• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1401119 โดนด กเพราะแต งต วจนๆไปสม ครงาน part2

admin79 by admin79
January 12, 2026
in Uncategorized
0
N1401119 โดนด กเพราะแต งต วจนๆไปสม ครงาน part2

นิสสัน ซิลฟี โฉมใหม่: หมัดเด็ดโค่นตลาด EV จีน ด้วยราคา 8 แสนบาท

ในสมรภูมิรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังดุเดือดในประเทศจีน นอกจากการแข่งขันของผู้ผลิตท้องถิ่นที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากภาครัฐแล้ว ยังมีผู้ผลิตรายใหญ่จากต่างประเทศที่พยายามงัดกลยุทธ์มาต่อสู้ หนึ่งในนั้นคือ นิสสัน (Nissan) ที่ประกาศเปิดตัว นิสสัน ซิลฟี ซีโร่ อิเล็กทริก (Nissan Sylphy Zero Emission) รถยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมกับราคาอันน่าดึงดูดใจเพียง 1.66 แสนหยวน หรือราว 8 แสนบาท โดยมีเป้าหมายหลักคือการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด EV จีนที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด

เบื้องหลังการแข่งขัน EV จีน: รัฐสนับสนุน ผลักดันผู้ผลิตท้องถิ่น

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีนมีความพิเศษอย่างยิ่งอันเป็นผลมาจากการสนับสนุนอย่างแข็งขันของรัฐบาลจีน ที่ต้องการผลักดันประเทศให้เป็นผู้นำด้านยานยนต์พลังงานสะอาด สร้างเมืองที่ปราศจากมลพิษ และก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิต EV ที่สำคัญของโลก มาตรการสนับสนุนเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่การอุดหนุนโดยตรง การลดหย่อนภาษี และการอำนวยความสะดวกด้านกฎระเบียบ ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน ไม่ว่าจะเป็น BYD, NIO, Wuling, Geely หรือแบรนด์หน้าใหม่ต่างสามารถสร้างสรรค์รถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงในราคาที่แข่งขันได้

สถานการณ์นี้ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์จากต่างประเทศที่ไม่ได้อยู่ในข่ายได้รับสิทธิประโยชน์จากรัฐบาลจีน ต้องเผชิญกับความท้าทายในการเข้าสู่ตลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การไม่เข้ามาทำตลาดก็เท่ากับการพลาดโอกาสทอง แต่การเข้ามาโดยไม่มีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนก็อาจนำไปสู่การแข่งขันที่เสียเปรียบ ด้วยเหตุนี้ นิสสันจึงเลือกใช้แนวทางที่ชาญฉลาด ผ่านการจัดตั้งกิจการร่วมค้า (Joint Venture) กับพันธมิตรท้องถิ่น คือ Dongfeng Nissan Passenger Vehicle เพื่อเป็นกลไกในการบุกตลาด EV จีน

นิสสัน ซิลฟี ซีโร่ อิเล็กทริก: นวัตกรรม EV จาก DNA Leaf

หัวใจสำคัญของกลยุทธ์นิสสันครั้งนี้ คือการนำรุ่นรถยนต์ยอดนิยมอย่าง นิสสัน ซิลฟี (Nissan Sylphy) มาปรับปรุงให้กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ โดยใช้ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าจาก นิสสัน ลีฟ (Nissan Leaf) ซึ่งเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดขายสูงสุดทั่วโลก การนำชื่อรุ่นที่คุ้นเคยมาต่อยอดผนวกกับเทคโนโลยี EV ที่พิสูจน์แล้ว ทำให้ นิสสัน ซิลฟี ซีโร่ อิเล็กทริก มีความน่าสนใจตั้งแต่แรกเห็น

