• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1602107 สะใภ อย างฉ ไม เคยง อผ ว! part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู

admin79 by admin79
February 10, 2026
in Uncategorized
0
featured_hidden
BMW 7-Series (G12) 740Li Pure Excellence: นิยามใหม่แห่งความหรูหรา ประสิทธิภาพ และนวัตกรรม ในโลกของยานยนต์ระดับพรีเมียมที่ความสมดุลระหว่างความหรูหรา ประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยคือหัวใจสำคัญ BM
W 7-Series คือชื่อที่ยืนหยัดมาอย่างยาวนานในฐานะสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและรสนิยมของผู้บริหารอย่างแท้จริง และเมื่อ BMW ประเทศไทย ได้นำเสนอ BMW 740Li (G12) Pure Excellence เข้าสู่ตลาดไทยอย่างเป็นทางการในโฉมใหม่ล่าสุด มันคือการประกาศศักดาอีกครั้งถึงการยกระดับมาตรฐานของรถยนต์ซีดานขนาดใหญ่อันหรูหราไปสู่อีกระดับ ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์ระดับสูงมากมาย แต่สำหรับ BMW 7-Series G12 โดยเฉพาะรุ่น 740Li Pure Excellence นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ด้วยการผสานเทคโนโลยีการผลิตวัสดุน้ำหนักเบาอย่างคาร์บอนไฟเบอร์เข้ากับการออกแบบที่ยังคงความสุขุมนุ่มลึกแบบดั้งเดิม แต่แฝงไว้ด้วยพละกำลังและประสิทธิภาพที่เหนือกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน BMW 740Li Pure Excellence: มิติแห่งความยิ่งใหญ่และการออกแบบที่เป็นเลิศ ขนาดของ BMW 740Li G12 นั้นสะท้อนถึงความอลังการและความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารได้อย่างชัดเจน ด้วยความยาวตัวถังถึง 5,238 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,902 มิลลิเมตร และความสูง 1,485 มิลลิเมตร ทำให้มันเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ BMW เคยผลิตมา ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่ขนาดที่ใหญ่โต แต่ยังหมายถึงพื้นที่ภายในที่กว้างขวางและให้ความรู้สึกโอ่อ่าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน สิ่งที่โดดเด่นในการออกแบบภายนอกของ BMW 740Li Pure Excellence คือการนำเทคโนโลยี Air Flap Control มาใช้เป็นครั้งแรกในรถยนต์ BMW ซึ่งเป็นการปรับการไหลเวียนของอากาศให้เหมาะสมกับการขับขี่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันและลดแรงต้านอากาศ นอกจากนี้ การออกแบบไฟหน้าใหม่ยังสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของ BMW ได้อย่างชัดเจน ผสมผสานความดุดันและความสง่างามเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
เทคโนโลยี BMW EfficientLightweight: อาวุธลับแห่งการลดน้ำหนัก หัวใจสำคัญที่ทำให้ BMW 740Li G12 มีความโดดเด่นเหนือคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน คือเทคโนโลยี BMW EfficientLightweight อันเป็นผลมาจากการใช้โครงสร้างตัวถังแบบ Carbon Core เทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ใน BMW i8 อันเป็นที่รู้จักกันดี เทคโนโลยีนี้ช่วยลดน้ำหนักรวมของรถลงได้สูงสุดถึง 130 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า การผสมผสานคาร์บอนไฟเบอร์เสริมแรงพลาสติกเข้ากับโครงสร้างเหล็กและอลูมิเนียม ทำให้ BMW 7-Series รุ่นนี้เป็นรถยนต์คันแรกในเซกเมนต์ที่ใช้โครงสร้างอันแข็งแกร่งแต่น้ำหนักเบาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การลดน้ำหนักนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่ออัตราเร่งและการควบคุมรถเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันและลดการปล่อยมลพิษอีกด้วย ขุมพลัง 6 สูบเรียง: สมดุลระหว่างพละกำลังและความนุ่มนวล ภายใต้ฝากระโปรงของ BMW 740Li Pure Excellence คือเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียงขนาด 3.0 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เครื่องยนต์นี้มอบกำลังสูงสุดถึง 326 แรงม้า (PS) ที่รอบเครื่องยนต์ 5,500 – 6,500 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงสุดถึง 450 นิวตันเมตร ในช่วงรอบเครื่องยนต์ 1,380-5,000 รอบต่อนาที ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการตอบสนองที่ฉับไวและการเร่งแซงที่มั่นใจได้ อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาเพียง 5.6 วินาที เป็นสิ่งที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ขนาดใหญ่ระดับนี้ ควบคู่ไปกับการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 14.3 กิโลเมตรต่อลิตร และอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 166 กรัมต่อกิโลเมตร ซึ่งสะท้อนถึงความใส่ใจของ BMW ต่อการพัฒนายานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น BMW 760Li: การตีความใหม่แห่งความหรูหราขั้นสุด หากจะกล่าวถึงที่สุดแห่งความหรูหราและสมรรถนะในตระกูล BMW ตระกูล BMW 7-Series ย่อมเป็นชื่อแรกที่ปรากฏขึ้นมาเสมอ และเมื่อมีการปรับแต่งรุ่นพิเศษอย่าง BMW 760Li โดยสำนักแต่งชื่อดังอย่าง Abu Dhabi Motors ก็ยิ่งยกระดับความหรูหราและมูลค่าให้สูงขึ้นไปอีกขั้น BMW 760Li คันนี้ได้รับการตกแต่งภายนอกด้วยสีม่วง Twilight Purple ที่แปลกตาและโดดเด่นสะดุดตา พร้อมเสริมด้วยชุดแต่ง M Sport Package เพื่อเพิ่มมิติความสปอร์ต แต่ยังคงความสง่างามเอาไว้ ภายในห้องโดยสารคือจุดเด่นที่แสดงถึงความประณีตและใส่ใจในรายละเอียดอย่างแท้จริง ด้วยการตกแต่งเบาะนั่ง แผงคอนโซลหน้า และแผงประตูด้วยชุด BMW Individual Opal White Merino สีขาวสะอาดตา ให้ความรู้สึกนุ่มนวลสบายตา ประสานกับการตกแต่งด้วยวัสดุสีดำเงา (High Gloss Black) ที่ช่วยเสริมความขรึมและความเป็นผู้ใหญ่ให้กับห้องโดยสารได้อย่างลงตัว สำหรับขุมพลังของ BMW 760Li คันนี้ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 544 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายใน 4.6 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งสำหรับรถยนต์นั่งขนาดใหญ่นี้ ประวัติศาสตร์แห่งตำนาน BMW 7-Series: จาก E23 สู่ยุคแห่งนวัตกรรม การเปิดตัว BMW 7-Series (G12) ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการสานต่อตำนานอันยาวนานของรถยนต์ซีดานระดับสูงสุดจาก BMW ซึ่งมีจุดเริ่มต้นย้อนกลับไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 กับการเปิดตัว BMW 7-Series E23 ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่ BMW ต้องการวางตำแหน่งให้เป็นยานยนต์ระดับสูงสุดอย่างแท้จริง
ถนนสู่การกลับมาทวงบัลลังก์ในเซกเมนต์ “Oberklasse” ของ BMW นั้น เริ่มต้นขึ้นจากการเปิดตัว E7 รถซีดานขนาดใหญ่ที่สามารถสร้างตำแหน่งของตัวเองในกลุ่มรถยนต์ระดับพิเศษได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่นต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามาของ E7 แสดงถึงความทะเยอทะยานที่สูงขึ้นของ BMW การออกแบบของ Paul Bracq สำหรับ BMW 7-Series คันแรกนี้ มีโครงสร้างที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก E3 แต่ถูกขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้น เครื่องยนต์ก็ถูกส่งต่อมาจากรุ่นก่อนหน้า แต่ E23 ก็เป็นรถยนต์ที่แตกต่างออกไปในหลายๆ ด้าน การออกแบบตัวรถดูสง่างามและโอ่อ่ากว่าเดิม พร้อมเพิ่มความสบายในการขับขี่อย่างมาก นอกจากนี้ “Sharknose” หรือการออกแบบด้านหน้าที่ยื่นออกไปคล้ายจมูกฉลาม ยังเป็นคุณสมบัติการออกแบบที่ชัดเจนที่ทำให้ BMW 7-Series มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่นเดียวกับแผงหน้าปัดที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานและปรับแต่งให้เข้ากับผู้ขับขี่ BMW 7-Series E23: จุดเริ่มต้นแห่งความสมบูรณ์แบบ ในการเปิดตัวสู่ตลาด BMW 7-Series E23 มีให้เลือกในรุ่น 728 และ 730 ซึ่งใช้คาร์บูเรเตอร์ M30 และรุ่น 733i ที่ใช้ระบบหัวฉีด L-Jetronic แทนที่เครื่องยนต์ 3.3 ลิตร รุ่น 728 ในช่วงแรกๆ ยังคงใช้ระบบจุดระเบิดแบบคาร์บูเรเตอร์ แต่รุ่น 730 และ 733i ก็มีระบบจุดระเบิดแบบทรานซิสเตอร์ การปฏิวัติอีกอย่างคือแผงตรวจสอบที่มีฟังก์ชันการควบคุมมากมาย ซึ่งพบได้ในรุ่น 730 และ 733i ในช่วงแรก สื่อมวลชนต่างประทับใจใน E23 เป็นอย่างมาก ซึ่งมาพร้อมกับเกียร์ธรรมดาสี่สปีดเป็นมาตรฐาน และมีเกียร์อัตโนมัติ ZF ให้เลือกเป็นออปชัน วิวัฒนาการและการปรับปรุง: จาก ABS สู่เครื่องยนต์ V12 ในปี 1979 E23 ได้รับการติดตั้งระบบ ABS เป็นทางเลือก และในเดือนกันยายนของปีเดียวกันนั้น รุ่น 728i ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาแทนที่รุ่น 728 และ 730 โดยรุ่น 733i ก็ยังคงให้บริการต่อไป ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วย 732i ที่ใช้ระบบหัวฉีด Bosch Motronic ควบคู่ไปกับรุ่น BMW 735i (พร้อมเกียร์ห้าสปีดและเครื่องยนต์ 3430 ซีซี) และรุ่นประหยัด 725i ที่ผลิตเพื่อหน่วยงานรัฐบาลเยอรมันและเพื่อการส่งออก จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1980 เมื่อ E23 เทอร์โบชาร์จ รุ่นแรกได้เปิดตัวสู่สาธารณะ นั่นคือรุ่น 745i ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 3210 ซีซี พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์ ซึ่งถือเป็นรุ่นท็อปสุดของ BMW ในขณะนั้น นอกจากนี้ BMW ยังเคยพิจารณาแนวคิดในการพัฒนาเครื่องยนต์ V12 สำหรับ E23 แต่ด้วยวิกฤตการณ์น้ำมันครั้งที่สอง แนวคิดดังกล่าวจึงไม่ถูกนำมาใช้จริง และ BMW ก็ไม่เคยวางเครื่องยนต์แปดสูบในห้องเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ของ BMW 7-Series รุ่นแรก ในปี 1983 E23 ได้รับการปรับโฉมครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการออกแบบภายนอก สไตล์ “Sharknose” ที่อ่อนช้อยถูกเสริมด้วยเส้นสายที่ตรงและแข็งแรงมากขึ้น ตอนนี้ทุกรุ่นมาพร้อมเกียร์ห้าสปีดเป็นมาตรฐาน การเปลี่ยนแปลงในส่วนของเครื่องยนต์มีไม่มากนัก ยกเว้นรุ่น 745i ที่เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ 3430 ซีซี จาก 735i นอกจากนี้ BMW ยังได้ติดตั้งเครื่องฟอกไอเสียเชิงเร่งปฏิกิริยาตั้งแต่ปี 1984 เป็นต้นมา โดยเริ่มจากรุ่น 735i ซึ่งในช่วงแรกใช้ร่วมกับเกียร์อัตโนมัติเท่านั้น ก่อนจะนำไปใช้กับเกียร์ธรรมดาด้วย BMW 7-Series E23: ตำนานที่วางรากฐานสู่ความสำเร็จ ในปี 1986 E23 ได้ปิดฉากตำนานลง เพื่อหลีกทางให้กับ E32 รุ่นใหม่ แต่ BMW 7-Series รุ่นแรกนี้ได้วางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับ BMW ในการกลับมาสู่ตลาดรถยนต์ระดับ “Upper Class” ได้อย่างถาวร มันเป็นรถยนต์ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีเยี่ยม สามารถสร้างสมดุลระหว่างความสง่างาม สมรรถนะการขับขี่ และความสะดวกสบายในระดับสูง แม้กระทั่งในปัจจุบัน BMW 7-Series คันนี้ยังคงเป็นรถยนต์ที่ขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม และมียอดการผลิตรวมทั้งสิ้น 333,093 คัน โดยรุ่น 725i มีการผลิตน้อยที่สุดเพียง 923 คัน ส่วนรุ่น 728i เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด มียอดขาย 62,908 คัน ตามมาด้วยรุ่น 735i ที่มียอดสั่งซื้อ 60,746 คัน BMW 7-Series (G12) 740Li Pure Excellence: ก้าวต่อไปของความหรูหราและนวัตกรรม การมาถึงของ BMW 740Li (G12) Pure Excellence ในประเทศไทย ไม่ใช่เพียงแค่การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ BMW ในการนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์ระดับพรีเมียม ผสมผสานสมรรถนะอันทรงพลัง ดีไซน์ที่สง่างาม และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จ ความใส่ใจในรายละเอียด และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ BMW 7-Series G12 คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ
สัมผัสประสบการณ์สุดยอดแห่งความหรูหรา ประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีล้ำสมัยของ BMW 7-Series (G12) 740Li Pure Excellence ได้แล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่าย BMW อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ หรือหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ BMW 7 Series ราคา BMW 740Li หรือโปรโมชั่นสุดพิเศษ ติดต่อเรา เพื่อรับข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
Previous Post

N1602122 ภาพลวงตา ความจร งท ลวงใจ part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู

Next Post

N1602109 คนรวยใจแคบ part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู

Next Post

N1602109 คนรวยใจแคบ part2 | เรื่องสะเทือนใจที่ต้องดู

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2402109 คนเลวไม เคยได จำไว part2 | Lakayla Bhakta
  • N2402106 แฟนทรงสก อย เพ อนเลยด part2 | Lakayla Bhakta
  • N2402110 กคนเด ยวฉ นเล ยงได ไม เห นต องง อผ ชายเลย part2 | Lakayla Bhakta
  • N2402108 กท ไม อแม part2 | Lakayla Bhakta
  • N2402113 เม ยสอง องห าม! part2 | Lakayla Bhakta

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.