ตลาดรถยนต์เยอรมนี: การวิเคราะห์เชิงลึก ครึ่งปีแรก 2566 และเทรนด์แห่งอนาคต
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์อยู่เสมอ โดยเฉพาะตลาดที่มีพลวัตสูงอย่างเยอรมนี ดินแดนแห่งวิศวกรรมยานยนต์ชั้นเลิศ เมื่อหวนนึกถึงข้อมูลยอดขายรถยนต์ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 (มกราคม-มิถุนายน) สถานการณ์ในเยอรมนีสะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของผู้บริโภคและทิศทางของอุตสาหกรรมได้อย่างน่าสนใจ
ภาพรวมตลาดรถยนต์เยอรมนี: ตัวเลขสะท้อนเทรนด์
ข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ในตลาดเยอรมนีในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งโดยสารรวมทั้งสิ้น 1,838,031 คัน เพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ในขณะที่ยอดจดทะเบียนรถยนต์ทุกประเภทรวมอยู่ที่ 2,146,615 คัน เพิ่มขึ้น 3.2% ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงความต้องการรถยนต์ใหม่ที่ยังคงแข็งแกร่ง แม้จะเผชิญกับปัจจัยท้าทายต่างๆ
การวิเคราะห์เจาะลึกถึงประเภทของขุมพลังเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินยังคงครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดถึง 63.1% และมีการเติบโตถึง 16.3% ซึ่งสวนทางกับรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลที่มีส่วนแบ่งลดลงเหลือ 21.1% และหดตัวถึง 20% การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันหลังให้กับเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งอาจมีปัจจัยมาจากข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น
ส่วนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) แม้จะมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 0.9% ในช่วงเวลาดังกล่าว แต่การเติบโตอย่างก้าวกระโดดในบางกลุ่ม และการผลักดันจากผู้ผลิตหลายราย ทำให้เราคาดการณ์ได้ว่า ตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอนาคตอันใกล้ ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้คือ แนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง 2025 และ ราคารถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ที่เริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น
การแข่งขันในกลุ่ม Top 35: แบรนด์ใดมาแรง แบรนด์ใดถดถอย?
การจัดอันดับ 35 แบรนด์รถยนต์ที่ขายดีที่สุดในเยอรมนีในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 เผยให้เห็นภาพการแข่งขันที่ดุเดือด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้นำ:
Volkswagen ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำได้อย่างเหนียวแน่นด้วยยอดขาย 361,659 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 19.7% และเติบโต 8.6% แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจที่ผู้บริโภคเยอรมันมีต่อแบรนด์บ้านเกิด
Mercedes-Benz มาเป็นอันดับสองด้วยยอดขาย 162,614 คัน (ส่วนแบ่ง 8.8%) แม้จะมีการลดลง 2.7% แต่ยังคงเป็นแบรนด์พรีเมียมที่แข็งแกร่ง
Audi ตามมาติดๆ ด้วยยอดขาย 151,353 คัน (ส่วนแบ่ง 8.2%) และมีการลดลง 2.0% กลุ่มรถยนต์พรีเมียมเยอรมันยังคงเป็นแกนหลักของตลาด
Ford อยู่ในอันดับที่ 4 ด้วยยอดขาย 135,681 คัน (ส่วนแบ่ง 7.4%) และเติบโต 5.7% แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในตลาดระดับกลาง
BMW รั้งอันดับ 5 ด้วยยอดขาย 130,132 คัน (ส่วนแบ่ง 7.1%) โดยมีการลดลง 1.0%
Opel อยู่ในอันดับ 6 ด้วยยอดขาย 118,526 คัน (ส่วนแบ่ง 6.4%) และลดลง 7.1% ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการปรับตัวเพื่อแข่งขันกับแบรนด์อื่นที่กำลังมาแรง
