งานมหกรรมยานยนต์ Japan Mobility Show 2025: ทิศทางอนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืนและเชื่อมโยง
ในโลกที่เทคโนโลยีขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง อุตสาหกรรมยานยนต์ก็เช่นกัน ไม่เพียงแต่การพัฒนาเครื่องยนต์และดีไซน์ให้ล้ำสมัย แต่ยังรวมถึงการบูรณาการเทคโนโลยีอัจฉริยะ พลังงานสะอาด และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว งานมหกรรมยานยนต์ระดับโลกอย่าง Japan Mobility Show 2025 ที่จัดขึ้น ณ Tokyo Big Sight International Exhibition Centre กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันก้าวไกลของผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำทั่วโลก ที่ต่างนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมและรถยนต์ต้นแบบ (Concept Car) ที่จะกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ในอีกทศวรรษข้างหน้า ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มาเกือบ 10 ปี ผมได้สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งที่เกิดขึ้น และนี่คือภาพรวมของนวัตกรรมที่น่าจับตามองในงานครั้งนี้
การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก (EV & Alternative Energy)
หัวใจหลักที่โดดเด่นที่สุดในงาน Japan Mobility Show 2025 คือการผลักดันยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles – EVs) และพลังงานทางเลือกอย่างจริงจัง ผู้ผลิตทุกค่ายต่างนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลขนาดเล็กไปจนถึงรถบรรทุกและรถบัสไฟฟ้า สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality ของอุตสาหกรรม
BMW นำเสนอ BMW iX3 รุ่นใหม่ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม Neue Klasse อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่เจเนอเรชัน 6 (eDrive Gen6) ที่เน้นความหนาแน่นของพลังงานและน้ำหนักที่ลดลง ดีไซน์ภายนอกเรียบหรูแต่เฉียบคม ผสานกับระบบ iDrive และ BMW Panoramic Vision ที่ฉายข้อมูลบนกระจกหน้าตลอดแนว รถรุ่นนี้จะเริ่มสายการผลิตในเดือนมีนาคม 2026 และวางจำหน่ายในช่วงครึ่งหลังของปีเดียวกัน ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ที่ BMW ตั้งเป้าเปลี่ยนรถทุกคันให้เป็น “คอมพิวเตอร์ติดล้อ” นอกจากนี้ BMW ยังคงเดินหน้าสำรวจเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกอย่าง BMW iX5 Hydrogen รถต้นแบบพลังไฮโดรเจนที่ร่วมพัฒนากับ Toyota ซึ่งเป็นอีกทางเลือกสำคัญในการลดคาร์บอนไดออกไซด์
BYD ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีน ได้เข้าร่วมงานเป็นครั้งที่สอง และได้เปิดตัวรถยนต์ K-Car พิกัดพิเศษสำหรับตลาดญี่ปุ่นโดยเฉพาะ คือ BYD Racco ที่มาพร้อมดีไซน์เรียบง่าย ฟังก์ชันการใช้งานสูง และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ LFP ความจุ 20 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 180 กิโลเมตร (WLTC) คาดว่าราคาจำหน่ายจะใกล้เคียงกับรถ Kei Car ยอดนิยมในญี่ปุ่น ทำให้ BYD Racco พร้อมเป็นคู่แข่งที่น่าจับตามองในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก
Honda แสดงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลด้วย Honda 0 Series ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่พัฒนาภายใต้แนวคิด “Thin, Light, and Wise” หรือ “บาง เบา และชาญฉลาด” เพื่อพลิกนิยามของ EV รถต้นแบบ Honda 0 SALOON Prototype และ Honda 0 SUV Prototype (หรือ Honda 0 α (Alpha) Prototype ที่เปิดตัวครั้งแรกของโลกในงานนี้) เน้นดีไซน์สปอร์ตหรูหรา และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง โดยรุ่นผลิตจริงของ Honda 0 α มีกำหนดวางจำหน่ายทั่วโลกตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป นอกจากนี้ Honda ยังนำเสนอ Honda Super-ONE Prototype รถต้นแบบที่เน้นการขับสนุกด้วย BOOST Mode และ Honda Micro EV รถต้นแบบขนาดจิ๋วที่น่ารักและเรียบง่าย สำหรับการใช้งานในเมือง
Mitsubishi Motors เปิดตัว Mitsubishi Elevance Concept รถ SUV ขุมพลังไฟฟ้าเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกในโลก สะท้อนแนวคิด Luxe Adventurer ผสานความสง่างามและความแข็งแกร่ง พร้อมระบบ PHEV, Quad-Motor 4WD และเทคโนโลยี Super-All Wheel Control (S-AWC) อันเป็นเอกลักษณ์ของ Mitsubishi นอกจากนี้ยังนำเสนอ Delica D:5 (Prototype) มินิแวนอเนกประสงค์ และ Delica Mini Kei-car ประตูสไลด์ที่เน้นความคล่องตัวและอรรถประโยชน์
Nissan ในปีนี้ แม้จะไม่มีรถยนต์ต้นแบบให้เห็น แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการกลับมาอย่างแข็งแกร่งด้วยการนำเสนอยานยนต์รุ่นใหม่ที่พร้อมทำตลาดจริง Nissan Elgrand รุ่นใหม่ พัฒนาไปอีกขั้นด้วยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า e-POWER เจเนอเรชันที่ 3 และ e-4ORCE เพื่อมอบความเงียบและความสมดุลที่เหนือระดับ ดีไซน์ภายนอกเป็นสไตล์ “The Private MAGLEV” สะท้อนความล้ำสมัย ห้องโดยสารระดับเลานจ์ส่วนตัว พร้อมระบบเครื่องเสียง BOSE® 22 ลำโพง คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในญี่ปุ่นช่วงฤดูร้อนปี 2026 และมีแผนจะนำเข้าทำตลาดในประเทศไทยด้วย Nissan Ariya Minorchange รุ่นปรับโฉมใหม่ พร้อมเทคโนโลยี Google Infotainment และ Nissan Leaf รุ่นใหม่เวอร์ชันตลาดญี่ปุ่น ก็เป็นอีกไฮไลท์ที่น่าสนใจ
Subaru นำเสนอแนวคิด “Driving the Subaru Difference” ด้วยการแบ่งพื้นที่จัดแสดงเป็น 2 ส่วน คือ Performance Scene และ Adventure Scene โดยในส่วน Performance Scene ได้เปิดตัวรถต้นแบบ SUBARU Performance E-STi Concept (Sport Coupe พลังไฟฟ้า) และ SUBARU Performance B-STi Concept (Next Generation รถยนต์ Sport Sedan เครื่องยนต์สันดาปภายใน) ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของรถสปอร์ตในอนาคตของแบรนด์ นอกจากนี้ยังจัดแสดง SUBARU TRAILSEEKER (รถยนต์ไฟฟ้า BEV รุ่นที่ 2 สำหรับตลาดโลก) และ SUBARU FORESTER WILDERNESS Prototype และ SUBARU OUTBACK WILDERNESS Prototype ที่เน้นสมรรถนะออฟโรดและการผจญภัย
Suzuki นำเสนอแนวคิด “By Your Side” โดยได้จัดแสดง Suzuki Vision e-Sky รถต้นแบบ EV ที่จะพัฒนาออกจำหน่ายจริงในปีงบประมาณ 2026 พร้อมระยะทางวิ่งกว่า 270 กิโลเมตร และ Suzuki e-EVERY CONCEPT รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็กที่พัฒนาร่วมกับ Toyota และ Daihatsu นอกจากนี้ยังมีความน่าสนใจอื่นๆ เช่น Suzuki Fronx FFV Concept ที่ใช้เชื้อเพลิงเอทานอล, MOQBA 2 ยานพาหนะสี่ล้อที่ดัดแปลงได้ และ SUZU-RIDE2 ยานพาหนะสำหรับการใช้งานทุกวัน
