Mercedes-Benz S-Class W221: บทสรุปแห่งยุคสมัย ก่อนก้าวสู่ตำนานบทใหม่
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ การได้สัมผัสและวิเคราะห์รถยนต์ระดับตำนานอย่าง Mercedes-Benz S-Class ถือเป็นประสบการ
ณ์ที่ทรงคุณค่าเสมอ และเมื่อมีโอกาสได้มานั่งประจำการหลังพวงมาลัยของ S-Class W221 ในช่วงปลายอายุตลาดเช่นนี้ ยิ่งทำให้ผมใคร่ครวญถึงวิวัฒนาการและตำแหน่งของมันในตลาดรถยนต์หรูระดับโลก
เหตุผลที่บทความนี้มาถึงช้า แต่ไม่สายเกินไป
หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ทำไมรีวิว S-Class W221 คันนี้ถึงได้คลอดออกมาในช่วงเวลาที่ตลาดกำลังให้ความสนใจกับรุ่น W222 แล้ว เหตุผลนั้นเรียบง่ายครับ ประสบการณ์ตรงกับ S-Class ของผมนั้นมีจำกัดมาก เคยเพียงแค่ช่วยถอยรถรุ่น W126 ให้เพื่อนเมื่อกว่า 10 ปีก่อน และได้ลองขับรุ่น W221 เพียงสั้นๆ ในงานอีเวนต์เมื่อปี 2008 เท่านั้น การได้มีโอกาสยืม S-Class W221 รุ่น S350 CDI Executive มาใช้ชีวิตด้วยกันตลอดช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคมที่ผ่านมา จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะเติมเต็มช่องว่างของประสบการณ์นี้ให้สมบูรณ์
S-Class: นิยามแห่ง “Sonderklasse” หรือ “Special Class”
ชื่อ S-Class เองนั้นย่อมาจาก “Sonderklasse” ในภาษาเยอรมัน ซึ่งแปลว่า “ระดับพิเศษ” อันสะท้อนถึงสถานะที่โดดเด่นเหนือใครมาตลอดระยะเวลา 40 กว่าปีนับตั้งแต่มีการใช้ชื่อนี้ในปี 1972 (แม้ว่าต้นกำเนิดของซีรีส์หรูหรานี้จะย้อนไปได้ไกลกว่านั้น) Mercedes-Benz S-Class ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์ แต่เป็นผู้กำหนดมาตรฐานแห่งความหรูหรา นวัตกรรม และความปลอดภัยให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกเสมอมา ด้วยยอดขายกว่า 2.7 ล้านคันจนถึงปี 2005 และการเป็นผู้นำตลาดในกลุ่ม Luxury Full Size Segment ตลอดมา
จาก W116 สู่ W221: ก้าวย่างแห่งนวัตกรรมและความเป็นเลิศ
W116 (1972-1979): รุ่นแรกผู้บุกเบิกด้านความปลอดภัย ติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยเต็มรูปแบบ รวมถึงเป็นรุ่นแรกที่มีเครื่องยนต์ V8 ขนาดใหญ่ถึง 6.9 ลิตร และเป็น “รถยนต์รุ่นแรกในโลก” ที่มีทางเลือกระบบ ABS (Anti-Lock Braking System)
W126 (1979-1991): รูปลักษณ์ที่ลู่ลมขึ้น ลดค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ และเป็นครั้งแรกที่ติดตั้งถุงลมนิรภัย SRS เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบ Pretensioners และระบบควบคุมเสถียรภาพ Traktion Control ถือเป็น S-Class ที่ประสบความสำเร็จด้านยอดผลิตและยอดขายมากที่สุดในประวัติศาสตร์
W140 (1991-1998): ขนาดตัวถังที่ใหญ่โต จนได้รับฉายา “ปลาวาฬ” แต่ก็ได้รับคำชมในเรื่องความลงตัวและสะท้อนสถานะของผู้ครอบครอง เป็นรุ่นที่พัฒนาเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด แม้จะมีประเด็นด้านต้นทุนที่สูงเกินไปก็ตาม
W220 (1998-2005): มีขนาดตัวถังเล็กลงกว่า W140 แต่พื้นที่ภายในกลับเพิ่มขึ้น มาพร้อมนวัตกรรมใหม่มากมาย เช่น AIRMATIC, Active Ventilated Seats, GPS Navigation System, Distronic Cruise Control และ Active Cylinder Control
