• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1601013 ความทรงจำท สำหร บล กๆ กำล งจะจมน ำไป ในกล องน นค ออะไร #แจ กซ #แจ กซ นส นแม part2

admin79 by admin79
January 13, 2026
in Uncategorized
0
N1601013 ความทรงจำท สำหร บล กๆ กำล งจะจมน ำไป ในกล องน นค ออะไร #แจ กซ #แจ กซ นส นแม part2

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทุ่ม 30 ล้านดอลลาร์ สร้างโรงงานแบตเตอรี่ EV ครบวงจรในไทย ชูไทยเป็นศูนย์กลางภูมิภาค

ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย! เกรท วอลล์ มอเตอร์ (GWM) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำจากประเทศจีน กำลังจะก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยการลงทุนมูลค่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อจัดตั้งโรงงานประกอบแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย โดยคาดว่าจะเริ่มสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นขนาดกะทัดรัดได้ภายในปี 2568 การลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย แต่ยังเป็นการยกระดับให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สู่การเป็นฮับ EV ระดับภูมิภาค: วิสัยทัศน์ที่ชัดเจน

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย (GWM) เปิดเผยว่า การลงทุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาระยะยาวที่สำนักงานใหญ่ของ GWM ในมณฑลเหอเป่ย ประเทศจีน กำลังพิจารณาอย่างจริงจัง ซึ่งรวมถึงการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ในประเทศไทยอีกด้วย ศูนย์แห่งนี้จะมุ่งเน้นการพัฒนาแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ประเภทต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบตเตอรี่สำหรับรถกระบะ ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างสูงในตลาด

“การลงทุนครั้งนี้เป็นมากกว่าแค่การสร้างโรงงาน แต่คือการวางรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่อให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของภูมิภาค” นายณรงค์กล่าว “เรามองเห็นศักยภาพที่โดดเด่นของประเทศไทย ทั้งในด้านทรัพยากร บุคลากร และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้ GWM บรรลุเป้าหมาย”

การสนับสนุนจากภาครัฐ: กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

การลงทุนอันมหาศาลของ GWM ในครั้งนี้ จะได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐบาลไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก (อันดับ 10) ประเทศไทยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าให้สัดส่วนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 30% ของกำลังการผลิตรวม 2.5 ล้านคันต่อปี ภายในปี 2573 มาตรการลดภาษีและให้เงินอุดหนุนต่างๆ ที่รัฐบาลไทยได้ออกมา ล้วนเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

Ora Good Cat: ต้นแบบความสำเร็จที่กำลังจะพัฒนาต่อยอด

ความสำเร็จของ GWM ในประเทศไทย เริ่มต้นขึ้นอย่างงดงามในช่วงปลายปี 2565 ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Ora Good Cat ซึ่งสามารถก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในรถยนต์ EV ที่ขายดีที่สุดในตลาดไทยได้อย่างรวดเร็ว ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย โดยรุ่นที่ถูกที่สุดวางจำหน่ายในราคา 828,500 บาท (ก่อนหักเงินอุดหนุน) ซึ่งหลังจากได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐบาลไทยถึง 230,500 บาท ทำให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น

นายณรงค์ยืนยันว่า GWM มีแผนที่จะเริ่มผลิต Ora Good Cat ในประเทศไทยภายในปี 2568 พร้อมกันนั้น จะเร่งพัฒนาแหล่งจัดหาชิ้นส่วนภายในประเทศให้มากขึ้น รวมถึงการพัฒนาแบตเตอรี่ เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขในการรับเงินอุดหนุนจากภาครัฐอย่างสมบูรณ์

โรงงานแบตเตอรี่: ก้าวสำคัญสู่การผลิตแบบครบวงจร

โรงงานประกอบแบตเตอรี่ของ GWM ที่จะเกิดขึ้นนี้ คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 ล้านบาท ขนาดของโรงงานที่แน่นอนจะถูกกำหนดภายหลังจากการวางแผนที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 6 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่จะมีการอัปเกรดโรงงานเพื่อรองรับการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ในอนาคต ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดและนโยบายสนับสนุนของประเทศไทย