Toyota และ Lexus ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ นำเสนอวิสัยทัศน์ “Mobility for All” อย่างเต็มรูปแบบ Toyota Corolla Concept คือต้นแบบของยุคใหม่ของตระกูล Corolla ที่พร้อมรองรับขุมพลังหลากหลาย ทั้งเครื่องยนต์สันดาป, Hybrid และ BEV Land Cruiser FJ คือการตีความใหม่ของตำนาน Off-road ในขนาดที่เข้าถึงง่ายขึ้น มาพร้อม Land Hopper ยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล นอกจากนี้ Toyota Kago-Bo, Kayoibako, Kayoibako-L, Kayoibako-XL คือแนวคิด “Moving Box” หรือรถตู้ไฟฟ้าแบบโมดูลาร์ที่สะท้อนถึง Mobility as Social Infrastructure ส่วน Toyota IMV Origin ย้ำถึงนวัตกรรมเพื่อสังคมในประเทศกำลังพัฒนา และหุ่นยนต์ส่งของ Toyota Chibibo, Toyota Walk Me ยานยนต์ช่วยเดินสำหรับผู้สูงอายุ/ผู้พิการ, Toyota Challenge Me Wheelchair แบบ Adventure, Toyota Kids mobi พาหนะสำหรับเด็ก และ Toyota CYBER LOVE เครื่องจักรนำทางโลก AR คือตัวอย่างของความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ Mobility ที่ครอบคลุมทุกมิติ
Mercedes-Benz นำเสนอแนวคิด “Feel The Mercedes” ครอบคลุมทั้งสัมผัส การมองเห็น และการได้ยิน CONCEPT AMG GT XX คือรถต้นแบบที่จะวางรากฐานให้กับรถไฟฟ้าเจเนอเรชั่นถัดไปบน AMG Electric Architecture The all-new electric CLA และ electric GLC ที่เปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยระบบปฏิบัติการ MB.OS และดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ Vision V สัญลักษณ์อนาคตของรถตู้หรูหรา และรุ่นพิเศษอื่นๆ เช่น Mercedes-Maybach SL Monogram Series, Mercedes-AMG GT 63 PRO 4MATIC+ Coupé และ Mercedes-AMG G 63 (Facelift)
HINO Motors และ UD Trucks นำเสนอเทคโนโลยีการขนส่งแห่งอนาคตภายใต้แนวคิด “we make a better world and future by helping people and goods get where they need to go” Hino จัดแสดง PONCHO dot รถบรรทุกต้นแบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ, PROFIA Z FCV L4 Concept รถบรรทุก Fuel Cell ที่ผลิตจำหน่ายจริง พร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติ L4, S’ELEGA 2026 Model Year รถบัสท่องเที่ยวโฉมใหม่, DUTRO Z EV 2026 Model Year รถบรรทุกไฟฟ้า และ RANGER 2026 Model Year รถบรรทุกขนาดกลาง นอกจากนี้ยังนำเสนอ Isuzu D-MAX EV จากประเทศไทย และรถแข่ง Dakar Rally ส่วน UD Trucks เปิดตัว Quester 2026 Model Year และ Quon GW 6×4
Hyundai ที่กลับมาบุกตลาดญี่ปุ่นอีกครั้ง นำเสนอ Hyundai NEXO ยานยนต์พลังงาน Hydrogen เจเนอเรชันล่าสุด ซึ่งพัฒนาเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน Hydrogen มาอย่างต่อเนื่อง รถรุ่นนี้โดดเด่นด้วยดีไซน์ “The Art of Steel” ภายในห้องโดยสารที่สะดวกสบาย และสมรรถนะที่น่าประทับใจ นอกจากนี้ยังจัดแสดงทัพ EV อื่นๆ เช่น IONIQ 5, IONIQ 5N, KONA, Inster และ Inster Cross รวมถึงรถต้นแบบ Insteroid ที่ผสานอารมณ์และจินตนาการ
