• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1601096 เป นต วป วนบร ทแต กล บพบร กก บท านประธาน part2

admin79 by admin79
January 14, 2026
in Uncategorized
0
N1601096 เป นต วป วนบร ทแต กล บพบร กก บท านประธาน part2

เจาะลึกตลาด SUV ครึ่งปีแรก 2024: รถยนต์ยอดนิยม สู่เทรนด์การเดินทางแห่งอนาคต

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของตลาดรถยนต์อยู่เสมอ โดยเฉพาะเซกเมนต์ SUV ที่ยังคงครองใจผู้บริโภคทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ไม่เว้นแม้แต่ในตลาดสหรัฐอเมริกาที่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2024 นี้ มียอดขายรถยนต์ SUV หลายรุ่นที่ทะลุหลักแสนคันไปอย่างน่าประทับใจ บทวิเคราะห์เจาะลึกนี้จะพาคุณไปสำรวจว่า SUV รุ่นใดบ้างที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความนิยมเหล่านี้ พร้อมทั้งมองไปยังเทรนด์อนาคตที่กำลังจะมาถึง

ภาพรวมตลาด SUV ครึ่งปีแรก 2024: ความนิยมที่ไม่เคยแผ่ว

ปี 2024 ถือเป็นอีกปีที่ตลาดรถยนต์ SUV ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง เราเห็นการแข่งขันที่เข้มข้นระหว่างแบรนด์ดั้งเดิมและผู้เล่นหน้าใหม่ที่เข้ามา disrupt ตลาดด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ปัจจัยหลักที่ยังคงผลักดันความนิยมของ รถยนต์ SUV ได้แก่ ความอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่การเดินทางในเมือง ไปจนถึงการผจญภัยในวันหยุดสุดสัปดาห์ พื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง ความคล่องตัวในการขับขี่ และภาพลักษณ์ที่สะท้อนถึงความมั่นคงและไลฟ์สไตล์

10 อันดับ SUV ขายดีในสหรัฐอเมริกา (ครึ่งปีแรก 2024): ยืนหนึ่งในใจผู้บริโภค

จากการรวบรวมข้อมูลล่าสุด พบว่ามี รถ SUV ยอดนิยม หลายรุ่นที่ทำยอดขายได้อย่างน่าประทับใจ โดย 10 อันดับแรกมีดังนี้:

Toyota RAV4: 248,295 คัน
Toyota RAV4 ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาด SUV ด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่องกว่า 33% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ด้วยประสบการณ์เกือบ 30 ปีในตลาด RAV4 ได้สร้างความคุ้นเคยและความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน จุดเด่นของ RAV4 คือการขับขี่ที่ง่าย ความอเนกประสงค์ และตัวเลือกที่หลากหลาย ทั้งเครื่องยนต์สันดาปทั่วไป, ระบบไฮบริด และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ทำให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ตั้งแต่ราคาเริ่มต้นประมาณ 29,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.04 ล้านบาท

Honda CR-V: 196,204 คัน
Honda CR-V ยังคงรักษาตำแหน่งรถขายดีได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้นเกือบ 20% ในปีนี้ CR-V โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยทั้งภายนอกและภายใน ความกว้างขวางสะดวกสบาย และตัวเลือกระบบส่งกำลังที่หลากหลาย ทั้งเครื่องยนต์แบบดั้งเดิมและไฮบริด ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคที่มองหารถครอบครัวที่ใช้งานได้จริงและประหยัดน้ำมัน ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 1,419,000 บาท

Nissan Rogue: 141,160 คัน
Nissan Rogue หรือที่รู้จักในชื่อ X-Trail ในบางตลาด เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ทำผลงานได้ดีเยี่ยม ด้วยดีไซน์ที่ดุดันและทันสมัยขึ้น พร้อมราคาที่สามารถแข่งขันได้ โดยมีราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.07 ล้านบาท) ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถ SUV ที่มีสไตล์และราคาเข้าถึงได้

Tesla Model Y: 116,799 คัน
แม้ว่ายอดขาย Tesla Model Y ในสหรัฐฯ จะลดลงเกือบ 39% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ก็ยังคงเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มียอดขายสูงเป็นอันดับต้นๆ ในตลาดอเมริกาเหนือ และเป็นส่วนสำคัญของยอดขาย EV ทั่วโลก การเข้ามาติดอันดับ Top 5 ของ Model Y บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ Tesla ในการผลักดันยานยนต์พลังงานสะอาด และคาดการณ์ว่ายอดขายจะยังคงเติบโตได้อีกในอนาคต

Jeep Grand Cherokee: 106,751 คัน
Jeep Grand Cherokee ยังคงเป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มลูกค้าที่มองหารถ SUV ที่มีความแข็งแกร่งและสมรรถนะที่เหนือกว่า ด้วยตัวเลือกทั้งแบบ 2 แถวและ 3 แถว รวมถึงขุมพลังไฮบริดปลั๊กอิน แม้ว่ายอดขายจะลดลงเล็กน้อย (ประมาณ 15%) เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ด้วยยอดขายกว่า 106,000 คัน ก็ยังคงเป็นการเริ่มต้นครึ่งปีที่น่าจับตามองสำหรับรุ่นนี้

Chevrolet Equinox: 106,455 คัน
Chevrolet Equinox ได้รับการปรับปรุงทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและภายในให้มีความทันสมัยใกล้เคียงกับ SUV คู่แข่งในตลาดอเมริกาเหนือ ส่งผลให้ได้รับความสนใจไม่น้อย ยอดขายของ Equinox ในปีนี้ใกล้เคียงกับช่วงครึ่งแรกของปีที่แล้ว และที่สำคัญคือมีรุ่นใหม่กำลังจะเข้าสู่ตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นยอดขายให้สูงขึ้น

Ford Explorer: 104,803 คัน
Ford Explorer ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับครอบครัวชาวอเมริกัน ด้วยความอเนกประสงค์และพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง การที่ Explorer สามารถรักษายอดขายที่สม่ำเสมอได้ในปี 2024 ถือเป็นจุดแข็งสำคัญ ประกอบกับราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงได้ (ต่ำกว่า 37,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.32 ล้านบาท) ทำให้ยังคงครองใจผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง

Subaru Forester: 92,849 คัน
Subaru Forester เติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้นกว่า 50% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปีที่แล้ว การที่ Forester ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก สะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีต่อจุดเด่นของ Subaru ทั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical AWD) และความทนทาน ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง

Hyundai Tucson: 92,146 คัน
Hyundai Tucson เป็นหนึ่งในรุ่นที่ขายดีที่สุดของ Hyundai และ Kia สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันของแบรนด์เกาหลีใต้ในตลาดโลก แม้ว่ายอดขายจะลดลงเล็กน้อย (8.4%) แต่ด้วยราคาเริ่มต้นที่น่าดึงดูด (ต่ำกว่า 28,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.06 ล้านบาท) และดีไซน์ที่โดดเด่น ทำให้ Tucson ยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งในกลุ่ม SUV

Chevrolet Trax: 90,463 คัน
Chevrolet Trax ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากการปรับโฉมครั้งใหญ่ในช่วงกลางปี 2022 การออกแบบใหม่ที่ทันสมัยและราคาที่เข้าถึงง่าย ส่งผลให้ยอดขายพุ่งสูงขึ้นกว่า 230% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของรถยนต์ครอสโอเวอร์ขนาดเล็กที่สามารถเจาะตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มองไกลกว่านั้น: เทรนด์ SUV ที่น่าจับตามองในอนาคต

นอกเหนือจากสถิติยอดขายที่น่าสนใจแล้ว ยังมีอีกหลายปัจจัยที่กำลังกำหนดทิศทางของตลาด รถยนต์ SUV ในอนาคตอันใกล้:

การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และไฮบริด: ความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมและราคาน้ำมันที่ผันผวน ทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจรถยนต์ที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น รถยนต์ไฟฟ้า SUV กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) รวมถึงปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่ให้ความยืดหยุ่นในการใช้งาน

เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS): ระบบ ADAS ที่ทันสมัย เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Keeping Assist) และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Automatic Emergency Braking) กำลังกลายเป็นมาตรฐานที่ผู้บริโภคมองหา เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่

การเชื่อมต่อและประสบการณ์ดิจิทัล: รถยนต์รุ่นใหม่ๆ มาพร้อมกับระบบ Infotainment ที่ทันสมัย การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน, ระบบนำทางแบบเรียลไทม์, และการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air (OTA) กลายเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์การใช้รถ

ความยั่งยืนและการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: นอกเหนือจากขุมพลังไฟฟ้าแล้ว วัสดุที่ใช้ในการผลิตภายในห้องโดยสาร รวมถึงกระบวนการผลิตที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผู้บริโภคใส่ใจมากขึ้น

การปรับแต่งและการแสดงออกถึงตัวตน: รถ SUV ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่ยังสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์และบุคลิกภาพของผู้ขับขี่ แบรนด์ต่างๆ เริ่มนำเสนอตัวเลือกในการปรับแต่งที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถสร้างสรรค์รถในสไตล์ของตนเองได้

ตลาด SUV ทั่วโลก: อินโดนีเซียและจีน ตัวอย่างที่น่าสนใจ

การวิเคราะห์ตลาด SUV จะไม่สมบูรณ์หากไม่กล่าวถึงตลาดสำคัญอื่นๆ ในเอเชีย โดยเฉพาะอินโดนีเซียและจีน ซึ่งมีลักษณะและความนิยมที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ

ตลาดอินโดนีเซีย: ความนิยมรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ (MPV) และ SUV ขนาดเล็ก

รายงานยอดขายรถยนต์ในอินโดนีเซีย ประจำเดือนเมษายน 2024 เผยให้เห็นถึงความนิยมของรถยนต์กลุ่ม MPV และ SUV ขนาดเล็กเป็นหลัก โดย DAIHATSU SIGRA สามารถคว้าอันดับ 1 ไปได้อย่างสวยงาม ด้วยยอดขาย 3,740 คัน ตามมาด้วย TOYOTA RUSH (3,069 คัน) และ TOYOTA INNOVA (2,803 คัน) ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการรถยนต์ที่เน้นความคุ้มค่า พื้นที่ใช้สอยที่เพียงพอต่อครอบครัว และความสามารถในการขับขี่บนสภาพถนนที่หลากหลายของอินโดนีเซีย

กลุ่มแบรนด์ที่ครองตลาดอย่างเหนียวแน่นคือ Toyota และ Daihatsu โดยมีรุ่นอื่นๆ เช่น Toyota Avanza, Honda Brio, Toyota Calya, Daihatsu Ayla, Daihatsu Terios, Suzuki XL7, Toyota Hilux, Mitsubishi Xpander, Toyota Agya, Mitsubishi Pajero Sport, Honda BR-V, Daihatsu Xenia, Mitsubishi Triton, Honda WR-V, Toyota Raize, Wuling Cloud EV, Honda HR-V, Hyundai Stargazer, Toyota Alphard, Daihatsu Gran Max, Suzuki Ertiga, Mitsubishi Xforce, Chery Omoda E5, Wuling Bingo, Honda CR-V, Hyundai Stargazer X, และ Hyundai Creta ติดอันดับ Top 30 ตามลำดับ

ตลาดจีน: มหาอำนาจแห่งยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

จีนได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นผู้นำที่แท้จริงในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) โดยในปี 2022 มีสัดส่วนการผลิต NEV ถึง 64% ของโลก และเป็นเจ้าของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า EV ทั่วโลกกว่า 5 ล้านคัน ในจำนวนยอดขายรวม 7.65 ล้านคัน

จากการจัดอันดับ 15 แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า EV ที่ขายดีที่สุดในจีน ตั้งแต่ปี 2022 ถึง ไตรมาส 1 ปี 2023 พบว่าแบรนด์ท้องถิ่นครองตลาดได้อย่างเบ็ดเสร็จ โดยมี Tesla เป็นแบรนด์ต่างชาติเพียงแบรนด์เดียวที่ติดอันดับ (อันดับ 3)

BYD: ผู้นำไร้คู่แข่ง ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 30% ในจีน และยอดขายทั่วโลกกว่า 1.8 ล้านคันในปี 2022 รุ่นที่ขายดีที่สุดคือ BYD Song Plus SUV

SAIC-GM-Wuling: สร้างชื่อจากรถยนต์ Mini EV ราคาประหยัดอย่าง Hongguang แต่ปัจจุบันกำลังปรับกลยุทธ์สู่การส่งออก

Tesla: ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยม ด้วยรุ่น Model Y ที่มียอดขายโดดเด่นในจีน

Geely: เครือข่ายอันกว้างขวาง ครอบคลุมแบรนด์อย่าง Volvo และ Polestar

GAC Aion: ดาวรุ่งพุ่งแรงในตลาด EV ของจีน

Chery: แบรนด์ท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่ม Mini EV อย่าง QQ Ice Cream

Changan: ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับรถยนต์ Mini EV อย่าง Lumin Corn

Hozon Auto (Neta): แบรนด์แม่ของ Neta V ที่กำลังเข้ามาทำตลาดในไทย

Li Auto: Start-up EV ที่เน้นรถยนต์ Extended-Range Electric Vehicles (EREV)

Great Wall Motors (GWM): โดดเด่นด้วย Ora Good Cat ในตลาด EV

แบรนด์อื่นๆ ที่น่าสนใจในจีน ได้แก่ NIO, XPeng, Leapmotor, FAW VW และ SAIC VW แม้ว่า Volkswagen จะมีส่วนร่วมในการร่วมทุน แต่ก็ประสบปัญหาด้านการแข่งขันและซอฟต์แวร์ในตลาด EV ที่ดุเดือด

Neta V II: รถยนต์ไฟฟ้า SUV ราคาเข้าถึงง่าย สู่ตลาดไทย

สำหรับตลาดประเทศไทย Neta V II (หรือ Neta AYA) เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่ม รถยนต์ไฟฟ้า SUV ราคาประหยัด การเปิดตัวรุ่น Minorchange ที่มาพร้อมการปรับปรุงดีไซน์ภายนอก เช่น ไฟท้าย LED Strip, ช่องดักลมดีไซน์ใหม่ และการเพิ่มสีตัวถังใหม่ “สีชานม Milk Tea” รวมถึงการปรับปรุงภายใน ให้ดูทันสมัยและน่าใช้งานยิ่งขึ้น

Neta V II ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลัง 95 แรงม้า แรงบิด 150 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion LFP ขนาด 40.7 kWh วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 384 กม. (NEDC) รองรับการชาร์จ AC สูงสุด 6.6 kW และ DC Fast Charging สูงสุด 45 kW (30-80% ใน 30 นาที) พร้อมระบบ V2L ที่เป็นจุดเด่น ทำให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ด้วยราคาที่คาดว่าจะใกล้เคียงกับรุ่นเดิม (เริ่มต้น 549,000 บาท) Neta V II จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้า EV ราคาไม่เกิน 6 แสนบาท

บทสรุป: อนาคตที่สดใสของตลาด SUV และยานยนต์ไฟฟ้า

จากการวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายและเทรนด์ต่างๆ ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ตลาด รถยนต์ SUV ยังคงมีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรุ่นที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ ความประหยัดพลังงาน และความอเนกประสงค์

ในขณะเดียวกัน การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ รถยนต์ไฟฟ้า EV ทั่วโลก โดยเฉพาะในจีน กำลังเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต การเข้ามาของแบรนด์จีนอย่าง Neta ที่นำเสนอ รถยนต์ไฟฟ้า SUV ราคาคุ้มค่า สู่ตลาดไทย เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับผู้บริโภคที่กำลังมองหาทางเลือกในการเดินทางที่ยั่งยืนและประหยัดค่าใช้จ่าย

สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณา ซื้อรถ SUV หรือ รถยนต์ไฟฟ้า สักคันในปี 2024 นี้ การศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน เปรียบเทียบคุณสมบัติ ราคา และประเมินความต้องการใช้งานของตนเอง จะเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจเลือกรถที่เหมาะสมที่สุด

หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมสัมผัสเทคโนโลยีแห่งอนาคต อย่าพลาดโอกาสในการสำรวจตลาด SUV และยานยนต์ไฟฟ้า ที่กำลังนำเสนอทางเลือกใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นกว่าที่เคย

Previous Post

N1601089 มหาบ ณฑ ตส งอาหาร part2

Next Post

N1601084 ความซ อส ตย เป นสมบ ของคนด part2

Next Post
N1601084 ความซ อส ตย เป นสมบ ของคนด part2

N1601084 ความซ อส ตย เป นสมบ ของคนด part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1701084 การร บม อก บคำโกหก นไม ใช เร องง าย (1) part2
  • N1701100 เช อคำภรรยาแล วเจร คำน ไม เคยเก นจร part2
  • N1701097 อยากท จะผอม แต เธอไปลองผ ดว part2
  • N1701095 การร บม อก บคำโกหก นไม ใช เร องง าย part2
  • N1701087 รอคอยเธอมา 10ป เจอก นอ กท องได เป นแฟน (1) part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.