“นิสสัน ซิลฟี: สปอร์ตซีดานไฟฟ้าที่เขย่าตลาดจีนด้วยราคาปฏิวัติวงการ”
ในยุคที่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกกำลังมุ่งหน้าสู่ยุคพลังงานสะอาด ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศจีนได้กลายเป็นสมรภูมิที่ร้อนแรงและมีการแข
่งขันสูงที่สุดแห่งหนึ่ง รัฐบาลจีนได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อผลักดันประเทศสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าไร้มล้นพิษ และยกระดับอุตสาหกรรมภายในประเทศให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น นโยบายที่เอื้ออำนวยนี้ได้กระตุ้นให้ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนผุดขึ้นมามากมาย พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและราคาที่น่าดึงดูด ส่งผลให้ตลาด EV จีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไฟฟ้า (BEV) ที่มียอดขายรวมกว่า 607,000 คัน ในเดือนพฤษภาคม 2025
ท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดนี้ การเข้าสู่ตลาดของแบรนด์ต่างชาติย่อมมีความท้าทายสูง เนื่องจากไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางการลงทุนเช่นเดียวกับผู้ผลิตท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม การปล่อยโอกาสสำคัญนี้ไปย่อมไม่ใช่กลยุทธ์ที่ชาญฉลาด สำหรับ นิสสัน (Nissan) ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญคือการร่วมทุนกับบริษัทจีน ก่อตั้งเป็น ตงเฟิง นิสสัน (Dongfeng Nissan) เพื่อเจาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีนโดยเฉพาะ
หัวหอกสำคัญที่นิสสันเลือกใช้ในการรุกตลาด EV จีนครั้งนี้ คือ นิสสัน ซิลฟี ซีโร่ อิมิชชั่น (Nissan Sylphy Zero Emission) รถยนต์ไฟฟ้าที่พัฒนาต่อยอดจากรุ่น Sylphy ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะสปอร์ตซีดานยอดนิยมในตลาดโลก แต่ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ด้วยการติดตั้งระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า สมรรถนะสูงจาก Nissan Leaf หนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงโครงสร้างและฐานล้อให้มีความสมดุล เหมาะกับการขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายให้ระยะทางการวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้งใกล้เคียงกับ Nissan Leaf ที่ทำได้ถึง 338 กิโลเมตร
กลยุทธ์ราคาที่เฉียบคม: กุญแจสำคัญในการพิชิตใจผู้บริโภคชาวจีน
สิ่งที่ทำให้ Nissan Sylphy Zero Emission สร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดจีนได้อย่างแท้จริง คือการตั้งราคาขายที่เข้าถึงง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 1.66 แสนหยวน หรือประมาณ 8 แสนบาท (อ้างอิงจากอัตราแลกเปลี่ยนปี 2025) ซึ่งถือเป็นราคาที่สามารถแข่งขันได้อย่างสูสีกับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนรายอื่น ๆ ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเต็มที่ กลยุทธ์ราคาที่ “หมัดน็อค” นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของนิสสันต่อสภาวะตลาดและความต้องการของผู้บริโภคชาวจีน ที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและสมรรถนะในราคาที่เหมาะสม
การเปิดตัว Nissan Sylphy Zero Emission ในราคาดังกล่าว ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของนิสสันในจีนให้เติบโตขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่านิสสันพร้อมที่จะเล่นเกมการแข่งขันในตลาด EV จีนอย่างจริงจัง การมีผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานเทคโนโลยีจากแบรนด์ระดับโลกเข้ากับราคาที่แข่งขันได้ ทำให้ผู้บริโภคชาวจีนมีทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น ท่ามกลางผู้เล่นท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง
แนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีนปี 2025: การเติบโตอย่างต่อเนื่องและพลวัตการแข่งขัน
รายงานล่าสุดจากสมาคมผู้ค้ารถยนต์จีน (CADA) ชี้ให้เห็นว่า ตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ (NEVs) ในประเทศจีน ซึ่งรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ไฟฟ้าที่ติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปสำหรับการปั่นไฟ (EREV) ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ในเดือนพฤษภาคม 2025 ตลาด NEVs มียอดขายรวมสูงถึง 1.021 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 28.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 12.1% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2025 ส่งผลให้ยอดขายสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤษภาคมอยู่ที่ 4.351 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 34.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2024
เมื่อพิจารณาในรายละเอียด พบว่ายอดขาย BEV อยู่ที่ 607,000 คัน, PHEV อยู่ที่ 298,000 คัน และ EREV อยู่ที่ 116,000 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV)
ในแง่ของรุ่นรถที่มียอดขายสูงสุด Geely Geome Xingyuan ได้ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 ในเดือนพฤษภาคม ด้วยยอดขาย 38,715 คัน และยังคงครองแชมป์ยอดขายสะสมสูงสุดตั้งแต่ต้นปี 2025 ที่ 164,049 คัน ความสำเร็จอย่างรวดเร็วของ Geely Geome Xingyuan ซึ่งเพิ่งเปิดตัวในเดือนตุลาคม 2024 ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างแม่นยำ
ในขณะที่ BYD ยังคงเป็นยักษ์ใหญ่ที่ครองส่วนแบ่งตลาดอย่างเหนียวแน่น ด้วยรถยนต์รุ่นที่ติดอันดับขายดีถึง 9 รุ่นใน 20 อันดับแรก โดยมียอดขายรวมในเดือนพฤษภาคมประมาณ 181,000 คัน รุ่นยอดนิยมอย่าง BYD Seagull คว้าอันดับ 2 ด้วยยอดขาย 31,105 คัน และ BYD Qin Plus ติดอันดับ 3 ด้วยยอดขาย 29,328 คัน
Wuling Hongguang Mini EV ยังคงเป็นรถที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ติดอันดับ 4 ด้วยยอดขาย 29,017 คัน ในเดือนพฤษภาคม และยอดขายสะสม 144,953 คัน
Xiaomi SU7 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากแบรนด์เทคโนโลยีอย่าง Xiaomi ก็สามารถสร้างความประทับใจ ด้วยยอดขาย 28,013 คัน รั้งอันดับ 5 ในเดือนพฤษภาคม และมียอดขายสะสมกว่า 132,467 คัน
Tesla แม้จะเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง แต่ยังคงรักษาตำแหน่งในตลาดไว้ได้ โดย Tesla Model Y มียอดขาย 24,770 คัน ในเดือนพฤษภาคม และมียอดขายสะสมรวม 126,643 คัน ขณะที่ Tesla Model 3 ทำยอดขาย 13,818 คัน ติดอันดับที่ 16
การแข่งขันในตลาด NEVs ของจีนยังคงทวีความรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กถึงกลาง ที่เน้นราคาเข้าถึงง่ายและเทคโนโลยีล้ำสมัย จากแนวโน้มนี้ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนมีแนวโน้มที่จะขยายอิทธิพลทั้งในและนอกประเทศมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 เป็นต้นไป
ภาพรวมตลาดรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา: การเติบโตของไฮบริดและกระแส SUV/กระบะ
