• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1701094 เล อกใช เล อกซ ในส งท เห นว าจำเป part2

admin79 by admin79
January 14, 2026
in Uncategorized
0
N1701094 เล อกใช เล อกซ ในส งท เห นว าจำเป part2

BYD Song ทะยานสู่บัลลังก์ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเดือนพฤศจิกายน 2568: สัญญาณแห่งยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้าในไทย

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลายต่อหลายครั้ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2568 นี้ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกาศยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของตลาดโลก และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตลาดในประเทศไทย ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว

รายงานล่าสุดจากสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีน เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ระบุว่า BYD Song รถยนต์ไฟฟ้าจากแดนมังกร สามารถขึ้นเป็นผู้นำตลาดด้วยยอดขายอันน่าทึ่งถึง 56,000 คัน แซงหน้า Tesla Model Y ซึ่งเคยครองตำแหน่งมาอย่างยาวนาน ด้วยยอดขาย 55,000 คัน นี่ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงอันดับ แต่เป็นการตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งและการยอมรับที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของแบรนด์จีนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโลก

ภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเดือนพฤศจิกายน 2568: การเติบโตที่น่าประทับใจ

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบขายส่งทั่วประเทศจีนในเดือนพฤศจิกายน 2568 อยู่ที่ 1.706 ล้านคัน เพิ่มขึ้นถึง 18.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ 5.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับยอดขายปลีกที่ 1.321 ล้านคัน เติบโต 4.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และ 3.0% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ การที่รถยนต์ไฟฟ้าสามารถครองอันดับถึง 9 ใน 10 รุ่นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในเดือนพฤศจิกายน การปรากฏตัวของ Xiaomi YU7 ที่ทำยอดขายเกิน 33,000 คัน และก้าวเข้าสู่ Top 10 ได้เป็นครั้งแรก ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงพลังของแบรนด์เทคโนโลยีที่กำลังขยายบทบาทเข้าสู่ตลาดรถยนต์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

การเจาะตลาดและการแข่งขัน: แบรนด์จีนรุกหนัก คว้าส่วนแบ่งตลาด

โครงสร้างส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในเดือนพฤศจิกายน 2568 เผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ:

แบรนด์ในประเทศ (จีน): ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดถึง 67.5% แม้จะลดลงเล็กน้อย -5.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ก็ยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่ทรงอิทธิพล
แบรนด์เกิดใหม่ (Xiaopeng, Leap Motor, Xiaomi): กลุ่มนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดขึ้นมาได้ถึง 22.1% ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความคล่องตัวในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
Tesla: แม้จะยังคงเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยม แต่ส่วนแบ่งการตลาดกลับลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 5.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน
กิจการร่วมค้าหลัก: มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 3.2% ลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการแข่งขันกับแบรนด์ที่เน้นความเป็นอิสระและนวัตกรรม

อัตราการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดค้าปลีกโดยรวมของจีนอยู่ที่ 59.3% เพิ่มขึ้นถึง 7% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว บ่งชี้ว่าผู้บริโภคชาวจีนเปิดรับและให้ความสำคัญกับยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มแบรนด์ภายในประเทศที่ทำอัตราการเจาะตลาดได้สูงถึง 79.6%

Motor Show 2025: ส่องเทรนด์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

การวิเคราะห์ตลาดในประเทศจีนมีความสำคัญ แต่การมองมาที่ตลาดภายในประเทศของเราอย่างประเทศไทย ก็ยิ่งทำให้เห็นภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 หรือ Motor Show 2025 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2568 ได้สรุปยอดจองรถยนต์รวมกว่า 77,379 คัน สะท้อนถึงความคึกคักและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทย

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในงานนี้ คือการที่ BYD สามารถครองอันดับ 1 ด้วยยอดจองรวม 10,353 คัน เอาชนะแชมป์เก่าอย่าง Toyota ที่ทำยอดจองได้ 9,819 คัน นี่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่ากระแสรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนกำลังมาแรงจริง ๆ โดยเฉพาะ BYD Dolphin ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามด้วยยอดจอง 4,014 คัน คิดเป็น 38.8% ของยอดจองทั้งหมดของแบรนด์ ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย เพียง 499,000 บาท

