Bentley Bentayga 2021: นิยามใหม่แห่ง SUV หรูหรา สู่ประสบการณ์เหนือระดับ
ในยุคที่ความหรูหราและสมรรถนะต้องก้าวไปพร้อมกัน Bentley ได้ยกระดับมาตรฐานของรถยนต์อเนกประสงค์ระดับไฮเอนด์อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Bent
ley Bentayga 2021 รุ่นปรับโฉมใหม่ ที่ไม่เพียงแต่สะท้อน DNA การออกแบบอันสง่างามของแบรนด์ แต่ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ตอบสนองทุกความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่ ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่งนี้ และเชื่อมั่นว่า Bentley Bentayga 2021 จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด SUV พรีเมียมอย่างแน่นอน
ดีไซน์ภายนอก: ความสง่างามที่สืบทอดและพัฒนา
Bentley Bentayga 2021 ได้รับการถ่ายทอดภาษาการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์จาก Bentley Continental GT รุ่นที่สาม และ All-new Flying Spur saloon ทำให้ภายนอกของรถมีความโฉบเฉี่ยวและสปอร์ตมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงที่สะดุดตาที่สุดคือบริเวณด้านท้าย ด้วยไฟท้ายทรงวงรีดีไซน์ใหม่ที่ถอดแบบมาจาก Continental GT เช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้านี้ การปรับเปลี่ยนรายละเอียดของโคมไฟหน้า LED แบบ Intelligent Matrix ก็ได้รับการพิถีพิถัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องแก้วคริสตัลเจียระไน สะท้อนถึงความประณีตและหรูหราในทุกอณู
การออกแบบด้านหน้ายังคงความสง่างามแต่เพิ่มเติมความดุดัน ด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน พร้อมช่องรับลมกันชนหน้าที่ได้รับการปรับปรุงให้ดูทรงพลังยิ่งขึ้น รายละเอียดภายในโคมไฟหน้า LED ได้รับการใส่ใจเป็นพิเศษ ให้ความรู้สึกหรูหราเหมือนงานศิลปะชั้นสูง นอกจากนี้ ระบบปัดน้ำฝนยังมาพร้อมกับฟังก์ชันปล่อยลมร้อน 22 รู ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เคยใช้ในรุ่นก่อนหน้า เพื่อช่วยลดฝ้าและไล่หิมะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนไฮไลท์สำคัญของการปรับโฉมอยู่ที่ด้านท้าย ที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงจากรุ่นก่อนหน้า การออกแบบฝาท้ายใหม่ที่เปิดได้เต็มพื้นที่ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการขนสัมภาระ และกันชนท้ายใหม่ที่ย้ายตำแหน่งติดตั้งป้ายทะเบียนมาไว้ด้านล่าง ทำให้ภาพรวมของด้านหลังดูสะอาดตาและลงตัวยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงาม แต่ยังสะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดของ Bentley ที่ต้องการมอบสุดยอดประสบการณ์ให้กับลูกค้า
ภายในห้องโดยสาร: มิติใหม่แห่งความหรูหราและความสะดวกสบาย
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Bentley Bentayga 2021 คุณจะพบกับการยกระดับความหรูหราและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้นไปอีกขั้น การเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดที่สุดคือระบบ Infotainment ใหม่ ที่มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 10.9 นิ้วแบบ Edge-to-Edge พร้อมกราฟิกความละเอียดสูงที่มอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลและสวยงาม ระบบนำทางแบบใหม่พร้อมแผนที่ดาวเทียม การค้นหาข้อมูลออนไลน์ และการรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ช่วยให้การเดินทางของคุณสะดวกสบายและไม่พลาดทุกการติดต่อ
พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ที่ยกมาจาก Continental GT และ Flying Spur ให้ความรู้สึกสปอร์ตและกระชับมือยิ่งขึ้น การออกแบบชายขอบประตูและเบาะนั่งใหม่ทั้งหมด แสดงถึงความใส่ใจในความสบายสูงสุดของผู้โดยสาร โดยเฉพาะผู้โดยสารเบาะหลัง ที่จะเพลิดเพลินกับพื้นที่วางขาที่เพิ่มขึ้นถึง 100 มม. พร้อมระบบระบายอากาศที่เบาะหลัง ช่วยให้รู้สึกสดชื่นตลอดการเดินทาง