Skoda โดดเด่นขึ้นมาในอันดับ 7 ด้วยยอดขาย 106,802 คัน (ส่วนแบ่ง 5.8%) และเติบโตถึง 8.1% สะท้อนถึงความนิยมของรถยนต์ที่คุ้มค่าและมีคุณภาพ
Renault อยู่ในอันดับ 8 ด้วยยอดขาย 68,691 คัน (ส่วนแบ่ง 3.7%) และลดลง 2.8%
Seat เป็นอีกแบรนด์ที่น่าจับตา ด้วยยอดขาย 61,461 คัน (ส่วนแบ่ง 3.3%) และเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 16.4%
Hyundai ในอันดับ 10 ด้วยยอดขาย 58,982 คัน (ส่วนแบ่ง 3.2%) และเติบโต 10.9% แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันของแบรนด์เอเชีย
แนวโน้มที่น่าสนใจและอนาคตของตลาดยานยนต์เยอรมนี
สิ่งที่น่าสังเกตจากข้อมูลดังกล่าวคือ การเติบโตที่โดดเด่นของแบรนด์อย่าง Seat และ Hyundai ซึ่งบ่งชี้ถึงการที่ผู้บริโภคเยอรมันเปิดรับทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น นอกเหนือจากแบรนด์ดั้งเดิม การเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะ รถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง 2025 จะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางของตลาดในอนาคต
Mercedes-Benz Thailand: ยกระดับการบริการสู่มาตรฐานโลก
ในขณะที่ตลาดโลกกำลังเคลื่อนไหว ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำในประเทศไทยเองก็ไม่หยุดนิ่ง Mercedes-Benz Thailand ได้ประกาศความร่วมมือระยะยาวกับ บริษัท บางชันเยนเนอเรลเอเซมบลี จำกัด ในการเปิดตัว “ศูนย์เตรียมรถยนต์ใหม่” (Vehicle Preparation Center – VPC) บนพื้นที่กว่า 100,000 ตารางเมตร บนถนนบางนา-ตราด กม. 30 การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับกระบวนการตรวจสอบคุณภาพรถยนต์ก่อนส่งมอบ (Pre-Delivery Inspection – PDI) ให้ได้มาตรฐานสูงสุด
ศูนย์ VPC แห่งใหม่นี้มีความสามารถในการรองรับรถยนต์ได้มากกว่า 20,000 คันต่อปี ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากเดิมที่รองรับได้เพียง 12,000 คันต่อปี การขยายกำลังการผลิตนี้สอดคล้องกับแผนธุรกิจที่ต้องการรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดรถหรูในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
คุณไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร Mercedes-Benz Thailand กล่าวเน้นย้ำถึงปรัชญา “สิ่งที่ดีที่สุด” ที่บริษัทฯ ยึดมั่นมาตลอด พร้อมกับการนำเสนอรถยนต์ที่หลากหลายครอบคลุมทุกกลุ่ม ตั้งแต่ Compact Car, Contemporary Luxury, Dream Car ไปจนถึง SUV การเติบโตอย่างต่อเนื่องของ Mercedes-Benz ในไทย ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยยอดขายหลักหมื่นคันต่อปี ยิ่งตอกย้ำถึงความสำเร็จนี้
การต่อสัญญากับ บริษัท บางชันเยนเนอเรลเอเซมบลี จำกัด เป็นระยะเวลา 10 ปี (2561-2570) แสดงถึงความไว้วางใจในศักยภาพของพันธมิตร และการลงทุนในศูนย์ VPC แห่งใหม่นี้ ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มพื้นที่ แต่คือการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความสะดวก และความรวดเร็วในกระบวนการ PDI โดยทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดตามนโยบายของ Daimler AG เพื่อให้มั่นใจว่ารถยนต์ทุกคันจะส่งมอบถึงตัวแทนจำหน่ายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ภายใต้วิสัยทัศน์ “Zero Defect Customized Vehicles with Customer Delight”
คุณวันชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางชันเยนเนอเรลเอเซมบลี จำกัด ได้เน้นย้ำถึงความพร้อมของศูนย์ VPC แห่งใหม่ ซึ่งมีพื้นที่เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 4 เท่า ครอบคลุมตั้งแต่พื้นที่จอดรถกว่า 2,000 คัน การตรวจสอบ PDI การเตรียมความพร้อมรถยนต์ทั้งกลุ่ม CKD (ประกอบในประเทศ) และ CBU (นำเข้า) รวมถึงการดูแลรักษา (Maintenance) ก่อนส่งมอบ
