เทรนด์สีรถยนต์ยอดนิยมปี 2025: ความคลาสสิกยังคงครองใจ ควบคู่ไปกับการปรับตัวสู่เฉดสีใหม่ที่น่าสนใจ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงและความนิยมของสีรถยนต์มาโดยตลอด ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความสวยงาม แต่ยังสะท้อนถึงรสนิยม ทัศนคติ และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแต่ละยุคสมัย ล่าสุด รายงานจาก Axalta Coating Systems บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านสีเคลือบยานยนต์ ได้เผยแพร่ผลสำรวจสีรถยนต์ยอดนิยมประจำปี 2025 ซึ่งเป็นปีที่ 67 ของการสำรวจนี้ เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจทิศทางของตลาดได้อย่างลึกซึ้ง
สีขาว: มหาอำนาจแห่งสีสัน ยืนหนึ่งในใจผู้บริโภคทั่วโลก
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า “สีขาว” คือเจ้าตลาดสีรถยนต์อย่างแท้จริง ด้วยสัดส่วนความนิยมสูงถึง 38% ทั่วโลก สีขาวยังคงรักษาตำแหน่งอันดับหนึ่งได้อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2011 เหตุผลเบื้องหลังความนิยมนี้มีหลากหลายประการ ประการแรก สีขาวให้ความรู้สึกสะอาดตา เรียบหรู และทันสมัย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการ สะท้อนถึงภาพลักษณ์ที่ดูดีและไม่ตกยุค
นอกจากนี้ สีขาวยังเป็นสีที่สะท้อนความร้อนได้ดีที่สุด ช่วยลดการสะสมความร้อนภายในห้องโดยสาร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นอย่างประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้น สีขาวยังเป็นสีที่ดูแลรักษาง่าย ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องคราบสกปรกหรือรอยขีดข่วนที่มองเห็นได้ชัดเจนเมื่อเทียบกับสีเข้ม ทำให้เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
สีดำและสีเทา: ขั้วอำนาจที่เติบโต สานต่อความนิยมอย่างแข็งแกร่ง
ตามมาติดๆ ด้วย “สีดำ” ที่ครองอันดับสองด้วยสัดส่วน 19% และ “สีเทา” ที่ 13% สีทั้งสองเฉดนี้ได้รับความนิยมอย่างสม่ำเสมอทั่วโลก และมีการเติบโตที่น่าจับตา “สีดำ” มักถูกมองว่าเป็นสีแห่งความหรูหรา ทรงพลัง และลึกลับ สะท้อนถึงบุคลิกที่มั่นคงและมีอำนาจ ในขณะที่ “สีเทา” กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายภูมิภาค
สีเทา: ดาวรุ่งพุ่งแรงที่กำลังพลิกโฉมตลาด
จุดที่น่าสนใจในปี 2025 คือการที่ “สีเทา” ได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในทวีปยุโรป “สีเทา” ไม่เพียงแต่เป็นสีที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ แต่ยังเป็นครั้งแรกที่สามารถแซงหน้า “สีขาว” ขึ้นมาเป็นสีที่ได้รับความนิยมสูงสุดในบางตลาดของยุโรป เอลค์ เดิร์กส์ นักออกแบบสีรถยนต์ ภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย ได้อธิบายปรากฏการณ์นี้ว่า “หลังจากที่สีเทากุหลาบได้รับความนิยมในกลุ่มรถ SUV ในยุโรป ในปีนี้เราเห็นการเติบโต 5% ในกลุ่มรถคอมแพคและรถสปอร์ต นับเป็นครั้งแรกในยุโรปที่ความนิยมสีเทา หรือสีที่หลากหลายมากขึ้น จากที่สีขาวเคยเป็นที่นิยมมายาวนาน ชาวยุโรปมีความต้องการใช้สีเทาในแง่อารมณ์ความรู้สึกที่ดูสบาย”
ความต้องการสีเทาที่เพิ่มขึ้นนี้ ชี้ให้เห็นถึงเทรนด์ที่ผู้บริโภคต้องการสีสันที่ดูร่วมสมัย ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป แต่ก็ยังคงความทันสมัยและมีสไตล์ สีเทาสามารถจับคู่กับดีไซน์รถยนต์ได้หลากหลาย ตั้งแต่รถยนต์ซีดานหรูหรา ไปจนถึงรถสปอร์ตที่เน้นความปราดเปรียว การผสมผสานระหว่างเฉดสีเทาอ่อนไปจนถึงเทาเข้ม ทำให้เกิดความเป็นไปได้ในการออกแบบที่ไร้ขีดจำกัด
ภูมิภาคต่างๆ กับสีรถยนต์ที่เป็นเอกลักษณ์
เอเชีย: สีขาวยังคงเป็นที่นิยมสูงสุดในตลาดเอเชีย ด้วยสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น 1% เป็น 49% แอนนี่ ยู นักออกแบบสีรถยนต์ ประเทศจีน ให้ความเห็นว่า “ผู้ซื้อจากจีนชอบสีที่ทันสมัย มีระดับ และสะอาดตา ซึ่งสีขาวมีคุณสมบัติดังกล่าวอย่างชัดเจน” ความนิยมของสีขาวในเอเชียสะท้อนถึงค่านิยมที่ให้ความสำคัญกับความสะอาด ความเรียบร้อย และภาพลักษณ์ที่ดูดี
อเมริกาเหนือและอเมริกาใต้: สีขาวยังคงครองใจผู้บริโภคในภูมิภาคเหล่านี้ แต่ก็มีสัญญาณที่น่าสนใจของ “สีเทา” ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเช่นกัน ในอเมริกาเหนือ “สีแดง” ยังคงได้รับความนิยมสูงสุดที่ 9% แสดงให้เห็นถึงความต้องการสีสันที่สื่อถึงความเร้าใจและความมีชีวิตชีวา
รัสเซีย: ภูมิภาคนี้มีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจ โดย “สีน้ำตาล” และ “สีเบจ” ได้รับความนิยมถึง 12% ซึ่งสูงกว่าภูมิภาคอื่น สะท้อนถึงความชื่นชอบในสีโทนอบอุ่นที่ให้ความรู้สึกสบายและเป็นธรรมชาติ
แอฟริกา: สีโทนสว่างอย่าง “สีเงิน” และ “สีขาว” ยังคงได้รับความนิยมรวมกันสูงถึง 58%
อเมริกาใต้: เป็นภูมิภาคเดียวที่ “สีเงิน” ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น 1% ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความต้องการสีที่ดูทันสมัยและให้ความรู้สึกพรีเมียม
เทรนด์สีรถยนต์ที่น่าจับตามองในปี 2025:
นอกเหนือจากสีหลักที่กล่าวมา ยังมีเทรนด์สีรถยนต์อื่นๆ ที่น่าจับตามองในปี 2025 ซึ่งจะส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการความแตกต่างและสะท้อนบุคลิกของตนเอง
เฉดสีฟ้าและสีเขียวที่น่าสนใจ: สีฟ้าอ่อน สีเขียวมิ้นต์ หรือแม้กระทั่งเฉดสีฟ้าอมเขียว (Teal) กำลังเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น สีเหล่านี้ให้ความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นการตอบสนองต่อเทรนด์ความยั่งยืนที่กำลังมาแรง
สีสันสดใสที่กลับมา: แม้ว่าสีโทนกลางจะครองตลาด แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการสีสันสดใส เช่น สีส้ม สีเหลืองสด หรือสีชมพูอ่อน เพื่อแสดงออกถึงความสนุกสนานและความคิดสร้างสรรค์
สีพิเศษและสีเคลือบเงา (Matte Finishes): การใช้สีเคลือบเงา หรือสีที่มีเอฟเฟกต์พิเศษ เช่น สีที่เปลี่ยนเฉดเมื่อมองจากมุมที่ต่างกัน (Color-shifting paints) กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มรถยนต์ระดับพรีเมียม เพื่อสร้างความโดดเด่นและไม่เหมือนใคร
สีโทนอบอุ่นที่พัฒนาขึ้น: นอกจากสีน้ำตาลและสีเบจ ยังมีเฉดสีอบอุ่นอื่นๆ ที่กำลังได้รับความนิยม เช่น สีสนิม (Rust), สีอิฐ (Terracotta) ซึ่งให้ความรู้สึกหรูหราแบบมีระดับ และมีความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกสีรถยนต์:
การเลือกสีรถยนต์ไม่ได้มีแค่เรื่องความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่ผู้บริโภคพิจารณา
ราคาขายต่อ: สีที่ได้รับความนิยมสูงมักจะมีราคาขายต่อที่ดีกว่า เนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาดในวงกว้าง
ความทนทานและดูแลรักษาง่าย: ดังที่กล่าวไป สีขาว สีเงิน และสีเทา มักจะเป็นตัวเลือกที่ดีในแง่นี้
เทรนด์แฟชั่นและดีไซน์: สีรถยนต์มักได้รับอิทธิพลจากเทรนด์แฟชั่นในวงการอื่นๆ เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือการตกแต่งภายใน
ความรู้สึกและอารมณ์: สีสามารถส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้ขับขี่ได้ เช่น สีแดงอาจสื่อถึงความเร้าใจ สีฟ้าสื่อถึงความสงบ
กฎหมายและข้อกำหนด: ในบางประเทศหรือบางพื้นที่ อาจมีข้อกำหนดเกี่ยวกับสีรถยนต์ที่อนุญาตให้ใช้งานได้
การเลือกสีรถยนต์ที่ใช่ สะท้อนความเป็นคุณ:
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ ผมเชื่อว่าการเลือกสีรถยนต์ที่ใช่ คือการสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของคุณออกมาได้อย่างดีที่สุด ในปี 2025 ตลาดสีรถยนต์มีความหลากหลายมากขึ้นกว่าที่เคย หากคุณกำลังมองหารถยนต์คันใหม่ หรือต้องการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์รถคันเดิม ลองพิจารณาเทรนด์สีเหล่านี้ ควบคู่ไปกับปัจจัยส่วนตัวของคุณ
สำหรับใครที่กำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์ (PPV) ที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายรูปแบบ และต้องการรถที่คุ้มค่า น่าเชื่อถือ และมีราคาขายต่อที่ดี Toyota Fortuner มือสอง คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ซึ่งผมจะขอกล่าวถึงในรายละเอียดต่อไป
Toyota Fortuner: รถ PPV ที่ครองใจคนไทยมายาวนาน
เมื่อพูดถึงรถยนต์ PPV (Passenger Pick-Up Vehicle) หรือรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งที่พัฒนาบนพื้นฐานของกระบะ Toyota Fortuner คือชื่อที่ผุดขึ้นมาในใจของผู้บริโภคชาวไทยเป็นอันดับต้นๆ อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยการผสมผสานความแข็งแกร่งของรถกระบะเข้ากับความสะดวกสบายของรถยนต์นั่ง ทำให้ Fortuner เป็นรถคู่ใจของหลายครอบครัว และยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องแม้จะเป็นรถมือสอง
ทำไม Toyota Fortuner มือสอง จึงยังคงขายดี?
จากประสบการณ์ของผมในการวิเคราะห์ตลาดรถยนต์มือสอง Toyota Fortuner มีปัจจัยที่ทำให้ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างสูง ดังนี้:
ความน่าเชื่อถือและความทนทานของแบรนด์ Toyota: Toyota เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องความทนทานและอายุการใช้งานที่ยาวนาน ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพ แม้จะเป็นรถมือสองที่มีเลขไมล์ค่อนข้างสูงก็ตาม
ความง่ายในการบำรุงรักษาและหาอะไหล่: ด้วยการผลิตที่ฐานโรงงานในประเทศไทย ทำให้การหาอะไหล่ทดแทนสำหรับ Toyota Fortuner นั้นง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าศูนย์บริการ หรือหาอู่นอกที่มีความเชี่ยวชาญ
ความอเนกประสงค์และพื้นที่ใช้สอย: Fortuner ถูกออกแบบมาให้เป็นรถ 7 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างขวาง ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางในเมือง การเดินทางไกล และการขนของ
สมรรถนะเครื่องยนต์ที่แข็งแกร่ง: เครื่องยนต์ของ Fortuner ได้รับการยอมรับในเรื่องความทนทานและสมรรถนะที่เพียงพอต่อการใช้งานในหลากหลายสภาวะถนน
ราคาขายต่อที่แข็งแกร่ง: แม้จะเป็นรถมือสอง แต่ Toyota Fortuner มักจะมีราคาขายต่อที่ค่อนข้างคงที่ ไม่ตกฮวบฮาบเหมือนรถยนต์บางรุ่น ทำให้การลงทุนใน Fortuner ถือว่ามีความคุ้มค่าในระยะยาว
ความเหมาะสมกับการใช้งานทุกสถานการณ์: ไม่ว่าจะขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น หรือลุยไปในเส้นทางที่ท้าทาย Fortuner ก็สามารถตอบสนองความต้องการได้เป็นอย่างดี
วิวัฒนาการของ Toyota Fortuner: จากรุ่นสู่รุ่น
เพื่อทำความเข้าใจถึงเสน่ห์ของ Fortuner มือสอง การย้อนดูพัฒนาการของแต่ละรุ่นถือเป็นสิ่งจำเป็น:
โฉมแรก (ปี 2005-2008): เปิดตัวครั้งแรกด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นและเครื่องยนต์ที่ทรงพลังในยุคนั้น ทั้งเครื่องยนต์ดีเซล 3000cc และเบนซิน 2700cc จุดเด่นคือราคาที่เข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับสมรรถนะและการออกแบบที่คล้ายคลึงกับรถหรูอย่าง Lexus RX300
โฉมสอง “หน้ายักษ์” (ปี 2008-2011): มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ภายนอกให้ดูดุดันยิ่งขึ้น พร้อมการอัปเกรดระบบเบรก และเพิ่มเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร รวมถึงรุ่น TRD ที่แต่งพิเศษ และมีการไมเนอร์เชนจ์ครั้งใหญ่ในปี 2011 ที่ปรับปรุงไฟหน้า ไฟท้าย และภายในให้หรูหราขึ้น
โฉมสาม “หน้าแชมป์” (ปี 2011-2015): เป็นโฉมที่หลายคนมองว่าลงตัวที่สุดของ Fortuner รุ่นแรก มีการอัปเกรดเกียร์ 5 สปีด (เฉพาะรุ่นดีเซล) และเพิ่มพละกำลังเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ดีไซน์กระจังหน้า กันชน และไฟท้ายมีการปรับให้สปอร์ตขึ้น จุดเด่นคือมีรุ่นแต่งพิเศษยิบย่อยออกมามากมาย ทำให้ราคาขายต่อมือสองยังคงแข็งแกร่ง
โฉมปัจจุบัน (ปี 2015-2022): เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย และพละกำลังเครื่องยนต์ GD Super Power ทั้ง 2.4 ลิตร และ 2.8 ลิตร ที่เน้นความประหยัดและแรงบิดที่ตอบสนองดีเยี่ยม มีรุ่นย่อยที่หลากหลาย เช่น Leader และ Legender รวมถึงรุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 60 ปี ที่มาพร้อมออปชันและความพิเศษเฉพาะตัว
บทสรุป: สีสันแห่งอนาคตและความคลาสสิกที่คงอยู่
รายงานสีรถยนต์ยอดนิยมปี 2025 จาก Axalta สะท้อนให้เห็นถึงความสมดุลระหว่างความคลาสสิกที่ยังคงครองใจ และการเปิดรับเฉดสีใหม่ๆ ที่สะท้อนถึงเทรนด์และความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค “สีขาว” ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในใจใครหลายคน ด้วยคุณสมบัติที่ตอบโจทย์การใช้งานและความสวยงามเหนือกาลเวลา ขณะที่ “สีเทา” กำลังก้าวขึ้นมาเป็นดาวเด่นที่สะท้อนถึงความทันสมัยและความมีสไตล์ที่ซับซ้อน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถ PPV ที่คุ้มค่า ทนทาน และมีศักยภาพในการใช้งานหลากหลาย Toyota Fortuner มือสอง ยังคงเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และความพร้อมของอะไหล่ ทำให้ Fortuner เป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ที่ต้องการรถคู่ใจที่พร้อมพาคุณไปทุกที่
หากคุณสนใจที่จะสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและสไตล์ หรือต้องการค้นหารถยนต์ที่ตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด อย่ารอช้า! สำรวจตลาดรถยนต์มือสอง หรือนัดหมายเพื่อทดลองขับรถยนต์รุ่นที่คุณสนใจได้แล้ววันนี้ เพื่อก้าวเข้าสู่โลกยานยนต์ที่เต็มไปด้วยสีสันและนวัตกรรมที่ไม่สิ้นสุด

