• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1002100 สาม กหร อป ศาจในคราบตำรวจ part2

admin79 by admin79
February 5, 2026
in Uncategorized
0
featured_hidden
ตลาดรถยนต์ทั่วโลกปี 2566: ภาพรวมการเติบโตที่แข็งแกร่งและการก้าวเข้ามาของแบรนด์จีน ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งของตลาดรถยนต์ทั่วโลก และปี 2566 ก็เป็นอีกปี
ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ ภาพรวมของ ยอดขายรถยนต์ ในหลายภูมิภาคยังคงแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่ง แม้จะเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่หลากหลาย แต่ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดในปีนี้คือการส่งมอบรถยนต์ที่ค้างจากการจองก่อนหน้านี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยผลักดัน ยอดขายรถยนต์ใหม่ ให้เติบโตในเชิงบวก การรุกคืบของแบรนด์จีน: ปรากฏการณ์ที่น่าจับตา สิ่งที่โดดเด่นอย่างยิ่งในปี 2566 คือการเข้ามามีบทบาทมากขึ้นของแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน ซึ่งสามารถคว้าส่วนแบ่งตลาดไปได้อย่างน่าประทับใจ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือในออสเตรเลีย เดือนกรกฎาคม 2566 เพียงเดือนเดียว แบรนด์จีนสามารถทำยอดขายรวมกันได้ถึง 15,853 คัน คิดเป็นสัดส่วน 16.4% ของตลาดรวม ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของรถยนต์สัญชาติจีนในตลาดโลก เจาะลึกตลาดออสเตรเลีย: แนวโน้มการขายรถยนต์และอันดับยอดนิยม สำหรับตลาดออสเตรเลีย ในเดือนกรกฎาคม 2566 ยอดขายรถยนต์ รวมอยู่ที่ 96,859 คัน ซึ่งยังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถกระบะ และรถ SUV ที่ยังคงครองความนิยมอย่างต่อเนื่อง 10 อันดับรถยนต์ขายดีที่สุดในออสเตรเลีย (กรกฎาคม 2566) – แบ่งตามรุ่น: Ford Ranger – 5,143 คัน: ยังคงครองความเป็นเจ้าตลาดรถกระบะได้อย่างเหนียวแน่น พิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งและความทนทานที่ผู้บริโภคให้ความไว้วางใจ Toyota HiLux – 4,670 คัน: คู่แข่งตลอดกาลของ Ford Ranger ยังคงรักษาตำแหน่งยอดขายอันดับต้นๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยความน่าเชื่อถือและสมรรถนะรอบด้าน MG ZS – 3,852 คัน: การเข้ามาของ MG ZS ในอันดับที่ 3 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของแบรนด์จีนในการทำตลาดรถยนต์ SUV ขนาดเล็กได้อย่างน่าสนใจ ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายและออปชันที่คุ้มค่า Tesla Model Y – 3,330 คัน: รถยนต์ไฟฟ้าจาก Tesla ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูง สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น Toyota RAV4 – 2,750 คัน: SUV ยอดนิยมจาก Toyota ยังคงรักษาความแข็งแกร่งในตลาด ด้วยความสมดุลระหว่างสมรรถนะ การใช้งาน และความประหยัด Toyota Corolla – 2,145 คัน: รถยนต์นั่งขนาดคอมแพคยอดนิยม ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ที่ใช้งานได้หลากหลาย Isuzu D-MAX – 2,070 คัน: อีกหนึ่งรถกระบะที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ด้วยความทนทานและสมรรถนะในการบรรทุก Hyundai i30 – 1,865 คัน: รถยนต์นั่งขนาดคอมแพคที่นำเสนอความคุ้มค่าและออปชันที่ทันสมัย Toyota Prado – 1,836 คัน: SUV ขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์การใช้งานแบบครอบครัวและการเดินทางผจญภัย Mitsubishi Outlander – 1,778 คัน: SUV ที่มาพร้อมกับความหลากหลายของรุ่น และความคุ้มค่าที่น่าสนใจ 10 อันดับแบรนด์รถยนต์ขายดีที่สุดในออสเตรเลีย (กรกฎาคม 2566) – แบ่งตามแบรนด์: Toyota – 19,191 คัน: ยังคงครองความเป็นผู้นำตลาดด้วยความหลากหลายของรุ่นและความน่าเชื่อถือ Mazda – 8,307 คัน: เสนอทางเลือกที่น่าสนใจในกลุ่มรถยนต์นั่งและ SUV ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น Ford – 7,109 คัน: ได้รับแรงหนุนจากยอดขายที่แข็งแกร่งของ Ford Ranger Hyundai – 6,521 คัน: ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์นั่งและ SUV ขนาดเล็ก Kia – 6,150 คัน: นำเสนอรถยนต์ที่มีดีไซน์น่าดึงดูดและออปชันที่ทันสมัย MG – 5,347 คัน: การเติบโตที่น่าประทับใจ สะท้อนถึงความสำเร็จในการทำตลาด Mitsubishi – 4,143 คัน: นำเสนอรถยนต์ที่คุ้มค่าและน่าสนใจ Tesla – 3,934 คัน: แสดงให้เห็นถึงความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น Subaru – 3,553 คัน: โดดเด่นในกลุ่มรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ Isuzu – 3,340 คัน: ได้รับแรงหนุนจากยอดขายที่แข็งแกร่งของ Isuzu D-MAX Bentley: การตอกย้ำความหรูหราและการปรับตัวตามความต้องการของลูกค้า ในขณะที่ตลาดรถยนต์ทั่วไปมีการแข่งขันสูง ยานยนต์หรูอย่าง Bentley Motors ก็ยังคงรักษาฐานลูกค้าไว้อย่างเหนียวแน่น ปี 2566 เป็นปีที่ Bentley รายงานสถิติยอดการออกแบบเฉพาะตัว (Personalisation) ที่ดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ ลูกค้ากว่า 3 ใน 4 เลือกที่จะรังสรรค์รถยนต์ในแบบฉบับของตนเอง ซึ่งสะท้อนถึงเทรนด์ความต้องการรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สูงขึ้นในกลุ่มลูกค้าระดับบน แม้ว่ายอดขายรวมทั่วโลกจะอยู่ที่ 13,560 คัน ลดลง 11% จากปี 2565 แต่แนวโน้มการให้ความสนใจในโมเดลที่มีสเปกสูงขึ้น เช่น Azure, S และ Speed เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีสัดส่วนสูงถึง 70% จากเดิม 30% ในปี 2565 Bentayga ยังคงเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด ครองส่วนแบ่งยอดขายกว่า 44% ตอกย้ำสถานะของการเป็น “อัครยนตรกรรม SUV” ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยเฉพาะรุ่นฐานล้อยาวพิเศษที่ได้รับความสนใจเกินคาด ในส่วนของขุมพลัง Bentley ยอดขาย 2023 แสดงให้เห็นว่ารุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดยังคงได้รับความนิยม โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรที่ลูกค้า Flying Spur และ Bentayga สัดส่วน 1 ใน 4 เลือกใช้เครื่องยนต์ประเภทนี้ ภาพรวมผลประกอบการ Bentley ตามภูมิภาค: เอเชียแปซิฟิก: เติบโตเชิงบวกสูงสุดที่ 5%
ตะวันออกกลาง, อินเดีย, แอฟริกา: เติบโต 2% อเมริกา: ยอดขายลดลง 9% แต่ยังคงเป็นตลาดหลัก จีน, ฮ่องกง, มาเก๊า: หดตัว 18% ยุโรป: หดตัว 15% สหราชอาณาจักร: หดตัว 18% แม้จะมีอุปสรรคในตลาดหลักบางแห่ง แต่ Bentley ยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มบนได้อย่างยอดเยี่ยม ตลาดรถยนต์ยุโรป: การเติบโตของ EV และการแข่งขันที่เข้มข้น Jato Dynamics รายงานว่า ในไตรมาสแรกของปี 2566 ตลาดยุโรปมีการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่กว่า 3,220,806 คัน โดยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มีจำนวนมากกว่า 219,000 คัน คิดเป็นการเติบโตถึง 43% 10 อันดับรถยนต์ขายดีที่สุดในยุโรป (ไตรมาสแรกปี 2566): Tesla Model Y: 71,683 คัน (เพิ่มขึ้น 173%) – เป็นผู้นำที่ชัดเจนในตลาด EV Dacia Sandero: 60,202 คัน (เพิ่มขึ้น 27%) Volkswagen T-Roc: 54,960 คัน (เพิ่มขึ้น 50%) Peugeot 208: 53,336 คัน (เพิ่มขึ้น 3%) Opel / Vauxhall Corsa: 53,307 คัน (เพิ่มขึ้น 38%) Toyota Yaris Cross: 53,050 คัน (เพิ่มขึ้น 57%) Abarth / Fiat 500: 45,598 คัน (เพิ่มขึ้น 30%) Dacia Duster: 45,310 คัน (เพิ่มขึ้น 31%) Renault Clio: 44,134 คัน (เพิ่มขึ้น 16%) Volkswagen Golf: 42,903 คัน (ลดลง 8%) สิ่งที่น่าสังเกตคือ Tesla Model 3 มียอดขายลดลงถึง 42% จนหลุดจาก 10 อันดับแรก ซึ่งอาจสะท้อนถึงการแข่งขันที่สูงขึ้นในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าซีดาน Fiat: ความแข็งแกร่งในตลาดโลกและการขยายฐานลูกค้า Stellantis ประกาศว่า Fiat เป็นแบรนด์ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ในครึ่งแรกของปี 2566 ด้วยยอดขายสะสมกว่า 645,000 คัน เติบโต 10% จากปีก่อนหน้า Fiat 500 รุ่นล่าสุดยังคงครองตำแหน่งรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในเครือ และเป็น EV ขนาดเล็กอันดับ 1 ในยุโรป ตลาดหลักของ Fiat: อเมริกาใต้: มีส่วนแบ่งตลาด 14.1% โดยเฉพาะในบราซิลที่มียอดขายสูงถึง 22% ด้วย Fiat Strada ที่เป็นรถขายดีอันดับ 2 ของตลาด ยุโรป: มียอดขายประมาณ 271,800 คัน โดยในอิตาลีมีส่วนแบ่งตลาด 12.8% ตะวันออกกลางและแอฟริกา (MEA): ทำผลงานได้ดีในตุรกี ด้วยส่วนแบ่งตลาด 18.2% จาก Fiat Tipo Fiat ยังมีแผนที่จะกลับมาทำตลาดในแอลจีเรีย และเตรียมเปิดตัว 500 Hybrid และรถตู้ Doblò ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการขยายฐานลูกค้า Porsche: การเติบโตที่น่าประทับใจและการรุกตลาด EV Porsche รายงานยอดส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกในไตรมาสแรกของปี 2566 สูงถึง 80,767 คัน เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของบริษัท การเติบโตนี้เกิดขึ้นในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะในจีน (เพิ่มขึ้น 21%), อเมริกาเหนือ (เพิ่มขึ้น 30%) และเอเชียแปซิฟิก (เพิ่มขึ้น 31%) รุ่นรถยนต์ Porsche ที่ขายดีที่สุด (ไตรมาส 1 ปี 2566): Macan – 23,880 คัน (เพิ่มขึ้น 30%) Cayenne – 23,387 คัน (เพิ่มขึ้น 23%) 911 – 11,063 คัน (เพิ่มขึ้น 19%) Panamera – 8,479 คัน (เพิ่มขึ้น 10%) Taycan – 9,152 คัน (ลดลง 3%) – สาเหตุหลักจากปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วน 718 Boxster และ 718 Cayman – 4,806 คัน (เพิ่มขึ้น 6%) แม้ว่า Taycan จะมียอดขายลดลงเล็กน้อย แต่ Porsche ยังคงเดินหน้าพัฒนายานยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก: เทรนด์ที่ไม่อาจมองข้าม เทรนด์การใช้พลังงานสะอาดและนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐทั่วโลก เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ รถยนต์ไฟฟ้า EV เติบโตอย่างก้าวกระโดด ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ 100% คิดเป็น 73% ของตลาดรวม EV โดยจีนยังคงเป็นผู้นำตลาด ทำยอดขายไปได้มากถึง 56% ของยอดขาย EV ทั่วโลก ประเทศที่ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น: จีน: ยอดขาย EV ในไตรมาสแรกของปี 2566 คิดเป็น 12% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด เติบโต 29% สหรัฐอเมริกา: เพิ่มขึ้น 77% แซงหน้าเยอรมนี
10 แบรนด์รถ EV ขายดีที่สุดในโลก: BYD – 21.1% Tesla – 16.01% Volkswagen – 6.88% Geely – 5.86% GM – 4.71% Mercedes-Benz – 4.28% BMW – 4.16% Stellantis – 3.97% Hyundai-KIA – 3.96% Renault-Nissan – 3.82% 10 รถ EV ขายดีที่สุดในโลก (ไตรมาส 1 ปี 2566): Tesla Model Y – รถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model 3 – รถยนต์ไฟฟ้า BYD Song – รถยนต์ไฟฟ้า และปลั๊กอินไฮบริด BYD ATTO 3 – รถยนต์ไฟฟ้า BYD Qin – รถยนต์ไฟฟ้า และปลั๊กอินไฮบริด Wuling Mini EV – รถยนต์ไฟฟ้า BYD Dolphin – รถยนต์ไฟฟ้า AION S – รถยนต์ไฟฟ้า BYD Han – รถยนต์ไฟฟ้า และปลั๊กอินไฮบริด Changan Lumin – รถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model Y และ BYD คือสองแบรนด์ที่โดดเด่นในตลาดโลก โดย Model Y เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุด ในขณะที่ BYD เป็นแบรนด์ที่ทำยอดขาย EV รวมได้มากที่สุด ด้วยความหลากหลายของรุ่นรถในราคาที่เข้าถึงง่าย ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย: การเติบโตที่น่าจับตามอง แม้ว่าตัวเลือก รถยนต์ไฟฟ้า EV ในประเทศไทยจะยังมีไม่มากเท่าตลาดใหญ่อย่างจีนหรือยุโรป แต่ครึ่งปีแรกของปี 2566 แสดงให้เห็นถึงอัตราการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ BYD ครองแชมป์ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไทยติดต่อกันถึง 6 เดือน ในเดือนพฤษภาคม 2566 รถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็น 12.3% ของตลาดรวม ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากปีก่อนหน้า 5 อันดับแบรนด์ EV ขายดีที่สุดในประเทศไทย (พฤษภาคม 2566): BYD – 2,027 คัน Tesla – 1,072 คัน MG – 1,017 คัน Neta – 686 คัน ORA – 430 คัน BYD ATTO 3 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย โดยมี Tesla Model Y และ Neta V ตามมาติดๆ สถิติยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไทย: 2020: 1,056 คัน 2021: 1,935 คัน 2022: 9,729 คัน มกราคม – พฤษภาคม 2566: 24,106 คัน (เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากปีที่แล้ว) BYD ที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดในไทยด้วยรุ่น ATTO 3 ได้รับการตอบรับอย่างดี และการมาถึงของ Dolphin ในอนาคตอันใกล้นี้ จะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับ BYD ในตลาดไทย อินเดีย: นโยบายภาษีเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมภายใน อินเดียเป็นตลาดที่มีกำแพงภาษีนำเข้ารถยนต์ค่อนข้างสูง และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นไปอีก จากการประกาศขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จาก 60% เป็น 70% โดยมีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2566 เป็นต้นไป นโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ภายในประเทศตามแนวคิด “Make in India” นโยบายดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตรถยนต์หรู โดยเฉพาะ Lexus India ที่อาจต้องปรับราคารถยนต์ ส่วน Mercedes-Benz India ได้แสดงความกังวลและขอให้ภาครัฐพิจารณาลดกำแพงภาษีรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเร่งการเติบโตของ EV ในอินเดีย สรุปแนวโน้มตลาดรถยนต์ปี 2566: ปี 2566 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ตลาดรถยนต์ มีการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยและนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ การเข้ามาของแบรนด์จีนอย่าง BYD และ MG แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการแข่งขันที่สูงขึ้น การปรับตัวของผู้ผลิตรถยนต์หรูอย่าง Bentley และ Porsche เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาด EV ในประเทศไทย ชี้ให้เห็นถึงอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สดใสและเต็มไปด้วยโอกาส
หากท่านกำลังมองหา รถยนต์ใหม่ หรือต้องการข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ ยอดขายรถยนต์ ในตลาดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ไฟฟ้า EV หรือ รถยนต์นั่ง ที่มีสมรรถนะและดีไซน์โดดเด่น การติดตามแนวโน้มเหล่านี้ จะช่วยให้ท่านตัดสินใจเลือกยานพาหนะที่ตรงกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด อย่าพลาดโอกาสที่จะสำรวจโลกแห่งยานยนต์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดยั้ง!
Previous Post

N1002104_อย าอวดรวย! คำเต อนของภรรยาถ กมองข าม…เพราะสาม ดว าเพ อนท กคนด_part2 | Nila Parry

Next Post

N1002105 เม อแม ยายสงส ยว าล กเขยม part2 | Nila Parry

Next Post

N1002105 เม อแม ยายสงส ยว าล กเขยม part2 | Nila Parry

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1302007 หล งแม และน องชายถ กเผา แฝดร บกล บมาล างแค (4) part2 | Nila Parry
  • N1302008 ดงานศพพร อมต อนร บแม ใหม เร องน ออะไร part2
  • N1302004 เด กก บปานปร ศนา ความล บเม อนกำล งถ กเป ดเผย (2) part2 | Nila Parry
  • N1302006 หล งแม และน องชายถ กเผา แฝดร บกล บมาล างแค part2 | Nila Parry
  • N1302003 ดงานศพพร อมต อนร บแม ใหม เร องน ออะไร (2) part2 | Nila Parry

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.