นิสสัน สนิฟ ซีโร่ อิดิชั่น: การรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน ด้วยกลยุทธ์ราคาที่เหนือความคาดหมาย
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในจีนมาโดยตลอด การเติ
บโตอย่างก้าวกระโดดนี้ไม่ได้เป็นเพียงกระแส แต่คือการพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์โลก และในช่วงต้นปี 2025 นี้เอง ที่นิสสันได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด EV ในจีน ด้วยการเปิดตัว Nissan Sylphy Zero Emission ที่มาพร้อมราคาอันน่าดึงดูดใจ ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการอย่างแท้จริง
แรงส่งจากนโยบายรัฐบาลจีน สู่สมรภูมิ EV ที่ร้อนระอุ
ประเทศจีนได้วางรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่อผลักดันการใช้รถยนต์พลังงานสะอาดอย่างจริงจัง การสนับสนุนจากภาครัฐที่ครอบคลุม ตั้งแต่การอุดหนุนการผลิต การลดหย่อนภาษี ไปจนถึงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จ ได้ปลดล็อกศักยภาพของผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนให้สามารถพัฒนาและผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพสูง ในราคาที่เข้าถึงได้ การแข่งขันในตลาดนี้จึงทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะแบรนด์ท้องถิ่นอย่าง BYD, NIO, XPeng, Li Auto, และ Geely ต่างก็พากันส่งยนตรกรรม EV รุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างไม่หยุดยั้ง จนทำให้ตลาด EV ในจีนกลายเป็นสมรภูมิที่ดุเดือดที่สุดในโลก
ภายใต้สภาวะเช่นนี้ ผู้ผลิตรถยนต์จากต่างชาติหลายค่ายเริ่มเผชิญกับความท้าทาย การเข้าสู่ตลาดโดยตรงอาจไม่ได้รับสิทธิประโยชน์เท่าที่ควร ทำให้หลายบริษัทต้องปรับกลยุทธ์ ด้วยการร่วมทุนกับพันธมิตรจีน เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นและได้รับประโยชน์สูงสุดจากนโยบายของรัฐบาล
Nissan Sylphy Zero Emission: การตอบโต้ที่ชาญฉลาด
นิสสันเองก็ไม่ได้นิ่งเฉยต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ ทางบริษัทได้จัดตั้งกิจการร่วมค้า หรือ Joint Venture กับ Dongfeng Motor Corporation ภายใต้ชื่อ Dongfeng Nissan Passenger Vehicle เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าสำหรับตลาดจีนโดยเฉพาะ และจุดเด่นที่ทำให้ Nissan Sylphy Zero Emission โดดเด่นเหนือใคร คือการนำเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าของ Nissan Leaf ซึ่งเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก มาติดตั้งในรถยนต์ซีดานยอดนิยมอย่าง Sylphy
สิ่งที่น่าสนใจคือ Nissan Sylphy Zero Emission ไม่ใช่เพียงแค่การนำระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ามาใส่ในตัวถังเดิม แต่ยังได้รับการปรับปรุงในหลายมิติ เพื่อให้เหมาะสมกับการเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง ทั้งการปรับปรุงสมดุลของตัวรถหลังการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่, การใช้ฐานล้อแบบ Full-Size เพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในและความมั่นคงในการขับขี่, รวมถึงการออกแบบที่เน้นประสิทธิภาพการขับขี่ให้ใกล้เคียงกับ Leaf ในด้านระยะทางวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งคาดว่าจะทำได้ราว 338 กิโลเมตร
กลยุทธ์ราคา: จุดเปลี่ยนสำคัญสู่ความสำเร็จ
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Nissan Sylphy Zero Emission มีศักยภาพในการแข่งขันอย่างแท้จริง คือ “ราคา” ครับ การเปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 1.66 แสนหยวน (ประมาณ 8 แสนบาท) ถือเป็นการประกาศสงครามราคาอย่างชัดเจน และเป็นการตอกย้ำว่า นิสสันพร้อมที่จะสู้ในสมรภูมิ EV ของจีนอย่างจริงจัง ราคาดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการดึงดูดลูกค้า แต่เป็นการส่งสัญญาณไปยังคู่แข่งทุกรายว่า นิสสันมีความสามารถในการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีจาก Leaf ในราคาที่สามารถแข่งขันได้กับรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์ท้องถิ่น
การตั้งราคานี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในตลาดจีน ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีและสมรรถนะ การที่ Nissan สามารถนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่มีศักยภาพสูง ในราคาที่จับต้องได้ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มยอดขาย EV ของนิสสันในตลาดจีนได้อย่างมีนัยสำคัญ
แนวโน้มตลาด EV จีน: สถิติที่น่าจับตาในต้นปี 2025
ข้อมูลล่าสุดในช่วงต้นปี 2025 ยังคงยืนยันถึงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ (New Energy Vehicles – NEVs) ในจีน ซึ่งครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ล้วน (BEV), รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ไฟฟ้าแบบขยายระยะทางวิ่ง (EREV)
ยอดขายรวม NEVs: ในเดือนพฤษภาคม 2025 ตลาด NEVs ในจีนมียอดขายสูงถึง 1.021 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 28.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และเติบโตขึ้น 12.1% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2025
ยอดขายสะสม: ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2025 ยอดขายสะสมของ NEVs อยู่ที่ 4.351 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 34.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2024
การแบ่งประเภท:
BEV: 607,000 คัน
PHEV: 298,000 คัน
EREV: 116,000 คัน
ผู้เล่นหลักและรุ่นที่ได้รับความนิยม
Geely Geome Xingyuan: สร้างปรากฏการณ์ด้วยการคว้าอันดับ 1 ในชาร์ตรถยนต์กลุ่ม NEVs ในเดือนพฤษภาคม ด้วยยอดขาย 38,715 คัน และยังคงครองแชมป์ยอดขายสะสมสูงสุดตั้งแต่ต้นปี 2025 ที่ 164,049 คัน ถือเป็นความสำเร็จอย่างรวดเร็วหลังจากเปิดตัวเพียง 8 เดือน
BYD: ยังคงเป็นยักษ์ใหญ่ที่ครองตลาดอย่างเหนียวแน่น ด้วยรถรุ่นที่ติดอันดับขายดีถึง 9 รุ่นใน 20 อันดับแรก ยอดขายรวมในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ประมาณ 181,000 คัน โดย BYD Seagull รั้งอันดับ 2 ด้วยยอดขาย 31,105 คัน และ Qin Plus อันดับ 3 ด้วยยอดขาย 29,328 คัน
Wuling: Hongguang Mini EV ยังคงได้รับความนิยม ยืนอันดับ 4 ด้วยยอดขายเดือนพฤษภาคม 29,017 คัน และยอดขายสะสม 144,953 คัน
Xiaomi SU7: รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากแบรนด์เทคโนโลยีชั้นนำ ก็สามารถทำยอดขายในเดือนพฤษภาคมไปได้ 28,013 คัน รั้งอันดับ 5 ด้วยยอดสะสมกว่า 132,467 คัน
Tesla: Model Y ยังคงรักษาตำแหน่งสำคัญในตลาด ด้วยยอดขาย 24,770 คันในเดือนพฤษภาคม และยอดขายสะสม 126,643 คัน ขณะที่ Model 3 มียอดขาย 13,818 คัน ติดอันดับที่ 16
ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตและกลยุทธ์ของผู้ผลิต
รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กถึงกลาง: ตลาดจีนมีความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กถึงกลางที่ราคาจับต้องได้ และมาพร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอย่างมาก
นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง: ผู้ผลิตจีนเร่งพัฒนาเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค
การขยายอิทธิพล: จากแนวโน้มนี้ เป็นไปได้ว่าแบรนด์จีนจะยิ่งขยายอิทธิพลทั้งในและนอกประเทศมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 เป็นต้นไป
