Mercedes-Benz S-Class: ยกระดับประสบการณ์หรูหราและความปลอดภัย สู่ยุคใหม่แห่งยนตรกรรมอัจฉริยะ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นพัฒนาการของรถยนต์หรูหลายรุ่นหลายยี่ห้อ แต่มีเ
พียงไม่กี่ยี่ห้อที่สามารถรักษามาตรฐานแห่งความเป็นที่สุดไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ และหนึ่งในนั้นคือ Mercedes-Benz S-Class ยานยนต์ที่เปรียบเสมือนนิยามแห่งความหรูหรา นวัตกรรม และสมรรถนะที่ไร้ที่ติ ล่าสุดกับการเปิดตัว Mercedes-Benz S-Class ใหม่ ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำอีกครั้ง ด้วยการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย การออกแบบที่สะท้อนรสนิยม และความใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่และโดยสารที่เหนือระดับอย่างแท้จริง
นิยามใหม่ของความหรูหราและความปลอดภัย: The New S-Class
หัวใจสำคัญของการพัฒนา The New S-Class คือการยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบภายนอกที่สะท้อนความสง่างามเหนือกาลเวลา การตกแต่งภายในที่สร้างสรรค์บรรยากาศแห่งความผ่อนคลายและหรูหรา ไปจนถึงระบบเทคโนโลยีที่ผสานการทำงานอย่างชาญฉลาดเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
สมรรถนะที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ภายใต้รูปลักษณ์อันสง่างาม The New S-Class มาพร้อมขุมพลังที่น่าประทับใจ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบเรียง ขนาด 2,925 ซีซี ที่ติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ 2-stage ให้พละกำลังสูงสุดถึง 286 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 600 นิวตันเมตร สามารถส่งอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 6.4 วินาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC การผสานกันระหว่างสมรรถนะอันทรงพลังและประสิทธิภาพด้านการประหยัดน้ำมัน รวมถึงการปล่อยมลพิษที่ลดลง ทำให้เครื่องยนต์ชุดนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของ เครื่องยนต์ดีเซลประสิทธิภาพสูง ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
การออกแบบภายนอก: Sensual Purity ในระดับใหม่
ภาษาการออกแบบ “Sensual Purity” ที่ได้รับการยกระดับใน The New S-Class สะท้อนความตั้งใจในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่งดงามเหนือกาลเวลา ในขณะเดียวกันก็มีความทันสมัยและน่าค้นหา ตั้งแต่ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ดีไซน์ใหม่ที่มอบทัศนวิสัยยามค่ำคืนได้อย่างยอดเยี่ยม ไปจนถึงล้ออัลลอย AMG ขนาดใหญ่สูงสุด 20 นิ้ว ที่เสริมให้ตัวรถดูปราดเปรียวและทรงพลัง ระยะฐานล้อที่ยาวขึ้นกว่ารุ่นเดิมถึง 51 มิลลิเมตร ทำให้สัดส่วนของรถดูสง่างามยิ่งขึ้น เส้นสายหลังคาแบบ “Catwalk line” ที่ลาดเอียงอย่างมีสไตล์ ช่วยลดความสูงของแนวหลังคาลงเล็กน้อย แต่ที่น่าทึ่งคือ พื้นที่ภายในห้องโดยสารกลับกว้างขวางและโปร่งสบายกว่าเดิม มือจับประตูแบบไร้รอยต่อ (seamless door handles) ไม่เพียงแต่เพิ่มความกลมกลืนของเส้นสายด้านข้าง แต่ยังมอบความสะดวกสบายในการปลดล็อกและล็อกประตูเพียงสัมผัส
ห้องโดยสารภายใน: มิติใหม่แห่งความหรูหราและประสบการณ์ดิจิทัล
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายใน The New S-Class ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะได้รับการโอบล้อมด้วยบรรยากาศแห่งความหรูหรา ความพิถีพิถันในรายละเอียด และคุณภาพระดับสูงสุด คอนโซลหน้าได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความทันสมัยและตอบรับสรีระของผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสปอร์ตหุ้มด้วยหนัง Nappa leather สุดหรู มาพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Digital Instrument Cluster ความละเอียดสูง ขนาด 12.3 นิ้ว ที่สามารถปรับแต่งการแสดงผลได้หลากหลาย
หัวใจสำคัญของประสบการณ์ดิจิทัลบน Mercedes-Benz S-Class รุ่นนี้อยู่ที่หน้าจอ MBUX7 แบบทัชสกรีนขนาด 12.8 นิ้ว ที่ใช้เทคโนโลยี OLED มอบพื้นที่การใช้งาน (active area) ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึง 64% การออกแบบหน้าจอแบบฟรีฟอร์มที่บางเบาแต่ตอบสนองการสัมผัสได้อย่างฉับไว ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ของรถยนต์และระบบความบันเทิงได้อย่างง่ายดาย ระบบเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือที่ผสานการทำงานช่วยจดจำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขับขี่แต่ละคน เพื่อปรับการตั้งค่าและนำเสนอประสบการณ์ที่ตรงกับความต้องการเฉพาะบุคคลตลอดการเดินทาง
สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง The New S-Class ยังคงให้ความสำคัญสูงสุด โดยเฉพาะกับ Rear Seat Comfort Package ที่มาพร้อมเบาะนั่งไฟฟ้าปรับได้หลายทิศทาง และฟังก์ชันการนวดที่สามารถเลือกได้ถึง 6 โปรแกรม มอบความผ่อนคลายตลอดการเดินทาง
MBUX7: การปฏิสัมพันธ์ที่ชาญฉลาดและไร้ขีดจำกัด
ระบบมัลติมีเดีย MBUX7 (Mercedes-Benz User Experience) เจเนอเรชันใหม่ ได้ยกระดับการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับรถยนต์ให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น ด้วย MBUX Interior Assistant ที่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของผู้โดยสารได้อย่างแม่นยำ ระบบจะตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือ ศีรษะ และร่างกาย เพื่อตีความเจตนาของผู้ใช้งานและสั่งการฟังก์ชันต่างๆ เช่น การยื่นมือไปยังกระจกด้านข้างจะทำให้ไฟอ่านหนังสือติดขึ้นหรือดับลงโดยอัตโนมัติ
นอกจากนี้ ระบบ MBUX High-End Rear Seat Entertainment ยังทำงานร่วมกับ Rear Tablet หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ยกระดับความสะดวกสบายในการควบคุมความบันเทิงของผู้โดยสารตอนหลังได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการควบคุมหน้าจอความบันเทิงขนาด 11.6 นิ้ว จำนวน 2 จอที่ติดตั้งมาให้ ระบบเสียง Burmester® 3D-Surround พร้อมลำโพง 15 ตำแหน่ง ยิ่งเสริมประสบการณ์การรับฟังให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ความปลอดภัยเหนือระดับ: การปกป้องที่ครอบคลุมทุกมิติ
The New S-Class ได้นำเสนอเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้นไปอีกขั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่นำเสนอถุงลมนิรภัยด้านหน้าสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง (rear seat airbags) ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยไปสู่อีกระดับ
ระบบ Parking Package with 360° camera มอบมุมมองรอบทิศทางแบบ 360 องศาที่สมจริง ช่วยให้การจอดรถและการเดินทางในพื้นที่แคบเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งขึ้น ระบบ Driving Assistance Package เจเนอเรชันล่าสุด ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ครอบคลุมถึงระบบ Evasive Steering Assist ที่ช่วยควบคุมรถยนต์ให้กลับเข้าสู่เลนอย่างปลอดภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน, Active Emergency Stop Assist ระบบหยุดรถฉุกเฉินที่ทำงานตลอดเวลา, และฟังก์ชัน Exit Warning ที่จะแจ้งเตือนผู้โดยสารหากมีวัตถุหรือยานพาหนะเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ขณะกำลังจะเปิดประตู
The New S-Class: นิยามใหม่ของสุดยอดยนตรกรรมระดับพรีเมียม
ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา Mercedes-Benz S-Class ได้รับการยอมรับว่าเป็นสุดยอดยนตรกรรมแห่งความหรูหรา สะดวกสบาย และสมรรถนะอันเหนือชั้น เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและความเป็นผู้นำ สำหรับผู้บริหารระดับสูงและเจ้าของกิจการ การเปิดตัว The New S-Class โดย Mercedes-Benz ประเทศไทย ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรูอย่างแท้จริง
Mercedes-Benz S-Class S 400 HYBRID AMG Premium: การผสมผสานที่ลงตัว
รุ่น S 400 HYBRID AMG Premium รหัสตัวถัง V 222 ที่เปิดตัวในประเทศไทยนั้น รังสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “Vision Accomplished” โดยให้ความสำคัญกับ 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ ระบบการขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Drive), เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน (Efficient Technology) และความหรูหราสง่างามในทุกองค์ประกอบ (Essence of Luxury) การออกแบบภายนอกได้รับรางวัลระดับโลกอย่าง Red Dot Award 2013 และ Automotive Brand Contest 2013 แสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นด้านดีไซน์ที่ผสมผสานความหรูหรา ความทันสมัย และความสปอร์ตได้อย่างลงตัว
การออกแบบที่เหนือกว่า: จากภายนอกจรดภายใน
รูปลักษณ์ภายนอกของ Mercedes-Benz S-Class ใหม่ สะท้อนความสง่างามและความเฉียบคม ผ่านเส้นสายที่พลิ้วไหวตั้งแต่ด้านหน้าจรดด้านท้าย สร้างอารมณ์แบบคูเป้ที่แฝงไว้ด้วยความสปอร์ต มิติของตัวรถที่ยาว 5,246 มม. กว้าง 1,899 มม. และสูง 1,496 มม. สร้างความรู้สึกโอ่อ่าและโปร่งสบาย ขณะที่ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศที่ต่ำเพียง 0.26 (ในรุ่นไฮบริด) แสดงถึงความใส่ใจในหลักอากาศพลศาสตร์
จุดเด่นที่มองข้ามไม่ได้คือการใช้เทคโนโลยี LED เต็มรูปแบบทั่วทั้งคันรถ ทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงหลอดไฟกว่า 500 ดวงที่ประดับประดาอยู่ทั่วคัน ไฟหน้า LED ข้างละ 56 ดวง และไฟท้าย LED 35 ดวง ถูกออกแบบมาอย่างประณีต พร้อมระบบปรับความสูงไฟหน้าอัตโนมัติ และระบบปรับความเข้มของแสงไฟท้ายอัตโนมัติเพื่อลดการรบกวนสายตาของผู้ร่วมทาง ระบบปรับโหมดการส่องสว่างภายนอกที่หลากหลาย เช่น Country Mode, Motorway Mode, Enhanced Fog Lamps, Active Light Function, Cornering Light Function และ Adaptive Highbeam Assist Plus ช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกสภาวะการขับขี่
ภายในห้องโดยสาร Mercedes-Benz S-Class ยังคงเอกลักษณ์ของความหรูหราและสะดวกสบายไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผสานกับอุปกรณ์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ลายไม้สุดหรูหรา เบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa leather ที่ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยลวดลายเพชร ผ้าหลังคาและแผงบังแดดหุ้มด้วย Microfiber และที่เป็นไฮไลท์สำคัญคือไฟ Ambient Lighting รอบห้องโดยสารที่สามารถปรับได้ถึง 7 สี สร้างบรรยากาศที่แตกต่างกันไปตามอารมณ์การเดินทาง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนังสลับลายไม้ พร้อมระบบปรับน้ำหนักตามความเร็วรถอย่างแม่นยำ
ประสบการณ์ดิจิทัลที่ก้าวล้ำ: จอแสดงผลและระบบอินโฟเทนเมนท์
จอแสดงผลใน Mercedes-Benz S-Class รุ่นปี 2014 ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการรถยนต์หรู ด้วยการแทนที่มาตรวัดแบบเข็มด้วยจอแสดงผล TFT ความละเอียดสูง 2 จอ โดยจอหนึ่งทำหน้าที่แสดงข้อมูลการขับขี่ และอีกจอหนึ่งอยู่ที่คอนโซลกลาง ระบบความบันเทิงส่วนบุคคลสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง มาพร้อมจอแสดงผลที่พนักพิงศีรษะ พร้อมหูฟังและรีโมทควบคุมส่วนตัว มอบความบันเทิงเสมือนอยู่บ้าน แม้ในขณะเดินทาง ระบบรองรับการใช้งานหลากหลาย ทั้งระบบนำทาง ค้นหาข้อมูล เล่น DVD, Bluetooth, USB และสามารถสั่งการด้วยเสียง
ระบบปรับอากาศและกลิ่นหอม: สุนทรียภาพที่เหนือระดับ
Mercedes-Benz ใส่ใจในทุกรายละเอียด แม้กระทั่งระบบปรับอากาศใน S-Class ที่สามารถทำงานแยกอิสระในแต่ละที่นั่งด้วยท่อน้ำยาแอร์แยกส่วน พร้อมระบบปรับกลิ่นหอมอัตโนมัติ สร้างบรรยากาศที่น่ารื่นรมย์ตลอดการเดินทาง ด้วยกลิ่นหอม 4 กลิ่น ได้แก่ FREESIDE MOOD, NIGHTLIFE MOOD, DOWNTOWN MOOD และ SPORTS MOOD
เบาะนั่ง: นวัตกรรมเพื่อความสบายสูงสุด
เบาะนั่งใน Mercedes-Benz S-Class ได้รับการออกแบบและผลิตโดย Mercedes-Benz เอง เพื่อมอบความสบายสูงสุด พร้อมระบบ ENERGIZING Massage ที่สามารถเลือกโปรแกรมการนวดได้ถึง 6 แบบ ได้แก่ Hot Relaxing Massage, Back Hot Relaxing Massage, Shoulder Activating Massage, Classic Massage, Mobilizing Massage และ Workout
เบาะนั่งตอนหน้ายังมาพร้อมระบบปรับอากาศที่ช่วยเพิ่มความสบายและระบบอุ่นเบาะ เพื่อให้อุณหภูมิที่เหมาะสมตลอดการขับขี่ เบาะหลังด้านซ้ายออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด สามารถปรับเอนได้มากถึง 43.5 องศา พร้อมที่รองขาสำหรับเอนกาย และ Chauffeur Package ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่วางขาด้วยการเลื่อนเบาะหน้าไปด้านหน้า และยกสูงขึ้น พร้อมพนักพิงศีรษะแบบ Easy Adjust ที่ปรับระดับได้เหมาะสม และสามารถพับพนักพิงศีรษะด้านหน้าเพื่อไม่ให้บดบังทัศนวิสัยของผู้โดยสารตอนหลัง
ระบบเสียง Burmester® Surround Sound System พร้อมลำโพง 13 ตัว มอบประสบการณ์เสียงที่คมชัดสมจริงแบบเซอร์ราวด์ ผสานการทำงานร่วมกับระบบ Frontbass system ที่ Mercedes-Benz พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์ซาลูน
ขุมพลัง S 400 Hybrid: ประสิทธิภาพและความประหยัด
รุ่น S 400 Hybrid มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3,500 ซีซี พละกำลังสูงสุด 306 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 27 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร ส่งผลให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 6.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 16 กม./ลิตร และอัตราการปล่อย CO2 เพียง 147 กรัม/กม. ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7G-TRONIC PLUS พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย DIRECT SELECT
โครงสร้างที่แข็งแกร่งและน้ำหนักเบา
โครงสร้างของ Mercedes-Benz S-Class ใช้วัสดุผสมอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาแต่ทนทานกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 95 กิโลกรัม ห้องโดยสารขึ้นรูปด้วยเหล็กความแกร่งสูง พร้อมคานนิรภัยที่แข็งแรง แสดงถึงความก้าวหน้าด้านวิศวกรรมยานยนต์
Mercedes-Benz Intelligent Drive: ความปลอดภัยที่เหนือกว่า
ระบบ “Mercedes-Benz Intelligent Drive” คือหัวใจสำคัญของความปลอดภัยใน S-Class ใหม่ ผสานระบบช่วยเหลือและระบบความปลอดภัยมากมาย อาทิ PRE-SAFE® system, ESP, เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด พร้อมระบบผ่อนแรงและรั้งกลับอัตโนมัติ, ถุงลมนิรภัย 2 ตำแหน่งด้านหน้า, ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 4 ตำแหน่ง, และม่านถุงลมนิรภัยป้องกันศีรษะ (Windowbags)
นอกจากนี้ ยังมีระบบ ATTENTION ASSIST (เตือนอาการเหนื่อยล้า), ASR (ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี), ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-Start Assist, Cruise Control และ SPEEDTRONIC, PARKTRONIC (เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด), ระบบกล้องแสดงภาพด้านหลัง, Active Parking Assist (ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ), HANDS-FREE ACCESS (เปิดฝากระโปรงท้ายอัตโนมัติ) และ MAGIC VISION CONTROL (ระบบปัดน้ำฝนประสิทธิภาพสูง)
การแข่งขันในตลาด: S-Class vs. BMW 7 Series
ในเซกเมนต์รถยนต์ลักซ์ชัวรี่ซีดานระดับพรีเมียม Mercedes-Benz S-Class มักถูกนำไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งสำคัญอย่าง BMW 7 Series อยู่เสมอ แม้ว่า S-Class จะมีชื่อชั้นที่แข็งแกร่ง แต่ BMW 7 Series รุ่นใหม่ก็มาพร้อมนวัตกรรมที่น่าสนใจเช่นกัน
Mercedes-Benz S-Class: ยานยนต์ที่ดีที่สุดในโลก
Mercedes-Benz ประกาศว่า S-Class ใหม่ คือยานยนต์ที่ดีที่สุดในโลก (The best automotive in the world) โดยเน้นย้ำ 3 ปัจจัยสำคัญ: การขับเคลื่อนอย่างชาญฉลาด (Intelligent Drive), เทคโนโลยีแห่งความประหยัด (Efficient Technology) และสัมผัสแห่งความหรูหรา (Essence of Luxury)
การออกแบบภายในโดดเด่นด้วยไฟ LED ที่ปรับได้ 7 สี 5 ระดับ ลายไม้ Sunburst Brown Myrtle สุดพิเศษ หน้าจอ Comand Online ขนาด 12.3 นิ้ว ระบบเสียง Burmester® พร้อมลำโพง 13 ตัว เบาะนั่งหลังแบบแยกส่วนเพื่อความเอ็กซ์คลูซีฟ และระบบ Ionizer เพื่ออากาศบริสุทธิ์
ระบบความปลอดภัย PRE-SAFE® และ DISTRONIC PLUS ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
ขุมพลัง Bluetec Hybrid ในรุ่น S 300 Bluetec Hybrid Exclusive และ S 300 Bluetec Hybrid AMG Premium ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.1 ลิตร 204 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 20 กิโลวัตต์ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยสูงถึง 21.3-22.7 กม./ลิตร
BMW 7 Series: นวัตกรรมแห่ง Carbon Core
BMW 7 Series รุ่นใหม่ นำเสนอเทคโนโลยี Carbon Core ที่ผสมผสานคาร์บอนไฟเบอร์เข้ากับโครงสร้างเหล็กและอะลูมิเนียม ทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ เทคโนโลยี BMW EfficientLightweight ช่วยลดน้ำหนักรวมได้สูงสุดถึง 130 กิโลกรัม
สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง BMW 7 Series ได้สร้างสรรค์ประสบการณ์ระดับ “เฟิร์สคลาส” ด้วย Light Carpet, Panorama Sky Lounge ที่มีไฟ LED กว่า 15,000 ดวง และ BMW Touch Command จอแท็บเล็ตขนาด 7 นิ้ว สำหรับควบคุมระบบความบันเทิงและความสะดวกสบาย
BMW Laserlight เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับไฟหน้า ให้ความสว่างในระยะ 600 เมตร ซึ่งไกลกว่าไฟ LED สองเท่า
ระบบ BMW Gesture Control ช่วยให้สั่งการระบบ iDrive ได้ด้วยการเคลื่อนไหวของมือ โดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ
BMW 740Li โฉมใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร TwinPower Turbo 326 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.6 วินาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 14.3 กม./ลิตร
Mercedes-Benz S-Class: มาตรฐานใหม่แห่งยนตรกรรม
ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่พิถีพิถัน สมรรถนะที่ทรงพลัง เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย หรือระบบความปลอดภัยที่ครอบคลุม Mercedes-Benz S-Class ยังคงเป็นที่สุดแห่งยนตรกรรมที่สะท้อนรสนิยมและความสำเร็จของเจ้าของได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ แต่คือการประกาศถึงความเป็นเลิศ และการแสวงหาประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกการเดินทาง
หากท่านกำลังมองหาสุดยอดยนตรกรรมที่ผสมผสานความหรูหรา สมรรถนะ และเทคโนโลยีขั้นสูงสุด Mercedes-Benz S-Class คือคำตอบที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของท่านได้อย่างสมบูรณ์แบบ เชิญสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับนี้ได้แล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่าย Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ.

