Mercedes-Benz S-Class W221: ปิดตำนานความหรูหรา สู่ยุคใหม่แห่งยนตรกรรม (รีวิวเจาะลึกจากผู้เชี่ยวชาญ)
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้สัมผัสกับรถยนต์หลากหลายรุ่น หลายระดับราคา แต่เม
ื่อพูดถึง “ที่สุดแห่งความหรูหรา” ชื่อของ Mercedes-Benz S-Class จะผุดขึ้นมาเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผมได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการทดลองขับ Mercedes-Benz S-Class W221 ซึ่งถือเป็นรุ่นที่กำลังจะปิดฉากตำนานของตัวเอง ก่อนจะก้าวสู่ยุคใหม่ของ S-Class W222 การรีวิวครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การรีวิวรถยนต์ แต่เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญของยนตรกรรมระดับโลก
ทำไมต้องรีวิว S-Class W221 ในตอนนี้?
หลายท่านอาจสงสัยว่า เหตุใดบทความรีวิว S-Class W221 จึงออกมาในช่วงเวลาที่ S-Class W222 ได้เปิดตัวสู่สายตาสาธารณชนไปแล้ว คำตอบนั้นเรียบง่ายครับ ประสบการณ์ตรงในการขับ S-Class ของผมนั้นมีจำกัดมาก ผมเคยสัมผัสเพียง W126 ในฐานะผู้ช่วยถอยจอด และ W221 รุ่น S300 ประกอบในประเทศ เพียงสั้นๆ ในงานทดสอบ ข้อมูลที่ได้นั้นไม่เพียงพอที่จะถ่ายทอดความเป็น “Sonderklasse” หรือ “Special Class” ที่แท้จริงออกไปได้
การรอคอยโอกาสในการยืม S-Class มาทดลองขับอย่างจริงจัง เป็นสิ่งที่อยู่ในใจผมมาตลอด จนกระทั่งโอกาสนั้นมาถึงในช่วงปลายเดือนเมษายน – ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยครั้งนี้เป็นคิวของ S350 CDI เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ ที่ให้ความประหยัดและอัตราเร่งที่น่าประทับใจ แม้จะเป็นรุ่น Executive ที่ยังไม่ใช่ Full Option แต่ก็สะท้อนถึงความหรูหราในระดับสูงได้อย่างชัดเจน
บทความนี้จึงถือเป็น “Final Report in the World” ของ S-Class W221 ในช่วงปลายอายุตลาดก่อนที่ตำนานจะถูกส่งต่อ นี่คือการเจาะลึกที่คุณไม่ควรพลาด หากคุณคือผู้ที่หลงใหลใน Mercedes-Benz S-Class ราคา หรือสนใจ รถยนต์หรูมือสอง ที่ยังคงความสง่างามและสมรรถนะ
Mercedes-Benz S-Class: นิยามแห่งความพิเศษ “A Class of Its Own”
ตลอดระยะเวลามากกว่า 50 ปีที่ S-Class ได้ถือกำเนิดขึ้นจากตระกูล E-Class และนับตั้งแต่ปี 1972 ที่ใช้ชื่อ S-Class อย่างเป็นทางการ ได้กลายเป็นมาตรฐานทองคำของ “รถยนต์ระดับหรู” ทั่วโลก ด้วยยอดขายกว่า 2.7 ล้านคัน จนถึงปี 2005 S-Class ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 30% ในกลุ่ม Luxury Full Size Sedan ทั่วโลก ไม่เพียงเท่านั้น ทุกครั้งที่ S-Class รุ่นใหม่เปิดตัว มักมาพร้อมกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ Mercedes-Benz นำมาสู่ตลาดเป็นครั้งแรกเสมอ
จาก W116 สู่ W221: วิวัฒนาการแห่งยนตรกรรมหรู
W116 (1972-1979): จุดกำเนิดแห่งความปลอดภัย
S-Class รุ่นแรกนี้ริเริ่มการนำเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยมาติดตั้งอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีรุ่นเด่นคือ 450 SEL 6.9 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.9 ลิตร และเป็นรุ่นแรกในโลกที่มีระบบ ABS เป็นอุปกรณ์พิเศษ
W126 (1979-1991): ความสำเร็จด้านยอดขาย และเทคโนโลยีแห่งอนาคต
Bruno Sacco นักออกแบบชื่อดัง ได้รังสรรค์รูปลักษณ์ที่ลู่ลมมากขึ้น พร้อมการติดตั้งถุงลมนิรภัย SRS เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และระบบควบคุมเสถียรภาพ Traktion Control W126 กลายเป็น S-Class ที่ประสบความสำเร็จด้านยอดผลิตและยอดขายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Mercedes-Benz
W140 (1991-1998): “ปลาวาฬ” ยุคแห่งความหรูหราอลังการ
ด้วยขนาดตัวถังที่ใหญ่โตจนได้รับฉายา “ปลาวาฬ” W140 สะท้อนถึงสถานะและความหรูหราอย่างชัดเจน มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 และเทคโนโลยีระบบช่วงล่าง ADS (Adaptive Damping System) แม้จะมีเหตุการณ์อันน่าเศร้าของเจ้าหญิง Diana แต่ W140 ก็ยังคงเป็นที่จดจำในความยิ่งใหญ่
W220 (1998-2005): การลดขนาดตัวถัง แต่เพิ่มนวัตกรรม
W220 มีขนาดตัวถังเล็กลงกว่า W140 แต่ภายในกลับกว้างขวางขึ้น มาพร้อมนวัตกรรมมากมาย เช่น AIRMATIC, Active Ventilated Seats, Distronic Cruise Control และระบบเครื่องยนต์ V12 ที่ทรงพลัง
W221 (2005-2013): การกลับมาของการยอมรับ และเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม
S-Class W221 เจเนอเรชั่นที่ 5 นี้ ได้รับการยกย่องอย่างสูงด้านคุณภาพการขับขี่และการเก็บเสียง จนสามารถกอบกู้ชื่อเสียงที่เคยตกต่ำจากรุ่น W220 กลับคืนมาได้อย่างสง่างาม มาพร้อมเทคโนโลยี BLUETEC HYBRID และการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
เจาะลึก Mercedes-Benz S350 CDI Exclusive (W221)
ดีไซน์ภายนอก:
W221 ในรุ่น Exclusive ยังคงไว้ซึ่งเส้นสายที่เหลี่ยมสัน เพิ่มความบึกบึนด้วยโป่งซุ้มล้อขนาดใหญ่ และได้รับอิทธิพลจาก Maybach ในส่วนท้าย กันชนหน้าและไฟหน้าที่ปรับปรุงให้ดูทันสมัยขึ้น แม้จะเป็นรุ่น Executive แต่ก็สะท้อนถึงความหรูหราอย่างมีระดับ
ภายในห้องโดยสาร:
การเข้า-ออกห้องโดยสารทำได้สะดวกสบาย หนังและการตกแต่งด้วยลายไม้ให้ความรู้สึกหรูหรา เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ 3 ตำแหน่ง มอบความสบายในการเดินทาง พนักพิงหลังและศีรษะให้ความรู้สึกนุ่มสบาย แต่การปรับ Lumbar Support ยังคงมีความยุ่งยากเล็กน้อย ระบบอุ่นเบาะและเป่าลมเย็นมีให้ใช้งานทั้ง 2 ระดับความแรง
เบาะหลัง: ศูนย์กลางแห่งความสบาย
สำหรับรุ่น Long Wheelbase การเข้า-ออกเบาะหลังเป็นไปอย่างสะดวกสบาย บานพับประตูสามารถเปิดกางได้เต็มที่ ม่านไฟฟ้าบริเวณกระจกบังลมหลังและประตูหลังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว เบาะหลังให้ความรู้สึกจมและลึก นุ่มสบาย แม้จะไม่ได้มีลูกเล่นเท่ารุ่นที่สูงกว่า แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานในฐานะรถยนต์หรู มีฮีตเตอร์และพัดลมเป่าเบาะให้เลือก 3 ระดับความแรง สวิทช์ควบคุมต่างๆ รวมอยู่ที่แผงประตูด้านข้าง สะดวกสบายในการใช้งาน
เทคโนโลยีและความบันเทิง:
รุ่น S350 CDI Exclusive มาพร้อมระบบ COMAND Controller ควบคุมชุดเครื่องเสียงวิทยุ AM/FM, CD/DVD พร้อมจอแสดงผลที่สามารถปรับมุมมองได้ Ambient Lighting สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารด้วยไฟ LED 3 สี ที่ปรับระดับความสว่างได้ 5 ระดับ
เครื่องยนต์และสมรรถนะ:
S350 CDI ใช้เครื่องยนต์ดีเซล V6 OM642 ความจุ 2.987 ซีซี เทอร์โบแปรผัน ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 540 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ 7G-TRONIC อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 8.85 วินาที และ 80-120 กม./ชม. ที่ 6.76 วินาที ซึ่งอาจไม่จัดจ้านเท่าคู่แข่งบางรุ่น แต่ก็ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและทรงพลังในการขับขี่ทั่วไป
การเก็บเสียงและช่วงล่าง:
Mercedes-Benz W221 ทำได้ดีเยี่ยมในการเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร แม้จะเงียบจนอาจรู้สึกแปลกหูในบางจังหวะ ช่วงล่างแบบ AIRMATIC พร้อมสวิทช์ปรับความแข็งอ่อน 2 ระดับ (Comfort/Sport) ให้ความนุ่มนวลเป็นพิเศษ จนอาจรู้สึกได้ถึงอาการ “นุ่มและย้วย” เล็กน้อยในบางจังหวะ แต่เมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ก็ยังคงให้ความมั่นคงและไว้ใจได้
ระบบเบรกและความปลอดภัย:
ระบบเบรกดิสก์ 4 ล้อ ทำงานร่วมกับ ABS, BAS, ESP, ASR และ ADAPTIVE BRAKE พร้อมระบบ HOLD และ Hill Start Assist ให้ความมั่นใจในการหยุดรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบ PRE-SAFE® ยังคงทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการปกป้องผู้โดยสารก่อนและหลังเกิดอุบัติเหตุ โดยระบบจะทำงานอัตโนมัติในเสี้ยววินาที เมื่อตรวจจับสถานการณ์คับขัน
การทดสอบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง:
จากการทดสอบตามมาตรฐาน Headlightmag.com ด้วยระยะทาง 91.5 กิโลเมตร ใช้น้ำมัน Diesel V Power ปริมาณ 6.82 ลิตร ส่งผลให้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 13.41 กิโลเมตร/ลิตร ถือว่าประหยัดน้ำมันอย่างน่าประทับใจสำหรับรถขนาดใหญ่เช่นนี้
บทสรุป: ตำแหน่งแห่ง S-Class W221 ในตลาด
เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง Lexus LS460L และ BMW 730Ld F02, S350 CDI W221 วางตำแหน่งตัวเองเป็น “ตัวเลือกที่อยู่ตรงกลาง” หากคุณต้องการความสบายในการโดยสารที่เหนือกว่า LS460L และไม่ชอบเบาะหลังของ BMW 7-Series, S-Class W221 คือคำตอบที่ใช่ แม้จะมีลูกเล่นน้อยกว่า แต่ความสบายในการนั่งระยะยาวนั้นเหนือกว่าอย่างชัดเจน
ในด้านการขับขี่ แม้ 730Ld จะให้ความรู้สึกกระชับฉับไวและตอบสนองได้ดีกว่า แต่ S350 CDI ก็ยังคงให้ความมั่นคงในย่านความเร็วสูง และมีพวงมาลัยที่ตอบสนองได้ดีกว่า LS460L
Mercedes-Benz S-Class W221 คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความหรูหรา ความสะดวกสบาย สมรรถนะที่เพียงพอ และเทคโนโลยีอันชาญฉลาด เป็นยนตรกรรมที่ยังคงคุณค่าแห่ง “Sonderklasse” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ก้าวต่อไปสู่อนาคต
บทความนี้เป็นเพียงการถ่ายทอดประสบการณ์และความประทับใจใน S-Class W221 หากคุณกำลังมองหารถยนต์ระดับผู้บริหาร หรือเป็นผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรมสุดหรู การพิจารณา Mercedes-Benz S-Class W221 ในตลาด รถยนต์หรูมือสอง อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง
หากคุณต้องการสัมผัสประสบการณ์แห่งความหรูหราและสมรรถนะเหนือระดับนี้ด้วยตนเอง เราขอเชิญชวนให้คุณติดต่อผู้จำหน่าย Mercedes-Benz ที่เชื่อถือได้ หรือเข้าชมโชว์รูมเพื่อทดลองขับ S-Class W221 ด้วยตัวคุณเอง แล้วคุณจะเข้าใจอย่างแท้จริงว่า เหตุใด S-Class จึงเป็นที่สุดแห่งยานยนต์ที่ “A Class of Its Own”.

