Mitsubishi Xpander Minorchange: บทพิสูจน์ความแกร่งในตลาด MPV 7 ที่นั่งของไทย (2025)
ในวงการยานยนต์ไทย ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง หรือ MPV (Multi-Purpose Vehicle) โดยเฉพาะกลุ่ม Sub-Compact MPV ท
ี่เน้นความคุ้มค่าและอรรถประโยชน์ในการใช้งาน ถือเป็นสมรภูมิที่ดุเดือดมาโดยตลอด และหากจะกล่าวถึงรถยนต์ที่สามารถสร้างปรากฏการณ์และความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้กับตลาดนี้ได้ คงหนีไม่พ้น Mitsubishi Xpander นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในอินโดนีเซียเมื่อปี 2017 และตามมาด้วยการเปิดตัวในประเทศไทยในปี 2018 แม้ราคาจะสูงกว่าคู่แข่งในขณะนั้น แต่ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง และความสบายในการเดินทาง Xpander ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำของตลาดได้อย่างรวดเร็ว
ผ่านมาจนถึงปี 2025 ตลาด MPV 7 ที่นั่ง ยังคงมีการแข่งขันที่เข้มข้น มีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ และการปรับปรุงโฉม (Minorchange) ของรุ่นเดิมอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป Mitsubishi Motors ในฐานะหนึ่งในผู้เล่นหลักของตลาดนี้ ได้นำ Mitsubishi Xpander Minorchange มาปรับปรุงเพื่อรักษาฐานะผู้นำและเพิ่มความน่าสนใจให้แก่รถรุ่นนี้อีกครั้ง บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกมิติของ Xpander Minorchange ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ ไปจนถึงประสบการณ์การขับขี่จริง พร้อมวิเคราะห์ศักยภาพในการแข่งขันกับคู่แข่งสำคัญในตลาด MPV 7 ที่นั่ง ราคาดี
การปรับปรุงดีไซน์ภายนอก: ความทันสมัยที่ลงตัว
Xpander Minorchange ยังคงรักษาเอกลักษณ์การออกแบบ Dynamic Shield อันเป็น DNA ของ Mitsubishi ไว้ แต่ได้รับการปรับปรุงรายละเอียดให้ดูทันสมัยและโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ด้านหน้ามีการปรับดีไซน์กระจังหน้าใหม่ ให้มีความสปอร์ตด้วยเส้นสายที่ชัดเจนขึ้น พร้อมการจัดวางตำแหน่งไฟเลี้ยวใหม่ให้กลมกลืนไปกับชุดไฟ Daytime Running Light (DRL) ที่ออกแบบใหม่ให้ดูพรีเมียมขึ้น ชุดกันชนหน้าได้รับการปรับดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ให้สอดรับกับเส้นสายโดยรวม พร้อมไฟตัดหมอก (ในรุ่น GT) ที่ยังคงตำแหน่งเดิม
การเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นอีกจุดคือ ด้านท้ายรถ ที่ได้รับการปรับดีไซน์ชุดไฟท้ายใหม่ให้ดูร่วมสมัยมากขึ้น พร้อมการปรับดีไซน์เปลือกกันชนหลังใหม่ เพื่อเพิ่มมิติความยาวให้ตัวรถดูสง่างามยิ่งขึ้น
มิติตัวถังโดยรวม มีการปรับความยาวเพิ่มขึ้น 120 มิลลิเมตร เป็น 4,595 มิลลิเมตร กว้าง 1,750 มิลลิเมตร สูง 1,730-1,750 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,775 มิลลิเมตร และสิ่งที่น่าสนใจคือ Ground Clearance หรือความสูงใต้ท้องรถ ที่เพิ่มขึ้นเป็น 220 มิลลิเมตร จากเดิม 205 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับปรุงช่วงล่าง ทำให้รถรุ่นใหม่นี้มีความมั่นใจในการขับขี่บนสภาพถนนที่หลากหลายมากขึ้น
ในส่วนของล้อและยาง มีการอัปเกรดให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น รุ่น GLS Ltd. มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ส่วนรุ่น GT โดดเด่นด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ Two-tone ขนาด 17 นิ้ว สวมยาง Bridgestone ECOPIA EP150 ขนาด 205/55R17 ซึ่งให้ทั้งความสวยงามและความประหยัดน้ำมัน
ภายในห้องโดยสาร: ความหรูหราที่สัมผัสได้
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ Xpander Minorchange สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือการยกระดับความหรูหราและน่าใช้งานให้ดีขึ้นอย่างชัดเจน แผงหน้าปัดได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด เน้นเส้นสายแนวนอนที่ดูโปร่งโล่งสบายตา การเลือกใช้โทนสีน้ำตาลตัดกับสีดำและสีเงินบริเวณกรอบช่องแอร์และคอนโซลกลาง ช่วยเพิ่มบรรยากาศความพรีเมียมได้อย่างดีเยี่ยม วัสดุบุนุ่มหุ้มหนังบริเวณแผงคอนโซลหน้า พร้อมการเดินด้ายจริง เป็นอีกจุดที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของภายในห้องโดยสารให้โดดเด่นเหนือคู่แข่งในพิกัดเดียวกัน
การเข้า-ออกรถยังคงทำได้สะดวก แม้ Ground Clearance จะสูงขึ้น แต่ตำแหน่งวางเท้าและประตูยังคงออกแบบมาอย่างดี สำหรับรุ่น GT มาพร้อมระบบ KOS (Keyless Operation System) ที่ให้ความสะดวกสบายในการขึ้น-ลงรถ
เบาะนั่งทั้งแถวหน้าและแถวกลาง ยังคงให้ความสบายในการนั่งขับขี่ทางไกล แม้จะมีการปรับลายตะเข็บเพิ่มเข้ามาเพื่อความสวยงาม เบาะแถว 2 สามารถปรับเลื่อนและเอนได้ตามต้องการ เพื่อเพิ่มความสบายในการเดินทางของทุกที่นั่ง
สำหรับเบาะแถว 3 แม้จะยังคงการออกแบบเดิม แต่เมื่อเทียบกับคู่แข่งรุ่นใหม่ๆ พื้นที่ศีรษะและพื้นที่วางขาของ Xpander ยังคงทำได้ดี ทำให้ผู้โดยสารแถว 3 ไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไปนัก
จุดที่ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่คือบริเวณคอนโซลกลาง ซึ่งเปลี่ยนมาใช้ เบรกมือไฟฟ้า (EPB) พร้อมระบบ Auto Brake Hold & Release เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการใช้งานอย่างมาก รวมถึงการเปลี่ยนดีไซน์กล่องคอนโซลกลางใหม่ ที่มีพนักวางแขนบุหนังสังเคราะห์สีน้ำตาล และช่องเก็บของที่จัดระเบียบได้ดียิ่งขึ้น พร้อมช่องเสียบ USB Type-C และ Type-A สำหรับชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ
หน้าจอระบบเครื่องเสียงแบบ Floating Display ขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto (ในรุ่น GT) เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เพิ่มความทันสมัยและความบันเทิงในการเดินทาง ระบบปรับอากาศแบบดิจิทัล พร้อมฟังก์ชัน Max Cool ก็ช่วยเพิ่มความเย็นได้อย่างรวดเร็วในวันที่อากาศร้อนจัด
ขุมพลังและการขับขี่: ประสิทธิภาพที่ได้รับการยกระดับ
หัวใจหลักของการเปลี่ยนแปลงใน Mitsubishi Xpander Minorchange คือการเปลี่ยนมาใช้ เกียร์อัตโนมัติ CVT (Continuously Variable Transmission) ลูกใหม่ แทนที่เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะแบบเดิม แม้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร รหัส 4A91 ยังคงให้พละกำลังสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร เหมือนเดิม แต่การจับคู่กับเกียร์ CVT ลูกใหม่นี้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมได้อย่างน่าพอใจ
จากผลการทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ดีขึ้นประมาณ 0.6-0.7 วินาที โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 13.3 วินาที และช่วง เร่งแซง 80-120 กม./ชม. ทำได้ไวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดถึง 1.1 วินาที ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่า Xpander Minorchange มีอัตราเร่งที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในการแซง หรือการขับขี่ในเมืองที่ต้องการอัตราเร่งที่ทันใจ
การปรับปรุงช่วงล่าง โดยเฉพาะการใช้โช้กอัพหลังที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และ Ground Clearance ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ Xpander Minorchange มีความนุ่มนวลในการขับขี่มากขึ้น ลดอาการกระด้างที่อาจพบในรุ่นก่อนหน้า โดยเฉพาะเมื่อขับขี่ในความเร็วต่ำ การทรงตัวในย่านความเร็วสูงยังคงทำได้ดี ให้ความมั่นใจในการควบคุมรถ
ในส่วนของการเก็บเสียงรบกวน Noise Vibration & Harshness (NVH) Xpander Minorchange ยังคงทำได้ดีเช่นเคย เสียงลมปะทะตัวรถเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงมีให้ได้ยินบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นรบกวนการสนทนาภายในห้องโดยสาร เสียงเครื่องยนต์อาจยังมีให้ได้ยินบ้างเมื่อรอบสูง แต่โดยรวมแล้ว ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้สำหรับรถยนต์ในพิกัดนี้
ระบบความปลอดภัย: มาตรฐานที่ควรได้รับการพัฒนา
แม้ Mitsubishi Xpander Minorchange จะได้รับการปรับปรุงในหลายๆ ด้าน แต่ในส่วนของระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน ยังคงเป็นจุดที่หลายฝ่ายคาดหวังให้มีการพัฒนาเพิ่มเติม ถุงลมนิรภัย SRS-Airbag ยังคงมีมาให้ 2 ตำแหน่ง (ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารตอนหน้า) เข็มขัดนิรภัย ELR 3 จุด ทุกตำแหน่ง แต่เข็มขัดนิรภัยคู่หน้ายังไม่สามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ส่งผลต่อความสบายและความปลอดภัยของผู้ขับขี่