การพัฒนารถยนต์รุ่นนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนเครื่องยนต์จากสันดาปเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า แต่เป็นการปรับปรุงโครงสร้างและสมรรถนะครั้งใหญ่ เนื่องจาก ซิลฟี เดิมเป็นรถยนต์ที่ออกแบบมาสำหรับเครื่องยนต์สันดาป ผู้พัฒนาจึงต้องคำนึงถึงการกระจายน้ำหนักใหม่ เพื่อให้รถยนต์ไฟฟ้ามีสมดุลที่ยอดเยี่ยม การเลือกใช้แพลตฟอร์มขนาด Full-Size และการปรับปรุงระบบช่วงล่างและแชสซีส์ ทำให้ ซิลฟี ซีโร่ อิเล็กทริก สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ใกล้เคียงกับ นิสสัน ลีฟ ในแง่ของความนุ่มนวลและการควบคุม รวมถึงระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้งที่ตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 338 กิโลเมตร ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ราคา 8 แสนบาท: ปัจจัยพลิกเกมในตลาด EV จีน

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ นิสสัน ซิลฟี ซีโร่ อิเล็กทริก โดดเด่นเหนือคู่แข่ง คือราคาขายเริ่มต้นที่ 1.66 แสนหยวน (ประมาณ 8 แสนบาท) การตั้งราคาในระดับนี้ถือเป็นการประกาศสงครามราคาอย่างชัดเจนในตลาด EV จีน ซึ่งนอกจากจะสามารถแข่งขันกับผู้ผลิตท้องถิ่นรายอื่นๆ ได้อย่างสูสีแล้ว ยังเป็นการเพิ่มความน่าสนใจและสร้างแรงจูงใจให้กับผู้บริโภคชาวจีนที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่จับต้องได้

นอกจากราคาที่ยั่วใจแล้ว ตลาดจีนยังมีปัจจัยส่งเสริมอื่นๆ ที่เอื้อต่อการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งความพร้อมของผู้บริโภคที่เปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ และนโยบายสนับสนุนของรัฐบาล ทำให้ นิสสัน ซิลฟี ซีโร่ อิเล็กทริก มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จและมีส่วนช่วยผลักดันยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของนิสสันให้เติบโตยิ่งขึ้น

อนาคตของตลาด EV และบทบาทของนิสสัน

การรุกตลาดอย่างเต็มตัวของนิสสันด้วย นิสสัน ซิลฟี ซีโร่ อิเล็กทริก นี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าแบรนด์รถยนต์ระดับโลกกำลังให้ความสำคัญกับตลาด EV จีนอย่างจริงจัง กลยุทธ์การตั้งราคาที่เข้าถึงง่าย ผนวกกับเทคโนโลยี EV ที่ได้รับการยอมรับ จะเป็นตัวแปรสำคัญที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับตลาดได้อย่างแน่นอน

สำหรับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน นี่คือสัญญาณเตือนที่ต้องเตรียมรับมือ และอาจจะต้องงัดกลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาดต่อไป การแข่งขันที่เข้มข้นนี้จะยิ่งผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ และทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพและราคาเหมาะสม

แนวโน้มยางรถยนต์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและ SUV ในประเทศไทย

นอกเหนือจากความเคลื่อนไหวในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว ข้อมูลจาก YellowTire.com แพลตฟอร์มออนไลน์ด้านยางรถยนต์ ได้เปิดเผยแนวโน้มที่น่าสนใจเกี่ยวกับขนาดของยางรถยนต์ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย โดยเฉพาะ “ยางขอบ 20 นิ้ว” ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในปี 2568 ในกลุ่มรถยนต์ SUV, รถกระบะสมรรถนะสูง และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นกลุ่มยานยนต์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดไทย

10 อันดับขนาด “ยางขอบ 20 นิ้ว” ที่ได้รับความนิยมสูงสุด (ปี 2568)

265/50R20
275/55R20
255/45R20
265/55R20
245/45R20
245/35R20
255/55R20
245/40R20
33X12.5R20
255/40R20

ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาความสมดุลระหว่างดีไซน์ที่สวยงามกับสมรรถนะการขับขี่ที่ดี โดยเฉพาะในรถ SUV และ EV ที่ต้องการการยึดเกาะถนนที่มั่นคงและความเงียบขณะขับขี่

ตัวอย่างรถยนต์ที่นิยมใช้ยางขอบ 20 นิ้ว

265/50R20: Ford Everest, Toyota Fortuner, Isuzu MU-X, GWM Tank 500
275/55R20: Ford Ranger, Toyota Hilux Revo, Isuzu D-Max, Mitsubishi Triton
255/45R20: Mercedes-Benz GLC, Kia EV5, BMW i7, Deepal SO7 (รุ่น EV)
245/45R20: Volvo V90 Cross Country, BYD Sealion 7 (รุ่น EV), Zeekr X (รุ่น EV)
33X12.5R20: Mazda BT-50, Toyota Revo, Isuzu D-Max (สำหรับรถยกสูง/Off-road)

แนวโน้มตลาด “ยางขอบ 20 นิ้ว” ในปี 2568

ตลาด ยางขอบ 20 นิ้ว คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากการขยายตัวของกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ SUV ขนาดกลางถึงใหญ่ ซึ่งมักติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 19-21 นิ้วมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่งผลให้ความต้องการยางขนาดใหญ่ประเภท Performance Tire และ Comfort Tire เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การเลือกใช้ยางขอบใหญ่ยังตอบโจทย์ด้านความสวยงามและเพิ่มความมั่นคงในการทรงตัว ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญสำหรับผู้บริโภคในกลุ่มรถยนต์พรีเมียมและรถยนต์พลังงานทางเลือก

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านยางรถยนต์

“ขนาด ยาง 265/50R20 และ 275/55R20 ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในกลุ่มรถ SUV และรถกระบะพรีเมียม เนื่องจากให้ความสมดุลระหว่างความนุ่มนวลและการยึดเกาะถนนได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ยางที่ได้รับการพัฒนามาเพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งมีแรงบิดสูงขึ้น” ผู้เชี่ยวชาญด้านยางรถยนต์ให้ทัศนะ

มองภาพรวมตลาด EV ทั่วโลก

ตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (NEVs) ในประเทศจีนยังคงร้อนแรง โดยในเดือนพฤษภาคม 2568 มีการจำหน่ายสูงถึง 1.021 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 28.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 12.1% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

BEV (รถยนต์ไฟฟ้าล้วน): 607,000 คัน
PHEV (ปลั๊กอินไฮบริด): 298,000 คัน
EREV (รถ EV ที่มีเครื่องยนต์ปั่นไฟ): 116,000 คัน

Geely Geome Xingyuan กลายเป็นรถ NEV ที่ขายดีที่สุดในเดือนพฤษภาคม ด้วยยอดขาย 38,715 คัน และยังครองแชมป์ยอดขายสะสมสูงสุดตั้งแต่ต้นปี 2568 ที่ 164,049 คัน

BYD ยังคงเป็นผู้นำตลาด โดยมีถึง 9 รุ่นติดอันดับ Top 20 โดย BYD Seagull อยู่ในอันดับ 2 ด้วยยอดขาย 31,105 คัน และ Qin Plus ในอันดับ 3 ด้วยยอดขาย 29,328 คัน

Wuling Hongguang Mini EV ยังคงรักษาตำแหน่งที่ 4 ด้วยยอดขาย 29,017 คัน

Xiaomi SU7 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากแบรนด์เทคโนโลยี ก็สร้างความฮือฮาด้วยยอดขาย 28,013 คัน รั้งอันดับ 5

Tesla ยังคงมีส่วนแบ่งตลาด โดย Model Y ขายได้ 24,770 คัน และ Model 3 ขายได้ 13,818 คัน

แนวโน้มนี้บ่งชี้ว่าแบรนด์จีนจะยิ่งขยายอิทธิพลในตลาด EV ทั้งในและนอกประเทศมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2568

ตลาดรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา

ตลาดรถยนต์ในสหรัฐอเมริกาเริ่มต้นปี 2568 ได้ดี โดยเติบโตประมาณ 4% ในไตรมาสแรก ยอดขายส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่ม SUV และรถกระบะ แม้จะมีความกังวลเรื่องการขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ กลุ่มที่เติบโตโดดเด่นคือรถยนต์ Hybrid

25 อันดับรุ่นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในสหรัฐฯ ประจำไตรมาสแรกปี 2568 (เรียงจากน้อยไปมาก)

อันดับ 25: Ford Maverick (38,015 คัน)
อันดับ 24: Subaru Outback (39,934 คัน)
อันดับ 23: Honda HR-V (40,944 คัน)
อันดับ 22: Tesla Model 3 (ประมาณ 41,000 คัน)
อันดับ 21: Kia Sportage (41,301 คัน)
อันดับ 20: Subaru Crosstrek (43,612 คัน)
อันดับ 19: Ford Explorer (47,314 คัน)
อันดับ 18: Jeep Grand Cherokee (48,465 คัน)
อันดับ 17: Subaru Forester (49,865 คัน)
อันดับ 16: Nissan Sentra (54,536 คัน)
อันดับ 15: Hyundai Tucson (54,973 คัน)
อันดับ 14: Toyota Corolla (55,456 คัน)
อันดับ 13: Honda Civic (58,976 คัน)
อันดับ 12: Chevrolet Trax (59,021 คัน)
อันดับ 11: Toyota Tacoma (59,825 คัน)
อันดับ 10: Nissan Rogue (62,102 คัน)
อันดับ 9: Toyota Camry (70,308 คัน)
อันดับ 8: Tesla Model Y (ประมาณ 71,000 คัน)
อันดับ 7: Chevrolet Equinox (71,002 คัน)
อันดับ 6: GMC Sierra (77,292 คัน)
อันดับ 5: RAM Pickup (78,848 คัน)
อันดับ 4: Honda CR-V (103,325 คัน)
อันดับ 3: Toyota RAV4 (115,402 คัน)
อันดับ 2: Chevrolet Silverado (125,298 คัน)
อันดับ 1: Ford F-series (183,202 คัน)

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในประเทศไทย (มกราคม 2568)

ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ในเดือนมกราคม 2568 อยู่ที่ 12,376 คัน ซึ่งลดลง 9.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 (13,653 คัน)

Top 20 อันดับยอดจดทะเบียนสูงสุด (มกราคม 2568)

BYD Sealion 7 (1,757 คัน)
BYD Dolphin (1,446 คัน)
Deepal S07 (1,221 คัน)
MG4 Electric (1,114 คัน)
DENZA D9 (769 คัน)
NETA V (576 คัน)
ORA Good Cat (485 คัน)
BYD M6 (459 คัน)
ChangAn Lumin (410 คัน)
NETA X (409 คัน)
Aion HYPTEC HT (406 คัน)
BYD Seal (376 คัน)
Aion Y Plus (360 คัน)
BYD Atto 3 (324 คัน)
Aion V (268 คัน)
Jaecoo 6 EV (250 คัน)
Omoda C5 EV (157 คัน)
Deepal L07 (145 คัน)
ZEEKR 009 (124 คัน)
XPENG G6 (123 คัน)

Tesla กำลังซุ่มพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ “E41” โดยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการผลิตลง 20% เทียบกับ Model Y และวางแผนผลิตที่ Gigafactory เซี่ยงไฮ้ในปี 2569 เพื่อเจาะตลาดจีนโดยเฉพาะ

ตลาดรถยนต์ไทย (กันยายน 2568)

ยอดขายรถยนต์รวมในเดือนกันยายน 2568 อยู่ที่ 48,350 คัน เพิ่มขึ้น 23.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยตลาดรถยนต์นั่งเติบโต 25.5% และตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์เติบโต 24.4%

ตลาดรถยนต์รวม: 48,350 คัน (เพิ่มขึ้น 23.8%)
อันดับ 1: Toyota (18,472 คัน)
อันดับ 2: Honda (5,092 คัน)
อันดับ 3: Isuzu (4,931 คัน)
ตลาดรถยนต์นั่ง: 19,671 คัน (เพิ่มขึ้น 25.5%)
อันดับ 1: Toyota (6,848 คัน)
อันดับ 2: Honda (3,036 คัน)
อันดับ 3: MG (1,650 คัน)
ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์: 28,679 คัน (เพิ่มขึ้น 24.4%)
อันดับ 1: Toyota (11,624 คัน)
อันดับ 2: Isuzu (4,931 คัน)
อันดับ 3: Honda (2,056 คัน)

