บทสรุปการลงทุนยานยนต์ไฟฟ้า: เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางการผลิตแบตเตอรี่ EV พร้อมเปิดตัว Audi TT RS Heritage Edition และยนตรกรรมสมรรถนะสูงจาก Audi
ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคใหม่แห่งอุตส
าหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว ด้วยการลงทุนมหาศาลจากผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถยนต์ไฟฟ้า ที่กลายเป็นเป้าหมายหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศ
เกรท วอลล์ มอเตอร์ (Great Wall Motor – GWM) ยักษ์ใหญ่ยานยนต์จากจีน กำลังเดินหน้าแผนการลงทุนครั้งสำคัญในประเทศไทย ด้วยเม็ดเงินราว 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อก่อตั้งโรงงานประกอบแบตเตอรี่สำหรับ รถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะยกระดับประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิต รถยนต์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างโรงงานประกอบแบตเตอรี่เท่านั้น แต่ GWM ยังมีแผนที่จะพัฒนา แบตเตอรี่สำหรับรถกระบะ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในประเทศไทย โดยการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ในประเทศไทย เพื่อให้สามารถปรับปรุงและพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดในท้องถิ่นและภูมิภาค
รถยนต์ไฟฟ้า ของ GWM ที่เป็นที่รู้จักอย่าง Ora Good Cat ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมในตลาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐ ทำให้ราคาสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น การผลิต Ora Good Cat ในประเทศไทยจะเกิดขึ้นในปีหน้า ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของ GWM ในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ไทย
นโยบายของรัฐบาลไทยในการส่งเสริมอุตสาหกรรม รถยนต์ไฟฟ้า เป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดการลงทุนจาก GWM โดยรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนสัดส่วนการผลิตรถยนต์จากเครื่องยนต์สันดาปเป็น รถยนต์ไฟฟ้า ให้ได้ 30% ภายในปี 2573 ซึ่งคิดเป็นประมาณ 2.5 ล้านคันต่อปี นโยบายนี้ครอบคลุมถึงการลดภาษีและให้เงินอุดหนุนต่างๆ เพื่อกระตุ้นการผลิตและการบริโภค รถยนต์ไฟฟ้า
โรงงานประกอบแบตเตอรี่ของ GWM คาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 500-1,000 ล้านบาท ซึ่งขนาดที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับแผนการดำเนินงานที่จะแล้วเสร็จในอีก 6 เดือนข้างหน้า และมีความเป็นไปได้ที่จะมีการอัปเกรดโรงงานเพื่อผลิตเซลล์แบตเตอรี่โดยตรงในอนาคต หากมีความต้องการของตลาดและได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสมจากภาครัฐ
“เราอาจกลายเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายสำคัญที่สามารถทำสัญญากับผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ ได้ด้วย ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพของโรงงานแบตเตอรี่ของเราให้สูงขึ้น” ณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ GWM ประเทศไทย กล่าว
แม้ว่า GWM และ BYD ของจีนจะเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่องในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า แต่ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นอย่าง Toyota และ Isuzu ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มรถกระบะ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ย่อมเป็นการสร้างบรรยากาศการแข่งขันที่น่าสนใจ และผลักดันให้ตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ไทยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
Audi ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 40 ปี Audi Sport ด้วยยนตรกรรมสมรรถนะสูงสุดพิเศษ
ในอีกมุมหนึ่งของวงการยานยนต์ระดับพรีเมียม Audi ประเทศไทย ได้สร้างปรากฏการณ์ด้วยการเปิดตัวรุ่นพิเศษ Audi TT RS Heritage Thailand Limited Edition ซึ่งผลิตทั่วโลกเพียง 25 คันเท่านั้น เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 40 ปีของ Audi Sport Sub-brand แบรนด์ที่ยืนหยัดในการพัฒนารถยนต์สมรรถนะสูงที่ทลายทุกขีดจำกัดมาตั้งแต่ปี 1983
นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Audi ประเทศไทย กล่าวว่า “กระแสตอบรับจาก Audi Fan ในประเทศไทย ส่งผลให้ยอดขาย Audi TT Family ปี 2022 ของ Audi ประเทศไทย ขึ้นเป็นอันดับ 6 ของโลก และในครึ่งปี 2023 ก็ยังคงรักษาความนิยมได้อย่างต่อเนื่อง” ความสำเร็จนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความชื่นชอบของแฟน Audi ในประเทศไทยที่มีต่อยนตรกรรมสปอร์ตไอคอนระดับตำนานอย่าง Audi TT
Audi TT RS Heritage Thailand Limited Edition มาพร้อมสีภายนอกอันเป็นเอกลักษณ์ 5 สี ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีที่เคยใช้ในรุ่น Ur-Quattro ซึ่งเป็น Iconic model ในช่วงทศวรรษ 1980 ได้แก่ Alpine White, Helios Blue, Stone Grey, Tizian Red และ Malachite Green การตกแต่งภายนอกเป็นแบบ Black Edition ที่เพิ่มความดุดันรอบคัน พร้อมด้วย RS spoiler แบบ Winglets เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของแอโรไดนามิกส์ และล้อลายพิเศษแบบ 5 ก้าน Anthracite Black diamond-turned ขนาด 20 นิ้ว
ภายใต้รูปลักษณ์อันโดดเด่น Audi TT RS Heritage Thailand Limited Edition มาพร้อมเครื่องยนต์ 5 สูบ 20 วาล์ว พละกำลัง 400 แรงม้า ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ได้รับรางวัล International Engine of the Year Awards ถึง 9 สมัยติดต่อกัน ผสานกับช่วงล่างแบบ Audi Magnetic ride ที่สามารถปรับความแข็งอ่อนของโช๊คอัพได้อย่างอิสระ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน และควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ
นอกจากนี้ Audi ประเทศไทย ยังได้เปิดตัวรุ่นพิเศษอีก 2 รุ่น ได้แก่ RS 4 Avant Competition และ RS 5 Coupé Competition ซึ่งได้รับการอัปเกรดให้เป็นมาตรฐานใหม่ของรถยนต์สาย Performance ด้วยดีไซน์ที่ร้อนแรง เร้าใจยิ่งกว่าเดิม และสมรรถนะที่ถูกปลดล็อคอย่างสมบูรณ์แบบ
RS 4 Avant Competition เป็นสเตชั่นแวกอน Avant ที่ผสมผสานความสปอร์ต สมรรถนะสูง เข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัว ด้วยเครื่องยนต์ V6 biturbo พละกำลัง 450 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 4.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro อันเป็นเอกลักษณ์ ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าจดจำ
ส่วน RS 5 Coupé Competition มาพร้อมดีไซน์สไตล์ Coupé ที่สะท้อนทั้งประสิทธิภาพและความสวยงาม โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ V6 biturbo 450 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro ที่มอบการควบคุมที่มั่นคงในทุกสถานการณ์
ทั้งสองรุ่น Competition Edition มาพร้อมการตกแต่งภายนอกแบบ Glossy Black RS, ล้อดีไซน์ใหม่ Audi Sport ขนาด 20 นิ้ว, คาลิปเปอร์เบรกสีแดงแบบ RS, และระบบท่อไอเสียแบบ RS Sports plus ที่มอบเสียงคำรามอันเร้าใจ นอกจากนี้ ภายในห้องโดยสารยังได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างบรรยากาศการขับขี่ที่เอ็กซ์คลูซีฟยิ่งขึ้น ด้วยเบาะนั่งแบบ RS Sports, การตกแต่งลาย Matte Carbon Twill, และระบบแสง Ambient light ที่ปรับได้ถึง 30 เฉดสี
Ora Grand Cat: รถยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมระยะทางวิ่งอันน่าทึ่งและความปลอดภัยระดับสูง
นอกเหนือจากความเคลื่อนไหวในตลาดรถยนต์สมรรถนะสูง Ora Grand Cat รถยนต์ไฟฟ้าอีกรุ่นที่น่าจับตามอง กำลังเตรียมพร้อมเข้าสู่ตลาดประเทศไทย ด้วยสเปคที่น่าประทับใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระยะทางวิ่งสูงสุด 705 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน CLTC) ซึ่งถือเป็นระยะทางที่โดดเด่นในกลุ่ม รถยนต์ไฟฟ้า ในปัจจุบัน
Ora Grand Cat มีขนาดตัวถังที่ใหญ่พอสมควร โดยมีความยาว 4871 มม. กว้าง 1862 มม. และสูง 1500 มม. พร้อมฐานล้อ 2870 มม. ซึ่งสะท้อนถึงความกว้างขวางภายในห้องโดยสาร
สำหรับรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ให้กำลัง 201 แรงม้า แรงบิด 340 นิวตัน-เมตร ใช้แบตเตอรี่ Lithium iron Phosphate สามารถวิ่งได้ 705 กม./ชาร์จ (CLTC) ระบบขับเคลื่อนสองล้อ และสามารถชาร์จ DC จาก 30-80% ได้ภายใน 30 นาที
ส่วนรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ มาพร้อมกำลัง 402 แรงม้า แรงบิด 680 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.3 วินาที ใช้แบตเตอรี่ Ternary lithium สามารถวิ่งได้ 600 กม./ชาร์จ (CLTC) ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และอัตราการชาร์จ DC 30-80% ใน 30 นาทีเช่นกัน
Ora Grand Cat ยังมาพร้อมเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยที่ครบครัน อาทิ มือจับประตูแบบซ่อนอัจฉริยะ, ไฟหน้าอัตโนมัติ, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าพร้อมระบบไล่ฝ้าและพับอัตโนมัติ, ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ, ประตูแบบไร้กรอบ และค่าสัมประสิทธิ์ความต้านทานลมเพียง 0.22Cd ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน
ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ORA-PILOT 3.0 ประกอบด้วยเซ็นเซอร์อัจฉริยะ 28 ตัว, กล้อง ADAS 1 ตัว, เรดาร์คลื่น 5 มม., เรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว, กล้องมองภาพรอบทิศทาง 4 ตัว, กล้องจดจำใบหน้า 3 มิติ, แผนที่ความแม่นยำสูงผ่านดาวเทียม 5G และระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะบนทางหลวง
สิ่งที่น่าประทับใจอย่างยิ่งคือการทดสอบความปลอดภัยของ Ora Grand Cat ซึ่งมีการทดสอบการตกจากความสูง 6 เมตร หมุนกลางอากาศ และตกกระแทกพื้น รวมถึงการหมุนอีก 5 รอบ ผลการทดสอบพบว่าแบตเตอรี่ถูกตัดการทำงานอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการรั่วไหลของอิเล็กโทรไลต์ โครงสร้างตัวถังไม่บุบสลาย ห้องโดยสารยังคงสภาพดี ถุงลมนิรภัยทำงานปกติ และประตูสามารถเปิดได้ตามปกติ รวมถึงระบบ E-CALL ก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน การทดสอบนี้เป็นการยืนยันถึงความปลอดภัยระดับสูงของ Ora Grand Cat ซึ่งสามารถปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Hyundai i30 N: สัมผัส DNA รถแข่งสู่รถบ้าน
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสมรรถนะและอะดรีนาลีน Hyundai i30 N แฮตช์แบ็กสายพันธุ์ดุจาก Hyundai ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสนามแข่งมาสู่รถบ้านอย่างแท้จริง แม้จะยังไม่มีแผนการทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ แต่โอกาสในการสัมผัสรถยนต์ตระกูล N Brand นั้นมีสูง
Hyundai Motor มีศักยภาพที่แข็งแกร่งในระดับโลก ทั้งในกลุ่ม SUV อย่าง Tucson, Kona และกลุ่มแฮตช์แบ็กอย่าง i20, i30 กิจกรรม Driving Experience 2023 ที่สนาม Ricardo Tormo ประเทศสเปน เป็นโอกาสที่ผู้สื่อข่าวจากอาเซียนได้สัมผัสสมรรถนะของ Hyundai i30 N ซึ่งเป็นรถ Hot Hatch ที่ได้รับการปรับแต่งสมรรถนะอย่างจริงจัง
Hyundai i30 N มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ไดเรกอินเจกชัน เทอร์โบ พละกำลัง 280 แรงม้า พร้อมทางเลือกเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์ดูอัลคลัตช์ 8 สปีด ชุดแอโรพาร์ทรอบคัน ช่วงล่างที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ และล้ออัลลอยด์ Forged ขนาด 19 นิ้ว
กิจกรรม Driving Experience ได้จำลองสถานการณ์การขับขี่ต่างๆ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสขีดจำกัดของรถ และฝึกฝนทักษะการขับขี่ เช่น การเบรกทางตรง, เบรกในโค้ง, เลนเชนจ์, จิมคาน่า, และ J-Turn การฝึกฝนทักษะเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในพฤติกรรมของรถยนต์ และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ
Hyundai Motor มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างการรับรู้แบรนด์ในหลากหลายมิติ การได้สัมผัสรถยนต์ตระกูล N ในสนามแข่งระดับโลก และการเข้าร่วมรายการมอเตอร์สปอร์ตอย่าง WRC เป็นการสะท้อนถึงสมรรถนะของรถ และตอกย้ำศักยภาพของแบรนด์ การเข้ามาของรถยนต์ตระกูล N ในตลาดประเทศไทยจึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง
อนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
การลงทุนของ GWM ในโรงงานแบตเตอรี่, การเปิดตัวยนตรกรรมสมรรถนะสูงจาก Audi, การมาถึงของ Ora Grand Cat พร้อมระยะทางวิ่งที่น่าประทับใจ, และศักยภาพของ Hyundai N Brand ล้วนเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ตลาด รถยนต์ไฟฟ้า กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ควบคู่ไปกับความต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงที่ยังคงมีอยู่ การแข่งขันที่เข้มข้นนี้จะนำมาซึ่งนวัตกรรม เทคโนโลยี และทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นสำหรับผู้บริโภคชาวไทย
หากท่านกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือยนตรกรรมสมรรถนะสูงที่มอบประสบการณ์การขับขี่อันน่าตื่นเต้น การศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบตัวเลือกที่มีอยู่อย่างหลากหลายในตลาดปัจจุบัน คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับท่าน.