นอกจากนี้ ยังมีแท็บเล็ตหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ขึ้นสำหรับผู้โดยสารเบาะหลัง คล้ายกับที่ใช้ใน Flying Spur ใหม่ มาพร้อมพอร์ต USB-C รองรับการชาร์จไร้สาย และมีซิมการ์ดในตัว เพิ่มความสะดวกสบายและความบันเทิงตลอดเส้นทาง ท้ายรถยังได้รับการออกแบบใหม่ให้ใหญ่ขึ้น 20 มม. เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่งภายในที่เป็นเอกลักษณ์ Bentley Bentayga 2021 มอบทางเลือกที่หลากหลายในการตกแต่ง สามารถเลือกลายอะลูมิเนียมเพชรสีดำขัดเงา ซึ่งเป็นครั้งแรกในรถยนต์ Bentley รวมถึงวัสดุตกแต่งอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อให้คุณสามารถรังสรรค์ห้องโดยสารที่สะท้อนถึงรสนิยมและความเป็นตัวคุณได้อย่างแท้จริง
สมรรถนะที่เหนือกว่า: ขุมพลัง V8 ที่ทรงพลังและเร้าใจ
ภายใต้รูปลักษณ์อันสง่างาม Bentley Bentayga 2021 ยังคงไว้ซึ่งขุมพลังอันดุดัน ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 550 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 770 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เป็นมาตรฐาน สมรรถนะที่ยอดเยี่ยมนี้ ทำให้สามารถอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สำหรับตลาดประเทศไทย การนำเข้า Bentley Bentayga 2021 ยังคงต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจาก Bentley ประเทศไทย โดยรายละเอียดเกี่ยวกับราคาและกำหนดการวางจำหน่ายจะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป
รถเปิดประทุน: ทางเลือกแห่งอิสระและความเร้าใจ
นอกจาก SUV หรูหราแล้ว ตลาดรถยนต์สปอร์ตเปิดประทุน (Convertible) ก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง ด้วยหลังคาที่สามารถเปิด-ปิดได้ เพิ่มสุนทรียภาพในการเดินทาง โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย แม้ว่าในอดีต รถเปิดประทุนอาจจะดูไม่เหมาะกับสภาพอากาศและสภาพการจราจรในประเทศไทยเท่าใดนัก แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย การใช้งานรถเปิดประทุนในปัจจุบันมีความสะดวกสบายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ปัจจุบัน แบรนด์รถยนต์ชั้นนำหลายแบรนด์ได้พัฒนารถเปิดประทุนให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบเปิด-ปิดหลังคาด้วยไฟฟ้าที่รวดเร็ว สามารถทำได้ขณะรถวิ่ง หรือการเลือกใช้วัสดุหลังคาที่หลากหลาย ตั้งแต่หลังคาผ้าใบแบบดั้งเดิม ไปจนถึงหลังคาแข็งที่ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งและทนทาน
ทางเลือกยอดนิยมในตลาดรถเปิดประทุน (ราคาไม่เกิน 6 ล้านบาท)
สำหรับผู้ที่สนใจรถเปิดประทุนในงบประมาณที่เข้าถึงได้มากขึ้น นี่คือบางรุ่นที่น่าสนใจในปี 2021:
BMW Z4 Roadster M40i: รถสปอร์ตโรดสเตอร์ ดีไซน์ล้ำสมัย สมรรถนะเครื่องยนต์ 340 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที ราคาจำหน่ายประมาณ 4,999,000 บาท
Audi TT Roadster: มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และชุดแต่ง S-Line เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 245 แรงม้า ราคาจำหน่ายประมาณ 3,599,000 บาท
Mercedes Benz SL Roadster: รุ่น 300 AMG Dynamic โดดเด่นด้วยโครงสร้างน้ำหนักเบา เครื่องยนต์ V6 biturbo 3.0 ลิตร 367 แรงม้า ราคาจำหน่ายประมาณ 4,090,000 บาท
MAZDA MX-5: รถเปิดประทุนที่เน้นความรู้สึกขับขี่สนุก ตามแนวคิด Jinba-Ittai เครื่องยนต์ SKYACTIV-G 2.0 ลิตร 184 แรงม้า ราคาจำหน่ายประมาณ 2,905,000 บาท
Mini Cooper Convertible 2021: รถเปิดประทุนขนาดกะทัดรัด เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร TwinPower Turbo 231 แรงม้า ราคาจำหน่ายประมาณ 3,468,000 บาท
Porsche 718 Boxster T: รถสปอร์ตเปิดประทุนน้ำหนักเบา เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 300 แรงม้า ราคาจำหน่ายประมาณ 5,990,000 บาท
Lexus LC500 Convertible: รถสปอร์ตซีดานเปิดประทุน ดีไซน์หรูหรา เครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร 470 แรงม้า ราคาจำหน่ายประมาณ 3,320,000 บาท
Rolls-Royce Ghost: ยนตรกรรมแห่งความเรียบง่ายที่ซ่อนความสมบูรณ์แบบ
ในอีกระดับของยนตรกรรมหรูหรา Rolls-Royce Ghost คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่มองหาความพิเศษแต่ยังคงไว้ซึ่งความถ่อมตนและความเรียบง่าย Ghost รุ่นแรกที่เปิดตัวในปี 2009 ได้กลายเป็นหนึ่งในรุ่นที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Rolls-Royce ด้วยการผสมผสานระหว่างความสง่างาม วิศวกรรมอันล้ำสมัย และงานศิลปะที่ประณีต
แพลตฟอร์มอลูมิเนียม Spaceframe: รากฐานแห่งความแข็งแกร่งและยืดหยุ่น
Rolls-Royce Ghost ใหม่ สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มอลูมิเนียม Spaceframe ที่มีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ใน Phantom และ Cullinan แพลตฟอร์มนี้ไม่เพียงแต่ให้ความแข็งแกร่งและความเงียบสงบในการขับขี่ แต่ยังช่วยให้สามารถปรับแต่งตามความต้องการด้านสุนทรียศาสตร์และสมรรถนะได้อย่างอิสระ การจัดวางเครื่องยนต์ V12 สูบ 6.75 ลิตร ไว้ด้านหลังเพลาหน้า ช่วยให้การกระจายน้ำหนักสมดุลแบบ 50/50 ส่งผลให้การควบคุมรถมีความคล่องตัวและเสถียรภาพสูง
วิศวกรรมที่ก้าวล้ำ: ระบบช่วงล่าง Planar และการขับเคลื่อนที่ไร้ที่ติ
หัวใจสำคัญของความนุ่มนวลและสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของ Ghost คือระบบช่วงล่าง Planar ที่ได้รับการพัฒนาอย่างพิถีพิถัน ระบบนี้ทำงานร่วมกับกล้องสเตอริโอ Flagbearer และระบบนำทางผ่านดาวเทียม (Satellite Aided Transmission) เพื่อสแกนสภาพเส้นทางล่วงหน้า และปรับการทำงานของช่วงล่างให้เหมาะสมที่สุด แม้ในสภาวะถนนที่ท้าทายที่สุด เทคโนโลยีนี้ทำให้ Ghost มอบประสบการณ์การขับขี่ที่รู้สึกราวกับ “ล่องลอย” อย่างแท้จริง
ภายในห้องโดยสาร: สุนทรียภาพแห่งความเงียบสงบ
Rolls-Royce ได้นิยามความเงียบสงบภายในห้องโดยสารของ Ghost ขึ้นใหม่ ด้วยการใช้เทคนิค “Formula for Serenity” ซึ่งรวมถึงการใช้วัสดุซับเสียงกว่า 100 กิโลกรัมทั่วทั้งคัน การออกแบบที่ลดทอนสิ่งรบกวน และการสร้าง “เสียงกระซิบ” ที่แผ่วเบา เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์แบบ
Bespoke Audio: ประสบการณ์เสียงที่เหนือกว่า
ระบบเสียง Bespoke Audio ใน Ghost เป็นมากกว่าระบบเครื่องเสียงทั่วไป มันคือการสร้างห้องโดยสารให้กลายเป็นสตูดิโอเสียงเคลื่อนที่ ด้วยลำโพง 18 ช่องสัญญาณ กำลังขับ 1300W และเทคโนโลยีการปรับเสียงแบบแอคทีฟที่แม่นยำ ทำให้ทุกรายละเอียดของเสียงเพลงถูกส่งผ่านอย่างสมบูรณ์แบบ
นวัตกรรม Bespoke Collective: Illuminated Fascia
ผลงานชิ้นเอกของ Bespoke Collective คือแผงหน้าปัดเรืองแสง ‘Illuminated Fascia’ ซึ่งประดับด้วยดาวกว่า 850 ดวง และชื่อรุ่น Ghost ที่ส่องสว่างอย่างนุ่มนวล นวัตกรรมนี้ใช้เวลาพัฒนากว่า 10,000 ชั่วโมง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Rolls-Royce ในการสร้างสรรค์สิ่งที่พิเศษและเหนือความคาดหมาย
บทสรุป
Bentley Bentayga 2021, รถเปิดประทุนรุ่นใหม่ๆ และ Rolls-Royce Ghost ล้วนเป็นตัวแทนของความเป็นเลิศในอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ละรุ่นนำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่างกันออกไป แต่ทั้งหมดล้วนมีความมุ่งมั่นร่วมกันในการมอบความหรูหรา สมรรถนะ และนวัตกรรมที่เหนือกว่า
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่ตอบสนองทุกความต้องการ ทั้งในด้านการใช้งาน ความสะดวกสบาย และความหรูหรา Bentley Bentayga 2021 คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและอิสระ รถเปิดประทุนรุ่นใหม่ๆ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง และสำหรับผู้ที่แสวงหาที่สุดของความหรูหราและความเงียบสงบ Rolls-Royce Ghost คือนิยามใหม่แห่งยนตรกรรม
ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบใด การลงทุนในรถยนต์ระดับนี้ คือการลงทุนในประสบการณ์ที่เหนือกว่าการเดินทาง สัมผัสถึงความแตกต่าง และก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งความเป็นไปได้ในโลกยานยนต์วันนี้