เจาะลึกตลาดรถยนต์เยอรมนี: ภาพรวมครึ่งปีแรก 2025 และเทรนด์ที่น่าจับตา
สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่สนใจในวงการยานยนต์ทุกท่าน ผมในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมรถยนต์มายาวนานกว่า 10 ปี วันนี้จะพาทุกท่านเจาะลึกถึงภาพรวม ตลาดรถยนต์เยอรมนี ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ชั้นนำของโลก ข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่น่าสนใจหลายประการ ทั้งการเติบโต การเปลี่ยนแปลงในกลุ่มผู้บริโภค และเทคโนโลยีที่กำลังขับเคลื่อนอนาคตของ ยอดขายรถยนต์เยอรมนี
จากข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ในตลาดเยอรมนี เราพบว่าในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2025 มียอดจดทะเบียน รถยนต์นั่ง ทั้งสิ้น 1,838,031 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 2.9% ในขณะที่ ยอดจดทะเบียนรถยนต์ทุกประเภท อยู่ที่ 2,146,615 คัน เติบโตขึ้น 3.2% สัญญาณการเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความน่าสนใจของตลาดรถยนต์เยอรมนี แม้จะมีความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคมก็ตาม
เมื่อเราเจาะลึกไปถึงประเภทของขุมพลังที่ได้รับความนิยม พบว่า รถยนต์เครื่องยนต์เบนซิน ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดถึง 63.1% โดยมีการเติบโตถึง 16.3% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเครื่องยนต์สันดาปภายในยังคงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าจับตาคือ รถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล ที่มีส่วนแบ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 20% เหลือเพียง 21.1% สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงนโยบายของภาครัฐที่ส่งผลต่อ การซื้อขายรถยนต์ดีเซล
แต่ภาพที่โดดเด่นที่สุดในเวลานี้ คงหนีไม่พ้นการเติบโตของ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) แม้ว่าในปัจจุบันจะมีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 0.9% แต่การเติบโตนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ และเป็นทิศทางที่ชัดเจนของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลมาจากการผลักดันด้านเทคโนโลยี การสนับสนุนจากภาครัฐ และความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตรถยนต์ทุกค่ายต้องให้ความสำคัญในการวางแผน กลยุทธ์รถยนต์ไฟฟ้า 2025
35 อันดับแบรนด์รถยนต์ขายดีที่สุดในเยอรมนี: การเปลี่ยนแปลงที่บ่งบอกอนาคต
มาดูกันที่รายละเอียดของแบรนด์รถยนต์ที่ทำผลงานได้ดีในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025:
Volkswagen ยังคงครองอันดับ 1 ด้วยยอดขาย 361,659 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 19.7% และมีการเติบโตถึง 8.6% ความแข็งแกร่งของ Volkswagen สะท้อนให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในวงกว้าง
Mercedes-Benz รั้งอันดับ 2 ด้วยยอดขาย 162,614 คัน ส่วนแบ่งตลาด 8.8% แม้จะมีการลดลง 2.7% แต่ยังคงเป็นแบรนด์ระดับพรีเมียมที่ได้รับความนิยมสูง
Audi ตามมาติดๆ ในอันดับ 3 ด้วยยอดขาย 151,353 คัน ส่วนแบ่งตลาด 8.2% และลดลง 2.0% การแข่งขันในกลุ่ม รถยนต์พรีเมียมเยอรมนี ยังคงเข้มข้น
Ford แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่น่าประทับใจในอันดับ 4 ด้วยยอดขาย 135,681 คัน ส่วนแบ่งตลาด 7.4% และเพิ่มขึ้น 5.7%
BMW อยู่ในอันดับ 5 ด้วยยอดขาย 130,132 คัน ส่วนแบ่งตลาด 7.1% และลดลง 1.0%
อันดับถัดมาแสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดของแบรนด์ต่างๆ:
Opel ยอดขาย 118,526 คัน ส่วนแบ่งตลาด 6.4% ลดลง 7.1%
Skoda ยอดขาย 106,802 คัน ส่วนแบ่งตลาด 5.8% เพิ่มขึ้น 8.1%
Renault ยอดขาย 68,691 คัน ส่วนแบ่งตลาด 3.7% ลดลง 2.8%
Seat ยอดขาย 61,461 คัน ส่วนแบ่งตลาด 3.3% เพิ่มขึ้น 16.4% – การเติบโตที่โดดเด่น
Hyundai ยอดขาย 58,982 คัน ส่วนแบ่งตลาด 3.2% เพิ่มขึ้น 10.9% – แบรนด์เอเชียที่แข็งแกร่ง
Fiat ยอดขาย 46,493 คัน ส่วนแบ่งตลาด 2.5% ลดลง 8.7%
Toyota ยอดขาย 44,701 คัน ส่วนแบ่งตลาด 2.4% เพิ่มขึ้น 6.5%
Dacia ยอดขาย 39,193 คัน ส่วนแบ่งตลาด 2.1% เพิ่มขึ้น 24.6% – การเติบโตที่น่าทึ่ง
Peugeot ยอดขาย 36,763 คัน ส่วนแบ่งตลาด 2.0% ลดลง 13.1%
Mazda ยอดขาย 33,972 คัน ส่วนแบ่งตลาด 1.8% ลดลง 0.9%
Kia ยอดขาย 33,770 คัน ส่วนแบ่งตลาด 1.8% เพิ่มขึ้น 8.4%
Nissan ยอดขาย 30,222 คัน ส่วนแบ่งตลาด 1.6% ลดลง 16.9%
Citroen ยอดขาย 28,819 คัน ส่วนแบ่งตลาด 1.6% เพิ่มขึ้น 1.7%
MINI ยอดขาย 25,465 คัน ส่วนแบ่งตลาด 1.4% เพิ่มขึ้น 8.6%
Mitsubishi ยอดขาย 25,293 คัน ส่วนแบ่งตลาด 1.4% เพิ่มขึ้น 2.3%
Smart ยอดขาย 20,500 คัน ส่วนแบ่งตลาด 1.1% เพิ่มขึ้น 17.5% – การเติบโตที่น่าสนใจในกลุ่มรถขนาดเล็ก
Volvo ยอดขาย 19,948 คัน ส่วนแบ่งตลาด 1.1% ทรงตัว
Suzuki ยอดขาย 18,862 คัน ส่วนแบ่งตลาด 1.0% ลดลง 2.0%
Porsche ยอดขาย 17,992 คัน ส่วนแบ่งตลาด 1.0% เพิ่มขึ้น 8.9% – ตลาดรถสปอร์ตหรูยังคงแข็งแกร่ง
Honda ยอดขาย 12,228 คัน ส่วนแบ่งตลาด 0.7% เพิ่มขึ้น 9.8%
Land Rover ยอดขาย 10,594 คัน ส่วนแบ่งตลาด 0.6% ลดลง 18.0%
Jeep ยอดขาย 8,306 คัน ส่วนแบ่งตลาด 0.5% เพิ่มขึ้น 19.2% – SUV ลุยไม่กลัวน้ำ
Jaguar ยอดขาย 5,061 คัน ส่วนแบ่งตลาด 0.3% ลดลง 7.3%
Subaru ยอดขาย 3,714 คัน ส่วนแบ่งตลาด 0.2% ลดลง 6.6%
Alfa Romeo ยอดขาย 3,296 คัน ส่วนแบ่งตลาด 0.2% เพิ่มขึ้น 5.5%
DS ยอดขาย 2,208 คัน ส่วนแบ่งตลาด 0.1% เพิ่มขึ้น 28.7% – การเติบโตที่น่าจับตา
Lexus ยอดขาย 1,416 คัน ส่วนแบ่งตลาด 0.1% ลดลง 13.0%
Ssangyong ยอดขาย 1,348 คัน ส่วนแบ่งตลาด 0.1% ลดลง 20.0%
Tesla ยอดขาย 1,254 คัน ส่วนแบ่งตลาด 0.1% ลดลง 33.8% – แม้จะลดลง แต่ Tesla ยังคงเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า
กลุ่ม แบรนด์อื่นๆ มียอดขายรวม 11,712 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 0.6%
เทรนด์สำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดรถยนต์เยอรมนีในปี 2025
จากข้อมูลข้างต้น เราสามารถสรุปเทรนด์สำคัญที่กำลังขับเคลื่อน ตลาดรถยนต์เยอรมนี ในปี 2025 ได้ดังนี้:
การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไฟฟ้า (EV Transition): แม้ว่า รถยนต์สันดาปภายใน (ICE) ยังคงครองตลาด แต่การเติบโตของ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) นั้นชัดเจนและมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น ผู้บริโภคเริ่มหันมาสนใจ รถยนต์ EV 7 ที่นั่ง และ รถยนต์ไฟฟ้า 5 ประตู มากขึ้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ และความหลากหลายของ รุ่นรถยนต์ไฟฟ้า จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเร่งการยอมรับ
ความสำคัญของ SUV และ Crossover: ตลาด SUV ในเยอรมนี และทั่วโลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง รูปแบบตัวถังที่ยกสูง ให้ทัศนวิสัยที่ดี และความอเนกประสงค์ ทำให้ รถยนต์ Crossover เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับครอบครัวและผู้ที่ต้องการความคล่องตัว
เทคโนโลยีและนวัตกรรม: ผู้ผลิตรถยนต์ทุกแบรนด์ต่างแข่งขันกันนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยเหลือการขับขี่อัตโนมัติ (ADAS), ระบบอินโฟเทนเมนต์ที่เชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ, ระบบอำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสาร, และโซลูชันด้านความปลอดภัยที่ล้ำสมัย เทคโนโลยีรถยนต์ 2025 คือหัวใจสำคัญในการสร้างความแตกต่าง
ความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม: ไม่เพียงแต่ รถยนต์ไฟฟ้า เท่านั้น แต่ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน การใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการลดการปล่อยมลพิษโดยรวม รถยนต์ประหยัดน้ำมัน ที่มาพร้อมเทคโนโลยีลดการปล่อยไอเสียยังคงมีความสำคัญ แม้จะถูกท้าทายจาก EV
ประสบการณ์ลูกค้า: นอกเหนือจากตัวผลิตภัณฑ์แล้ว ประสบการณ์ลูกค้า ในการซื้อและการบริการหลังการขายก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง การมีศูนย์บริการที่มีคุณภาพ การดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด และการสร้างความสัมพันธ์ที่ยาวนาน คือกลยุทธ์สำคัญในการรักษาฐานลูกค้า โดยเฉพาะในกลุ่ม รถยนต์หรูเยอรมนี
เจาะลึก: การพัฒนาศูนย์เตรียมรถยนต์ใหม่ของ Mercedes-Benz Thailand
แม้ข้อมูลต้นฉบับจะกล่าวถึงการดำเนินงานของ Mercedes-Benz ในประเทศไทย แต่ผมขอนำมาเชื่อมโยงกับภาพรวมของตลาดรถยนต์เยอรมนีในเชิงคุณภาพและการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค การที่ Mercedes-Benz Thailand ร่วมกับ บริษัท บางชันเยนเนอเรลเอเซมบลี จำกัด เปิดตัว ศูนย์เตรียมรถยนต์ใหม่ (Vehicle Preparation Center – VPC) ขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 100,000 ตารางเมตร ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการลงทุนในคุณภาพและความใส่ใจในรายละเอียด
VPC แห่งนี้มีศักยภาพในการตรวจสอบคุณภาพรถยนต์ก่อนส่งมอบ (Pre-Delivery Inspection – PDI) ได้มากกว่า 20,000 คันต่อปี เพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างมาก แสดงถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเติบโตของ ยอดขาย Mercedes-Benz ในไทย และการรักษามาตรฐานสูงสุดตามนโยบายของ Daimler AG การนำเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น ระบบ Conveyor System, อุโมงค์รางเลื่อนล้างรถอัตโนมัติ, อุโมงค์ไฟ LED สำหรับตรวจสอบสีรถ, อุปกรณ์ตรวจเช็กกลไกจากเยอรมนี, ระบบโซลาเซลล์เพื่อลดการใช้พลังงาน, Brake Tester และเทคโนโลยีการซ่อมสีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ล้วนสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการมอบ รถยนต์คุณภาพเยอรมนี ที่ไร้ที่ติ
กระบวนการ PDI ที่ครอบคลุมตั้งแต่ Pre-PDI, PDI, และ Post-PDI อย่างละเอียด แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานที่เข้มงวด การผสมผสานความรู้จากเยอรมนีเข้ากับฝีมือช่างไทยที่มีประสบการณ์ คือกุญแจสำคัญในการส่งมอบรถยนต์ที่สร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นหลักการที่สำคัญไม่แพ้กันสำหรับ ตลาดรถยนต์เยอรมนี เอง ที่ให้ความสำคัญกับ คุณภาพและความทนทานของรถยนต์เยอรมัน
รถยนต์ SUV ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง: เทรนด์ใหม่มาแรงในปี 2025
หนึ่งในกลุ่มรถที่น่าจับตามองเป็นพิเศษในปี 2025 คือ รถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม SUV ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เราได้เห็นการเปิดตัวและพัฒนา รถ SUV EV 7 ที่นั่ง จากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ที่มองหารถยนต์ที่สามารถรองรับสมาชิกได้หลายคน ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะและความปลอดภัย
ตัวอย่างที่น่าสนใจ ได้แก่:
Kia EV9: ด้วยดีไซน์ที่ดุดันและห้องโดยสารที่กว้างขวาง สามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 6-7 ที่นั่ง พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ EV9 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่
Mercedes-Benz EQS SUV: ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการความหรูหรา ความสะดวกสบายขั้นสูงสุด และสมรรถนะของแบรนด์ระดับพรีเมียม พร้อมด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC ที่ให้การขับขี่ที่นุ่มนวลและมั่นคง
Denza D9: รถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ที่ให้ความรู้สึกเหมือน “เลเวลอัป” ของการเดินทาง ด้วยภายในที่กว้างขวางราวกับอยู่บ้าน และเทคโนโลยีที่จัดเต็ม ทำให้เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในตลาด
ZEEKR 009: โดดเด่นด้วยความแข็งแกร่งของตัวถัง และระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม พร้อมห้องโดยสารที่มอบประสบการณ์สุดพิเศษ
XPENG X9: ยกระดับความอัจฉริยะด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ล้ำสมัย เบาะที่นั่งที่ปรับได้หลากหลาย และจออินโฟเทนเมนต์ขนาดใหญ่ มอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับ
Volvo EX90: เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยที่เป็นจุดแข็งของ Volvo มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง ดีไซน์แบบสแกนดิเนเวียนที่หรูหรา และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
MG Maxus 9 / MG Maxus 7: นำเสนอทางเลือก รถ MPV ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ที่คุ้มค่า มาพร้อมออปชันที่ครบครัน และระยะทางวิ่งที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน
BYD M6: รถ MPV ไฟฟ้าดีไซน์ใหม่ที่ลงตัว เหมาะกับการใช้งานแบบครอบครัว ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย
Volkswagen ID.Buzz: รถตู้ไฟฟ้าที่มาพร้อมดีไซน์คลาสสิก ผสมผสานความทันสมัย มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน
การแข่งขันในกลุ่ม รถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง นี้ แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของผู้ผลิตในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ที่รวมคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งพื้นที่ใช้สอย เทคโนโลยี ความประหยัด และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
อนาคตของตลาดรถยนต์เยอรมนี: นวัตกรรมและความยั่งยืนคือหัวใจสำคัญ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรม ผมมองว่า ตลาดรถยนต์เยอรมนี กำลังอยู่ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เทคโนโลยี รถยนต์ไฟฟ้า ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่กำลังจะกลายเป็นกระแสหลัก การแข่งขันจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ไม่เฉพาะในกลุ่ม รถยนต์เยอรมัน เอง แต่รวมถึงแบรนด์จากเอเชียและภูมิภาคอื่นๆ ที่กำลังเข้ามามีบทบาท
สำหรับผู้บริโภค การตัดสินใจซื้อรถยนต์ในปัจจุบันต้องพิจารณาปัจจัยที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ใช่แค่แบรนด์หรือราคา แต่รวมถึงเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความคุ้มค่าในการใช้งานระยะยาว และประสบการณ์การเป็นเจ้าของ
หากคุณกำลังมองหา รถยนต์ใหม่เยอรมนี หรือสนใจใน เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า การศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน การเปรียบเทียบตัวเลือกต่างๆ และการทดลองขับ คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด อย่าพลาดโอกาสในการสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากแบรนด์รถยนต์ชั้นนำระดับโลกที่พร้อมจะนำพาท่านเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการเดินทาง
หากคุณสนใจที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เทคโนโลยีล่าสุด หรือกำลังมองหาคำแนะนำในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณ อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเรา หรือเข้าร่วมกิจกรรมทดลองขับที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อสัมผัสอนาคตของยานยนต์ด้วยตัวคุณเอง

