พลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์: แนวโน้มตลาดโลกและไทยปี 2025 – BYD ร้อนแรง, Tesla สั่นคลอน, แบรนด์จีนตีตลาดออสเตรเลีย
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกอย่างที่ไม่
เคยเป็นมาก่อน โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือการก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และความท้าทายใหม่ๆ ที่แบรนด์ดั้งเดิมต้องเผชิญจากคู่แข่งที่เติบโตอย่างรวดเร็ว บทวิเคราะห์นี้จะพาเจาะลึกเทรนด์ล่าสุดของตลาดรถยนต์ทั่วโลกและประเทศไทยในปี 2025 โดยเน้นย้ำถึงการเติบโตของ EV, กลยุทธ์ของ BYD และ Tesla, รวมถึงการขยายอิทธิพลของแบรนด์จีนในตลาดออสเตรเลีย
ภาพรวมตลาดรถยนต์ทั่วโลก: การเติบโตที่น่าจับตาและแรงสั่นสะเทือนจากแบรนด์จีน
แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจโลกจะยังมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง แต่ภาพรวมยอดขายรถยนต์ทั่วโลกในเดือนกรกฎาคม 2023 ยังคงแสดงสัญญาณการเติบโต โดยเฉพาะในออสเตรเลียที่ยอดขายรถยนต์ใหม่ทะลุ 96,859 คัน ส่วนหนึ่งมาจากการทยอยส่งมอบรถยนต์ที่ค้างยอดจอง อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าสนใจและเป็นที่จับตามองอย่างยิ่งคือการรุกคืบของแบรนด์รถยนต์จากจีนที่สามารถกวาดส่วนแบ่งการตลาดไปได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยในเดือนดังกล่าว แบรนด์จีนมียอดขายรวมกันถึง 15,853 คัน คิดเป็น 16.4% ของตลาดทั้งหมด
10 อันดับรถยนต์ขายดีในออสเตรเลีย (กรกฎาคม 2023): การพลิกผันที่เห็นได้ชัด
เมื่อพิจารณา 10 อันดับรถยนต์ขายดีในออสเตรเลียตามรุ่น จะเห็นการแข่งขันที่เข้มข้น:
Ford Ranger – 5,143 คัน: รถกระบะยอดนิยมยังคงครองแชมป์
Toyota HiLux – 4,670 คัน: คู่แข่งตลอดกาลของ Ranger
MG ZS – 3,852 คัน: การมาถึงของแบรนด์จีนที่น่าประทับใจ
Tesla Model Y – 3,330 คัน: รถยนต์ไฟฟ้าที่พิสูจน์ตัวเอง
Toyota RAV4 – 2,750 คัน: SUV ที่ได้รับความนิยมสูง
Toyota Corolla – 2,145 คัน: รถยนต์นั่งที่ยังคงครองใจ
Isuzu D-MAX – 2,070 คัน: อีกหนึ่งกระบะที่น่าจับตา
Hyundai i30 – 1,865 คัน: รถยนต์นั่งจากเกาหลีใต้
Toyota Prado – 1,836 คัน: SUV ขนาดใหญ่ที่ได้รับความเชื่อถือ
Mitsubishi Outlander – 1,778 คัน: SUV อเนกประสงค์
ส่วนในแง่ของ 10 อันดับแบรนด์ขายดีที่สุดในออสเตรเลีย:
Toyota – 19,191 คัน: ยังคงความเป็นผู้นำด้วยความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์
Mazda – 8,307 คัน: แบรนด์ญี่ปุ่นที่รักษาฐานลูกค้าได้ดี
Ford – 7,109 คัน: Ford Ranger คือแรงขับเคลื่อนสำคัญ
Hyundai – 6,521 คัน: เติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยโมเดลที่หลากหลาย
Kia – 6,150 คัน: คู่หูของ Hyundai ที่มีผลิตภัณฑ์น่าสนใจ
MG – 5,347 คัน: ก้าวกระโดดที่น่าจับตาของแบรนด์จีน
Mitsubishi – 4,143 คัน: รักษาตำแหน่งด้วย SUV ที่แข็งแกร่ง
Tesla – 3,934 คัน: การเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้าที่ชัดเจน
Subaru – 3,553 คัน: แบรนด์ที่เน้นสมรรถนะและการขับเคลื่อน 4 ล้อ
Isuzu – 3,340 คัน: เน้นตลาดรถกระบะ
Bentley Motors: ความต้องการการปรับแต่งเฉพาะบุคคลพุ่งสูง, Bentayga ยังคงครองใจ
ในตลาดรถยนต์หรู Bentley Motors รายงานสถิติที่น่าสนใจในปี 2023 โดยลูกค้ากว่า 3 ใน 4 เลือกที่จะปรับแต่งรถยนต์ในแบบเฉพาะตัว (Personalisation) คิดเป็นกว่า 46,000 รูปแบบ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 43% จากปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคในกลุ่มรถยนต์หรูที่มองหาสิ่งที่ไม่เหมือนใคร แม้ว่ายอดขายทั่วโลกจะลดลง 11% เหลือ 13,560 คัน แต่ความนิยมในโมเดลที่มีสมรรถนะสูงขึ้นอย่าง Azure, S และ Speed ก็เพิ่มขึ้นจาก 30% เป็น 70%
Bentley Bentayga ยังคงเป็นโมเดลยอดนิยมสูงสุด ครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 44% ตอกย้ำสถานะ “อัครยนตรกรรม SUV” ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก นอกจากนี้ รุ่น Continental GT และ Continental GT Convertible ยังคงได้รับความนิยมถึง 31% และ Flying Spur ตามมาที่ 25%
ในแง่ภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก เป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตเชิงบวกสูงสุดที่ 5% ขณะที่ สหราชอาณาจักร และ จีน กลับหดตัวลง 18% แม้จะมีความท้าทายในตลาดหลัก แต่ ทวีปอเมริกา ยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ Bentley
JATO Dynamics: ตลาด EV ในยุโรปเติบโตก้าวกระโดด, Tesla Model Y ทะยานขึ้นอันดับ 1
รายงานจาก JATO Dynamics เผยว่า ในไตรมาสแรกของปี 2023 ตลาดรถยนต์ในยุโรปมีผู้จดทะเบียนใหม่ 3,220,806 คัน โดยมีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากกว่า 219,000 คัน คิดเป็นการเติบโตถึง 43%
10 อันดับรถยนต์ขายดีในยุโรป (ไตรมาสแรก 2023):
Tesla Model Y: 71,683 คัน (เพิ่มขึ้น 173%) – การผงาดขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของ EV
Dacia Sandero: 60,202 คัน (เพิ่มขึ้น 27%)
Volkswagen T-Roc: 54,960 คัน (เพิ่มขึ้น 50%)
Peugeot 208: 53,336 คัน (เพิ่มขึ้น 3%)
Opel / Vauxhall Corsa: 53,307 คัน (เพิ่มขึ้น 38%)
Toyota Yaris Cross: 53,050 คัน (เพิ่มขึ้น 57%)
Abarth / Fiat 500: 45,598 คัน (เพิ่มขึ้น 30%)
Dacia Duster: 45,310 คัน (เพิ่มขึ้น 31%)
Renault Clio: 44,134 คัน (เพิ่มขึ้น 16%)
Volkswagen Golf: 42,903 คัน (ลดลง 8%)
สิ่งที่น่าสังเกตคือ Tesla Model 3 มียอดขายลดลงถึง 42% จนหลุดจาก 10 อันดับแรก
Stellantis: Fiat แข็งแกร่ง, Fiat 500 EV ครองตลาด
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2023 แบรนด์ Fiat ภายใต้เครือ Stellantis มียอดขายรวมทั่วโลกกว่า 645,000 คัน เติบโต 10% โดย Fiat 500 รุ่นใหม่ กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในเครือ และยังครองตำแหน่ง EV ขนาดเล็กอันดับ 1 ในยุโรป
ตลาดหลักของ Fiat ได้แก่ บราซิล, อิตาลี, และ ตุรกี โดยกว่า 50% ของยอดขายมาจากตลาดนอกประเทศ Fiat มีส่วนแบ่งการตลาดในอเมริกาใต้ 14.1% และสูงถึง 22% ในบราซิล โดยมี Fiat Strada เป็นรถยนต์ขายดีอันดับ 2 ของตลาด
Porsche: ยอดส่งมอบทั่วโลกพุ่งสูงสุด, SUV ยังคงเป็นหัวใจหลัก
Porsche รายงานยอดส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกในไตรมาส 1 ปี 2023 สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 80,767 คัน เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อน โดยทุกภูมิภาคมีการเติบโต
ยุโรป: 18,420 คัน (+14%) โดยในเยอรมนี 8,247 คัน (+19%)
จีน: 21,365 คัน (+21%) – ยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด
อเมริกาเหนือ: 19,651 คัน (+30%)
เอเชียแปซิฟิก: ทำสถิติยอดขายสูงสุด เพิ่มขึ้น 31%
รุ่นรถที่ขายดีที่สุดของ Porsche:
Macan: 23,880 คัน (+30%)
Cayenne: 23,387 คัน (+23%)
911: 11,063 คัน (+19%)
Panamera: 8,479 คัน (+10%)
Taycan: 9,152 คัน (-3%) – ประสบปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วน
718 Boxster/Cayman: 4,806 คัน (+6%)
EV ทั่วโลก: การเติบโตอย่างก้าวกระโดด, จีนคือผู้นำตลาด
เทรนด์สำคัญที่สุดของปี 2025 คือการเติบโตอย่างต่อเนื่องของยานยนต์พลังงานทางเลือก โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) คิดเป็น 73% และ 27% ตามลำดับ
จีน ยังคงเป็นผู้นำตลาด EV อย่างไร้ข้อกังขา โดยสามารถทำยอดขายไปได้ถึง 56% ของยอดขาย EV ทั่วโลก ในไตรมาสแรกของปี 2023 ยอดขาย EV ในจีนคิดเป็น 12% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด เพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สหรัฐอเมริกา มีการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 77% แซงหน้าเยอรมนี
10 แบรนด์ EV ขายดีที่สุดในโลก (ไตรมาสแรก 2023):
BYD: 21.1% – การผงาดขึ้นมาเป็นผู้นำ
Tesla: 16.01%
Volkswagen: 6.88%
Geely: 5.86%
GM: 4.71%
Mercedes-Benz: 4.28%
BMW: 4.16%
Stellantis: 3.97%
Hyundai-KIA: 3.96%
Renault-Nissan: 3.82%
10 รถ EV ขายดีที่สุดในโลก (ไตรมาสแรก 2023):
Tesla Model Y: รถยนต์ไฟฟ้า
Tesla Model 3: รถยนต์ไฟฟ้า
BYD Song: รถยนต์ไฟฟ้า และปลั๊กอินไฮบริด
BYD ATTO 3: รถยนต์ไฟฟ้า
BYD Qin: รถยนต์ไฟฟ้า และปลั๊กอินไฮบริด
Wuling Mini EV: รถยนต์ไฟฟ้า
BYD Dolphin: รถยนต์ไฟฟ้า
AION S: รถยนต์ไฟฟ้า
BYD Han: รถยนต์ไฟฟ้า และปลั๊กอินไฮบริด
Changan Lumin: รถยนต์ไฟฟ้า
Tesla Model Y: สุดยอด EV ขายดีที่สุดในโลก
Tesla Model Y คือรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก และเทรนด์นี้ก็สะท้อนมาถึงประเทศไทยอย่างชัดเจน แม้ว่าราคาจะค่อนข้างสูงสำหรับผู้บริโภคชาวไทย แต่ Tesla Model Y ก็ติดอันดับ 3 รถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดในไทยตั้งแต่เริ่มส่งมอบในช่วงต้นปี 2023 จุดเด่นของ Model Y คือการผสมผสานระหว่างประสิทธิภาพ, ซอฟต์แวร์, พื้นที่ใช้สอย และประสบการณ์การขับขี่
BYD: ม้ามืดที่ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาด EV ระดับโลก
แม้ว่า Tesla Model Y จะเป็นรถยนต์รุ่นเดียวที่ขายดีที่สุด แต่เมื่อมองที่ภาพรวมของแบรนด์ BYD คือผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดขายมากที่สุดในโลก ด้วยไลน์อัพผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ราคาย่อมเยาไปจนถึงรุ่นพรีเมียม ทำให้ BYD สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างกว่า Tesla โดยครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 21.1%
BYD ATTO 3 กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่คนไทยคุ้นเคยและเป็นที่รู้จักกันดี เป็นรถที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย และติดอันดับ 4 รถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดในโลก ด้วยการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไป, พื้นที่ใช้สอยที่เพียงพอ, และราคาที่แข่งขันได้ ทำให้ BYD ATTO 3 ประสบความสำเร็จอย่างน่าประทับใจ
อนาคตสดใสของรถยนต์ไฟฟ้า: โอกาสการเติบโตที่ไร้ขีดจำกัด
เมื่อพิจารณาจากทิศทางทั่วโลกที่มุ่งสู่พลังงานสะอาด และเทคโนโลยี EV ที่ล้ำหน้าอย่างต่อเนื่อง ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมหาศาล
ตลาด EV ในประเทศไทย: การเติบโตแบบก้าวกระโดด BYD ครองแชมป์ต่อเนื่อง
แม้ว่าตัวเลือก EV ในไทยจะยังไม่มากเท่าตลาดใหญ่ๆ อย่างจีนหรือยุโรป แต่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2023 นี้ อัตราการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย BYD ครองแชมป์ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไทยติดต่อกันถึง 6 เดือน
ในเดือนพฤษภาคม 2023 ที่ผ่านมา รถยนต์ไฟฟ้า (EV) คิดเป็น 12.3% ของตลาดรถยนต์จดทะเบียนใหม่ในไทย (5,559 คัน จากยอดจดทะเบียนรวม 45,287 คัน) เพิ่มขึ้นอย่างมากจากปีที่แล้วที่สัดส่วนไม่ถึง 2%
5 อันดับแบรนด์ EV ขายดีที่สุดในไทย (พฤษภาคม 2023):
BYD: 2,027 คัน
Tesla: 1,072 คัน
MG: 1,017 คัน
Neta: 686 คัน
ORA: 430 คัน
BYD ATTO 3 ยังคงเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในไทย โดยทำยอดขายได้ 2,025 คันในเดือนพฤษภาคม ตามมาด้วย Tesla Model Y (840 คัน) และ Neta V (686 คัน)
ยอดขาย EV ในไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง จาก 1,056 คันในปี 2020, 1,935 คันในปี 2021, 9,729 คันในปี 2022 และทะยานสู่ 24,106 คันภายใน 5 เดือนแรกของปี 2023 ซึ่งมากกว่าทั้งปี 2022 ถึง 2 เท่า!
BYD ATTO 3 คือตัวเปิดตลาดที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และการมาถึงของ BYD Dolphin ในเร็วๆ นี้ ยิ่งจะช่วยเสริมยอดขายของ BYD ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในครึ่งปีหลัง
นอกจากนี้ BYD ยังมีอัตราการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างน่าทึ่ง โดยในเดือนพฤษภาคม 2023 ส่งออกถึง 10,213 คัน เพิ่มขึ้น 23 เท่า!
อินเดีย: ขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์, ส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเทศ
อินเดียซึ่งเป็นตลาดที่มีกำแพงภาษีนำเข้ารถยนต์สูง กำลังจะเพิ่มภาษีนำเข้ารถยนต์จาก 60% เป็น 70% สำหรับยานพาหนะที่มีราคาก่อนภาษีต่ำกว่า 40,000 USD รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2023 เป็นต้นไป นโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ภายในประเทศ ภายใต้นโยบาย “Make in India”
บทสรุปและทิศทางอนาคต
ปี 2025 จะเป็นอีกปีที่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเร่งตัวของยานยนต์ไฟฟ้า BYD กำลังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาด EV ระดับโลกอย่างแท้จริง ขณะที่ Tesla ยังคงแข็งแกร่งด้วยภาพลักษณ์แบรนด์และความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี
สำหรับตลาดออสเตรเลีย การเข้ามาของแบรนด์จีนอย่าง MG แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการแข่งขันที่สูงขึ้น ตลาดรถยนต์หรูยังคงต้องการความพิเศษและการปรับแต่งเฉพาะบุคคล สะท้อนผ่านความสำเร็จของ Bentley
ในประเทศไทย อัตราการเติบโตของ EV นั้นน่าประทับใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ BYD ก้าวขึ้นมาครองความเป็นผู้นำอย่างรวดเร็ว การแข่งขันในตลาด EV ไทยจะยิ่งเข้มข้นขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้บริโภคที่จะได้มีตัวเลือกที่หลากหลายและมีคุณภาพมากขึ้น
ในฐานะผู้ที่ติดตามและวิเคราะห์ตลาดนี้มาอย่างใกล้ชิด ผมเชื่อว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ผู้ที่ปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค จะเป็นผู้ที่อยู่รอดและเติบโตในอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่นี้
คุณพร้อมแล้วหรือยังที่จะก้าวเข้าสู่โลกแห่งยานยนต์อนาคต? ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม, ทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้าที่คุณสนใจ, และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืนและชาญฉลาดยิ่งขึ้น!