นอกจากนี้ GAC (AION/HYPTEC) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแบรนด์จีนที่มาแรง ก็สามารถคว้าอันดับ 3 ไปได้ด้วยยอดจอง 7,018 คัน โดยรุ่น AION UT ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงของ BYD Dolphin ก็ทำผลงานได้ดีเช่นกัน ด้วยยอดจอง 4,568 คัน

10 อันดับแรก ยอดจองรถยนต์ Motor Show 2025:

BYD: 10,353 คัน
Toyota: 9,819 คัน
GAC (AION/HYPTEC): 7,018 คัน
ChangAn (Deepal/AVATR): 6,589 คัน
Honda: 5,948 คัน
MG: 5,910 คัน
GWM: 4,959 คัน
Mitsubishi: 4,398 คัน
Nissan: 3,139 คัน
Isuzu: 2,989 คัน

บทสรุปจากงาน Motor Show 2025 นี้ ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างแท้จริง แบรนด์รถยนต์ยักษ์ใหญ่ โดยเฉพาะจากญี่ปุ่นและยุโรป กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จำเป็นต้องเร่งปรับตัว พัฒนาผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถแข่งขันได้ทั้งในด้านราคา เทคโนโลยี และสร้างความแตกต่าง เพื่อรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาดในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า

เจาะลึก 12 รถยนต์น่าใช้ปี 2568: ทางเลือกหลากหลายสำหรับทุกไลฟ์สไตล์

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมขอพาคุณไปสำรวจรถยนต์น่าใช้ในปี 2568 ที่ครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) ที่ยังคงได้รับความนิยม พร้อมมุมมองจากประสบการณ์จริง เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจที่ดียิ่งขึ้น

กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่น่าจับตามอง:

แม้ว่า BYD Song จะเป็นผู้นำในตลาดจีน แต่ในประเทศไทย กระแสรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่ง (Sedan) และ SUV ขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมสูง

BYD Dolphin: ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายและการออกแบบที่น่ารัก BYD Dolphin กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า ราคาเริ่มต้นที่ 499,000 บาท ทำให้เป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าคันแรก

AION UT: คู่แข่งโดยตรงของ Dolphin ที่มีจุดเด่นด้านราคาและเทคโนโลยี AION UT เสนอทางเลือกที่น่าสนใจในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กเช่นกัน

กลุ่มรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) ที่ยังคงแข็งแกร่ง:

แม้กระแส EV จะมาแรง แต่รถยนต์สันดาปภายในยังคงมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง และหลายรุ่นได้รับการพัฒนาให้ประหยัดน้ำมันและมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น

Honda Civic: ยังคงเป็นรถยนต์นั่งยอดนิยมอันดับต้นๆ ด้วยดีไซน์สปอร์ตหรู และสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม Honda Civic รุ่นใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยี Roof Braze ที่ช่วยเพิ่มความสวยงามและความแข็งแรง ช่วงล่างที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทำให้ขับขี่ได้นุ่มนวล เก็บเสียงได้ดี และยังคงให้ความรู้สึกสนุกในการขับขี่ราวกับรถสปอร์ต ราคาเริ่มต้นที่ 1,039,000 บาท

Honda City: รถยนต์นั่งขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง Honda City รุ่นใหม่ ได้รับการปรับปรุงอัตราเร่งและความประหยัดน้ำมันให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะรุ่นไฮบริดที่ตอบโจทย์ผู้ที่มองหารถยนต์ประหยัดพลังงาน ดีไซน์ภายนอกดูทันสมัย ภายในกว้างขวาง และเบาะนั่งที่ให้ความรู้สึกสปอร์ต ราคาเริ่มต้นที่ 599,000 บาท