กลุ่มรถยนต์ HEV (Hybrid Electric Vehicle) มียอดขาย 12,756 คัน เพิ่มขึ้น 73.45% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมียอดขายสะสม 9 เดือนแรกถึง 102,372 คัน คิดเป็นส่วนแบ่ง 51% ของตลาด xEV ทั้งหมด

ประเภทรถยนต์ Hatchback: ทางเลือกที่คุ้มค่าและหลากหลาย

รถยนต์ Hatchback ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ที่มีความคล่องตัว ประหยัดน้ำมัน และมีพื้นที่ใช้สอยเพียงพอต่อการใช้งาน

รถ Hatchback ที่น่าสนใจในปี 2568:

Honda City Hatchback: โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ต ระบบ e:HEV ที่ประหยัดน้ำมัน และฟังก์ชันความปลอดภัยครบครัน
Toyota Yaris Hatchback: ความน่าเชื่อถือ ทนทาน ศูนย์บริการครอบคลุม และราคาที่คุ้มค่า
Mazda 2 Hatchback: ดีไซน์ล้ำสมัย ขับสนุก ช่วงล่างดี และวัสดุภายในคุณภาพสูง
Mazda 3 Fastback: ความพรีเมียม หรูหรา ดีไซน์สะกดทุกสายตา และเทคโนโลยี i-Activsense
Suzuki Swift: รถคันเล็ก ประหยัดน้ำมัน ช่วงล่างดีเยี่ยม และราคาเข้าถึงง่าย
Mitsubishi Mirage: ขนาดกะทัดรัด ขับง่าย ประหยัดน้ำมัน เหมาะสำหรับมือใหม่
Honda Civic Hatchback (มือสอง): สมรรถนะเร้าใจ เครื่องยนต์ 1.5 Turbo และดีไซน์ที่ยังคงความทันสมัย
Nissan March (มือสอง): ผู้บุกเบิก Eco Car ประหยัดน้ำมัน คล่องตัว และอะไหล่ราคาไม่แพง

หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการที่หลากหลายในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงยานยนต์นี้ การพิจารณารถยนต์ไฟฟ้าอย่าง นิสสัน ซิลฟี ซีโร่ อิเล็กทริก หรือสำรวจตัวเลือก ยางรถยนต์ขนาด 20 นิ้ว ที่รองรับรถยนต์สมัยใหม่ หรือมองหารถยนต์ Hatchback ที่คุ้มค่า อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการก้าวเข้าสู่อนาคตของการเดินทาง

ก้าวต่อไปของคุณคือการตัดสินใจที่ชาญฉลาด ไม่ว่าคุณจะสนใจเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังมาแรง การเลือกยางรถยนต์ที่เหมาะสมกับรถยนต์ของคุณ หรือการมองหารถยนต์ Hatchback ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ตลาดรถยนต์ในปี 2568 นี้ มีตัวเลือกที่หลากหลายและน่าตื่นเต้นรอคุณอยู่ หากต้องการข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม หรือต้องการทดลองขับรถยนต์รุ่นที่สนใจ โปรดติดต่อผู้จำหน่าย หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางออนไลน์ที่เชื่อถือได้ เพื่อให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด.

Previous Post

N1401106 ลูก 2 พ่อ ! 1423425082124670 (1) part2

Next Post

N1401127 คำพ ดแย ๆของแม เหม อนคำสาบแช งล part2

Next Post
N1401127 คำพ ดแย ๆของแม เหม อนคำสาบแช งล part2

N1401127 คำพ ดแย ๆของแม เหม อนคำสาบแช งล part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1501106 เศรษฐ สตร เร อน ตอนจบ part2
  • N1501117 เม ยไม ผล เง นเท าน นท สำค part2
  • N1501112 คนขวางโลก part2
  • N1501107 แค นม อย ามาอวด part2
  • N1501128 เม ยท ไร วตน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.