มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ไมเนอร์เชนจ์: การก้าวข้ามขีดจำกัด สู่ผู้นำตลาด MPV 7 ที่นั่ง
ในวงการยานยนต์ไทย โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง หรือ MPV ขนาด Sub-Compact จากประเทศอินโดนีเซีย การมาถึงขอ
ง Mitsubishi Xpander เมื่อหลายปีก่อน ถือเป็นปรากฏการณ์ที่สั่นสะเทือนตลาดอย่างแท้จริง ด้วยการออกแบบที่โดดเด่นเหนือกว่าคู่แข่งในยุคเดียวกัน และห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย จนสามารถโค่นบัลลังก์เจ้าตลาดอย่าง Toyota Avanza / Daihatsu Xenia ลงได้อย่างราบคาบ แม้ในช่วงเวลาที่เปิดตัวในประเทศไทย ณ งาน Big Motor Sale 2018 ด้วยสนนราคาที่สูงกว่าคู่แข่งพอสมควร แต่ Mitsubishi Xpander ก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูง และก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดได้อย่างรวดเร็ว
ทว่า ตลาดรถยนต์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และคู่แข่งก็ไม่เคยหยุดนิ่ง การเปิดตัวของ Honda BR-V รุ่นใหม่, Toyota Avanza/Veloz โฉมใหม่, และการมาถึงของ Hyundai Stargazer ที่อินโดนีเซีย ส่งสัญญาณว่าสมรภูมิ MPV 7 ที่นั่ง กำลังจะกลับมาเดือดอีกครั้ง และไม่นานนัก การแข่งขันนี้ก็ลามมาถึงประเทศไทย เมื่อ Toyota Veloz ถูกเปิดตัวตามมาด้วย Suzuki XL-7 ที่ได้รับการปรับปรุง อุปกรณ์ และสีใหม่ ในขณะที่ Honda BR-V และ Hyundai Stargazer ก็กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ตลาด
ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้น Mitsubishi Motors (Thailand) ได้ส่ง Mitsubishi Xpander Minorchange หรือรุ่นปรับโฉม เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ และจากการได้สัมผัสและทดลองขับ Mitsubishi Xpander Minorchange อย่างละเอียด ผมในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์กว่า 10 ปี ยืนยันได้เลยว่า การปรับปรุงในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การปรับเล็กปรับน้อย แต่เป็นการยกระดับ Mitsubishi Xpander ให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น และพร้อมที่จะรักษาตำแหน่งผู้นำในกลุ่มรถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง ที่ผลิตในอินโดนีเซีย เอาไว้อย่างเหนียวแน่น
นิยามใหม่ของความหรูหราและความคุ้มค่า: การออกแบบภายนอกที่โฉบเฉี่ยวและทันสมัย
รูปลักษณ์ภายนอกของ Mitsubishi Xpander Minorchange ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ดูสดใหม่และมีมิติมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือบริเวณด้านหน้าและด้านท้าย การออกแบบกระจังหน้าใหม่ที่ดูสปอร์ตขึ้น พร้อมแถบโครเมียมที่เชื่อมต่อกับไฟ Daytime Running Light (DRL) รูปตัว C ที่ได้รับการดีไซน์ใหม่ ชุดไฟหน้าแบบ Multi-Reflector ที่มีดีไซน์คล้าย “ค้อน Thor” อันเป็นเอกลักษณ์ของ Mitsubishi ในปัจจุบัน ช่วยเพิ่มความดุดันและทันสมัยให้กับด้านหน้าของรถ
ส่วนบั้นท้ายก็ไม่น้อยหน้า ด้วยการออกแบบชุดไฟท้ายใหม่ให้ดูร่วมสมัยมากขึ้น พร้อมการปรับปรุงดีไซน์ของกันชนหลัง เพื่อเสริมมิติความยาวของตัวรถให้ดูสง่างามยิ่งขึ้น สำหรับรุ่น GT ยังมาพร้อมกับล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว ที่เสริมบุคลิกความเป็นสปอร์ตและความหรูหราให้กับตัวรถได้อย่างลงตัว
การปรับปรุงขนาดตัวถังให้ยาวขึ้น 120 มิลลิเมตร พร้อมความสูงที่เพิ่มขึ้น 30-50 มิลลิเมตร ทำให้ Mitsubishi Xpander Minorchange ดูสง่าผ่าเผยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มระยะ Ground Clearance ขึ้นอีก 15 มิลลิเมตร เป็น 220 มิลลิเมตร เป็นการตอบสนองต่อสภาพถนนที่หลากหลาย และเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ได้อย่างมาก
ภายในที่สัมผัสได้ถึงความใส่ใจ: ความสบายระดับพรีเมียม