นวัตกรรมที่ถูกนำมาใช้ในศูนย์ VPC แห่งนี้ สะท้อนถึงความเป็นเลิศทางวิศวกรรมของเยอรมนีผสมผสานกับความเชี่ยวชาญของทีมช่างชาวไทย เช่น:
Conveyor System: เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการเคลื่อนย้ายรถยนต์
Automatic Washing Conveyor System: ทำความสะอาดรถยนต์อย่างประณีตและรวดเร็ว
Light Tunnel: ตรวจสอบความเรียบร้อยของสีรถยนต์ได้อย่างละเอียด
German Inspection Tools: อุปกรณ์ตรวจเช็กระบบกลไกจากเยอรมนี
Solar Cells: ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ลดมลภาวะและค่าใช้จ่าย
Brake Tester: ตรวจสอบสมรรถนะเบรกตามมาตรฐานโรงงาน
Smart Repair & IR Drying Booths: ระบบซ่อมสีและอบสีที่ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
กระบวนการ PDI ที่ครอบคลุมนี้ ประกอบด้วยขั้นตอน Pre-PDI, PDI และ Post-PDI เพื่อให้มั่นใจว่ารถยนต์ Mercedes-Benz ทุกคันจะส่งมอบถึงมือลูกค้าอย่างสมบูรณ์แบบตามมาตรฐานสูงสุด
ตลาด SUV ในไทย: Mazda ครองแชมป์ด้วยกลยุทธ์ที่เหนือชั้น
ในตลาดประเทศไทย สังคมยานยนต์ก็มีการแข่งขันที่น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะกลุ่ม SUV ที่กำลังมาแรง Mazda สามารถสร้างปรากฏการณ์ด้วยการครองอันดับหนึ่งในตลาด SUV ประจำเดือนเมษายน 2566 ด้วยยอดขายเกือบ 500 คัน
ความสำเร็จของ Mazda มาจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมถึง 4 รุ่นในตระกูล CX ได้แก่ CX-3, CX-30, CX-5 และ CX-8 ซึ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าในเซ็กเมนต์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะรุ่น CX-30 ที่เปิดตัวใหม่ สามารถทำยอดขายสูงสุดถึง 346 คัน สะท้อนให้เห็นถึงการออกแบบที่ตรงใจผู้บริโภคไทย และความสามารถในการแข่งขันในกลุ่ม Subcompact SUV
คุณชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวเน้นย้ำถึงกลยุทธ์ของ Mazda ในการมุ่งมั่นทำตลาดรถยนต์ Crossover และการยกระดับการให้บริการหลังการขาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า
Volvo V40 T4: นิยามใหม่ของพรีเมียมแฮทช์แบ็ค
สำหรับใครที่มองหารถยนต์พรีเมียมแฮทช์แบ็ค Volvo V40 T4 ในปี 2017 ได้นำเสนอการปรับโฉมครั้งใหญ่ (Minor Change) พร้อมเครื่องยนต์ Drive-E เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร ให้กำลัง 190 แรงม้า การออกแบบที่โดดเด่นด้วยไฟหน้าทรง “ค้อนของเทพเจ้าธอร์” (Thor Hammer) ผสานกับเทคโนโลยีความปลอดภัยอันเป็นเอกลักษณ์ของ Volvo
V40 เป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในยุโรปและทั่วโลก การปรับโฉมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มสมรรถนะ แต่ยังยกระดับรูปลักษณ์ให้ทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Designed Around You” เน้นความหรูหรา สะดวกสบาย และการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ ผ่านระบบ Volvo Sensus Connect และจอแสดงผล TFT ขนาด 8 นิ้ว
นอกจากนี้ Volvo V40 T4 ยังสอดคล้องกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เฉลี่ยเพียง 142 กรัมต่อกิโลเมตร ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ระบบความปลอดภัยขั้นสูง เช่น Park Assist Pilot และ City Safety ยังคงเป็นจุดเด่นที่ทำให้ Volvo แตกต่าง
อนาคตยานยนต์ไฟฟ้า: รถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง 2025 และเทคโนโลยีแห่งอนาคต
เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังมาแรง และอนาคตของยานยนต์จะขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดเป็นหลัก การมองหา รถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง 2025 เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคจำนวนมากกำลังให้ความสนใจ ด้วยเหตุผลด้านประหยัดพลังงาน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ต่ำลง และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ในตลาดปี 2565-2566 เราเริ่มเห็นทางเลือกที่น่าสนใจในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง:
Kia EV9: รถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่จากเกาหลี โดดเด่นด้วยดีไซน์ดุดันและสมรรถนะที่น่าประทับใจ ทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อนสี่ล้อ ด้วยระยะทางวิ่งที่ยาวนานและเทคโนโลยี V2L
Mercedes-Benz EQS 450: SUV ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง รุ่นแรกที่ประกอบในไทย ผสมผสานความหรูหรา ความสบาย และสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล ด้วยระบบขับเคลื่อน 4MATIC
Denza D9: รถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ที่เน้นความกว้างขวางภายในห้องโดยสาร และเทคโนโลยีที่จัดเต็ม เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการความสะดวกสบายระดับ VIP
ZEEKR 009: รถตู้ไฟฟ้าที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งของโครงสร้าง และระบบเครื่องเสียงสุดอลังการ พร้อมขุมพลังที่ให้การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น
XPENG X9: รถ EV 7 ที่นั่ง ที่เน้นความอัจฉริยะและเทคโนโลยีล้ำสมัย เบาะนั่งปรับเอนได้หลากหลายทิศทาง และระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง
Volvo EX90: SUV ไฟฟ้าพรีเมียม 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย ดีไซน์สแกนดิเนเวียน และตัวเลือกขุมพลังที่หลากหลาย
MG Maxus 9: รถ MPV ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ที่มอบความหรูหราและความคุ้มค่า ในราคาที่เข้าถึงได้
MG Maxus 7: รถ MPV ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ที่มีขนาดเล็กลงมาจาก Maxus 9 แต่ยังคงคอนเซ็ปต์รถครอบครัวที่คุ้มค่า
BYD M6: MPV ไฟฟ้าดีไซน์ใหม่ที่ผสมผสานความสวยงามและความลงตัว เหมาะสำหรับครอบครัว
Volkswagen ID.Buzz: รถตู้ไฟฟ้าดีไซน์คลาสสิก ให้กลิ่นอายความร่วมสมัย พร้อมขุมพลังไฟฟ้า 100%
ราคาและความคุ้มค่า: การแข่งขันในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง กำลังดุเดือด ส่งผลให้ ราคารถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง มีความหลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่ระดับล้านปลายๆ ไปจนถึงหลายล้านบาท การพิจารณาเลือกรถยนต์ที่เหมาะสมจึงต้องคำนึงถึงความต้องการใช้งาน งบประมาณ และเทคโนโลยีที่ต้องการ
บทสรุป
ตลาดรถยนต์เยอรมนีและตลาดโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างแท้จริง การวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายในตลาดเยอรมนี สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับรถยนต์พลังงานทางเลือกมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ผู้ผลิตในประเทศไทย เช่น Mercedes-Benz ก็ไม่หยุดนิ่งในการยกระดับมาตรฐานการบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัล
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ใหม่ โดยเฉพาะ รถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง 2025 ตลาดมีทางเลือกที่น่าสนใจมากมายที่ผสมผสานเทคโนโลยี สมรรถนะ และความคุ้มค่าเข้าไว้ด้วยกัน การศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบ และทดลองขับ จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกรถที่ใช่สำหรับคุณและครอบครัวได้อย่างแน่นอน
หากท่านกำลังมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี และความคุ้มค่า ถึงเวลาแล้วที่จะเข้ามาสำรวจตัวเลือกที่หลากหลายในตลาดปัจจุบัน และเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง.

