ภาพรวมตลาดรถยนต์ทั่วโลกและแนวโน้มปี 2025: ความท้าทาย โอกาส และการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลก โดยเฉพา
ะอย่างยิ่งในปี 2023 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีแห่งความท้าทายแต่ก็เต็มไปด้วยโอกาสใหม่ๆ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากตลาดหลักต่างๆ ทั้งออสเตรเลีย ยุโรป เอเชีย และแม้แต่ตลาดเฉพาะอย่างรถยนต์หรู ช่วยให้เรามองเห็นทิศทางที่อุตสาหกรรมกำลังมุ่งไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวโน้มการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนภูมิทัศน์ของวงการยานยนต์อย่างแท้จริง
ภาพรวมตลาดออสเตรเลีย: การเติบโตที่สวนทางกับความคาดหมาย และการรุกคืบของแบรนด์จีน
แม้จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน แต่ตลาดรถยนต์ออสเตรเลียในเดือนกรกฎาคม 2023 กลับแสดงให้เห็นถึงการเติบโตในเชิงบวก โดยมียอดขายรถยนต์ใหม่รวมทั้งสิ้น 96,859 คัน การเติบโตนี้ส่วนหนึ่งมาจากการทยอยส่งมอบรถยนต์ที่ค้างสต็อกจากการจองก่อนหน้า สิ่งที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือ การเข้ามามีบทบาทของแบรนด์รถยนต์จากจีนที่สามารถกวาดส่วนแบ่งตลาดไปได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยมียอดขายรวมกันถึง 15,853 คัน คิดเป็น 16.4% ของตลาดทั้งหมด
เมื่อพิจารณา 10 อันดับรุ่นรถยนต์ขายดีในออสเตรเลียเมื่อเดือนกรกฎาคม 2023 พบว่า Ford Ranger ยังคงครองตำแหน่งผู้นำ ตามมาด้วย Toyota HiLux สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมอย่างต่อเนื่องของรถกระบะในตลาดนี้ อย่างไรก็ตาม เราได้เห็นการปรากฏตัวของ MG ZS ในอันดับที่ 3 และ Tesla Model Y ในอันดับที่ 4 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของรถยนต์จากแบรนด์จีนและรถยนต์ไฟฟ้า
ในฝั่งแบรนด์ รถยนต์ Toyota ยังคงเป็นผู้นำตลาดอย่างแข็งแกร่ง ตามมาด้วย Mazda, Ford, Hyundai และ Kia แต่การเข้ามาของ MG ในอันดับที่ 6 ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของแบรนด์จีนในการเจาะตลาดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตลาดรถยนต์หรู: ความต้องการรถยนต์เฉพาะบุคคล และความนิยมในเทคโนโลยีไฮบริด
ในอีกมิติหนึ่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ ตลาดรถยนต์หรูภายใต้แบรนด์ Bentley Motors ได้เปิดเผยสถิติที่น่าสนใจในปี 2023 ลูกค้า Bentley ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์รถยนต์ในแบบเฉพาะตัว (Personalisation) มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดย 3 ใน 4 ของลูกค้าเลือกโปรแกรมนี้ ทำให้เกิดการออกแบบที่หลากหลายกว่า 46,000 ล้านรูปแบบ เพิ่มขึ้นกว่า 43% จากปีก่อนหน้า แม้ว่ายอดขายทั่วโลกจะลดลง 11% มาอยู่ที่ 13,560 คันก็ตาม
Bentley Bentayga ยังคงเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุด โดยครองส่วนแบ่งกว่า 44% ตอกย้ำความสำเร็จในตลาด SUV หรู ขณะที่รุ่น Continental GT และ Continental GT Convertible มีสัดส่วน 31% และ Flying Spur อยู่ที่ 25%
สิ่งที่น่าสังเกตคือ ความต้องการรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูงขึ้นอย่างรุ่น Azure, S และ Speed เพิ่มขึ้นถึง 70% ในขณะที่รถยนต์ Bentley ไฮบริด ก็ยังคงได้รับความนิยม โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรที่ลูกค้า Flying Spur และ Bentayga ถึง 1 ใน 4 เลือกใช้รถยนต์ประเภทนี้
ในแง่ของภูมิภาค อเมริกาเหนือยังคงเป็นตลาดหลักของ Bentley แม้ว่ายอดขายจะลดลง 9% แต่ยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด ในขณะที่ตลาดสำคัญอย่างจีนและสหราชอาณาจักรเผชิญกับการหดตัวถึง 18% อย่างไรก็ตาม ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกลับเติบโตได้อย่างโดดเด่นถึง 5%
ยุโรป: การพุ่งทะยานของรถยนต์ไฟฟ้า และการแข่งขันที่เข้มข้น
รายงานจาก Jato Dynamics เกี่ยวกับตลาดรถยนต์ยุโรปในไตรมาสแรกของปี 2023 เผยให้เห็นภาพที่ชัดเจนของการเติบโตของ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยมียอดจดทะเบียนกว่า 3.22 ล้านคัน และมีรถยนต์ไฟฟ้าถึง 219,000 คัน ซึ่งเติบโตขึ้นถึง 43%
Tesla Model Y กลายเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในยุโรปอย่างท่วมท้น ด้วยยอดขาย 71,683 คัน และเติบโตขึ้นถึง 173% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับและความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
ในทางกลับกัน Tesla Model 3 กลับมียอดขายลดลงถึง 42% จนหลุดจาก 10 อันดับแรก ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และการเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ จากแบรนด์อื่นๆ
อันดับรองลงมาในตลาดยุโรป ยังคงเป็นรุ่นยอดนิยมอย่าง Dacia Sandero, Volkswagen T-Roc, Peugeot 208, Opel/Vauxhall Corsa, Toyota Yaris Cross, Abarth/Fiat 500, Dacia Duster, Renault Clio และ Volkswagen Golf ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของความต้องการในตลาด
Stellantis และ Fiat: การฟื้นตัวและการรุกตลาด
เครือ Stellantis ประกาศว่า Fiat เป็นแบรนด์ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ในครึ่งแรกของปี 2023 ด้วยยอดขายรวมกว่า 645,000 คัน เติบโตขึ้น 10% โดยเฉพาะ Fiat 500 รุ่นล่าสุด กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในเครือ และเป็น EV ขนาดเล็กอันดับ 1 ในยุโรป
ตลาดที่ Fiat ประสบความสำเร็จอย่างสูงคือ บราซิล อิตาลี และตุรกี โดยกว่า 50% ของยอดขายมาจากตลาดนอกประเทศ Fiat ยังคงมีส่วนแบ่งการตลาดที่แข็งแกร่งในอเมริกาใต้ โดยเฉพาะในบราซิล ซึ่ง Fiat Strada เป็นรถยนต์ขายดีอันดับ 2 ของตลาด
ในตลาดยุโรป Fiat มีส่วนแบ่งการตลาดในอิตาลีถึง 12.8% โดย Fiat Panda เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด สำหรับภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา (MEA) Fiat Tipo เป็นรุ่นที่ช่วยผลักดันยอดขายในตุรกี และบริษัทยังมีแผนที่จะกลับมาทำตลาดในแอลจีเรียอีกครั้ง พร้อมกับการเปิดตัว Fiat 500 Hybrid และรถตู้ Doblò
Porsche: การเติบโตที่แข็งแกร่งในทุกภูมิภาค
Porsche รายงานยอดส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกในไตรมาสแรกของปี 2023 สูงถึง 80,767 คัน เพิ่มขึ้น 18% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท การเติบโตนี้เกิดขึ้นในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ Porsche มียอดส่งมอบเพิ่มขึ้น 21% และในอเมริกาเหนือเพิ่มขึ้น 30%
ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกภายใต้การดูแลของ Porsche Asia Pacific ก็สร้างสถิติยอดจำหน่ายสูงสุดเช่นกัน ด้วยอัตราการเติบโต 31%
ในแง่ของรุ่นรถยนต์ SUV ยังคงเป็นกลุ่มที่ขายดีที่สุด โดย Macan มียอดส่งมอบ 23,880 คัน (เพิ่มขึ้น 30%) และ Cayenne 23,387 คัน (เพิ่มขึ้น 23%) ส่วนรุ่น 911 ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ Taycan มียอดส่งมอบลดลง 3% เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วน
แนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก: การเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคแห่งยานยนต์พลังงานสะอาดเป็นเทรนด์ที่ชัดเจนทั่วโลก นโยบายของภาครัฐในการสนับสนุนการใช้ รถยนต์ไฟฟ้า 100% และ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ส่งผลให้ยอดขายในกลุ่มนี้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
ตลาดจีนยังคงเป็นผู้นำด้านยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ โดยคิดเป็น 56% ของยอดขายทั่วโลก และมียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็น 12% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในประเทศ ซึ่งเติบโตขึ้นถึง 29% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
สหรัฐอเมริกาแสดงการเติบโตของการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าประทับใจถึง 77% แซงหน้าเยอรมนีไปแล้ว
10 อันดับแบรนด์รถยนต์ EV ขายดีที่สุดในโลก:
BYD (21.1%)
Tesla (16.01%)
Volkswagen (6.88%)
Geely (5.86%)
GM (4.71%)
Mercedes-Benz (4.28%)
BMW (4.16%)
Stellantis (3.97%)
Hyundai-KIA (3.96%)
Renault-Nissan (3.82%)
10 อันดับรถยนต์ EV ขายดีที่สุดในโลก (ไตรมาสแรก 2023):
Tesla Model Y (EV)
Tesla Model 3 (EV)
BYD Song (EV/PHEV)
BYD ATTO 3 (EV)
BYD Qin (EV/PHEV)
Wuling Mini EV (EV)
BYD Dolphin (EV)
AION S (EV)
BYD Han (EV/PHEV)
Changan Lumin (EV)
Tesla Model Y: ผู้นำระดับโลกที่สะท้อนความต้องการของผู้บริโภค
Tesla Model Y ครองตำแหน่งรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับตลาดประเทศไทย แม้ว่าในไทย Tesla Model Y จะจัดอยู่ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาสูง แต่ก็ยังสามารถทำยอดขายติด 3 อันดับแรกได้อย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับ เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า มองหารถยนต์ที่ให้ความคุ้มค่าด้านประสิทธิภาพต่อราคา การออกแบบที่ล้ำสมัย ซอฟต์แวร์ที่ชาญฉลาด พื้นที่ใช้สอยที่เพียงพอ และประสบการณ์การขับขี่ที่ดี