อย่างไรก็ตาม ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันอื่นๆ เช่น ระบบเบรก ABS, EBD, ASC (Active Stability Control), TCL (Traction Control), HSA (Hill Start Assist) และ ESS (Emergency Stop Signal) ยังคงมีมาให้อย่างครบครัน เพิ่มความมั่นใจในสถานการณ์ฉุกเฉิน
การทดสอบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง: ประสิทธิภาพที่น่าประหลาดใจ
จากผลการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 15.48 กม./ลิตร (ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบของ Headlightmag.com) ถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับ Xpander Minorchange ที่มาพร้อมเกียร์ CVT ใหม่ ตัวเลขนี้ทำให้ Xpander Minorchange ก้าวขึ้นมาติดอันดับต้นๆ ในกลุ่มรถ MPV 7 ที่นั่ง ในด้านความประหยัดน้ำมัน จากการใช้งานจริง น้ำมัน 1 ถัง (45 ลิตร) สามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 580 กิโลเมตร ในสภาวะการขับขี่ปกติ ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป หรือการเดินทางไกล
คู่แข่งในตลาด: การแข่งขันที่เข้มข้น
ตลาด MPV 7 ที่นั่ง ในปัจจุบัน มีคู่แข่งที่น่าสนใจหลายรุ่น ได้แก่
Honda Mobilio / BR-V: Honda Mobilio เป็นรถที่มีอายุในตลาดมานาน และกำลังจะถูกแทนที่ด้วย Honda BR-V โฉมใหม่ ที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงเวลาอันใกล้นี้ BR-V รุ่นใหม่ มีการปรับปรุงดีไซน์และเทคโนโลยีให้ทันสมัยขึ้นอย่างมาก
Suzuki Ertiga / XL-7: Suzuki Ertiga มาพร้อมความคุ้มค่า สมรรถนะที่ดี และการขับขี่ที่คล่องตัว ส่วน Suzuki XL-7 เป็นรุ่นที่ยกสูงขึ้นมาพร้อมออปชันที่แตกต่างออกไป ให้ภาพลักษณ์ที่ดูสปอร์ตมากขึ้น
Toyota Veloz: Toyota Veloz เป็นคู่แข่งสำคัญที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแข่งขันกับ Xpander โดยตรง ด้วยการออกแบบที่ทันสมัย อุปกรณ์ที่ครบครัน และระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense ที่ให้มาอย่างเต็มพิกัด
ทางเลือกรุ่นย่อย: ความคุ้มค่าที่แตกต่าง
Mitsubishi Xpander Minorchange มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ
Xpander 1.5 CVT GLS Ltd. (ราคา 799,000 บาท): รุ่นเริ่มต้นที่ให้ความคุ้มค่า อุปกรณ์พื้นฐานเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป แม้จะไม่มีออปชันบางอย่างเทียบเท่ารุ่น GT แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่เน้นความประหยัด
Xpander 1.5 CVT GT (ราคา 895,000 บาท): รุ่นท็อปที่มาพร้อมออปชันจัดเต็ม ทั้งล้ออัลลอย 17 นิ้ว, เบาะหนัง, ระบบเครื่องเสียงรองรับ Apple CarPlay/Android Auto, เบรกมือไฟฟ้า, และระบบความปลอดภัยที่เพิ่มเติมเข้ามา
สรุป: Xpander Minorchange กับอนาคตในตลาด MPV ไทย
Mitsubishi Xpander Minorchange แสดงให้เห็นถึงความพยายามของ Mitsubishi Motors ในการยกระดับรถยนต์รุ่นสำคัญของตนเองให้มีความทันสมัย น่าสนใจ และแข่งขันได้ในตลาด MPV 7 ที่นั่ง ที่มีการแข่งขันสูง การปรับปรุงเกียร์ CVT, การปรับปรุงช่วงล่าง, การเพิ่มความหรูหราภายในห้องโดยสาร, และการยกระดับระบบความปลอดภัย ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ Xpander Minorchange ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
แม้ว่าจะมีบางจุดที่ยังสามารถพัฒนาเพิ่มเติมได้ เช่น สมรรถนะเครื่องยนต์ที่ควรแรงขึ้น และการเพิ่มระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ให้เทียบเท่าคู่แข่ง แต่โดยรวมแล้ว Mitsubishi Xpander Minorchange ยังคงเป็นรถ MPV 7 ที่นั่ง ที่มอบความคุ้มค่า ความสบาย และความน่าเชื่อถือ พร้อมดีไซน์ที่โดดเด่น ทำให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่มองหารถอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง ที่ผสมผสานความสวยงาม ความสบาย ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า Mitsubishi Xpander Minorchange ควรอยู่ในลิสต์พิจารณาของคุณอย่างแน่นอน เชิญชวนท่านที่สนใจ สัมผัสประสบการณ์จริงได้ที่โชว์รูม Mitsubishi Motors ใกล้บ้านท่าน เพื่อค้นหารถคู่ใจที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด.