ที่สุดแห่งความงามเหนือกาลเวลา: 10 รถยนต์ Aston Martin ที่งดงามที่สุดตลอดกาล
ในโลกยานยนต์ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมและความเร็ว มีบางแบรนด์ที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของความธรรมดา สรรค์สร้างผลงานศิลปะบนล้อที่สะกดท
ุกสายตา หนึ่งในนั้นคือ Aston Martin ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอังกฤษที่ได้รับการยกย่องมายาวนาน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการและความงดงามของ Aston Martin มาอย่างต่อเนื่อง และสำหรับปี 2025 นี้ ยังคงเป็นปีที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้ที่ชื่นชอบยนตรกรรมสุดหรู
แม้ว่า Aston Martin จะมีบางครั้งที่หลุดออกจากเส้นทางแห่งความงาม เช่น Cygnet หรือ Lagonda แต่โดยรวมแล้ว แบรนด์นี้ไม่เคยทำให้เราผิดหวังในการสร้างสรรค์รถยนต์ที่ทรงพลัง งดงาม และเปี่ยมด้วยเทคโนโลยี ในมุมมองของผม Aston Martin ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่คือมรดกทางวิศวกรรมและศิลปะที่สะท้อนถึงความหรูหรา ประสิทธิภาพ และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์
Aston Martin อาจไม่ได้ติดอันดับรถยนต์หรูที่น่าเชื่อถือที่สุดสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ารุ่นต่างๆ ของ Aston Martin เป็นที่ต้องการอย่างมากทั่วโลก พวกมันเร็ว แรง หรูหรา และมีแนวโน้มที่จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปสำรวจ Aston Martin ที่งดงามที่สุดตลอดกาล โดยจะเรียงลำดับตามความประทับใจส่วนตัวของผม โดยคำนึงถึงทั้งรุ่นคลาสสิกและรุ่นใหม่ล่าสุด
Aston Martin Vanquish (รุ่นแรก)
เริ่มต้นด้วยหนึ่งในรถยนต์ Bond ที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำมากที่สุด Aston Martin Vanquish รุ่นแรก แม้ว่าจะมีชื่อเสียงในด้านระบบส่งกำลัง V12 ที่อาจไม่ทนทานนัก และกระปุกเกียร์แบบ Paddle Shift ที่ค่อนข้างจุกจิก แต่รูปลักษณ์ภายนอกของมันนั้นยากที่จะปฏิเสธ Vanquish รุ่นแรกนี้สานต่อภาษาการออกแบบของ DB7 มาพร้อมเส้นสายที่นุ่มนวลขึ้น ขนาดที่ใหญ่ขึ้น และโดยรวมแล้วมีความลงตัวในแบบฉบับของ Aston Martin มากยิ่งขึ้น การได้ครอบครอง Aston Martin Vanquish มือสองสภาพดี ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความหรูหราและความคลาสสิก
Aston Martin DBR1
จากรถยนต์ที่ปรากฏในภาพยนตร์ มาสู่รถแข่งระดับตำนาน DBR1 คือรถแข่งที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน Le Mans และเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของ Aston Martin แม้ว่าการนำรถแข่งมาอยู่ในลิสต์รถยนต์ที่งดงามที่สุดอาจดูแปลก แต่เมื่อได้ยลโฉมของ DBR1 แล้ว จะเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมมันถึงถูกยกย่อง เส้นสายโค้งมน ขนาดที่สมบูรณ์แบบ การไม่มีหลังคา และโทนสีเขียว Aston Martin Racing Green ที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ DBR1 เป็นมากกว่ารถแข่ง แต่คือผลงานศิลปะที่เคลื่อนที่ได้ แม้ผลการแข่งขันของ DBR1 ในยุคนั้นอาจมีทั้งดีและไม่ดีนัก แต่ความงดงามของมันยังคงสะกดทุกสายตา และ Aston Martin DBR1 ปี 1956 เคยทำสถิติขายไปในราคาสูงถึง 22.5 ล้านดอลลาร์ในการประมูล
Aston Martin DB4 GT Zagato
สำหรับแฟน Aston Martin ชื่อ Zagato คงไม่ใช่เรื่องแปลก Zagato คือบริษัทผู้ผลิตตัวถังรถยนต์สัญชาติอิตาลีที่เชี่ยวชาญในการปรับแต่งและยกระดับรูปลักษณ์ของรถยนต์ที่มีอยู่ให้กลายเป็นผลงานชิ้นเอก DB4 GT Zagato คือตัวอย่างชั้นดีของการผสมผสานปรัชญาการออกแบบที่สง่างามของอังกฤษเข้ากับความจัดจ้านและมีสไตล์ของอิตาลี ผลลัพธ์คือรถยนต์ที่มีเส้นสายลื่นไหล ไม่รู้สึกเทอะทะแม้จะมีดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ความงามของ DB4 GT Zagato ไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่เกิดจากการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ทำให้รถคันนี้เป็นที่ต้องการของนักสะสมรถยนต์ระดับโลก