Isuzu และ UD Trucks มาภายใต้ Theme “Move the World, Envision a Colorful Future.” ไฮไลท์คือ ISUZU VCCC (Vertical Core Cycle Concept) รถบรรทุกรูปแบบใหม่ทรงสูงเพื่อการขนส่งสินค้า, ISUZU GIGA Full Model Change รถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่โฉมใหม่, ISUZU ERGA EV Autonomous BUS รถบัสประจำทางอัตโนมัติ, ISUZU ELF EV Garbage Truck รถบรรทุกขยะไฟฟ้า และ ISUZU MULTI-FUEL ENGINE เครื่องยนต์ที่รองรับเชื้อเพลิงหลากหลาย เพื่อมุ่งสู่ Carbon Neutrality
Mazda นำเสนอ MAZDA VISION X-COUPE และ MAZDA VISION X-COMPACT ยานยนต์ต้นแบบที่ถ่ายทอดแนวคิด KODO-Soul of Motion ผสมผสานกับระบบ Plug-in Hybrid และเครื่องยนต์โรตารี่ VISION X-COUPE ให้พละกำลังสูงถึง 510 แรงม้า และมีเทคโนโลยี Mazda Mobile Carbon Capture ที่ช่วยลด CO2 ในชั้นบรรยากาศ VISION X-COMPACT เน้นการเชื่อมโยงระหว่างคนกับรถด้วย AI และระบบ Digital นอกจากนี้ยังจัดแสดง ALL-NEW MAZDA CX-5 สเปกยุโรป ที่มาพร้อม MAZDA E/E ARCHITECTURE+
เทคโนโลยีอัจฉริยะและการเชื่อมต่อ (AI & Connectivity)
นอกเหนือจากเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าแล้ว ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเชื่อมต่อ (Connectivity) ก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์สำคัญที่ปรากฏชัดในงาน Japan Mobility Show 2025 รถยนต์หลายรุ่นถูกติดตั้งระบบ AI เพื่อช่วยในการขับขี่, การนำทาง, การปรับแต่งประสบการณ์ผู้ใช้งานให้เป็นส่วนตัว และการสื่อสารกับผู้ขับขี่และสภาพแวดล้อม
Nissan Elgrand มาพร้อมระบบ ProPILOT และ ProPILOT 2.0 ที่รองรับการขับขี่แบบ Hands-free บนทางหลวง Mitsubishi Elevance Concept มีฟีเจอร์ AI Co-Driver ที่ช่วยแนะนำจุดหมายปลายทางเฉพาะบุคคล Toyota CYBER LOVE เป็นเครื่องจักรนำทางโลก AR ที่เชื่อมต่อโลกจริงกับโลกเสมือนอย่างสมบูรณ์แบบ Toyota Chibibo ใช้ AI วิเคราะห์เส้นทางและอุปสรรคแบบเรียลไทม์ Toyota Kids mobi ใช้ AI เพื่อมอบความปลอดภัยและการเรียนรู้แก่เด็กๆ Mazda VISION X-COMPACT ผสานโมเดล Digital ที่จำลองระบบการรับรู้ของมนุษย์กับ AI เพื่อสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างคนกับรถ
การออกแบบที่เน้นความยั่งยืนและประสบการณ์ผู้ใช้ (Sustainable Design & User Experience)
ดีไซน์ของรถยนต์ในงานครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่ยังสะท้อนถึงความยั่งยืนและการให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ใช้เป็นหลัก วัสดุรีไซเคิลและวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมถูกนำมาใช้มากขึ้น การออกแบบภายในเน้นความโปร่งโล่ง สะดวกสบาย และมอบประสบการณ์ที่ดื่มด่ำ
MINI นำเสนอ MINI Paul Smith Edition ที่ตกแต่งด้วยวัสดุรีไซเคิลและผ้าเฉดพิเศษตามแนวทาง Sustainability Honda 0 Series เน้นดีไซน์ “Thin, Light, and Wise” เพื่อสร้าง EV ที่มีรูปลักษณ์บางเบาและชาญฉลาด Mercedes-Benz Vision V ผสานความหรูหราเข้ากับพื้นที่กว้างขวางในรูปแบบของห้องเลานจ์ส่วนตัว Mazda CX-5 ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด KODO Design และปรัชญา Jinba Ittai (ความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ)
รถยนต์ต้นแบบที่ท้าทายขีดจำกัด (Groundbreaking Concept Cars)
