รถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2015: การตัดสินใจจากทีมงาน Headlightmag
ในรอบปี 2015 วงการยานยนต์ไทยคึกคักไปด้วยรถยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งรถยนต์ที่ปรับโฉม (Minor Change) และรถยนต์รุ่นใหม่ (New Model) ที่น่าสนใจ ในฐานะทีมงาน Headlightmag เราได้มีโอกาสทดสอบรถยนต์หลากหลายประเภท ทั้งรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (Eco Car), รถยนต์นั่งขนาดกลาง (D-Segment), รถยนต์อเนกประสงค์ (SUV/PPV) ไปจนถึงรถยนต์สมรรถนะสูง (Performance Car) ท้ายที่สุด เราได้รวบรวมรถยนต์ที่ผ่านการทดสอบทั้งหมดมาประเมินผล เพื่อเฟ้นหารถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2015 ในแบบฉบับของเรา
แนวทางการตัดสิน: ความเป็นธรรมและมุมมองที่หลากหลาย
หัวใจสำคัญของ BestDrive 2015 คือกระบวนการตัดสินที่เน้นความเป็นธรรมและเปิดกว้างต่อมุมมองที่แตกต่าง ทีมงานของเราประกอบด้วยกรรมการที่มีความเชี่ยวชาญและมีความสนใจในรายละเอียดที่หลากหลาย บางท่านอาจจะให้ความสำคัญกับดีไซน์และการออกแบบ บางท่านเน้นที่ออปชั่นและความคุ้มค่า ในขณะที่บางท่านให้ความสำคัญกับสมรรถนะการขับขี่และความแรง โดยแต่ละคนมีน้ำหนักคะแนนเสียงเท่ากัน เพื่อให้การตัดสินสะท้อนถึงความรู้สึกและความคิดเห็นที่กลั่นกรองอย่างแท้จริง
เราไม่ได้พยายามทำให้กรรมการทุกคนคิดเหมือนกัน แต่เราต้องการให้แต่ละคนใช้ความสนใจและมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง มาแปลงเป็นการให้คะแนนที่เป็นระบบและมีเหตุผลสนับสนุน
การปรับปรุงวิธีการให้คะแนน: เพื่อความแม่นยำและครอบคลุม
ในปีนี้ เราได้ปรับปรุงวิธีการให้คะแนน BestDrive หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคัดเลือกรถและการให้คะแนน
การคัดเลือกรถ: เดิมที เรากำหนดให้รถที่ผ่านการทดสอบอัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลืองโดย J!MMY เท่านั้นที่จะมีสิทธิ์เข้าร่วม แต่ในปีนี้ เราได้เปิดกว้างมากขึ้น โดยอนุญาตให้รถบางรุ่นที่ไม่มีบทความ First Impression แต่ได้รับการยืนยันจากผู้ผลิตว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางกลไก (เช่น เครื่องยนต์ เกียร์ กล่อง ECU) และมีตัวเลขการทดสอบจากรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์ที่พอจะใช้อ้างอิงได้ เข้าร่วมการประกวดได้ เช่น Lexus ES300h และ Subaru XV อย่างไรก็ตาม รถที่เจ้าของเว็บได้ไปขับในต่างประเทศและไม่มีตัวเลขอ้างอิงตามวิธีการทดสอบมาตรฐานของเรา จะยังไม่ถูกนำมารวมใน Scorecard
วิธีการให้คะแนน: เราได้ปรับเพิ่มจำนวนหัวข้อการพิจารณาจาก 10 ด้าน เป็น 13 ด้าน บวกกับคะแนนความชอบส่วนตัวของกรรมการอีก 1 ด้าน รวมเป็น 14 ด้าน โดยแต่ละข้อจะให้คะแนนตั้งแต่ 1-10 คะแนน
คะแนนต่ำกว่า 5: คุณสมบัติของรถคันนั้นแย่กว่าเกณฑ์เมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน/ราคาเดียวกัน
คะแนน 6-7: คุณสมบัติอยู่ในขั้นธรรมดา ไม่โดดเด่น
คะแนน 8-9: คุณสมบัติอยู่ในขั้นดี แต่ยังไม่สุดยอด
คะแนน 10: ไม่มีรถรุ่นใดในระดับเดียวกันทำได้ดีกว่านี้
หลังจากรวบรวมใบลงคะแนน เราจะนำคะแนนของกรรมการแต่ละท่านมาหาค่าเฉลี่ย (Final Score) สำหรับแต่ละหัวข้อ จากนั้นจึงนำคะแนน Final ของทุกหัวข้อของรถแต่ละคันมารวมกัน รถคันที่ได้คะแนนรวมสูงสุดคือ “BestDrive 2015”
สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจ: คะแนนเต็มทั้งหมดคือ 140 คะแนน โดยทุกหัวข้อมีน้ำหนักเท่ากัน ไม่มีการให้น้ำหนักพิเศษแก่อัตราเร่ง ความประหยัด หรือความชอบส่วนตัวมากกว่าหัวข้ออื่น ราคาเป็นเพียง 1 ใน 14 หัวข้อที่นำมาพิจารณา
14 หัวข้อการพิจารณา:
การออกแบบภายนอก
การออกแบบภายใน
ความสบายของผู้ขับ/ผู้โดยสารตอนหน้า
ความสบายของผู้โดยสารตอนหลัง (หากเป็นรถ 2 ที่นั่ง จะรวมกับข้อ 3, รถ 3 แถวจะรวมแถว 2 และ 3)
การเก็บเสียงรบกวน
อุปกรณ์ที่ให้มาและคุณภาพการสัมผัส (ไม่รวมอุปกรณ์ความปลอดภัย)
ระบบสนับสนุนความปลอดภัย (ถุงลม, ABS, TCS, VSC)
อัตราเร่งและความคล่องตัว (รวมถึงการทำงานของเกียร์)
ความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
ความนุ่มนวลของช่วงล่าง
ความมั่นใจของช่วงล่างและพวงมาลัย
การทำงานของเบรก
ความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคา
คะแนนความชอบส่วนตัวของกรรมการ
ปัจจัยที่เรา ไม่ นำมาพิจารณา: ภาพลักษณ์ทางสังคม, สัญชาติรถ, ศูนย์บริการ, ความทนทานในระยะยาว, อุปกรณ์ตกแต่ง, ราคาขายต่อ (ปัจจัยเหล่านี้เป็นเรื่องของการตัดสินใจส่วนบุคคลของผู้ซื้อ)
ผลการตัดสิน BestDrive 2015
อันดับ 32: Ford EcoSport 1.5L Titanium
แม้จะรั้งท้าย แต่ EcoSport ก็ยังมีข้อดีเรื่องอัตราสิ้นเปลืองที่ค่อนข้างดี ช่วงล่างที่ให้ความมั่นใจได้ดีในความเร็วสูง และมีพื้นที่ภายในที่ยืดหยุ่นกว่าคู่แข่ง แต่คุณสมบัติด้านอื่นยังค่อนข้างธรรมดา วัสดุและการประกอบยังต้องปรับปรุง
อันดับ 31: Toyota Hilux Revo 2.8G 4×4
Revo ปรับปรุงการเก็บเสียงได้ดีขึ้นมาก และพวงมาลัยน้ำหนักลงตัว แต่ช่วงล่างหลังยังคงมีอาการกระด้างเมื่อเจอถนนไม่เรียบ และราคาเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้ยังไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร
อันดับ 30: Nissan Navara NP300 Double Cab 2.5 Calibre V 7AT
ภายในดูหรูหรา เครื่องยนต์กำลังดี ประหยัดน้ำมัน แต่ช่วงล่างและเบาะนั่งยังไม่สบายเท่าที่ควรสำหรับการโดยสารระยะยาว
อันดับ 29: Toyota Fortuner 2.4V 2WD
ได้คะแนนดีด้านการออกแบบ การเก็บเสียง และถุงลมนิรภัย 7 ใบ แต่ช่วงล่างหลังมีอาการดีดกระด้างมากที่สุดในกลุ่ม PPV และอัตราเร่งช่วงท้ายไม่น่าพอใจ ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
อันดับ 28: BMW 116i M-Sport
จุดอ่อนที่สุดคือการออกแบบภายนอกที่ดูธรรมดา แต่จุดเด่นคือสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกตามสไตล์ BMW ขับหลัง ช่วงล่างเกาะถนน พวงมาลัยคม แต่เบาะหลังค่อนข้างจำกัด
อันดับ 27: Suzuki Ciaz GA 5 M/T
รถอีโคคาร์ตัวใหญ่ ภายในกว้างขวาง เงียบที่ความเร็วสูง แต่สเปคของรุ่นล่างสุดค่อนข้างโล้น พวงมาลัยขาดความรู้สึก และช่วงล่างไม่โดดเด่น
อันดับ 26: Isuzu D-Max 1.9 DDi Cab4 6M/T
ประหยัดน้ำมันมาก อัตราเร่งแซงไม่เลว ช่วงล่างดีขึ้นกว่ารุ่นเก่า ห้องโดยสารกว้างขวาง แต่การเก็บเสียงลมยังเป็นรองคู่แข่ง และบุคลิกการขับขี่ยังไม่เร้าใจเท่าที่ควร
อันดับ 25: Subaru WRX 2.0 CVT Sports Lineartronic
อัตราเร่งดี เกียร์ CVT ปรับจูนมาฉลาด พวงมาลัยแม่นยำ แต่ช่วงล่างแข็งกระด้างมาก ระบบเบรกมีน้ำหนักแป้นที่ควบคุมยาก และเก็บเสียงได้ไม่ดีเท่ารถยุโรป
อันดับ 24: Subaru WRX STi
สมรรถนะเร้าใจ เร็วจัดจ้าน พวงมาลัยไวมาก เหมาะกับสายซิ่ง แต่ช่วงล่างแข็ง เบรกหนักควบคุมยาก ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้
อันดับ 23: Subaru WRX 6 M/T
ให้ความมันส์ใกล้เคียง STi ในการขับขี่ทั่วไป แต่ยังคงมีปัญหาเรื่องน้ำหนักแป้นเบรกและช่วงล่างที่แข็งกระด้าง ราคาถูกกว่า STi ชัดเจน
อันดับ 22: Honda CR-V 2.4EL CVT
เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร กับเกียร์ CVT ให้สมรรถนะอัตราเร่งแซงดี ประหยัดน้ำมัน อุปกรณ์ความปลอดภัยครบ แต่ช่วงล่างยังไม่นุ่มนวลเท่าที่ควรเมื่อเจอถนนขรุขระ และความมั่นคงที่ความเร็วสูงยังเป็นรองคู่แข่ง
อันดับ 21: Subaru Levorg GT-S
รถ Station Wagon ที่ขับขี่ดี เกาะถนน ช่วงล่างกระชับ เบรกสมบูรณ์แบบ แต่ราคา 2.35 ล้านบาท สูงเกินไปเมื่อเทียบกับอัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลืองที่ไม่ได้โดดเด่น
อันดับ 20: Subaru Outback 2.5i
ช่วงล่างนุ่มสบายอย่างเหลือเชื่อ ทรงตัวดีเยี่ยม ปลอดภัย และอัตราสิ้นเปลืองไม่ต่างจาก Levorg ขนาดตัวใหญ่ ความสูงใต้ท้องรถเทียบเท่า SUV ทำให้คุ้มค่ากับราคา 2.59 ล้านบาท
อันดับ 19: Subaru XV 2.0i Premium
ยังคงโดดเด่นเรื่องการเกาะถนนและช่วงล่างที่นุ่มหนึบ แต่ในด้านอื่น ๆ ไม่ได้มีอะไรเด่นกว่าคู่แข่งมากนัก และราคาสูงกว่า Honda HR-V อย่างมีนัยสำคัญ
อันดับ 18: Suzuki Ciaz GLS LTD (RS)
รุ่นท็อปที่หน้าตาหล่อขึ้น การขับขี่กระชับขึ้น ภายในกว้างขวาง เก็บเสียงดี แต่พวงมาลัยยังขาดความแม่นยำ ช่วงล่างไม่โดดเด่น และราคาสูงเกินไปสำหรับ Eco Car
อันดับ 17: Toyota Alphard 3.5 V6
ห้องโดยสารภายในหรูหราที่สุด สะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เครื่องยนต์ V6 3.5 ลิตร พละกำลังเหลือเฟือ แต่ดีไซน์ภายนอกธรรมดา และราคาสูง
อันดับ 16: Mazda 2 Sedan 1.3 High Plus
ประหยัดน้ำมันที่สุด ทำลายสถิติการประหยัดเชื้อเพลิง ช่วงล่างและเบรกไว้ใจได้ แต่พื้นที่ภายในจำกัดมาก
อันดับ 15: Mitsubishi Pajero Sport 2.4 GLS LTD (ขับหลัง)
รุ่นเริ่มต้นที่คุ้มค่า ได้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เบาะแถว 2-3 นั่งสบาย แต่ขาดอุปกรณ์ความปลอดภัยหลายรายการ และการออกแบบท้ายรถยังไม่น่าประทับใจ
อันดับ 14: Mazda 2 Hatchback 1.3 High Plus
ประหยัดน้ำมันเหนือชั้น พื้นที่เหนือศีรษะด้านหลังมากกว่ารุ่นซีดานเล็กน้อย แต่ยังคงมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ภายในและพละกำลังที่ไม่ได้โดดเด่น
อันดับ 13 (เสมอ 2 คัน): Nissan X-Trail 2.5V
สมรรถนะอัตราเร่งแซงดี ประหยัดน้ำมัน การเก็บเสียงลมดี ช่วงล่างมั่นคง เบาะหลังสบาย แต่มีถุงลมนิรภัยเพียง 4 ใบ และใช้วัสดุพลาสติกแข็งในหลายจุด
อันดับ 13 (เสมอ 2 คัน): Volvo V40 T-5 Polestar R-Limited
แรงขึ้นด้วยการปรับแต่งจาก Polestar ช่วงล่างกระชับ เบรกไว้ใจได้ อุปกรณ์ความปลอดภัยครบครัน แต่มีขายจำนวนจำกัด และพื้นที่เบาะหลังสู้รถ Hatchback คันอื่น ๆ ไม่ได้
อันดับ 12: Ford Everest 2.2 Titanium
มีความคล่องตัวเกินคาด การออกแบบดีไซน์ภายในภายนอก แต่ช่วงล่างค่อนข้างแข็งกระด้าง และเบาะแถว 3 ขึ้นลงยาก
อันดับ 11: Toyota Camry 2.0 Extremo
เครื่องยนต์ 6AR-FSE 2.0 ใหม่ ประหยัดน้ำมัน อัตราเร่งดี อุปกรณ์ความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกครบ แต่การออกแบบชุดแต่งด้านหน้าดูรกตา และราคาค่อนข้างสูง
Top 10 รถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2015
อันดับ 10: Mercedes-AMG GT-S
ซูเปอร์คาร์ที่สร้างความเร็วทางตรงได้อย่างน่าทึ่ง เกียร์ตอบสนองไว ปรับโหมดได้หลากหลาย แต่พวงมาลัยไวมากจนอาจน่ากลัวบนถนนทั่วไป
อันดับ 9: Toyota Vellfire 2.5 CVT
ดีไซน์ภายนอกล้ำสมัยกว่า Alphard ห้องโดยสารภายในหรูหราสบาย แต่เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร พร้อมเกียร์ CVT ให้สมรรถนะไม่เท่า V6 3.5 แต่คุ้มค่ากว่าในด้านราคา
อันดับ 8: Honda HR-V 1.8EL
เป็นรถครอสโอเวอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีที่สุดในกลุ่ม อัตราเร่งดี ประหยัดน้ำมัน เกียร์ CVT พัฒนามาได้ดี มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยครบ แต่ช่วงล่างยังตึงตังที่ความเร็วต่ำ
อันดับ 7: Nissan X-Trail 2.0V
อัตราเร่งดี ประหยัดน้ำมัน การเก็บเสียงลมดีเยี่ยม ช่วงล่างมั่นคงปลอดภัย มีความสบายแบบ SUV แต่มีถุงลมนิรภัยเพียง 2 ใบ
อันดับ 6: Mitsubishi Pajero Sport 2.4GT 4WD
คุ้มค่าที่สุดในกลุ่ม PPV ด้วยราคา 1.399 ล้านบาท ได้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ MIVEC 181 แรงม้า เกียร์ 8 จังหวะ อุปกรณ์ความปลอดภัยครบครัน แต่การออกแบบภายในและวัสดุยังเป็นรองคู่แข่ง
อันดับ 5: Toyota Camry 2.0G
แม้จะออพชั่นน้อยสุด แต่ Camry 2.0G ก็ยังโดดเด่นด้วยความสบายห้องโดยสาร การเก็บเสียงที่ดี และอัตราเร่งที่น่าพอใจ ราคาที่ถูกกว่ารุ่น Extremo ทำให้ความคุ้มค่าสูงขึ้น
อันดับ 4: Lexus ES300h Premium
ยังคงความเงียบสงบ นุ่มนวล และสบายในการขับขี่ แต่ราคาที่สูงขึ้นมากในรุ่น Minor Change และการออกแบบภายในที่ยังดูไม่หรูหราเท่าที่ควร ทำให้คะแนนโดยรวมลดลง
อันดับ 3 (เสมอ 2 คัน): Mazda 2 Sedan 1.5D High Plus
สมรรถนะการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในคลาส B-Segment ประหยัดน้ำมันสุดขั้ว แต่พื้นที่ภายในจำกัดมาก
อันดับ 3 (เสมอ 2 คัน): Nissan Sylphy DIG-Turbo
Sleeper Car ตัวจริง! แรงม้า 190 ตัวในร่างรถบ้าน อุปกรณ์ครบครัน แต่ช่วงล่างและพวงมาลัยยังเป็นรถบ้าน 100% และอัตราสิ้นเปลืองค่อนข้างสูง
อันดับ 2: Ford Everest 3.2 Titanium Plus
สร้างความประทับใจในภาพรวมได้ดีเยี่ยม ด้วยการออกแบบที่หรูหรา การขับขี่ที่มั่นคง หนักแน่น และมั่นใจในความเร็วสูง การเก็บเสียงดีเยี่ยม แต่มีอัตราเร่งไม่จัดจ้านเท่าที่ควร และอัตราสิ้นเปลืองค่อนข้างสูง
และแล้ว BestDrive 2015 ก็ตกเป็นของ…
อันดับ 1: Mazda 2 Hatchback 1.5D High Plus
Mazda 2 1.5 ดีเซล Hatchback ได้รับคะแนนรวมสูงสุด สะท้อนถึงความกล้าในการนำเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลมาสู่รถเล็กในตลาด B-Segment ด้วยการประหยัดน้ำมันที่เหนือชั้น สมรรถนะการขับขี่ที่สนุก ช่วงล่างที่เกาะถนน การเก็บเสียงที่ดี วัสดุและการประกอบที่เหนือกว่าคู่แข่ง และดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ภายใน แต่ก็เป็นรถที่สร้างความประทับใจและนิยามใหม่ให้กับรถยนต์ขนาดเล็กได้อย่างแท้จริง
บทสรุป
BestDrive 2015 สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและนวัตกรรมในวงการยานยนต์ไทย รถยนต์ที่ได้รับรางวัล ไม่ใช่เพียงแค่รถที่ “ดีที่สุด” ในทุกด้าน แต่เป็นรถที่สามารถผสมผสานคุณสมบัติที่สำคัญได้ลงตัวที่สุด และสร้างความประทับใจให้กับทีมงานของเราในภาพรวม สำหรับท่านผู้อ่านที่กำลังมองหารถยนต์ใหม่ สามารถใช้ผลการตัดสินนี้เป็นแนวทางในการตัดสินใจของท่านได้
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณ เราขอเชิญชวนให้ท่านไปสัมผัสประสบการณ์การขับขี่จริง และเปรียบเทียบคุณสมบัติต่างๆ ด้วยตัวท่านเอง เพื่อค้นหารถยนต์ที่ดีที่สุดในแบบฉบับของคุณ.