การแข่งขันในตลาดโลก: สหรัฐอเมริกาและไทย
นอกเหนือจากจีน ตลาดรถยนต์ในสหรัฐอเมริกาในช่วงต้นปี 2025 ก็แสดงสัญญาณการเติบโตเช่นกัน โดยภาพรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 4% ในไตรมาสแรก แม้จะมีความกังวลเรื่องการขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ ประเภทรถที่เติบโตโดดเด่นคือ Hybrid และรถกระบะ ขณะที่ SUV และรถกระบะยังคงครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด
สำหรับตลาดประเทศไทย ในช่วงต้นปี 2025 สถานการณ์รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) แม้จะมียอดจดทะเบียนรวม 12,376 คันในเดือนมกราคม แต่ก็ลดลง 9.4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม BYD Sealion 7 ยังคงครองแชมป์ ตามมาด้วย BYD Dolphin และ Deepal S07 สะท้อนให้เห็นว่า BYD ยังคงเป็นผู้นำในตลาด EV ไทยอย่างต่อเนื่อง
เทรนด์ยางรถยนต์: ขนาด 20 นิ้ว ขุมพลัง EV และ SUV
การเติบโตของตลาดรถยนต์ SUV และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ได้ส่งผลโดยตรงต่อความต้องการยางรถยนต์ โดยเฉพาะยางขนาดขอบ 20 นิ้ว ข้อมูลจาก YellowTire.com ในช่วงต้นปี 2025 ระบุว่า “ยางขอบ 20 นิ้ว” เป็นหนึ่งในขนาดที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ SUV, รถกระบะสมรรถนะสูง และรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
ความสมดุลระหว่างความสวยงามและสมรรถนะ: ผู้บริโภคหันมาเลือกยางขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อตอบสนองทั้งด้านรูปลักษณ์ที่สปอร์ต และการยึดเกาะถนนที่ดีขึ้น
ความต้องการยางเฉพาะสำหรับ EV: รถยนต์ไฟฟ้ามักมีแรงบิดสูง และต้องการยางที่รองรับสมรรถนะนี้ พร้อมทั้งให้ความเงียบในการขับขี่
รุ่นยางยอดนิยม: ขนาด 265/50R20 ยังคงได้รับความนิยมสูง โดยมีแบรนด์ชั้นนำอย่าง Continental, Michelin, Nitto, Bridgestone และ Yokohama เป็นตัวเลือกหลัก
บทสรุปและอนาคต
Nissan Sylphy Zero Emission เป็นมากกว่าแค่รถยนต์ไฟฟ้า แต่คือการประกาศศักดาของนิสสันในสมรภูมิ EV ที่ท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยการใช้กลยุทธ์ราคาที่เหนือชั้น ผสานกับเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ การเปิดตัวครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างแรงกระเพื่อมให้กับตลาดจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลก
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่าการตัดสินใจของนิสสันในการบุกตลาดจีนด้วยราคาที่น่าดึงดูดนี้ จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการแข่งขันที่เข้มข้นยิ่งขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะเป็นผลดีต่อผู้บริโภค ที่จะได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงขึ้น ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
สำหรับอนาคตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า เราจะได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ และการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้นอย่างแน่นอน ผู้เล่นทุกรายจำเป็นต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
หากคุณกำลังพิจารณาที่จะก้าวเข้าสู่โลกของรถยนต์ไฟฟ้า หรือกำลังมองหายานยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันและอนาคต เราขอเชิญชวนให้คุณศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีที่น่าสนใจในตลาดปัจจุบัน หากคุณกำลังมองหายานยนต์ไฟฟ้าที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยและราคาที่คุ้มค่า การมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของตลาดในประเทศ จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง