• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1501066 แต งงานไกลบ านลำบากตอนเล กก part2

admin79 by admin79
January 13, 2026
in Uncategorized
0
N1501066 แต งงานไกลบ านลำบากตอนเล กก part2

พลวัตตลาดรถยนต์โลก: การเติบโตของ EV และการผงาดของแบรนด์จีน ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดรถยนต์ทั่วโลกมาโดยตลอด และปี 2023-2024 ก็เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และการเข้ามาของแบรนด์จีนที่เริ่มแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากยักษ์ใหญ่เจ้าประจำ ข้อมูลล่าสุดจากหลายแหล่งบ่งชี้ให้เห็นถึงภาพรวมที่น่าสนใจของ ยอดขายรถยนต์ ที่มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น

ภาพรวมตลาดออสเตรเลีย: การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการสะสม และการมาถึงของแบรนด์จีน

ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2023 ตลาดรถยนต์ออสเตรเลียยังคงแสดงสัญญาณการเติบโตที่ดี โดยมี ยอดขายรถยนต์ใหม่ รวมทั้งสิ้น 96,859 คัน การเติบโตนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการทยอยส่งมอบรถยนต์ที่ค้างสต็อกจากคำสั่งซื้อก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ การขยายตัวของแบรนด์จีนที่เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในตลาด โดยมียอดขายรวมกันถึง 15,853 คัน คิดเป็นสัดส่วน 16.4% ของตลาดในเดือนดังกล่าว

เมื่อพิจารณา 10 อันดับรถยนต์นั่งที่มียอดขายสูงสุดในออสเตรเลีย เดือนกรกฎาคม 2023 ตามรุ่น พบว่า:

Ford Ranger – 5,143 คัน
Toyota HiLux – 4,670 คัน
MG ZS – 3,852 คัน
Tesla Model Y – 3,330 คัน
Toyota RAV4 – 2,750 คัน
Toyota Corolla – 2,145 คัน
Isuzu D-MAX – 2,070 คัน
Hyundai i30 – 1,865 คัน
Toyota Prado – 1,836 คัน
Mitsubishi Outlander – 1,778 คัน

ในส่วนของ 10 อันดับแบรนด์รถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดในออสเตรเลีย เดือนกรกฎาคม 2023:

Toyota – 19,191 คัน
Mazda – 8,307 คัน
Ford – 7,109 คัน
Hyundai – 6,521 คัน
Kia – 6,150 คัน
MG – 5,347 คัน
Mitsubishi – 4,143 คัน
Tesla – 3,934 คัน
Subaru – 3,553 คัน
Isuzu – 3,340 คัน

ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ Toyota จะยังคงความเป็นผู้นำอย่างแข็งแกร่ง แต่แบรนด์อย่าง MG ที่เป็นตัวแทนของแบรนด์จีน ก็สามารถแทรกเข้ามาอยู่ในอันดับต้นๆ ของยอดขายรถยนต์นั่งได้สำเร็จ

Bentley Motors: ความต้องการรถยนต์หรูที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคล และการเปลี่ยนแปลงของตลาด

ในฝั่งของตลาดรถยนต์หรู Bentley Motors ได้เปิดเผยสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้าในปี 2023 โดยพบว่า ลูกค้า Bentley มากถึง 3 ใน 4 ราย เลือกใช้โปรแกรม Personalise เพื่อสร้างสรรค์รถยนต์ในแบบฉบับเฉพาะตัว ซึ่งคิดเป็นจำนวนกว่า 46,000 ล้านรูปแบบที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากตัวเลือกมาตรฐานไปจนถึงการออกแบบพิเศษจาก Bentley Mulliner การเพิ่มขึ้นกว่า 43% เมื่อเทียบกับปี 2022 บ่งบอกถึงเทรนด์ที่ชัดเจนในอุตสาหกรรมรถยนต์หรูที่เน้นความพิเศษและเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล

แม้ว่า ยอดขาย Bentley ทั่วโลกจะอยู่ที่ 13,560 คัน ลดลง 11% จากปี 2022 แต่สัดส่วนลูกค้าที่เลือกซื้อรุ่นที่มีสมรรถนะสูงขึ้น เช่น Azure, S และ Speed มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 30% ในปี 2022 เป็น 70% ในปี 2023 นอกจากนี้ รุ่น Bentayga รุ่นฐานล้อยาวพิเศษยังได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของยอดขาย Bentayga ทั้งหมด

Bentley ยังคงให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี Powertrain ที่หลากหลาย โดยรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดยังคงได้รับความนิยม โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นตลาดที่มีลูกค้า Flying Spur และ Bentayga เลือกใช้รุ่นไฮบริดถึง 1 ใน 4

ในแง่ของภูมิภาค แม้จะเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย แต่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกลับเติบโตได้ดีที่สุดถึง 5% ตามมาด้วยตะวันออกกลาง อินเดีย และแอฟริกา ที่เติบโต 2% อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักอย่างจีน และสหราชอาณาจักร กลับมียอดขายที่หดตัวลงถึง 18%

โมเดล Bentayga ยังคงครองตำแหน่งรถยนต์ SUV ที่ประสบความสำเร็จที่สุดของโลก ด้วยยอดขายคิดเป็น 44% ของยอดขายทั้งหมด ตอกย้ำความต้องการรถยนต์อเนกประสงค์ที่ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง รองลงมาคือ Continental GT และ Continental GT Convertible ที่มีสัดส่วนเกือบ 1 ใน 3 ของยอดขาย (31%) ตามมาด้วย Flying Spur ที่ 25%

แม้จะมีความท้าทายในบางภูมิภาค แต่ทวีปอเมริกายังคงรักษาตำแหน่งตลาดหลักของ Bentley ด้วยยอดขายสูงสุด โดยที่น่าสนใจคือ สหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นบ้านเกิดของแบรนด์ กลับกลายเป็นตลาดที่มียอดขายรถยนต์แบบเครื่องยนต์ไฮบริดสูงที่สุดเป็นอันดับหนึ่งถึง 27% ในปี 2023

ตาราง: ผลประกอบการ Bentley Motors แยกตามภูมิภาค (2023 vs 2022)

ภูมิภาคยอดขายปี 2023ยอดขายปี 2022สัดส่วนยอดขายปี 2023
อเมริกา3,848 (-9%)4,22128%
สาธารณรัฐประชาชนจีน, ฮ่องกง, มาเก๊า3,006 (-18%)3,65522%
ยุโรป2,376 (-15%)2,80918%
เอเชียแปซิฟิก2,123 (+5%)2,03116%
สหราชอาณาจักร1,218 (-18%)1,4909%
ตะวันออกกลาง, อินเดีย, แอฟริกา989 (+2%)9687%
รวม13,560 (-11%)15,174100%

ตลาดรถยนต์ยุโรป: การเติบโตของ EV และ Tesla Model Y ขึ้นแท่นผู้นำ

จากข้อมูลของ Jato Dynamics ในไตรมาสแรกของปี 2023 ตลาดรถยนต์ยุโรปมีการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่กว่า 3,220,806 คัน โดยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มีสัดส่วนสูงถึง 219,000 คัน หรือเติบโตขึ้นถึง 43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

10 อันดับรถยนต์นั่งขายดีที่สุดในยุโรป ไตรมาสแรกปี 2023

Tesla Model Y: 71,683 คัน (+173%)
Dacia Sandero: 60,202 คัน (+27%)
Volkswagen T-Roc: 54,960 คัน (+50%)
Peugeot 208: 53,336 คัน (+3%)
Opel / Vauxhall Corsa: 53,307 คัน (+38%)
Toyota Yaris Cross: 53,050 คัน (+57%)
Abarth / Fiat 500: 45,598 คัน (+30%)
Dacia Duster: 45,310 คัน (+31%)
Renault Clio: 44,134 คัน (+16%)
Volkswagen Golf: 42,903 คัน (-8%)

ที่น่าสนใจคือ Tesla Model 3 มียอดขายลดลงถึง 42% และหลุดจาก 10 อันดับแรก ในขณะที่ Tesla Model Y กลับขึ้นมาเป็นผู้นำอันดับหนึ่งอย่างโดดเด่น

Fiat: แบรนด์หลักในเครือ Stellantis กับการเติบโตทั่วโลก

ในครึ่งแรกของปี 2023 Fiat ประกาศว่า เป็นแบรนด์ที่มี ยอดขาย Fiat สูงสุดในเครือ Stellantis ทั่วโลก ด้วยตัวเลขสะสมกว่า 645,000 คัน เติบโตขึ้น 10% จากปีก่อน โดย Fiat 500 รุ่นล่าสุด ได้รับการยอมรับว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในเครือ และยังครองตำแหน่ง EV ขนาดเล็กอันดับ 1 ในยุโรป รวมถึงติด Top 5 ในกลุ่ม EV ทุกประเภทในหลายประเทศ

ตลาดหลักที่ Fiat ประสบความสำเร็จ ได้แก่ บราซิล อิตาลี และตุรกี โดยกว่า 50% ของยอดขายมาจากนอกประเทศ ในอเมริกาใต้ Fiat มีส่วนแบ่งตลาด 14.1% โดยเฉพาะในบราซิลที่สูงถึง 22% ซึ่ง Fiat Strada เป็นรถที่ขายดีอันดับ 2 ของตลาด

ในยุโรป Fiat มียอดขายประมาณ 271,800 คัน โดยมีส่วนแบ่งในตลาดอิตาลี 12.8% และ Fiat Panda เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุด ในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา (MEA) Fiat ทำผลงานได้ดีในตุรกีด้วยส่วนแบ่ง 18.2% นำโดย Fiat Tipo และมีแผนจะกลับมาบุกตลาดแอลจีเรียอีกครั้ง พร้อมเปิดตัว 500 Hybrid และ Doblò

Porsche: ยอดส่งมอบทำสถิติใหม่ ท่ามกลางการเติบโตทั่วโลก

Porsche รายงานยอดส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกในไตรมาส 1 ปี 2023 สูงถึง 80,767 คัน เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อน ซึ่งเป็นยอดส่งมอบที่สูงสุดเท่าที่เคยมีมา กลุ่ม SUV ยังคงเป็นที่ต้องการมากที่สุด ในขณะที่ Taycan มียอดขายลดลง 3% เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วน

ยอดส่งมอบ Porsche แยกตามภูมิภาค:

ยุโรป: 18,420 คัน (+14%) โดยในเยอรมนี 8,247 คัน (+19%)
จีน (ตลาดใหญ่ที่สุด): 21,365 คัน (+21%)
อเมริกาเหนือ: 19,651 คัน (+30%)
ภูมิภาคอื่นและตลาดเกิดใหม่: 13,084 คัน (+5%)
Porsche Asia Pacific: สร้างสถิติสูงสุด เติบโต 31%

รุ่นรถ Porsche ที่ส่งมอบมากที่สุด (ไตรมาส 1 ปี 2023):

Macan: 23,880 คัน (+30%)
Cayenne: 23,387 คัน (+23%)
911: 11,063 คัน (+19%)
Panamera: 8,479 คัน (+10%)
Taycan: 9,152 คัน (-3%)
718 Boxster & 718 Cayman: 4,806 คัน (+6%)

ในประเทศไทย Porsche มียอดขาย 398 คันในไตรมาส 1 ปี 2023 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากยอดขายรวมทั้งตลาดที่ลดลง 6.1%

การเติบโตของ EV ทั่วโลก: เทคโนโลยีสะอาดที่ขับเคลื่อนอนาคต

นโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาดจากรัฐบาลทั่วโลก ทำให้ รถยนต์ไฟฟ้า EV และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) มียอดขายเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ 100% (BEV) ครองสัดส่วน 73% และ PHEV 27% ตลาดจีนเป็นผู้นำที่สำคัญ โดยมีสัดส่วน 56% ของยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ทั่วโลก และคิดเป็น 12% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในจีน เติบโตถึง 29%

สหรัฐอเมริกาเองก็มีการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 77% แซงหน้าเยอรมนี

10 แบรนด์รถ EV ขายดีที่สุดในโลก (ไตรมาส 1 ปี 2023):

อันดับยี่ห้อส่วนแบ่งการตลาด
1BYD21.1%
2Tesla16.01%
3Volkswagen6.88%
4Geely5.86%
5GM4.71%
6Mercedes-Benz4.28%
7BMW4.16%
8Stellantis3.97%
9Hyundai-KIA3.96%
10Renault-Nissan3.82%

10 รถ EV ขายดีที่สุดในโลก (ไตรมาส 1 ปี 2023 – BEV & PHEV):

อันดับรุ่นรถประเภท
1Tesla Model Yรถยนต์ไฟฟ้า
2Tesla Model 3รถยนต์ไฟฟ้า
3BYD Songรถยนต์ไฟฟ้า และ PHEV
4BYD ATTO 3รถยนต์ไฟฟ้า
5BYD Qinรถยนต์ไฟฟ้า และ PHEV
6Wuling Mini EVรถยนต์ไฟฟ้า
7BYD Dolphinรถยนต์ไฟฟ้า
8AION Sรถยนต์ไฟฟ้า
9BYD Hanรถยนต์ไฟฟ้า และ PHEV
10Changan Luminรถยนต์ไฟฟ้า

Tesla Model Y และ BYD ATTO 3: ตัวขับเคลื่อนตลาด EV

Tesla Model Y ครองตำแหน่งรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก สะท้อนความต้องการรถยนต์ที่เน้นประสิทธิภาพ การออกแบบ ซอฟต์แวร์ และพื้นที่ใช้สอยที่ลงตัว แม้ในประเทศไทย Tesla Model Y จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มราคาสูง แต่ก็ยังคงติดอันดับ Top 3 รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดตั้งแต่เริ่มส่งมอบ

ในขณะที่ BYD กลายเป็นแบรนด์ที่มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้ามากที่สุดในโลก ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 21.1% ซึ่งเป็นผลมาจากรถยนต์หลากหลายรุ่นที่ตอบโจทย์ทุกระดับราคา BYD ATTO 3 ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างดีในไทย ก็ติดอันดับ 4 รถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดในโลก และเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากสามารถตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ทั้งพื้นที่ใช้สอย สมรรถนะ และราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า Tesla

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย: การเติบโตอย่างรวดเร็ว และบทบาทของ BYD

แม้ว่าประเทศไทยจะมีตัวเลือก รถยนต์ EV น้อยกว่าตลาดใหญ่อย่างจีนและยุโรป แต่ครึ่งปีแรกของปี 2023 แสดงให้เห็นถึงอัตราการซื้อ รถยนต์ไฟฟ้าในไทย ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ BYD ครองแชมป์ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไทยติดต่อกันถึง 6 เดือน

ในเดือนพฤษภาคม 2023 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในไทยอยู่ที่ 5,559 คัน คิดเป็น 12.3% ของตลาด ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากปีก่อนที่ต่ำกว่า 2%

5 อันดับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ขายดีที่สุดในไทย (พฤษภาคม 2023):

BYD: 2,027 คัน
Tesla: 1,072 คัน
MG: 1,017 คัน
Neta: 686 คัน
ORA: 430 คัน

BYD ATTO 3 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในไทย โดยทำยอดขาย 2,025 คัน ในเดือนพฤษภาคม ตามมาด้วย Tesla Model Y (840 คัน) และ Neta V (686 คัน)

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด จาก 1,056 คันในปี 2020 เป็น 9,729 คันในปี 2022 และพุ่งสูงถึง 24,106 คัน ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2023 BYD ATTO 3 คือรุ่นที่เปิดตลาดและประสบความสำเร็จอย่างสูง ขณะที่ BYD Dolphin ก็คาดว่าจะเข้ามาเสริมทัพในช่วงครึ่งปีหลัง

นอกจากนี้ BYD ยังมีการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในเดือนพฤษภาคม 2023 ส่งออกถึง 10,213 คัน เพิ่มขึ้น 23 เท่าจากปีก่อน

อินเดีย: นโยบายภาษีเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์ภายในประเทศ

อินเดีย ซึ่งมีกำแพงภาษีนำเข้ารถยนต์สูง กำลังจะเพิ่มภาษีนำเข้าเป็น 70% สำหรับยานพาหนะที่มีราคาก่อนภาษีต่ำกว่า 40,000 USD ซึ่งรวมถึงรถยนต์และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2023 นโยบายนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ภายในประเทศภายใต้สโลแกน “Make in India”

อัตราภาษีนำเข้าชิ้นส่วนประกอบ (SKD) ก็จะเพิ่มขึ้นจาก 30% เป็น 35% บริษัทรถยนต์หรู เช่น Lexus India และ Mercedes-Benz India แสดงความกังวลและเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาลดกำแพงภาษีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมการเติบโตของ EV ในอินเดีย

บทสรุปและอนาคต: การปรับตัวสู่ยุคใหม่ของยานยนต์

จากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมา การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือทิศทางที่ชัดเจนของอนาคต ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่ยั่งยืน นโยบายภาครัฐทั่วโลกมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีในวงการนี้มาตลอด ผมเชื่อมั่นว่า การทำความเข้าใจพลวัตของตลาด ไม่ว่าจะเป็น ยอดขายรถยนต์ ของแบรนด์ต่างๆ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค หรือนโยบายการค้า จะเป็นกุญแจสำคัญในการมองเห็นโอกาสและเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์

หากคุณเป็นผู้บริโภคที่กำลังมองหารถคันใหม่ หรือเป็นผู้ประกอบการที่ต้องการปรับกลยุทธ์ในธุรกิจยานยนต์ การศึกษาข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม หรือปรึกษาเกี่ยวกับแนวโน้มตลาด รถยนต์ไฟฟ้า EV หรือการเลือกซื้อ รถยนต์มือสอง คุณสามารถติดต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณได้ทันที

Previous Post

N1501070 ดท ายแม แต เพ อนสน ทก จางหาย part2

Next Post

N1501064 เลขาคนใหม สมองไว นห part2

Next Post
N1501064 เลขาคนใหม สมองไว นห part2

N1501064 เลขาคนใหม สมองไว นห part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1501076 เจ บใจท กพ เจ บจ งท กเธอ part2
  • N1501079 เป นต วป วนบร ทแต กล บพบร กก บท านประธาน part2
  • N1501073 ยล กสร างได วยพ อแม part2
  • N1501071 รำคาญเม ยหล งแต งงาน part2
  • N1501069 นฐานของเด กท มาจากมาสอนท part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.