“เราอาจก้าวไปสู่การเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายสำคัญ ซึ่งสามารถทำสัญญากับผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ ในภูมิภาคได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของโรงงานแบตเตอรี่ของเราให้สูงยิ่งขึ้น” นายณรงค์กล่าวเสริม

ตลาด EV ในไทย: การแข่งขันที่เข้มข้นและโอกาสที่รออยู่

แม้ว่า GWM และ BYD จะแสดงความมุ่งมั่นในการลงทุนอย่างต่อเนื่องในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Toyota และ Isuzu ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มรถกระบะ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของผู้ผลิตจากจีนนี้กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนและเพิ่มความหลากหลายให้กับตลาด EV ไทยอย่างมีนัยสำคัญ

Audi TT RS Heritage Thailand Exclusive Edition: ความหรูหราและสมรรถนะระดับตำนาน

ในอีกมุมหนึ่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ความพิเศษและความเหนือระดับก็ยังคงถูกนำเสนออย่างต่อเนื่อง ล่าสุด Audi ประเทศไทย ได้เปิดตัว Audi TT RS Heritage Thailand Exclusive Edition ซึ่งเป็นรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ผลิตทั่วโลกเพียง 25 คัน เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มแฟน Audi ตัวจริงในประเทศไทย

นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรือ Audi ประเทศไทย กล่าวถึงความพิเศษของรุ่นนี้ว่า “กระแสตอบรับที่แข็งแกร่งจาก Audi Fan ในประเทศไทย ส่งผลให้ยอดขาย Audi TT Family ในปี 2022 ของ Audi ประเทศไทย ขึ้นเป็นอันดับ 6 ของโลก และอันดับ 2 ในเอเชีย รองจากญี่ปุ่น ซึ่งความสำเร็จนี้ผลักดันให้เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอสิ่งที่พิเศษยิ่งขึ้นให้กับตลาด”

การผลิตรุ่น Exclusive Edition นี้ เกิดจากการที่ AUDI AG ฉลองครบรอบ 40 ปี ของ Audi Sport ซึ่งเป็น Sub-brand ที่มีชื่อเสียงในด้านการพัฒนารถยนต์สมรรถนะสูง Audi TT RS ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นสำคัญภายใต้การพัฒนาของ Audi Sport ได้ก้าวสู่ปีที่ 25 นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1998 และยังคงเป็นไอคอนแห่งรถสปอร์ตที่ครองใจแฟนๆ ทั่วโลก ด้วยการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์และสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ

Audi TT RS Heritage Thailand Limited Edition มาพร้อมราคา 5,899,000 บาท โดดเด่นด้วยสีภายนอก 5 สี ที่ได้แรงบันดาลใจจากสีของรุ่น Ur-Quattro ในยุค 1980s ได้แก่ Alpine White, Helios Blue, Stone Grey, Tizian Red และ Malachite Green โดยแต่ละสีจะจับคู่กับการตกแต่งภายในที่พิเศษแตกต่างกันไป พร้อมชุดแต่ง Black Edition ที่เพิ่มความดุดันรอบคัน สปอยเลอร์ RS แบบ Winglets และล้อลายพิเศษขนาด 20 นิ้ว

หัวใจหลักของรุ่นนี้คือเครื่องยนต์ 5 สูบ 20 วาล์ว ที่ให้กำลัง 400 แรงม้า การันตีด้วยรางวัล International Engine of the Year Awards ถึง 9 สมัยติดต่อกัน ผสานกับช่วงล่าง Audi Magnetic Ride ที่ปรับการทำงานได้อย่างอิสระ ทำให้มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและควบคุมได้อย่างมั่นใจ