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander Minorchange คุณจะสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่ยกระดับความหรูหราและความสะดวกสบายขึ้นอย่างชัดเจน แผงหน้าปัดได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยเน้นเส้นสายแนวนอนที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความหรูหรา การเลือกใช้โทนสีน้ำตาลตัดกับสีดำและสีเงิน เพิ่มความอบอุ่นและพรีเมียม วัสดุที่ใช้ในการบุแผงหน้าปัดท่อนบนเป็นแบบ Soft Pad พร้อมการเดินด้ายจริง สร้างความรู้สึกหรูหราเหนือระดับ จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นแผงหน้าปัดที่สวยงามที่สุดในกลุ่ม MPV ระดับเดียวกัน
ตำแหน่งการเข้า-ออกของรถ อาจจะมีความสูงขึ้นเล็กน้อยจากเดิม แต่ยังคงความสะดวกสบาย โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีสรีระสูง การปรับปรุงแผงประตูด้วยการใช้วัสดุบุนุ่มหุ้มหนังสีน้ำตาล พร้อมลายตะเข็บที่สวยงาม ช่วยเพิ่มความรู้สึกสบายและหรูหราขณะใช้งาน
เบาะนั่งยังคงให้ความสบายในการขับขี่ทางไกล แต่สิ่งที่น่าชื่นชมคือการเพิ่มลายตะเข็บคู่ตรงกลาง ทั้งบริเวณพนักพิงและเบาะรองนั่ง ซึ่งช่วยเพิ่มความรู้สึกสปอร์ตและหรูหรามากขึ้น สำหรับเบาะแถวที่ 2 ยังคงความสะดวกสบายในการปรับเลื่อนและเอนได้ตามต้องการ พร้อมระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เพื่อเพิ่มความเย็นสบายให้กับทุกคนในรถ
อย่างไรก็ตาม จุดที่ยังคงเป็นข้อสังเกตคือ เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ ELR 3 จุด ที่ยังไม่สามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อความสบายของบางท่าน ส่วนเบาะแถวที่ 3 แม้จะยังคงมีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ แต่ก็ยังคงทำหน้าที่ได้ดีในการรองรับผู้โดยสาร 2 ท่าน
เทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย: ระบบ Infotainment และความสะดวกสบาย
Mitsubishi Xpander Minorchange รุ่น GT มาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว ลอยตัวตามสมัยนิยม รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ได้อย่างครบครัน ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความบันเทิงตลอดการเดินทาง แม้ว่าคุณภาพเสียงของระบบเครื่องเสียงอาจจะยังไม่ถึงขั้นโดดเด่น แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ Mitsubishi Xpander Minorchange ก้าวนำคู่แข่งคือ การเปลี่ยนมาใช้ เบรกมือไฟฟ้า (EPB) พร้อมระบบ Auto Brake Hold & Release ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่เป็นอย่างมาก รวมถึงการออกแบบคอนโซลกลางใหม่ที่รวมเอาช่องวางแก้ว, ช่องเก็บของ, และที่วางแขนที่บุนุ่ม มาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมช่องเสียบ USB Type-C และ Type-A สำหรับชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ
ขุมพลังที่ปรับปรุงใหม่: เกียร์ CVT เพื่อความประหยัดและสมรรถนะที่ดีขึ้น
หัวใจหลักของการเปลี่ยนแปลงใน Mitsubishi Xpander Minorchange คือการเปลี่ยนจากเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ มาเป็น เกียร์อัตโนมัติ CVT (Continuously Variable Transmission) พร้อมระบบ Idle Neutral Control (INC) การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลโดยตรงต่ออัตราเร่งและความประหยัดน้ำมัน แม้ตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. จะยังคงเป็นรองคู่แข่งบางราย แต่ช่วงเร่งแซง 80-120 กม./ชม. กลับทำได้ดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับรุ่นเดิม
การปรับจูนเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร MIVEC ให้เหมาะสมกับเกียร์ CVT ใหม่ ช่วยเพิ่มความประหยัดน้ำมันและลดการปล่อยก๊าซ CO2 ลง ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน Eco Sticker ของภาครัฐ นอกจากนี้ การปรับปรุงช่วงล่าง โดยเฉพาะโช้คอัพคู่หลังที่ใหญ่ขึ้น และการเพิ่มระยะ Ground Clearance ยังช่วยเพิ่มความนุ่มนวลและความมั่นคงในการขับขี่มากขึ้น
การขับขี่ที่คุ้มค่า: สมดุลระหว่างความสบายและความคล่องตัว
จากการทดลองขับ Mitsubishi Xpander Minorchange พบว่า การปรับปรุงเกียร์ CVT ช่วยให้การออกตัวและเร่งแซงทำได้ดีขึ้นอย่างสัมผัสได้ แม้ในย่านความเร็วสูง การไต่ระดับความเร็วอาจจะไม่ได้หวือหวามากนัก แต่ก็ยังคงให้ความมั่นใจในการขับขี่ การบังคับเลี้ยวด้วยพวงมาลัยไฟฟ้า EPS ที่ได้รับการปรับจูนใหม่ ให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติและคมขึ้น ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถ
ช่วงล่างที่ได้รับการปรับปรุงให้มีความหนึบแน่นขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องบรรทุกผู้โดยสารและสัมภาระ สามารถรับมือกับสภาพถนนที่หลากหลายได้อย่างดีเยี่ยม และยังคงให้ความมั่นใจในการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงได้ดีกว่าคู่แข่งบางราย
ความปลอดภัยที่ต้องใส่ใจ: พื้นฐานที่ดี แต่ยังสามารถพัฒนาได้
Mitsubishi Xpander Minorchange มาพร้อมกับโครงสร้างตัวถัง RISE (Reinforced Impact Safety Evolution) ที่แข็งแกร่ง และระบบความปลอดภัยพื้นฐานครบครัน ทั้ง ABS, EBD, ASC, TCL, HSA และ ESS อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ความปลอดภัยที่ขาดหายไป เช่น ถุงลมนิรภัยด้านข้าง, ระบบเตือนจุดอับสายตา (BSM), ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมช่วยเบรก (FCM) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ซึ่งเป็นเทคโนโลยี ADAS ที่พบเห็นได้ในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ของคู่แข่งหลายค่าย ถือเป็นจุดที่ Mitsubishi Motors ควรพิจารณาปรับปรุงในอนาคต
การตัดสินใจเลือก: ความคุ้มค่าที่แตกต่าง
Mitsubishi Xpander Minorchange มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ GLS Ltd. และ GT โดยรุ่น GT มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความหรูหราที่ครบครันกว่าในสนนราคาที่สูงขึ้น การเลือกรุ่นใดนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของผู้บริโภค แต่สำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มค่าสูงสุด โดยไม่ต้องกังวลเรื่อง Option มากนัก รุ่น GLS Ltd. ก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปแล้ว
บทสรุป: ก้าวต่อไปของผู้นำตลาด MPV
Mitsubishi Xpander Minorchange คือการตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาด MPV 7 ที่นั่ง จากอินโดนีเซีย ด้วยการปรับปรุงที่ครอบคลุมรอบด้าน ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกที่ทันสมัยขึ้น, ภายในห้องโดยสารที่หรูหราและสะดวกสบายยิ่งขึ้น, ระบบส่งกำลังที่ประหยัดและตอบสนองได้ดีขึ้น, รวมถึงการเพิ่มเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย
แม้ว่ายังมีบางจุดที่สามารถพัฒนาเพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะด้านระบบความปลอดภัยที่ยังขาดเทคโนโลยี ADAS ที่จำเป็นในยุคปัจจุบัน แต่โดยรวมแล้ว Mitsubishi Xpander Minorchange ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวที่กำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่มีความสวยงาม นั่งสบาย และขับขี่สนุก
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง ที่ผสมผสานความลงตัวระหว่างดีไซน์ที่โดดเด่น, ความสะดวกสบายที่เหนือระดับ, และสมรรถนะที่พร้อมตอบสนองทุกการเดินทาง การเข้ามาสัมผัสและทดลองขับ Mitsubishi Xpander Minorchange ที่โชว์รูม Mitsubishi ใกล้บ้านคุณ คือก้าวแรกที่สำคัญในการตัดสินใจเลือกสรรรถยนต์คู่ใจคันใหม่ ที่จะพาครอบครัวของคุณไปสู่ทุกจุดหมายปลายทางได้อย่างมั่นใจและมีความสุข