W221 (2005-2013): ก้าวสำคัญของการกลับมาสู่มาตรฐานคุณภาพที่แข็งแกร่ง หลังรุ่น W220 ได้รับคำวิจารณ์ด้านความทนทาน การออกแบบที่หรูหรา ลู่ลมด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศเพียง Cd 0.27 เป็นรุ่นที่กวาดรางวัลมากมาย และมีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เช่น การนำเสนอขุมพลัง Diesel Hybrid และระบบความปลอดภัย PRE-SAFE ที่สมบูรณ์แบบ
การสัมผัส S350 CDI Executive: ภาพรวมที่น่าประทับใจ
สำหรับ S350 CDI Executive คันที่ผมได้ทดลองขับนั้น แม้จะเป็นรุ่น Executive ที่ยังไม่ Full Option เท่ารุ่น Final Edition แต่ระดับความหรูและความใส่ใจในรายละเอียดก็ยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานของ S-Class ได้เป็นอย่างดี
การออกแบบภายนอกและภายใน: ความสง่างามเหนือกาลเวลา
เส้นสายตัวถังของ W221 นั้นมีเหลี่ยมสันมากขึ้น รับอิทธิพลจากรุ่น Maybach ในบางมุม การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนคือไฟเลี้ยว LED ที่กระจกมองข้าง และชุดไฟท้าย LED ส่วนภายในห้องโดยสาร ให้ความรู้สึกหรูหราด้วยการผสมผสานหนังคุณภาพสูงกับลายไม้และแถบโครเมียม การจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ทำได้ดี แต่บางฟังก์ชันอาจต้องอาศัยการทำความคุ้นเคยกับระบบ COMMAND
เบาะนั่ง: จุดเด่นที่สร้างความแตกต่าง
เบาะหน้า: ให้ความสบายที่ยอดเยี่ยม สามารถปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ 3 ตำแหน่ง ระบบดันหลัง Lumbar Support อาจจะยุ่งยากในการปรับเล็กน้อย แต่เบาะรองนั่งที่ปรับยืดหดได้ และระบบทำความร้อน-ความเย็น 3 ระดับ ทำให้การนั่งขับขี่เป็นไปอย่างผ่อนคลาย
เบาะหลัง: สำหรับรุ่น Long Wheelbase ความกว้างขวางสะดวกสบายคือจุดเด่น ม่านไฟฟ้าที่กระจกหลังและประตูข้าง ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้อย่างดีเยี่ยม เบาะนั่งนุ่มสบาย โครงสร้างออกแบบมาเพื่อการเดินทางไกลโดยเฉพาะ แม้ลูกเล่นอาจไม่เยอะเท่าคู่แข่งอย่าง BMW 7-Series F02 แต่ความสบายโดยรวมยังคงเหนือกว่าในแง่สัมผัสของหนังและความลึกของเบาะ
ขุมพลังและสมรรถนะ: พลังดีเซลที่สมดุล
S350 CDI มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล V6 เทอร์โบ OM642 ขนาด 3.0 ลิตร ที่ให้กำลัง 211 แรงม้า แรงบิด 540 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ 7G-TRONICS การออกตัวอาจไม่หวือหวาตามสไตล์รถผู้บริหาร แต่ให้ความนุ่มนวลและแรงดึงที่ต่อเนื่องในช่วงรอบกลาง เกียร์ตอบสนองได้ดีในโหมด S แต่ในโหมด E อาจรู้สึกหน่วงไปบ้าง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 8.85 วินาที ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน แต่เมื่อเทียบกับคู่แข่งโดยตรงอย่าง BMW 730Ld F02 แล้ว S350 CDI อาจดูด้อยกว่าเล็กน้อยในเรื่องอัตราเร่ง
การขับขี่และการควบคุม: นุ่มนวลและมั่นคง
พวงมาลัย: เป็นแบบ Rack & Pinion พร้อม Power ผ่อนแรงแบบ Hydraulic ที่ให้ความรู้สึกหนักแน่นและมั่นคงขึ้นตามความเร็ว แม้จะไม่ได้เฉียบคมเท่า 7-Series แต่ก็ให้ความมั่นใจในการควบคุมมากกว่า Lexus LS460L
ช่วงล่าง: ระบบ AIRMATIC พร้อมสวิตช์ปรับ 2 ระดับ (Comfort/Sport) ให้ความนุ่มนวลที่น่าประทับใจ ดูดซับแรงสะเทือนได้ดีเยี่ยม แม้ในโหมด Sport ก็ยังคงความนุ่มนวลไว้ แต่ให้ความมั่นคงมากขึ้นในการเข้าโค้ง โดยรวมแล้ว S-Class W221 ให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่สมดุลระหว่างความสบายและการควบคุม
ระบบเบรก: ทำงานได้ดี มั่นใจได้ในการชะลอความเร็ว แม้จะมีน้ำหนักตัวมาก แต่ระบบ ABS, BAS, ESP และ ADAPTIVE BRAKE ก็ช่วยเสริมความปลอดภัยได้อย่างเต็มที่
ความปลอดภัย: มาตรฐานสูงสุดที่ไร้ข้อกังขา
S-Class W221 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของ Mercedes-Benz ด้วยระบบ PRE-SAFE ที่ทำงานอย่างชาญฉลาดในการเตรียมพร้อมรับมือกับอุบัติเหตุ โครงสร้างตัวถังนิรภัยที่ใช้วัสดุ Ultra High Tensile Steel ในสัดส่วนที่สูงถึง 43% และการใช้อลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนัก ทำให้เป็นรถที่ปกป้องผู้โดยสารได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้วัสดุรีไซเคิลและการรับรองมาตรฐาน ISO 14062 ยิ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและความรับผิดชอบต่อสังคม
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง: การประหยัดที่น่าเซอร์ไพรส์
สำหรับรถยนต์ขนาดใหญ่ระดับนี้ S350 CDI ทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยได้ที่ 13.41 กม./ลิตร ซึ่งถือว่าน่าประทับใจมากสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล และประหยัดใกล้เคียงกับ BMW 730Ld F02 ทำให้การเดินทางไกลด้วยน้ำมัน 1 ถัง (90 ลิตร) เป็นไปได้อย่างสบายใจ
สรุป: ตำแหน่งในตลาด และอนาคตของ S-Class
Mercedes-Benz S-Class W221 คันนี้ ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างความสบายของ Lexus LS460L และสมรรถนะการขับขี่ของ BMW 7-Series F02 มันมอบความสบายที่เหนือกว่า 7-Series ในเบาะหลัง และให้การขับขี่ที่มั่นคงและไว้ใจได้มากกว่า LS460L
ในขณะที่ W221 กำลังจะก้าวเข้าสู่ตำนานบทใหม่กับการมาของ W222 คำถามสำคัญคือ S-Class รุ่นต่อไปจะสามารถรักษาความสมดุลระหว่างความหรูหรา นวัตกรรม และสมรรถนะการขับขี่ได้ดีเพียงใด และจะสามารถชิงตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์หรูระดับสูงสุดกลับคืนมาจาก 7-Series ได้หรือไม่
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ผู้บริหารที่มอบทั้งความสะดวกสบาย ความหรูหรา และสมรรถนะที่สมดุล S-Class W221 ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่น S350 CDI ที่มอบความประหยัดและสมรรถนะที่น่าพอใจ
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่สะท้อนถึงสถานะ ความสำเร็จ และความใส่ใจในรายละเอียดที่ไร้ที่ติ Mercedes-Benz S-Class W221 คือคำตอบที่ยังคงมีคุณค่าเหนือกาลเวลา เชิญสัมผัสประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ได้แล้ววันนี้

