งานมหกรรมยานยนต์: ความตื่นเต้นของโลกยานยนต์ไทย ณ IMPACT เมืองทองธานี
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหกรรมยานยนต์ หรือ Motor Expo ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ Challenger Hall ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม IMPACT เมืองทองธานี ถือเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนภาพรวมของตลาดและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้อย่างชัดเจน ในปี 2010 ที่ผ่านมา งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 27 นี้ ได้สร้างความน่าสนใจเป็นพิเศษ ด้วยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ ที่น่าจับตาหลายรุ่น รวมถึงรถต้นแบบ (Prototype) ที่ถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของโลก (World Premier) ซึ่งแม้จะยังไม่พร้อมวางจำหน่ายจริง แต่ก็เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงทิศทางในอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์
บรรยากาศงาน: สัมผัสประสบการณ์และความทรงจำ
เช่นเคย การมาเยือนงาน Motor Expo ของผม ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อเก็บข้อมูลเชิงเทคนิคเท่านั้น แต่ยังเป็นการใช้เวลาสำรวจบรรยากาศ พูดคุยกับผู้คนในแวดวง และเก็บภาพความประทับใจในมุมมองที่แตกต่าง การเดินทักทายผู้คนที่มาร่วมงาน การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนร่วมวงการ และการถ่ายภาพบรรยากาศเป็นไปอย่างสบายๆ ไม่ได้กดดันเหมือนการทำงานจริงจัง จนบางครั้งก็รู้สึกว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย
ปีนี้ โชคดีที่ได้สวมใส่รองเท้าคู่ใหม่จาก Adidas ที่เพิ่งซื้อจากญี่ปุ่นมา ช่วยให้การเดินสำรวจงานเป็นไปอย่างราบรื่น ต่างจากปีที่ผ่านๆ มา ที่มักจะประสบปัญหาปวดขาจากรองเท้าที่ไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายและเย็น ผมได้สลับหน้าที่กับคุณหน่อย จาก mxPhone.com ซึ่งเป็น Partner และสมาชิกในทีม The Coup Team มาเป็นตากล้องจำเป็นเพื่อบันทึกภาพให้กับรายการ The Coup Channel ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานร่วมกัน
ไฮไลท์เด่นจากค่ายรถยนต์ต่างๆ
หลังจากที่งานรอบสื่อมวลชนได้ผ่านพ้นไปแล้ว ก็ถึงเวลามาสำรวจไฮไลท์สำคัญๆ ที่แต่ละค่ายรถยนต์ได้นำมาจัดแสดงในงานปีนี้กันอย่างละเอียด
BMW / MINI: บูธของ BMW นำเสนอรถรุ่นใหม่ถึง 3 รุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ 520d และ 525d ที่น่าสนใจคือราคาของ 525d ที่ตั้งไว้ที่ 4.4 ล้านบาท ต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ MINI Countryman ยังคงเป็นที่สนใจของผู้ชมตลอดเวลา
Chevrolet: หลังจากได้เห็นรุ่น Cruze LTZ ในวันเปิดตัว วันนี้ได้สัมผัสรุ่นย่อยอื่นๆ อย่าง LS, LT และ LTZ อย่างครบถ้วน การทำการตลาดของ Chevrolet ดูเหมือนจะเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี และสามารถแก้ไขปัญหาที่เคยเกิดขึ้นก่อนการเปิดตัวได้ นอกจากนี้ Aveo CNG ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในงานนี้ สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของ Chevy ที่จับจุดตลาดรถยนต์ประหยัดพลังงานขนาดเล็กได้ถูก
Citroen: หลังจากการปรับโครงสร้างการบริหาร ยนตรกิจได้แยกการทำตลาดออกเป็น 3 กลุ่ม โดย DAD ดูแล Audi/MTM, Citroen และรถยนต์จากจีน อย่าง FOTON ที่นำ Toyota Hiace Commuter มาปรับโฉม สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือการนำ Citroen DS3 เข้ามาจำหน่าย ด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงามและเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ในราคา 1.495 ล้านบาท ถือเป็นการตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ที่เทียบเคียง MINI ได้ และเป็นการกลับมาของดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Citroen
FIAT: พระนครยนตรการ ยังคงดำเนินธุรกิจด้วย Fiat และ Alfa Romeo โดย Fiat 500 ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ บูธ Fiat ในปีนี้ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม และมีการนำ Fiat 500 เครื่องยนต์ดีเซลเข้ามาจำหน่ายด้วย
Ford: Ford Fiesta ยังคงเป็นดาวเด่นบนเวที Motor Expo เช่นเคย แม้บูธจะมีพื้นที่ใหญ่ขึ้นและนำรถมาจัดแสดงได้หลากหลายขึ้น แต่ก็ยังไร้วี่แววของกระบะรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในช่วงปลายปีหน้า
Honda: การเผยโฉม Honda BRIO รุ่นจริง ทำให้รถยนต์พิกัด Sub-B-Segment หรือ A-Segment กลายเป็นดาวเด่นของงานนี้ ด้วยการเปิดตัวครั้งแรกของโลก (World Premier) โดยมีกำหนดวางจำหน่ายจริงในเดือนมีนาคม 2011 พร้อมราคาเริ่มต้นที่ 400,000 บาท Honda ทุ่มเทกับการเปิดตัวครั้งนี้อย่างมาก ถึงขั้นต้องเช่าพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อระบบถ่ายทอดสด และดึงดูดนักข่าวจากอินเดียจำนวนมากมาร่วมเป็นสักขีพยาน
Hyundai: นำ Grand Starex รถตู้ที่เพิ่งเปิดตัวมาเป็นรุ่นหลัก และรถต้นแบบ i-Blue สีฟ้าที่ใช้ผ้าคลุมเป็นลูกเล่นในการจัดแสดง
Isuzu: Isuzu ได้ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของบูธไปอย่างสิ้นเชิง โดยเน้นที่ D-Max X-Series ที่เจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและผู้ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง วงการอุตสาหกรรมรถยนต์กำลังจับตามองการเปิดตัว D-Max รุ่นต่อไปในปี 2011 ภายใต้รหัส RT-50 ว่าจะมีกลยุทธ์การตลาดอย่างไร
Land Rover: British Motor ผู้นำเข้ารายใหม่ ได้รับพื้นที่บูธขนาดใหญ่และนำ SUV หลากหลายรุ่นมาจัดแสดง
LEXUS: CT200h เป็นรถรุ่นใหม่ที่น่าประหลาดใจ ด้วยขนาดที่ค่อนข้างเล็ก และมีพื้นที่โดยสารด้านหลังที่จำกัด แต่หากราคาอยู่ที่ราว 2.2 ล้านบาท ก็ถือเป็นราคาที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ Hybrid ที่มีสไตล์สปอร์ต
Mazda: นำรถต้นแบบ Ryuga มาจัดแสดง พร้อมรถตกแต่งพิเศษจากคุณพีท ทองเจือ และ Mazda 2 Navi รวมถึง BT-50 รุ่นพิเศษ นอกจากนี้ ยังเป็นฉากหลังในการถ่ายทำรายการ The Coup Channel
Mercedes-Benz: การสร้างสรรค์บูธในรูปแบบโชว์รูมจำลองที่น่ารัก และการเปิดตัว E250 CGI Blue Efficiency T-Model (Estate) เป็นไฮไลท์สำคัญ
Mitsubishi Motors: นำ i-MiEV Sport รถต้นแบบพลังงานไฟฟ้า และ Lancer EX ที่ตกแต่งเป็นสีเหลืองดำสะดุดตา รวมถึง Lancer CNG และ Triton CNG ที่ยังคงขายดี Pajero Sport และ Triton จะยุติการผลิตเครื่องยนต์ 3.2 ลิตร และจะเปิดตัวเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร VGT ใหม่ในเดือนมกราคม 2011
Nissan: แม้จะมี 370Z มาจัดแสดง แต่รุ่นใหม่จริงๆ คือ March Autech, X-Trail รุ่นพิเศษ และ Navara Minorchange Nissan วางแผนนำรถรุ่นใหม่ๆ มาอีกมากมายในปีหน้า
Peugeot: เปิดตัว RCZ อย่างเป็นทางการ โดยมีเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร Turbo 156 แรงม้า ราคา 2.95 ล้านบาท และรุ่น 200 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ราคา 3.1 ล้านบาท รวมถึง 207 CC Sport
Proton: เปิดตัว Proton Saga รุ่น Minorchange ซึ่งเป็น World Premier ในประเทศไทย พร้อมเครื่องยนต์ Campro 1.3 ลิตร
RUF: การกลับมาของ RUF สำนักโมดิฟายรถ Porsche สร้างความฮือฮาให้กับผู้ที่ชื่นชอบความแรง แม้จะยังไม่สามารถเข้าถึงรายละเอียดของรถที่นำมาจัดแสดงได้มากนัก
Ssangyong: Korando โฉมใหม่ พลิกโฉมจากรุ่นเดิมอย่างสิ้นเชิง ดูสวยงามและทันสมัยขึ้น ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับ Ssangyong
Subaru: Motor Image เปิดตัว Impreza WRX A-Spec เกียร์อัตโนมัติ พร้อมพริตตี้ที่ดึงดูดสายตาผู้ชม
Suzuki: SX4 ประกอบอินโดนีเซีย เป็นหนึ่งในรถที่นำมาจัดแสดง แต่พริตตี้ของ Suzuki กลับเป็นที่ดึงดูดความสนใจมากกว่า ECO Car จะพบกันในปี 2012
TATA MOTORS: นำรถต้นแบบพลังงานไฟฟ้า Indica EV มาจัดแสดง และกำลังเตรียมพร้อมสำหรับ Tata Nano ในประเทศไทย
TOYOTA: นำ Prius มาจัดแสดงเป็นจำนวนมาก ถือเป็นรถยนต์ Hybrid รุ่นที่ 2 ที่ประกอบขายในไทย มีการยืนยันเรื่องความทนทานของแบตเตอรี่และการขึ้นทางชัน
VOLVO: เปิดตัว XC60 D3 CKD และ S60 ใหม่ 2.0T ได้รับความสนใจจากผู้ชมเป็นจำนวนมาก
Volkswagen: ยังคงทำตลาดรถรุ่นเดิม แต่ Golf GTI และ Scirocco ยังคงได้รับความสนใจ
Super Car (Gray Market): งานนี้เต็มไปด้วย Super Car จากผู้นำเข้ารายย่อย เช่น Ferrari California ที่ TSL นำมาจัดแสดง
ภาพรวมและอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์
โดยรวมแล้ว งาน Motor Expo ในปี 2010 นี้ ไม่ได้กร่อยอย่างที่หลายคนกังวล มีรถยนต์น่าสนใจมากมาย และบรรยากาศการขายดูจะลดน้อยลงไปเล็กน้อย เนื่องจากค่ายรถยนต์ต่างๆ หันมาให้ความสำคัญกับการนำเสนอเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ การไปเดินชมงานมหกรรมยานยนต์ ณ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2010 เป็นโอกาสอันดีที่จะได้สัมผัสกับเทคโนโลยีและความก้าวหน้าล่าสุดในโลกยานยนต์
Mercedes-Benz B-Class: ความประหลาดที่มาพร้อมกับความลงตัว
หลังจากการเฉียดฉิวกับ SLK รถสปอร์ตเปิดประทุน ผมได้รับการเสนอรถยนต์อีกรุ่นจาก Mercedes-Benz Thailand นั่นคือ B-Class รถยนต์ที่ผมเองก็ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับโอกาสให้ลองขับ จนกระทั่งได้สัมผัสและเข้าใจถึงคุณค่าที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์ที่อาจดูไม่คุ้นตา
B-Class: วิวัฒนาการแห่ง Compact Sport Tourer
B-Class ไม่ใช่รถยนต์ Minivan ทั่วไป แต่ถูกนิยามว่าเป็น “Compact Sport Tourer” ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของ Mercedes-Benz ในการสร้างรถยนต์ที่มีความอเนกประสงค์แบบ Minivan ผสมผสานกับบุคลิกของรถยนต์ Sedan และ Station Wagon การเปิดตัวครั้งแรกในปี 2005 ด้วยรหัส W245 เป็นจุดเริ่มต้นของการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง แม้ว่ายอดขายสะสมทั่วโลกจะทะลุ 700,000 คัน แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรในแง่ของการเป็นตัวเลือกแรกๆ ในใจผู้บริโภค
การเปลี่ยนแปลงสู่รุ่นที่ 2 (W246)
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทีมออกแบบและวิศวกรได้ทำการปรับปรุง B-Class ครั้งใหญ่ในรุ่นที่ 2 (W246) โดยแยกแนวทางการออกแบบออกจาก A-Class อย่างชัดเจน บนพื้นฐานของแพลตฟอร์ม MFA (Mercedes-Benz Front-wheel-drive Architecture) ที่ใช้ร่วมกับรถยนต์อีกหลายรุ่น การพัฒนาครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Mercedes-Benz สำหรับรถรุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่
ดีไซน์ภายนอก: ความโฉบเฉี่ยวที่แฝงความสง่างาม
แม้จะยังคงเค้าโครงเดิม แต่ B-Class ใหม่ ได้รับการออกแบบเส้นสายให้ดูโฉบเฉี่ยวและปราดเปรียวมากขึ้น ด้วยฝากระโปรงหน้าที่ยาวขึ้น แนวเส้นที่ไหลลื่นต่อเนื่องจรดหลังคา และเส้นสายด้านข้างที่ดูมีพลวัต กระจังหน้าสองชั้นพร้อมแถบโครเมียม ชุดไฟหน้า Bi-Xenon พร้อม Daytime Running Light แบบ LED และไฟท้าย LED ที่ดูทันสมัย การตกแต่งด้วยโครเมียมที่พอเหมาะ และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่นฝาถังน้ำมันที่ใส่ใจ ทำให้รถคันนี้ดูมีความประณีต
การเข้า-ออก และพื้นที่ภายใน: ความสะดวกสบายที่คาดไม่ถึง
การเข้า-ออกจากตัวรถทำได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยตำแหน่งเบาะนั่งที่ยกสูงขึ้น คล้ายกับ SUV ทำให้ไม่ต้องก้มหรือย่อตัวมาก แผงประตูได้รับการออกแบบให้มีช่องเก็บของเพียงพอ และที่วางแขนที่รองรับสรีระได้ดี เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง ARTIGO ที่เป็นมาตรฐานของ Mercedes-Benz เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อม Memory ช่วยให้หาตำแหน่งขับที่สบายได้ง่าย ส่วนเบาะหลัง แม้จะดูแน่น แต่ก็ให้ความสบายในการนั่งในระดับหนึ่ง มีพื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่วางขาที่เพียงพอสำหรับการเดินทาง
เทคโนโลยีและฟีเจอร์: ความล้ำสมัยในทุกรายละเอียด
ระบบ KEYLESS GO พร้อมระบบกันขโมย Immobilizer ทำให้การใช้งานสะดวกสบายขึ้น แผงหน้าปัดได้รับการออกแบบให้เน้นการใช้งานที่ง่าย สปอร์ต และยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ Mercedes-Benz ไว้ ช่องแอร์ดีไซน์ทรงกากบาท และ Trim ลาย Honeycomb สร้างความโดดเด่นให้กับห้องโดยสาร ระบบเครื่องเสียง MB Audio20 พร้อมการเชื่อมต่อ Bluetooth และจอ COMMAND ที่อาจต้องใช้เวลาเรียนรู้การใช้งาน แต่คุณภาพเสียงก็ยังคงมาตรฐานที่ดีของแบรนด์
ขุมพลังและสมรรถนะ: พลังที่ซ่อนเร้น
B200 Blue Efficiency ใช้เครื่องยนต์ M270 ขนาด 1.6 ลิตร Turbo 156 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ 7G-DCT ที่มีขนาดกะทัดรัด สมรรถนะที่ได้จากการทดสอบ 0-100 กม./ชม. ใน 9.58 วินาที และอัตราเร่งแซง 80-120 กม./ชม. ใน 7.42 วินาที ถือว่าน่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ในพิกัดนี้
ระบบขับขี่และช่วงล่าง: ความสมดุลระหว่างความสบายและความคล่องตัว
ช่วงล่างได้รับการเซ็ตมาในแนว Comfort เน้นความนุ่มนวล ขับสบาย แต่ก็ยังคงให้ความมั่นใจในการเข้าโค้งที่ความเร็วสูง พวงมาลัยแบบ Speed-Sensitive ให้ความคล่องตัวในการขับขี่ในเมือง และยังคงความแม่นยำในการขับขี่ที่ความเร็วสูง ระบบเบรกที่ตอบสนองได้ดี พร้อมระบบช่วยเหลือด้านความปลอดภัยต่างๆ เช่น ESP, ABS, BAS, ASR และ PRE-SAFE เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง: ความประหยัดที่เหนือความคาดหมาย
จากการทดสอบ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 16.31 กม./ลิตร ซึ่งถือว่าน่าประทับใจมากสำหรับรถยนต์ที่มีน้ำหนักตัวมากถึง 1,425 กิโลกรัม และเครื่องยนต์เบนซิน
สรุป: รถยนต์ที่มอบประสบการณ์ที่แตกต่าง
Mercedes-Benz B-Class B200 Blue Efficiency คือรถยนต์ที่ท้าทายความคิดเดิมๆ เกี่ยวกับรถยนต์ Mercedes-Benz ด้วยรูปลักษณ์ที่แตกต่าง สมรรถนะที่น่าประทับใจ ความประหยัดน้ำมัน และความสบายในการขับขี่ มันอาจไม่ใช่รถสำหรับทุกคน แต่สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ที่มีความแตกต่าง มีความอเนกประสงค์ และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าพอใจ B-Class คือตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ Mercedes-Benz ที่ไม่เหมือนใคร และมอบความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน B-Class คือคำตอบที่คุณควรพิจารณา อย่าตัดสินเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ให้โอกาสตัวเองได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่แท้จริง แล้วคุณอาจจะค้นพบว่า B-Class คือรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างลงตัว

