดต่างประเทศของ BYD และผู้ผลิตรายอื่น ๆ ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งในการชดเชยยอดขายที่อาจชะลอตัวในประเทศ แม้ BYD จะยังคงครองตำแหน่งผู้นำในตลาดจีน แต่ส่วนแบ่งตลาดของ Tesla และแบรนด์อื่น ๆ ก็กำลังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
อนาคตของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
ประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ นโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ
จากรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจเหล่านี้ เราเห็นได้ว่าตลาดกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ไปสู่ยุคที่รถยนต์ไฟฟ้ามีสมรรถนะสูง ดีไซน์สวยงาม เทคโนโลยีล้ำสมัย และที่สำคัญคือราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น การแข่งขันที่เข้มข้นนี้จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภคชาวไทย ที่จะมีตัวเลือกในการตัดสินใจซื้อ “รถยนต์ไฟฟ้า ราคาดี” มากมาย
บทสรุป
ปี 2568-2569 ถือเป็นยุคทองของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยตัวเลือกที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ราคา และตอบสนองทุกความต้องการ การเลือก “รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นไหนดี” ในปีนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หากคุณกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่คุ้มค่า น่าใช้ และเปี่ยมด้วยนวัตกรรม การสำรวจรายชื่อรุ่นที่เรานำเสนอในวันนี้ พร้อมกับการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
หากคุณพร้อมแล้วที่จะก้าวเข้าสู่โลกแห่งยนตรกรรมไฟฟ้า พบกับรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช่สำหรับคุณวันนี้!