นอกเหนือจากรถยนต์ที่ใกล้เคียงกับการผลิตจริงแล้ว งานนี้ยังเต็มไปด้วยรถยนต์ต้นแบบที่กล้าฉีกกรอบและท้าทายจินตนาการของผู้เข้าชม
Nissan Patrol ที่เตรียมกลับมาทำตลาดญี่ปุ่นในปี 2027 หลังห่างหายไปกว่า 18 ปี เน้นย้ำจุดยืนของ Nissan ในฐานะผู้นำแห่ง SUV สมรรถนะสูง Subaru Performance E-STi Concept และ Performance B-STi Concept สะท้อนถึงอนาคตของรถสปอร์ตจาก Subaru Suzuki Vision e-Sky คือต้นแบบ EV ที่จะพัฒนาก้าวสู่การผลิตจริง Toyota Land Cruiser FJ คือการตีความใหม่ของตำนาน Off-road ที่เน้นความอิสระและความสนุก Toyota Kago-Bo / Kayoibako / Kayoibako-L / Kayoibako-XL คืออนาคตของการขนส่งและบริการในรูปแบบโมดูลาร์ Toyota Challenge Me เปลี่ยนภาพลักษณ์ Wheelchair ให้กลายเป็น Adventure Machine
การกลับมาของรถยนต์ระดับตำนานและ Iconic Models
การย้อนรำลึกถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของอุตสาหกรรมยานยนต์ก็เป็นอีกส่วนสำคัญของงานนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดที่มีวัฒนธรรมยานยนต์ที่แข็งแกร่งอย่างญี่ปุ่น
Nissan Elgrand รุ่นใหม่คือการกลับมาของมินิแวนหรูในตำนาน Nissan Patrol เตรียมกลับมาทำตลาดอีกครั้ง Subaru GL Family Huckster 1983 คือรถแข่งในตำนานที่ได้รับการฟื้นคืนชีพ Daihatsu นำเสนอ K-OPEN ซึ่งเป็นการตีความใหม่ของรถสปอร์ตเปิดประทุน Copen ในตำนาน และ Midget-X รถสามล้อในตำนานที่ช่วยขับเคลื่อนชีวิตประจำวันของผู้คน
บทสรุปและทิศทางในอนาคต
งาน Japan Mobility Show 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดแสดงรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการสะท้อนภาพอนาคตของการเคลื่อนที่ (Mobility) ที่กำลังจะเกิดขึ้น การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือกกำลังเป็นไปอย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับการผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ AI และการเชื่อมต่อเข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบเนียน ดีไซน์ที่เน้นความยั่งยืนและความเป็นมิตรต่อผู้ใช้ กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทุกค่ายต้องคำนึงถึง
จากประสบการณ์กว่า 10 ปีในวงการยานยนต์ ผมมองเห็นว่าอุตสาหกรรมกำลังมุ่งสู่ยุคแห่ง “Smart, Sustainable, and Connected Mobility” ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเดินทางจากจุด A ไปยังจุด B อีกต่อไป แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ยั่งยืน ปลอดภัย และเชื่อมโยงกับชีวิตของผู้คนในทุกมิติ
สำหรับผู้ที่หลงใหลในยานยนต์และเทคโนโลยี การติดตามความเคลื่อนไหวในงานมหกรรมเช่นนี้ คือกุญแจสำคัญในการเข้าใจทิศทางของอุตสาหกรรม และเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตที่กำลังจะมาถึง หากคุณกำลังมองหารถยนต์รุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งเทคโนโลยี ความยั่งยืน และความเร้าใจในการขับขี่ อย่าพลาดที่จะศึกษาข้อมูลและสัมผัสประสบการณ์จริงจากรถยนต์ที่จัดแสดงในงานครั้งนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจและก้าวไปพร้อมกับอนาคตแห่งการเดินทางที่ยั่งยืนและเชื่อมโยงอย่างแท้จริง