BYD: แบรนด์ที่ครองตลาดด้วยความหลากหลายและราคาที่เข้าถึงได้
แม้ Tesla Model Y จะเป็นรถรุ่นเดียวที่ขายดีที่สุด แต่ถ้าพิจารณาในระดับแบรนด์ BYD คือผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยกลยุทธ์ที่ครอบคลุมรุ่นรถยนต์หลากหลาย ตั้งแต่รุ่นระดับพรีเมียมไปจนถึงรุ่นที่มีราคาเข้าถึงได้ ทำให้ BYD สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดได้ถึง 21.1%
BYD ATTO 3 เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับตา และเป็นที่รู้จักอย่างดีในประเทศไทย โดยเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในไทยและติดอันดับ 4 ของโลก ด้วยการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนส่วนใหญ่ ทั้งพื้นที่ใช้สอยและการขับขี่ ประกอบกับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า Tesla ทำให้ BYD ATTO 3 ได้รับความนิยมอย่างสูง
ตลาดไทย: การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรถยนต์ไฟฟ้า
แม้ว่าจำนวนตัวเลือกรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยจะยังไม่มากเท่าตลาดใหญ่อย่างจีนหรือยุโรป แต่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2023 อัตราการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในไทยกลับสูงขึ้นอย่างน่าประทับใจ BYD ยังคงครองแชมป์ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไทยติดต่อกันถึง 6 เดือน
ในเดือนพฤษภาคม 2023 รถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็น 12.3% ของตลาดรถยนต์ใหม่ในไทย เพิ่มขึ้นอย่างมากจากปีก่อนหน้า BYD ยังคงเป็นผู้นำด้วยยอดขาย 2,027 คัน ตามมาด้วย Tesla, MG, Neta และ ORA
สำหรับรุ่นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในไทยในเดือนพฤษภาคม 2023 คือ BYD ATTO 3 ตามมาด้วย Tesla Model Y และ Neta V
ข้อมูลสถิติชี้ให้เห็นถึงการเติบโตที่ก้าวกระโดดของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย จากเพียง 1,056 คันในปี 2020 เป็น 24,106 คันในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2023 ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าจากทั้งปี 2022
BYD มีบทบาทสำคัญในการผลักดันตลาดนี้ ด้วยการเปิดตัว ATTO 3 และเตรียมเปิดตัว Dolphin ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายให้สูงขึ้นไปอีก
อินเดีย: นโยบายกีดกันการนำเข้าเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมภายใน
อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกำแพงภาษีนำเข้ารถยนต์สูง โดยล่าสุดรัฐบาลได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จาก 60% เป็น 70% สำหรับยานพาหนะที่มีราคาก่อนภาษีต่ำกว่า 40,000 USD เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ภายในประเทศภายใต้สโลแกน “Make in India”
นโยบายนี้สร้างความกังวลให้กับบริษัทรถยนต์หรูอย่าง Lexus India และ Mercedes-Benz India ซึ่งอาจจำเป็นต้องปรับราคารถยนต์ หรือเรียกร้องให้ภาครัฐพิจารณาลดกำแพงภาษีสำหรับ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อส่งเสริมการเติบโตของตลาด EV ในอินเดีย
บทสรุปและทิศทางอนาคต
จากข้อมูลข้างต้น ชัดเจนว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ การเติบโตของ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่ใช่เพียงกระแส แต่เป็นอนาคตที่กำลังมาถึง การแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นจากแบรนด์ใหม่ๆ โดยเฉพาะจากจีน จะเป็นแรงผลักดันให้เกิดนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำยิ่งขึ้น
สำหรับผู้บริโภค การมี ตัวเลือกซื้อรถยนต์มือสอง ที่มีคุณภาพ ตรวจสอบมาตรฐานอย่างเข้มงวด ผ่านการรับประกันที่น่าเชื่อถือ จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการเข้าถึงเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ๆ ในราคาที่คุ้มค่า
ผู้ผลิตรถยนต์จำเป็นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการนี้ ผมเชื่อมั่นว่าปี 2025 และปีต่อๆ ไป จะเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์โลก โดยเฉพาะการพัฒนาและการยอมรับ รถยนต์ไฟฟ้า ที่จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
หากคุณกำลังมองหารถยนต์คันใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และเทรนด์อนาคต อย่าพลาดโอกาสในการศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบเทคโนโลยี และสัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์ชั้นนำต่างๆ ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกยานยนต์ของเราอย่างแท้จริง