มหกรรมยานยนต์ 2010: เปิดโลกยนตรกรรมแห่งอนาคตที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี
ในฐานะนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีประสบการณ์กว่าทศวรรษ ผมมองว่างาน “มหกรรมยานยนต์” หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “Motor Expo” ที่จัดข
ึ้น ณ Challenger Hall ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2010 นี้ มีความสำคัญและน่าจับตามองมากกว่าปกติเป็นทวีคูณ ด้วยเหตุผลสำคัญหลายประการ
ปี 2010 ถือเป็นปีแห่งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังวิกฤตการณ์ต่างๆ ทั่วโลก และอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยก็เช่นกัน ผู้บริโภคเริ่มมีความมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ประกอบกับผู้ผลิตรถยนต์ต่างพากันนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นเข้ามาในตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้งาน Motor Expo ครั้งที่ 27 นี้ กลายเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพและศักยภาพของแบรนด์ต่างๆ
ดาวเด่นแห่ง Motor Expo 2010: นวัตกรรมและดีไซน์ที่เหนือกว่า
ปีนี้ งาน Motor Expo โดดเด่นด้วยการปรากฏตัวของรถยนต์รุ่นใหม่ที่น่าสนใจหลายคัน บางรุ่นถือเป็นการเปิดตัวเวอร์ชันต้นแบบ (Prototype) ครั้งแรกของโลก ทำให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับเทคโนโลยีแห่งอนาคตก่อนใคร แม้ว่าบางรุ่นจะยังไม่พร้อมจำหน่ายจริง แต่ก็ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
การเดินสำรวจบูธต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่นด้วยรองเท้าคู่ใหม่ที่สวมใส่สบาย ต่างจากเมื่อครั้งก่อนๆ ที่อาจมีอาการเมื่อยล้าบ้าง การได้พูดคุยกับผู้คนหลากหลาย ทั้งผู้บริหาร ผู้จัดแสดง และผู้เข้าชมทั่วไป ทำให้ได้รับมุมมองที่หลากหลายและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดรถยนต์
ภาพรวมแบรนด์เด่นและไฮไลท์ที่ห้ามพลาด
BMW / MINI:
บูธ BMW มาพร้อมกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ BMW 520d และ 525d ซึ่งเป็นรุ่นที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 525d ที่เคาะราคามาที่ 4.4 ล้านบาท ถือเป็นการนำเสนอที่น่าสนใจ ส่วน MINI Countryman ที่จอดโชว์ก็ยังคงดึงดูดความสนใจได้อย่างล้นหลาม ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และความเป็นรถอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
Chevrolet:
Chevrolet ได้นำเสนอ Cruze ในหลากหลายรุ่นย่อย ตั้งแต่ LS, LT ไปจนถึง LTZ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกกลุ่มลูกค้า พร้อมกับการเปิดตัว Aveo CNG เป็นครั้งแรกในงานนี้ ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ขนาดเล็กที่เน้นความประหยัดเชื้อเพลิงเป็นหลัก การทำการตลาดที่แข็งแกร่งของ Chevrolet ในช่วงนี้ ทำให้เห็นถึงศักยภาพในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น
Citroën:
การกลับมาของ Citroën ภายใต้การบริหารของ DAD (กลุ่มที่ดูแล Audi/MTM, Citroën และรถยนต์จากจีน) ได้นำเสนอ Citroën DS3 ซึ่งเป็นรถที่สวยงามและมีสไตล์โดดเด่น ราคา 1.495 ล้านบาท ถือเป็นการนำเสนอที่น่าสนใจอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่มองหารถที่มีดีไซน์ไม่เหมือนใคร และมีกลิ่นอายสไตล์ยุโรป
FIAT:
Fiat ยังคงเดินหน้าทำตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยมี Fiat 500 เป็นตัวชูโรง ซึ่งยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบดีไซน์คลาสสิกและขนาดกะทัดรัด การนำเสนอ Fiat 500 เครื่องยนต์ดีเซลในปีนี้ ก็ยิ่งเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค
Ford:
Ford Fiesta ยังคงเป็นดาวเด่นบนเวที Motor Expo เช่นเดียวกับปีก่อนๆ ด้วยพื้นที่บูธที่ใหญ่ขึ้น ทำให้สามารถจัดแสดงรถยนต์ได้หลากหลายรุ่นมากขึ้น แต่ยังคงไร้วี่แววของรถกระบะรุ่นใหม่ที่หลายคนรอคอย
Honda:
Honda BRIO ที่เปิดตัวเวอร์ชันจริงครั้งแรกของโลกในงานนี้ ถือเป็นไฮไลท์สำคัญของ Honda กับรถยนต์ในพิกัด Sub-B-Segment หรือ A-Segment ที่เตรียมพร้อมเข้าสู่ตลาด ECO Car ในเดือนมีนาคม 2011 ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 400,000 บาท Honda ทุ่มเทอย่างมากในการจัดงานเปิดตัวครั้งนี้ โดยมีการลงทุนด้านการถ่ายทอดสดทั้งทางอินเทอร์เน็ตและโทรทัศน์ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของรถรุ่นนี้
Hyundai:
Hyundai นำเสนอ Grand Starex รถตู้ขนาดใหญ่ที่เพิ่งเปิดตัวไป พร้อมด้วยรถต้นแบบ i-Blue สีฟ้า ที่สร้างความน่าสนใจด้วยการจัดแสดงที่ดูมีลูกเล่น
Isuzu:
Isuzu ได้ปรับภาพลักษณ์บูธใหม่ เน้นการนำเสนอ D-Max X-Series ที่เจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและผู้ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับ D-Max รุ่นต่อไปที่จะเปิดตัวในปี 2011 ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการแข่งขันในตลาดรถกระบะ
Land Rover:
Land Rover ได้รับพื้นที่บูธที่ใหญ่ขึ้น และได้นำรถ SUV มาจัดแสดงอย่างครบครัน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการทำตลาดในประเทศไทย
LEXUS:
Lexus CT200h เป็นรุ่นที่สร้างความประหลาดใจ ด้วยดีไซน์ที่กะทัดรัดและเทคโนโลยี Hybrid ที่น่าสนใจ แม้ว่าพื้นที่นั่งด้านหลังอาจจะดูเล็กไปบ้าง แต่หากตั้งราคาขายในไทยเริ่มต้นที่ 2.2 ล้านบาท ก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ Hybrid ที่มีสไตล์
Mazda:
Mazda นำเสนอรถต้นแบบ Ryuga และรถตกแต่งพิเศษ รวมถึง Mazda 2 Navi ที่มาพร้อมระบบนำทางจากโรงงาน เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า
Mercedes-Benz:
Mercedes-Benz สร้างความประทับใจด้วยบูธที่ออกแบบอย่างสวยงาม และการเปิดตัว E250 CGI Blue Efficiency T-Model ซึ่งเป็นรถในรูปแบบ Station Wagon ที่ดูสง่างามและน่าใช้งาน
Mitsubishi Motors:
Mitsubishi Motors นำเสนอ i-MiEV Sport รถต้นแบบพลังงานไฟฟ้าที่น่าจับตามอง พร้อม Lancer EX ที่ตกแต่งด้วยสีเหลืองตัดดำ สร้างความโดดเด่น และ Lancer CNG กับ Triton CNG ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
Nissan:
Nissan นำเสนอ March Autech ที่มาพร้อมชุดแต่งสไตล์สปอร์ต และ X-Trail รุ่นพิเศษ พร้อม Navara Minorchange การเปิดตัวรถใหม่จำนวนมากในปีหน้านับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับ Nissan
Peugeot:
Peugeot ไม่พลาดที่จะนำเสนอ RCZ รถสปอร์ตดีไซน์ล้ำยุค มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร Turbo ราคา 2.95 ล้านบาท ซึ่งเป็นรุ่นที่น่าสนใจมากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถสปอร์ต
Proton:
Proton Saga รถยนต์ Sub-B-Segment ที่เปิดตัวในไทย ถือเป็นการเปิดตัว Minorchange ครั้งแรกของโลก ซึ่งแสดงถึงความสำคัญของตลาดไทยสำหรับ Proton
RUF:
การกลับมาของ RUF สำนักแต่งรถในตำนานที่ใช้พื้นฐานจาก Porsche สร้างความฮือฮาให้กับผู้ที่ชื่นชอบความแรง
Ssangyong:
Ssangyong Korando โฉมใหม่ที่สวยงามและทันสมัย เป็นการพลิกโฉมที่น่าประทับใจ
Subaru:
Subaru Impreza WRX A-Spec เกียร์อัตโนมัติ พร้อมพริตตี้ที่สร้างสีสันให้กับบูธ
Suzuki:
Suzuki SX4 ประกอบในอินโดนีเซีย เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่มรถยนต์ C-Segment
TATA MOTORS:
Tata Motors นำเสนอรถต้นแบบพลังงานไฟฟ้า Indica EV และเตรียมพร้อมสำหรับการทำตลาด Tata Nano ในไทย
TOYOTA:
Toyota Prius ที่เปิดตัวไปไม่นาน พร้อมการจัดแสดงจำนวนมาก เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นในรถยนต์ Hybrid
VOLVO:
Volvo XC60 D3 CKD และ S60 ใหม่ เป็นรุ่นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก
Volkswagen:
Volkswagen ยังคงทำตลาดรถยนต์รุ่นเดิม แต่ Golf GTi และ Scirocco ยังคงได้รับความนิยม
รถ Super Car:
รถ Super Car จากผู้นำเข้ารายย่อย Gray Market เช่น Ferrari California ยังคงเป็นสีสันที่น่าสนใจของงาน
ทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์: เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม
สิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนในปีนี้ คือความพยายามของผู้ผลิตรถยนต์ทุกค่ายในการนำเสนอ รถยนต์เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ Hybrid, รถยนต์ไฟฟ้า หรือรถยนต์ที่ประหยัดเชื้อเพลิง ซึ่งถือเป็นทิศทางที่ถูกต้องและตอบสนองต่อกระแสความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มสูงขึ้นในระดับโลก
บทสรุป: ประสบการณ์การขับขี่ Mercedes-Benz B-Class W246
นอกจากภาพรวมของงาน Motor Expo แล้ว ผมยังขอใช้โอกาสนี้แบ่งปันประสบการณ์จากการทดลองขับ Mercedes-Benz B-Class รุ่น W246 ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ผมเคยประเมินไว้ต่ำเกินไปในตอนแรก แต่กลับพบว่ามันมีอะไรที่น่าสนใจมากกว่าที่คิด
ความประหลาดใจที่คาดไม่ถึง
Mercedes-Benz B-Class W246 เป็นรถยนต์ที่มีความแตกต่างอย่างชัดเจนจาก A-Class ทั้งที่ใช้โครงสร้างพื้นฐานเดียวกัน การออกแบบภายนอกที่ดูเพรียวบางและสปอร์ตขึ้น การลดความสูงของตัวรถลง 46 มิลลิเมตร ทำให้ภาพลักษณ์ดูทันสมัยขึ้น
ภายในที่กว้างขวางและใช้งานได้จริง
แม้ภายนอกจะดูไม่ใหญ่โต แต่ภายในห้องโดยสารกลับมีความกว้างขวางอย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะพื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่วางขา ที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ ให้ความสบายในการขับขี่ แม้ว่าเบาะหลังอาจจะยังไม่สบายเท่าที่ควรสำหรับผู้ใหญ่ แต่ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน
สมรรถนะที่เหนือความคาดหมาย
เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร Turbocharger ให้พละกำลัง 156 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ต่ำ ทำให้การขับขี่ในเมืองมีความคล่องตัว และการเร่งแซงทำได้อย่างทันใจ การทำงานของเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ 7G-DCT ทำให้การเปลี่ยนเกียร์ราบรื่น และช่วยให้ประหยัดน้ำมัน
ความประหยัดน้ำมันที่น่าทึ่ง
ผลการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ 16.31 กิโลเมตร/ลิตร ถือเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ Mercedes-Benz ขนาดนี้ ซึ่งเทียบเท่ากับรถยนต์ ECO Car บางรุ่นในตลาด นี่คือข้อพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพของการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์และการทำงานของเครื่องยนต์ที่ทันสมัย
เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่ครบครัน
B-Class W246 มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยที่ครบครันตามมาตรฐาน Mercedes-Benz ทั้งระบบ ESP, ABS, BAS, ASR รวมถึงระบบ PRE-SAFE ที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุก่อนเกิดขึ้น
ข้อสังเกตและจุดที่ควรปรับปรุง
แม้ว่า B-Class W246 จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็ยังมีบางจุดที่ควรได้รับการปรับปรุง เช่น การจัดวางคันเกียร์ที่อาจก่อความสับสนสำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับรถญี่ปุ่น เบาะรองนั่งด้านหลังที่อาจสั้นเกินไปสำหรับผู้ใหญ่ และการเก็บเสียงยางจากพื้นถนนที่ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร
กลุ่มลูกค้าเป้าหมายและคู่แข่ง
กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของ B-Class คือครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการรถยนต์ Benz ที่มีความทันสมัย ใช้งานง่าย และประหยัดน้ำมัน โดยมี BMW X1 เป็นคู่แข่งหลัก แม้ว่า X1 จะมีราคาถูกกว่า แต่ B-Class ให้พื้นที่ภายในที่กว้างขวางกว่า และสมรรถนะที่น่าพอใจกว่า
สรุป
Mercedes-Benz B-Class W246 เป็นรถยนต์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ Premium ที่มีความแตกต่าง ใช้งานได้จริง และให้สมรรถนะที่ดี การออกแบบที่อาจดูไม่คุ้นตาในตอนแรก กลับซ่อนความอัจฉริยะและประสิทธิภาพที่เหนือความคาดหมายเอาไว้ หากคุณกำลังมองหารถยนต์ Mercedes-Benz ที่ไม่เหมือนใคร B-Class คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม
ถึงเวลาแล้ว ที่จะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการขับขี่
งานมหกรรมยานยนต์ 2010 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย สู่ยุคแห่งเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมและนวัตกรรมที่ไร้ขีดจำกัด หากคุณเป็นผู้ที่หลงใหลในโลกยานยนต์ หรือกำลังมองหารถยนต์คันใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน การเปิดใจรับรถยนต์ที่มีความหลากหลายและเทคโนโลยีที่น่าสนใจ จะนำพาท่านไปสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าที่คุณเคยสัมผัส
หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสกับอนาคตของยนตรกรรมอย่างแท้จริง และต้องการคำแนะนำเชิงลึกเกี่ยวกับการเลือกรถยนต์ที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคุณ ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมที่จะให้คำปรึกษาและนำทางคุณสู่การตัดสินใจที่ดีที่สุด