• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู on Reels

admin79 by admin79
February 10, 2026
in Uncategorized
0
featured_hidden
BMW 7-Series G12: นิยามใหม่แห่งความสง่างามและนวัตกรรมที่เหนือระดับ ในโลกแห่งยนตรกรรมสุดหรูที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ชื่อของ BMW 7-Series คือสัญลักษณ์แห่งความเหนือกว่า ความพิถีน์พิถัน และวิศว
กรรมชั้นเลิศที่ผสมผสานเข้ากับสุนทรียภาพได้อย่างลงตัว สำหรับผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ การเปิดตัว BMW 7-Series ในแต่ละเจเนอเรชั่นเปรียบเสมือนการประกาศศักดาแห่งยุคสมัยใหม่ และการมาถึงของ BMW 740Li Pure Excellence รหัสตัวถัง G12 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่การอัปเดต แต่คือการยกระดับมาตรฐานของยนตรกรรมซีดานสุดหรูไปสู่อีกขั้นหนึ่งอย่างแท้จริง ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของรถยนต์ระดับพรีเมียมมากมาย แต่ BMW 7-Series G12 นั้นมีความโดดเด่นที่ยากจะหาใครเปรียบได้ ไม่ใช่เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกที่สง่างามน่าเกรงขาม แต่คือหัวใจหลักของการออกแบบที่คำนึงถึงสมรรถนะ ประสิทธิภาพ และประสบการณ์ของผู้ขับขี่และผู้โดยสารอย่างรอบด้าน การผสมผสานที่เหนือชั้น: Carbon Core และ EfficientLightweight หนึ่งในนวัตกรรมที่สร้างความฮือฮาและบ่งบอกถึงทิศทางอนาคตของ BMW คือการนำเทคโนโลยี BMW EfficientLightweight มาใช้กับ 7-Series G12 อย่างเต็มรูปแบบ โดยหัวใจสำคัญคือโครงสร้างตัวถังแบบ Carbon Core ที่ผสานใยคาร์บอนเข้ากับวัสดุคุณภาพสูงอื่นๆ การใช้เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนักของตัวรถได้อย่างน่าทึ่ง สูงสุดถึง 130 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและความปลอดภัยในระดับสูงสุดอีกด้วย นึกภาพตามนะครับ การที่รถยนต์ขนาดใหญ่ระดับนี้มีน้ำหนักเบาลง หมายถึงอัตราเร่งที่จัดจ้านขึ้น การควบคุมที่เฉียบคมยิ่งขึ้น และประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่นักเลงรถตัวจริงให้ความสำคัญ เทคโนโลยี Carbon Core นี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ BMW ที่ได้พิสูจน์ประสิทธิภาพมาแล้วใน BMW i8 ซึ่งเป็นรถสปอร์ตปลั๊กอินไฮบริดที่เป็นที่ยอมรับในด้านนวัตกรรม แต่การนำมาปรับใช้กับ BMW 7-Series ซึ่งเป็นยนตรกรรมสำหรับผู้บริหารและผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายสูงสุด แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ BMW ในการมอบสิ่งที่ดีที่สุดในทุกมิติ
รูปลักษณ์ที่สง่างาม: ความสมมาตรและการออกแบบที่ไร้กาลเวลา BMW 740Li Pure Excellence มาพร้อมขนาดตัวถังที่ใหญ่โตสง่างาม ด้วยความยาว 5,238 มิลลิเมตร กว้าง 1,902 มิลลิเมตร และสูง 1,485 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นรถยนต์รุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของ BMW ในยุคนั้น การออกแบบภายนอกสะท้อนถึงปรัชญา “Pure Excellence” ได้อย่างชัดเจน เส้นสายที่เรียบหรู ทว่าแฝงด้วยพลัง กลมกลืนกับความหรูหราได้อย่างลงตัว ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับความโฉบเฉี่ยว รวมถึงดีไซน์ของกระจังหน้าไตคู่ที่เป็นเอกลักษณ์ของ BMW ที่ดูสง่างามยิ่งขึ้น สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือการนำ Air Flap Control มาใช้ใน 7-Series G12 เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการควบคุมการเปิด-ปิดช่องอากาศเข้าต่างๆ โดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยในการระบายความร้อนของเครื่องยนต์และระบบเบรกตามความเหมาะสม รวมถึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ของตัวรถอีกด้วย รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ คือสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกองค์ประกอบของ BMW ขุมพลังที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ: เครื่องยนต์ 6 สูบ TwinPower Turbo ภายใต้ฝากระโปรงหน้าของ BMW 740Li Pure Excellence ซ่อนเร้นเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง ขนาด 3.0 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo อันเลื่องชื่อ เครื่องยนต์ตัวนี้สามารถรีดพละกำลังสูงสุดได้ถึง 326 แรงม้า (PS) ที่ช่วงรอบเครื่องยนต์ 5,500-6,500 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ช่วงรอบเครื่องยนต์ 1,380-5,000 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถทำได้ภายในเวลาเพียง 5.6 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ขนาดใหญ่ระดับนี้ สมรรถนะที่ยอดเยี่ยมนี้ ไม่ได้มาพร้อมกับการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่สูงตามไปด้วย BMW 740Li Pure Excellence สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยได้ถึง 14.3 กิโลเมตรต่อลิตร และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เพียง 166 กรัมต่อกิโลเมตร ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BMW ในการพัฒนายานยนต์ที่ทรงพลังและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน ย้อนรอยประวัติศาสตร์: BMW 7 Series E23 ต้นกำเนิดแห่งความหรูหรา การมาถึงของ BMW 7-Series G12 ทำให้เราย้อนนึกถึงจุดเริ่มต้นของตระกูล 7-Series อันทรงเกียรติ ที่เริ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 1977 ด้วยการเปิดตัว BMW E23 ซึ่งถือเป็นรถยนต์ที่ BMW ตั้งใจวางตำแหน่งให้เป็นที่สุดแห่งความหรูหราและสมรรถนะ ก่อนหน้า E23 นั้น BMW ได้ปูทางด้วย E7 ซึ่งเป็นรถสปอร์ตซีดานขนาดใหญ่ที่สามารถสร้างฐานที่มั่นในตลาดรถยนต์ระดับสูงได้แล้ว โดยเฉพาะรุ่นต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามาของ E7 สะท้อนให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของ BMW ในการก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด และไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ Paul Bracq ผู้ออกแบบ BMW 3-Series ในยุคบุกเบิก ได้เข้ามามีบทบาทในการออกแบบ E23 โดยมีแนวคิดในการขยายขนาดของ 3-Series ให้ใหญ่ขึ้น เครื่องยนต์ของ E23 ส่วนใหญ่ได้สืบทอดมาจากรุ่นก่อนหน้า แต่ E23 ก็ได้นำเสนอความเป็นตัวของตัวเองในหลายๆ ด้าน ดีไซน์ภายนอกดูโอ่อ่าและสง่างามยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการเพิ่มความสบายในการขับขี่อย่างมีนัยสำคัญ “Sharknose” หรือดีไซน์จมูกฉลามอันเป็นเอกลักษณ์ในช่วงแรกๆ ได้มอบใบหน้าที่จดจำได้ให้กับ BMW 7-Series เช่นเดียวกับแผงคอนโซลที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานและปรับแต่งให้เข้ากับผู้ขับขี่ วิวัฒนาการของ E23: จากคาร์บูเรเตอร์สู่ระบบหัวฉีด และรุ่นพิเศษ BMW 7-Series E23 เปิดตัวในตลาดด้วยรุ่น 728 และ 730 ซึ่งใช้เครื่องยนต์ M30 แบบคาร์บูเรเตอร์ และรุ่น 733i ที่มาพร้อมระบบหัวฉีด L-Jetronic โดยรุ่น 728 ในช่วงแรกยังคงใช้ระบบจุดระเบิดแบบธรรมดา ก่อนที่จะมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นในรุ่นหลังๆ
สิ่งที่น่าสนใจคือการนำเสนอ แผงตรวจสอบ (Check Control) ที่มีฟังก์ชันการควบคุมและแจ้งเตือนต่างๆ บนรุ่น 730 และ 733i ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัยในยุคนั้น สื่อมวลชนในสมัยนั้นต่างประทับใจกับ E23 เป็นอย่างมาก โดยในตอนแรก รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมกับเกียร์ธรรมดา 4 สปีดเป็นมาตรฐาน และมีตัวเลือกเกียร์อัตโนมัติ ZF ให้เลือกในทั้งสามรุ่น ในปี 1979 E23 ได้รับการติดตั้งระบบ ABS ซึ่งเป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยที่สำคัญในยุคนั้น พร้อมกับการเปิดตัวรุ่น 728i ที่เข้ามาแทนที่รุ่น 728 และ 730 ในขณะที่รุ่น 733i ถูกแทนที่ด้วย 732i ที่ใช้ระบบหัวฉีด Bosch Motronic อันทันสมัย นอกจากนี้ยังมีรุ่น BMW 735i ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 3430 ซีซี และเกียร์ 5 สปีด รวมถึงรุ่นประหยัดพลังงาน 725i ที่ผลิตขึ้นเพื่อหน่วยงานราชการเยอรมันและเพื่อการส่งออก จุดสูงสุดอีกประการหนึ่งของ E23 คือการเปิดตัว BMW 745i ที่ใช้เครื่องยนต์ 3210 ซีซี พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์ ซึ่งถือเป็นรุ่นท็อปของ BMW ในขณะนั้น แม้จะมีแนวคิดในการพัฒนามอเตอร์ V12 สำหรับ E23 แต่ด้วยวิกฤตการณ์น้ำมันครั้งที่สอง ทำให้แนวคิดนี้ไม่ถูกนำมาพัฒนาจริง และ BMW ก็ไม่เคยใส่เครื่องยนต์ V8 ไว้ในห้องเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ของ 7-Series เจเนอเรชั่นแรก การปรับโฉมครั้งใหญ่ในปี 1983 ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ “Sharknose” ที่อ่อนโยนลง กลายเป็นเส้นสายที่ตรงและแข็งแรงขึ้น ทุกรุ่นมาพร้อมเกียร์ 5 สปีดเป็นมาตรฐาน และมีการปรับปรุงเครื่องยนต์ในรุ่น 745i รวมถึงการนำเครื่องฟอกไอเสียเชิงเร่งปฏิกิริยามาใช้ โดยเฉพาะในรุ่น 735i E23 จบตำนานลงในปี 1986 เพื่อหลีกทางให้กับ E32 รุ่นใหม่ แต่ BMW 7-Series รุ่นแรกนี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ระดับ Upper Class อย่างแท้จริง ด้วยการผสมผสานความลงตัวระหว่างขนาด สมรรถนะการขับขี่ และความสบายขั้นสูง จนถึงวันนี้ 7-Series E23 ยังคงเป็นรถยนต์ที่น่าขับขี่และน่าสะสม โดยมีการผลิตทั้งสิ้น 333,093 คัน โดยรุ่น 725i ผลิตน้อยที่สุดเพียง 923 คัน ในขณะที่ 728i และ 735i เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด BMW 760Li 2015: การปรับแต่งที่ยกระดับความหรูหรา ในอีกมุมหนึ่งของไลน์อัพ BMW 7-Series ที่เน้นความหรูหราขั้นสุด ก็คือรุ่น BMW 760Li ซึ่งหากจะพูดถึงที่สุดแห่งความหรูสง่าจากค่ายกังหันฟ้า แน่นอนว่าต้องยกให้กับตระกูลนี้ และสำหรับคันนี้ BMW 760Li ที่ได้รับการปรับแต่งพิเศษจาก Abu Dhabi Motors ยิ่งยกระดับความหรูหราและมูลค่าขึ้นไปอีกขั้น ภายนอกโดดเด่นด้วยสีม่วง Twilight Purple ที่สวยงามแปลกตา ผสานกับชุดแต่ง M Sport Package สร้างบุคลิกสปอร์ตที่หรูหรา ในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งด้วยเบาะหนังและแผงคอนโซล รวมถึงแผงประตู ด้วยชุด BMW Individual Opal White Merino สีขาวสะอาดตา ที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวลสบายตา ตัดกับลายเส้นสีดำภายในที่ช่วยคงลุคความขรึมเอาไว้ได้อย่างลงตัว ขุมพลังของ BMW 760Li คันนี้ มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 544 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 750 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.6 วินาที สะท้อนถึงพละกำลังอันมหาศาลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความหรูหราสง่างาม BMW 7-Series G12: การก้าวข้ามขีดจำกัดของยนตรกรรมสุดหรู การกลับมาของ BMW 7-Series ในรหัสตัวถัง G12 ไม่ใช่แค่การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่คือการประกาศถึงวิสัยทัศน์ของ BMW ในการนิยามคำว่า “ยนตรกรรมสุดหรู” เสียใหม่ ด้วยการผสมผสานนวัตกรรมล้ำสมัย ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า และความสะดวกสบายขั้นสูงสุดเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จ บ่งบอกถึงรสนิยม และมอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือกว่าในทุกมิติ BMW 7-Series G12 คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ด้วยการออกแบบที่สง่างาม ขุมพลังที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ทำให้รถรุ่นนี้ไม่เพียงแต่เป็นยานพาหนะ แต่คือผลงานศิลปะแห่งวิศวกรรมที่รอให้คุณมาสัมผัส
หากคุณพร้อมแล้วที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ BMW 7-Series G12 หรือต้องการสัมผัสรถยนต์ BMW รุ่นอื่นๆ ที่สะท้อนถึงความเป็นคุณ โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเรา หรือเยี่ยมชมโชว์รูม BMW ใกล้บ้านคุณ เพื่อรับคำปรึกษาและข้อเสนอที่ดีที่สุด การเดินทางสู่ความเหนือระดับกำลังรอคุณอยู่
Previous Post

N1502126 ไม เจ งว นน จะเจ งว นไหน part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู

Next Post

เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู on Reels

Next Post

เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู on Reels

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Lakayla Bhakta on Reels
  • N1902001 ชายด กแฟนเก และต องร บจ ดจบอ นขมข part2 | Lakayla Bhakta
  • N1902003 ดว าแม แฟนเป นแม านเลยจ ดให ดใหญ พอร ความจร งกล บลำแทบไม (2) part2 | Lakayla Bhakta
  • N1902006 ใครก นแน อม อท สามในเร องน (2) part2 | Lakayla Bhakta
  • N1902009 ตห กเหในช วพร บตาเด ยว (2) part2 | Lakayla Bhakta

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.