Honda Accord: รถยนต์นั่ง D-Segment ที่ครองใจคนไทยมายาวนาน Honda Accord รุ่นใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ไฮบริดทุกรุ่นย่อย ซึ่งนอกจากจะประหยัดน้ำมันแล้ว ยังมอบสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม เหมาะสำหรับการเดินทางไกล ระบบความปลอดภัยที่ทันสมัย เช่น ระบบรักษาช่องทางเดินรถ และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ทำให้การขับขี่ปลอดภัยและผ่อนคลายยิ่งขึ้น ราคาเริ่มต้นที่ 1,529,000 บาท

Toyota Corolla Altis: ขึ้นชื่อเรื่องความคุ้มค่า ทนทาน และดีไซน์เรียบง่าย Toyota Corolla Altis รุ่น GR Sport ที่มาพร้อมความสปอร์ตยิ่งขึ้น ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ช่วงล่างใหม่ ระบบความปลอดภัยที่ครบครัน และพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง ทำให้เป็นรถยนต์ที่ใช้งานได้หลากหลายวัตถุประสงค์ ราคาเริ่มต้นที่ 894,000 บาท

Toyota Camry: รถยนต์นั่ง D-Segment ที่ผสมผสานความหรูหรา สมรรถนะ และความประหยัดได้อย่างลงตัว Toyota Camry รุ่นใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังรวม 227 แรงม้า การขับขี่นุ่มนวล เงียบสงัด และประหยัดน้ำมันอย่างน่าทึ่ง สามารถวิ่งได้ถึง 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง ราคาเริ่มต้นที่ 1,455,000 บาท

Toyota Yaris Ativ: รถยนต์นั่งขนาดเล็กที่สร้างปรากฏการณ์ด้วยยอดจองถล่มทลาย Toyota Yaris Ativ มาพร้อมดีไซน์ Fastback style ที่ลู่ลม ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศต่ำเพียง 0.284 ดีไซน์เรียบหรู ราคาเข้าถึงง่าย ออปชันล้นเกินราคา และการเก็บเสียงที่ดีเยี่ยม ทำให้เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดคันหนึ่งในตลาด ราคาเริ่มต้นที่ 549,000 บาท

Mazda 2 Sedan: หากคุณชื่นชอบดีไซน์ที่ล้ำสมัย สปอร์ต และสมรรถนะเกินตัว Mazda 2 Sedan คือคำตอบ ด้วยเทคโนโลยี GVC-Plus ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้ง ทำให้การขับขี่สนุกและมั่นใจ แม้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็เป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่โดดเด่นในตลาด ราคาเริ่มต้นที่ 529,000 บาท

Mazda 3 Sedan: ด้วยปรัชญา “เรียบง่ายแต่งดงาม” Mazda 3 Sedan มอบดีไซน์ที่เรียบหรู มีความสปอร์ต และให้ความสำคัญกับแสงเงาที่ตกกระทบตัวรถ สรรพนะที่แข็งแกร่งด้วยเครื่องยนต์ SKYACTIV-G 2.0 ลิตร รองรับน้ำมัน E85 ช่วยเพิ่มความประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ราคาเริ่มต้นที่ 979,000 บาท

MG 5: สปอร์ตคูเป้ซีดานที่โดดเด่นด้วยดีไซน์หรูหราภายนอกและภายใน MG 5 มาพร้อม Sunroof และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ให้กำลัง 114 แรงม้า ฟังก์ชันหลากหลาย ระบบความปลอดภัยจัดเต็ม และราคาที่คุ้มค่า ทำให้เป็นรถเก๋งที่น่าใช้ในปี 2568 ราคาเริ่มต้นที่ 589,900 บาท

Nissan Almera: รถยนต์นั่งที่โดดเด่นเรื่องความกว้างขวาง ราคาที่เข้าถึงง่าย และออปชันที่ทันสมัย Nissan Almera รุ่นใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.0L TURBO ที่ประหยัดน้ำมันถึง 23.3 กม./ลิตร ระบบความปลอดภัยขั้นสูงรอบคัน และยังได้รับรางวัล Car of the Year 2023-2024 การันตีคุณภาพ ราคาเริ่มต้นที่ 499,000 บาท (หลังหักส่วนลด)

กลุ่มรถยนต์หรู (Luxury Cars) ที่น่าสนใจ:

สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ที่สะท้อนถึงรสนิยมและความสำเร็จ

BMW 2 Series Gran Coupé: รถยนต์สปอร์ตคูเป้ 4 ประตูที่มอบความหล่อ เท่ ในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่ายขึ้น มาพร้อมดีไซน์ประตูไร้ขอบที่เสริมความเป็นสปอร์ต และสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ ราคาเริ่มต้นที่ 1,889,000 บาท

Mercedes-Benz A-Class Saloon: รถเบนซ์ที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดในปัจจุบัน Mercedes-Benz A-Class Saloon มอบความหรูหราตามสไตล์ Mercedes-Benz ระบบมัลติมีเดียจัดเต็ม และระบบเซ็นเซอร์เตือนการชนที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย ราคาเริ่มต้นที่ 2,320,000 บาท

อนาคตของยานยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์สันดาป: การอยู่ร่วมกันที่สมดุล

จากข้อมูลและแนวโน้มที่ได้วิเคราะห์มา ผมมองว่าตลาดรถยนต์ในปี 2568 และปีต่อๆ ไป จะเป็นการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในทุกเซกเมนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด แบรนด์จีนจะยังคงเป็นผู้เล่นที่ทรงอิทธิพล ด้วยความสามารถในการนำเสนอนวัตกรรม เทคโนโลยี และราคาที่แข่งขันได้

ในขณะเดียวกัน รถยนต์สันดาปภายในที่มีการพัฒนาให้ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่ยังต้องการความคุ้นเคยและอรรถประโยชน์ในรูปแบบเดิม

การตัดสินใจซื้อรถยนต์ในปี 2568:

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจซื้อรถยนต์คือ การทำความเข้าใจความต้องการและไลฟ์สไตล์ของตนเองอย่างแท้จริง พิจารณาทั้งงบประมาณ การใช้งานในชีวิตประจำวัน ความชอบส่วนตัว และเทคโนโลยีที่ต้องการ

หากคุณกำลังมองหารถยนต์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือรถยนต์สันดาปภายในที่คุ้นเคยและเชื่อถือได้ การศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบรุ่นต่างๆ และทดลองขับ จะช่วยให้คุณพบรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างสมบูรณ์แบบ

หากคุณพร้อมที่จะก้าวสู่ยุคแห่งยานยนต์แห่งอนาคต หรือกำลังมองหารถยนต์คันใหม่ที่ใช่สำหรับคุณ ลองสำรวจตัวเลือกหลากหลายที่เราได้นำเสนอ หรือหากคุณสนใจรถยนต์มือสองที่คุ้มค่า ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ one2car.com ซึ่งมีรถยนต์ให้เลือกมากกว่า 38,000 คัน จากดีลเลอร์ที่น่าเชื่อถือ พร้อมด้วยระบบ one2inspect ที่ช่วยให้คุณมั่นใจในสภาพรถได้ก่อนตัดสินใจ

Previous Post

N1701089 ปลดแอกจากผ ชายใจหมา part2

Next Post

N1701104 สะใภ อย ลำบากเพราะปากสาม part2

Next Post
N1701104 สะใภ อย ลำบากเพราะปากสาม part2

N1701104 สะใภ อย ลำบากเพราะปากสาม part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1701130 ชายม กง าย นน าร งเก ยจ [ตอน part2
  • N1701116 คนจน บางท ทำต วไม าสงสาร part2
  • N1701122 การศ กษาส ไม ได แปลว จะเป นคนด part2
  • N1701106 เป นแค เด กว อย ามาเป นเพ อนฉ part2
  • N1701121 เพ อนช ไม กล วบาป part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.