Aston Martin V8 Vantage
ชื่อ Vantage ยังคงเป็นที่รู้จักในปัจจุบัน แต่เมื่อพูดถึง V8 Vantage ที่งดงามที่สุด ต้องยกให้รุ่นปี 1977 นี่คือหนึ่งในรถสปอร์ตที่ถูกมองข้ามไป แต่กลับมีประสิทธิภาพที่น่าทึ่ง V8 Vantage ในยุค 70s ถือเป็นรถที่ Aston Martin เข้าใกล้การเป็นรถ Muscle Car แบบ Archetypal มากที่สุด มันมีภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งดุดันเหมือนรถ Pony Car ของอเมริกา แต่ยังคงไว้ซึ่งความสง่างามและคลาสสิกในแบบฉบับของ Aston Martin แม้กระทั่ง Rowan Atkinson หรือที่เรารู้จักกันในนาม Mr. Bean ยังเคยครอบครองรถรุ่นนี้ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณค่าและความต้องการของ Aston Martin V8 Vantage มือสองที่ยังคงมีราคาสูง
Aston Martin Vanquish (รุ่นที่สอง)
หลังจากรุ่นแรก ก็ถึงคิวของรุ่นที่สอง Aston Martin Vanquish ปี 2014-2019 ได้ทำหน้าที่สานต่อสิ่งที่รุ่นแรกตั้งใจไว้ คือการผสมผสานความสง่างามเข้ากับขุมพลังอันยอดเยี่ยม แต่มีความประณีตและละเอียดอ่อนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังเป็นการปรับปรุงปรัชญาการออกแบบของ Aston Martin ในยุคนั้น และเป็นแรงบันดาลใจให้กับรุ่นอื่นๆ อย่าง Virage Vanquish รุ่นที่สองยังคงเอกลักษณ์ของกระจังหน้าอันเป็นที่จดจำ เส้นข้างตัวที่สวยงาม และรูปทรงที่เพรียวบาง แต่เพิ่มความเฉียบคมของเส้นสาย ส่วนท้ายที่ดูมีมิติมากขึ้น ทำให้แบรนด์ได้รับความสดใหม่ และที่สำคัญคือ เครื่องยนต์ V12 แบบ Naturally Aspirated ขนาด 5.9 ลิตร ในรุ่น Vanquish S ให้กำลัง 580 แรงม้า และแรงบิด 465 ปอนด์-ฟุต สามารถเร่งความเร็วจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 3.5 วินาที การที่ Aston Martin Vanquish Volante ปี 2014 สามารถหาซื้อได้ในราคาต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์ ถือเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ
Aston Martin Vanquish Zagato Shooting Brake
เช่นเดียวกับที่ Zagato เคยรังสรรค์ DB4 GT Zagato มาแล้ว ครั้งนี้ Zagato ได้นำ Vanquish ที่งดงามอยู่แล้วมาแปลงโฉมให้กลายเป็นสิ่งที่หลายคนไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ Zagato ได้ยืดตัวถังออก จัดการกับส่วนท้ายใหม่ และทำให้มันกลายเป็นรถ Station Wagon สองประตูที่ไม่เหมือนใครในโลกยานยนต์ บอดี้สไตล์ Shooting Brake นี้หายากมาก และแม้ว่าในทางทฤษฎีอาจฟังดูไม่เข้ากัน แต่ในความเป็นจริง Vanquish Zagato Shooting Brake คือรถที่โดดเด่นและมีความพิเศษสุดๆ ถึงขั้นสามารถท้าชนรถยนต์ญี่ปุ่นรุ่นพิเศษบางรุ่นในเรื่องของความเอกซ์คลูซีฟได้เลยทีเดียว
Aston Martin DBS
DBS Superleggera คือนิยามสุดท้ายของความหรูหราและพละกำลังจาก Aston Martin แม้ว่า Vantage และ DBX จะทำยอดขายได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ก็เปิดโอกาสให้ Aston Martin ยังคงสร้างสรรค์รถยนต์อย่าง DBS ออกมาสู่สายตาชาวโลก และทำให้โลกยานยนต์น่าอยู่ยิ่งขึ้น การตรวจสอบราคา Aston Martin DBS Superleggera ปี 2019 อาจทำให้คุณประหลาดใจว่าราคาไม่ได้สูงเกินคาดอย่างที่คิด DBS ยังคงรักษาธรรมชาติอันซับซ้อนของรถยนต์รุ่นก่อนๆ ไว้ได้ แต่มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 Twin-Turbo ขนาด 5.2 ลิตร ที่ให้กำลัง 715 แรงม้า ขับเคลื่อนสู่ล้อหลัง และล่าสุด Aston Martin ได้เปิดตัว Aston Martin DBS 770 Ultimate ซึ่งเป็นการกล่าวลาอย่างยิ่งใหญ่สำหรับรถยนต์ Grand Touring Flagship ของ Aston Martin ด้วยขุมพลัง V12 ที่เพิ่มขึ้นเป็น 759 แรงม้า พร้อมแรงบิด 664 ปอนด์-ฟุต
Aston Martin One-77
ทุกค่ายรถยนต์ต่างพยายามทุ่มเททั้งใจและวิญญาณให้กับรถยนต์สักรุ่นหนึ่ง โดยไม่คำนึงถึงผลกำไร BMW มี M1, Lamborghini มี Sesto Elemento ที่นิยามซูเปอร์สปอร์ตคาร์ในปี 2010 ใหม่ แต่ Aston Martin ต้องการรักษาอัตลักษณ์ของตัวเองและสร้างรถที่สามารถใช้งานบนท้องถนนได้จริง (แม้ว่ากับรถ Hypercar ที่หายากและมีราคาแพงเช่นนี้ จะเป็นไปได้ยากก็ตาม) One-77 คือผลลัพธ์ที่ Aston Martin ทุ่มเทอย่างสุดกำลัง มันเปรียบเสมือน DB9 ที่ถูกเสริมกำลังด้วยสเตียรอยด์ มีความยาวขึ้น โป่งขึ้น มีไฟท้ายแบบเส้นเดียว และมาพร้อมขุมพลัง V12 ขนาด 7.3 ลิตร ให้กำลัง 750 แรงม้า และแรงบิด 553 ปอนด์-ฟุต เสียงเครื่องยนต์ของมันดังราวกับรถ F1 ยุค 2000 ที่ไม่มีวันทำให้เบื่อได้ แต่น่าเสียดายที่ Aston Martin One-77 ถูกผลิตขึ้นเพียง 77 คันทั่วโลกเท่านั้น
Aston Martin DB9
จาก Aston Martin ทั้งหมดที่มีอยู่ สองรุ่นที่โดดเด่นเหนือกว่ารุ่นอื่นอย่างแท้จริง คือรุ่นแรกคือ Aston Martin DB9 อันเป็นที่รัก และรุ่นที่สองที่เราจะกล่าวถึงเป็นลำดับสุดท้าย ความงดงามของ DB9 ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ การออกแบบของ DB9 อาศัยคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน หรือที่เรียกว่า Golden Ratio ซึ่งเป็นหัวข้อที่น่าสนใจแต่เราจะขอไม่ลงรายละเอียดในวันนี้ เราคงจะไม่พูดถึง DB9 อย่างครบถ้วนหากไม่กล่าวถึงรุ่นสมรรถนะสูงอย่าง DBS ด้วย แม้ภายนอกจะดูคล้ายกันมาก และ DBS อาจดูทันสมัยกว่าเล็กน้อย แต่ก็เร็วกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากทั้งสองรุ่นใช้เครื่องยนต์ V12 ขนาด 5.9 ลิตร เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ทั้งสองรุ่นได้พิสูจน์แล้วว่าเวลาไม่สามารถทำลายความงามของมันได้ และ Aston Martin DB9 ในปัจจุบันถือเป็น “ของดีราคาถูก” สำหรับนักโชว์ที่ต้องการสัมผัสความคลาสสิก
Aston Martin DB5
มีรถยนต์เพียงไม่กี่คันในโลกที่สามารถรวบรวมความชื่นชมจากทั่วโลกได้มากเท่า Aston Martin DB5 และแน่นอนว่ามันคืออาวุธคู่กายของ James Bond เครื่องยนต์ 4 ลิตร 281 แรงม้า แบบ Inline-six อาจไม่ใช่เครื่องยนต์ที่ดีที่สุดตลอดกาล แต่ก็ยืนหยัดได้อย่างสง่างาม เสียงทุ้มทรงพลังของเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง ที่ทำงานร่วมกับตัวถัง DB5 ทำให้มันมีบุคลิกที่สง่างามยิ่งขึ้นไปอีก Aston Martin DB5 จะถูกจดจำในประวัติศาสตร์ว่าเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่งดงามที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา การได้ทราบมูลค่าของ Aston Martin DB5 ปี 1964 ในปัจจุบัน ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงตำนานอันเป็นนิรันดร์นี้
Aston Martin ไม่ใช่แค่แบรนด์รถยนต์ แต่คือวิสัยทัศน์แห่งความงามและสมรรถนะที่ได้รับการสืบทอดมาหลายทศวรรษ หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่สะท้อนรสนิยมอันสูงส่ง ประสิทธิภาพที่เหนือชั้น และดีไซน์ที่เหนือกาลเวลา การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Aston Martin ราคา หรือ รถ Aston Martin มือสอง อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการค้นหารถในฝันของคุณ หรือหากคุณต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร ทดลองขับ Aston Martin คือสิ่งที่คุณไม่ควรพลาด เพื่อให้คุณได้สัมผัสถึงความรู้สึกที่แท้จริงของการได้นั่งหลังพวงมาลัยยนตรกรรมแห่งตำนานนี้.