Audi Sport: 40 ปี แห่งสมรรถนะที่ไร้ขีดจำกัด

การเปิดตัว TT RS Heritage Thailand Limited Edition ยังเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี ของ Audi Sport อย่างเป็นทางการ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Audi Sport ได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะผู้นำด้านการพัฒนารถยนต์สมรรถนะสูงที่ทลายทุกขีดจำกัด ทั้งในด้านสมรรถนะและการออกแบบที่สปอร์ตโดดเด่น

นอกจากรุ่นพิเศษ TT RS แล้ว Audi ประเทศไทย ยังได้เปิดตัวรุ่น High Performance อีก 2 รุ่น ได้แก่ RS 4 Avant Competition และ RS 5 Coupé Competition ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและ DNA แห่งสนามแข่งของ Audi Sport ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

RS 4 Avant Competition: สเตชั่นแวกอนที่เปี่ยมด้วยพละกำลัง

RS 4 Avant Competition คือนิยามใหม่ของสเตชั่นแวกอนที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ได้อย่างลงตัว เครื่องยนต์ V6 biturbo ให้กำลัง 450 แรงม้า และแรงบิด 600 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 4.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro อันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมในทุกสภาพถนน

ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เน้นความสปอร์ตและหรูหรา เบาะนั่ง RS Sports ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง วัสดุ Carbon Twill และ Ambient Light ที่ปรับได้ 30 เฉดสี ระบบ Virtual Cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว เสมือนค็อกพิทรถแข่ง และระบบเสียง Bang & Olufsen มอบประสบการณ์เหนือระดับ

RS 4 Avant Competition มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 6,499,000 บาท สำหรับสีมาตรฐาน และมีตัวเลือกสีพิเศษพร้อมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

RS 5 Coupé Competition: การผสมผสานอันสมบูรณ์แบบของความเร็วและความสง่างาม

RS 5 Coupé Competition มาพร้อมการออกแบบที่เฉียบคมและสมรรถนะที่เร้าใจ เครื่องยนต์ V6 biturbo เดียวกันกับ RS 4 Avant Competition แต่มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่เร็วกว่าที่ 3.9 วินาที ด้วยน้ำหนักตัวที่เบากว่า ระบบขับเคลื่อน quattro ช่วยให้ควบคุมพลังทั้งหมดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุพรีเมียม ทั้ง Alcantara, Fine Nappa Leather และ Carbon Twill ให้ความรู้สึกสปอร์ตและหรูหรา เบาะนั่ง RS Sports ระบบ Virtual Cockpit และระบบเสียง Bang & Olufsen ก็เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์สุดพิเศษนี้เช่นกัน

RS 5 Coupé Competition มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 6,599,000 บาท พร้อมตัวเลือกสีมาตรฐานและสีพิเศษ

Ora Grand Cat: รถยนต์ไฟฟ้าอีกรุ่นที่น่าจับตามอง

นอกเหนือจากกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูง Ora Grand Cat คือรถยนต์ไฟฟ้าอีกรุ่นที่กำลังสร้างความน่าสนใจในตลาดประเทศไทย ด้วยสเปคที่โดดเด่น โดยเฉพาะระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 705 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

Ora Grand Cat มาพร้อมมิติตัวถังที่ยาว 4871 มม. กว้าง 1862 มม. และสูง 1500 มม. พร้อมระยะฐานล้อ 2870 มม.

สำหรับรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ให้กำลัง 201 แรงม้า แรงบิด 340 นิวตัน-เมตร ใช้แบตเตอรี่ Lithium Iron Phosphate สามารถวิ่งได้ 705 กม./ชาร์จ (ตามมาตรฐาน CLTC) รองรับการชาร์จ DC จาก 30-80% ในเวลาเพียง 30 นาที

ส่วนรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ จะมีกำลังถึง 402 แรงม้า แรงบิด 680 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.3 วินาที ใช้แบตเตอรี่ Ternary lithium สามารถวิ่งได้ 600 กม./ชาร์จ (ตามมาตรฐาน CLTC) ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และรองรับการชาร์จ DC เช่นกัน

Ora Grand Cat ยังมาพร้อมเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น มือจับประตูแบบซ่อนอัจฉริยะ, ไฟหน้าอัตโนมัติ, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าพร้อมระบบไล่ฝ้าและพับอัตโนมัติ, ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ, ประตูแบบไร้กรอบ และค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำเพียง 0.22Cd

ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ ORA-PILOT 3.0 พร้อมเซ็นเซอร์และกล้อง ADAS รอบคัน ทำให้ Ora Grand Cat เป็นรถยนต์ที่มีความปลอดภัยสูง หนึ่งในการทดสอบความปลอดภัยที่น่าทึ่งคือการทดสอบการตกจากที่สูง 6 เมตร หมุนกลางอากาศ และตกลงสู่พื้น รถยังคงสภาพเดิม แบตเตอรี่ถูกตัดไฟอัตโนมัติโดยไม่รั่วไหล ห้องโดยสารไม่บุบสลาย ถุงลมนิรภัยทำงานปกติ และสามารถเปิดประตูได้ตามปกติ

Hyundai i30 N: สมรรถนะสายพันธุ์แชมป์ สู่ท้องถนนไทย

ปิดท้ายด้วยการทดสอบขับขี่ Hyundai i30 N ณ สนามแข่ง Ricardo Tormo เมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน ซึ่งเป็นรถแฮตช์แบ็กสมรรถนะสูงที่ถ่ายทอด DNA จากสนามแข่งสู่รถยนต์สำหรับการใช้งานจริง

แม้ว่า Hyundai Mobility ประเทศไทย ยังไม่มีแผนนำเข้า i30 N มาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในขณะนี้ แต่การได้สัมผัสสมรรถนะของรถยนต์ตระกูล N Brand แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งของ Hyundai ในระดับสากล

Hyundai i30 N มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 280 แรงม้า มีตัวเลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์ดูอัลคลัตช์ 8 สปีด พร้อมการปรับแต่งช่วงล่างและแอโรไดนามิกส์ให้เหมาะสมกับการขับขี่ในสนามแข่ง

การทดสอบขับขี่ในสนามแข่ง รวมถึงการฝึกฝนทักษะการเบรก การเข้าโค้ง การเปลี่ยนเลนฉุกเฉิน และการขับขี่แบบ J-Turn ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าใจขีดจำกัดของรถ และเรียนรู้การควบคุมในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่บนท้องถนน

Hyundai กำลังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย ทั้งรถยนต์สมรรถนะสูงตระกูล N และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% EV ซึ่งน่าจะมีโอกาสได้เห็นรุ่นเหล่านี้ทำตลาดในประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้

อนาคตยานยนต์ไทย: นวัตกรรม ความหลากหลาย และความยั่งยืน

การลงทุนของ GWM การเปิดตัวรุ่นพิเศษของ Audi และศักยภาพของ Hyundai ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงพลวัตที่น่าตื่นเต้นของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2568 ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว พร้อมด้วยตัวเลือกที่หลากหลาย ตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภค ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าถึงง่าย ไปจนถึงรถยนต์สมรรถนะสูงที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีและสมรรถนะอันน่าทึ่ง

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่สนใจในเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า และมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มค่า สมรรถนะ หรือนวัตกรรมล้ำสมัย อย่าพลาดที่จะติดตามข่าวสารและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์สมรรถนะสูงที่กำลังจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย

Previous Post

N1601006 วไม พอใจ เม ยท องไม ได part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1601013 ความทรงจำท สำหร บล กๆ กำล งจะจมน ำไป ในกล องน นค ออะไร #แจ กซ #แจ กซ นส นแม part2
  • N1601006 วไม พอใจ เม ยท องไม ได part2
  • N1601019 ใจด ดคน เหม อนเป ดประต ให โจร part2
  • N1601004 ผมไม ได ไล แม ออกจากบ าน แต แม ไม เคยให ผมอย ในห วใจ part2
  • N1601012 ดว าเจ าของบ านใจด จะทำอะไรก ได คนแบบน เขาเร ยกคนเนรค part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.