ในขณะที่ตลาด EV จีนกำลังคึกคัก ตลาดรถยนต์ในสหรัฐอเมริกาก็เริ่มต้นปี 2025 ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีการเติบโตประมาณ 4% ในไตรมาสแรก เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มียอดขายรวมราว 3.9 ล้านคัน แม้จะมีประเด็นเรื่องการขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์เข้ามาเกี่ยวข้อง
ประเภทรถยนต์ที่แสดงอัตราการเติบโตที่น่าสนใจ ได้แก่ รถยนต์ไฮบริด (Hybrid) และ รถกระบะ (Pickup Truck) ในขณะที่ SUV และ รถกระบะ ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม รถยนต์นั่ง (Sedan) ราคาเข้าถึงได้ก็ยังคงมีพื้นที่ยืนในตลาด
25 อันดับรุ่นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในสหรัฐฯ ประจำไตรมาสแรกปี 2025 (เรียงลำดับจากน้อยไปมาก)
Ford Maverick: 38,015 คัน (ลดลง 3%)
Subaru Outback: 39,934 คัน (เพิ่มขึ้น 13%)
Honda HR-V: 40,944 คัน (เพิ่มขึ้น 8%)
Tesla Model 3: ประมาณ 41,000 คัน
Kia Sportage: 41,301 คัน (เพิ่มขึ้น 11%)
Subaru Crosstrek: 43,612 คัน (เพิ่มขึ้น 14%)
Ford Explorer: 47,314 คัน (ลดลง 19%)
Jeep Grand Cherokee: 48,465 คัน (ลดลง 11%)
Subaru Forester: 49,865 คัน (เพิ่มขึ้น 3%)
Nissan Sentra: 54,536 คัน (เพิ่มขึ้น 36%)
Hyundai Tucson: 54,973 คัน (เพิ่มขึ้น 21%)
Toyota Corolla: 55,456 คัน (ลดลง 8%)
Honda Civic: 58,976 คัน (ลดลง 5%)
Chevrolet Trax: 59,021 คัน (เพิ่มขึ้น 57%)
Toyota Tacoma: 59,825 คัน (เพิ่มขึ้น 177%)
Nissan Rogue: 62,102 คัน (ลดลง 32%)
Toyota Camry: 70,308 คัน (ลดลง 10%)
Tesla Model Y: ประมาณ 71,000 คัน (ลดลงเล็กน้อย)
Chevrolet Equinox: 71,002 คัน (เพิ่มขึ้น/ลดลง 31%)
GMC Sierra: 77,292 คัน (เพิ่มขึ้นเล็กน้อย)
RAM Pickup: 78,848 คัน (ลดลง 11%)
Honda CR-V: 103,325 คัน (เพิ่มขึ้น 9%)
Toyota RAV4: 115,402 คัน (ลดลง 8%)
Chevrolet Silverado: 125,298 คัน (ลดลง 8%)
Ford F-series: 183,202 คัน (เพิ่มขึ้น 26%)
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ในประเทศไทย: การปรับตัวท่ามกลางความท้าทาย
สำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ในประเทศไทย ในเดือนมกราคม 2025 มียอดจดทะเบียนรวม 12,376 คัน ซึ่งคิดเป็น 22.1% ของยอดจดทะเบียนรถยนต์รวม อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ลดลง 9.4% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2024 ซึ่งมียอดจดทะเบียน 13,653 คัน
BYD Sealion7 ครองอันดับ 1 ด้วยยอดจดทะเบียน 1,757 คัน (ส่วนแบ่งตลาด 14.2%) ตามมาด้วย BYD Dolphin, Deepal S07, MG4 Electric และ DENZA D9
ถึงแม้จะมีการชะลอตัวเล็กน้อยในภาพรวม แต่ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในไทยยังคงสะท้อนถึงความสนใจของผู้บริโภคที่มีต่อเทคโนโลยีพลังงานสะอาด โดยเฉพาะรุ่นที่สามารถตอบโจทย์ด้านการใช้งานและราคาได้อย่างเหมาะสม
นิสสัน ซิลฟี ซีโร่ อิมิชชั่น (Nissan Sylphy Zero Emission): การท้าทายที่น่าจับตามอง
การเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของนิสสันด้วย Nissan Sylphy Zero Emission ในประเทศจีน ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ด้วยการผสมผสานระหว่างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ระดับโลก, เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าจาก Leaf, และที่สำคัญที่สุด คือ ราคาที่เข้าถึงง่าย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคชาวจีน
กลยุทธ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นการต่อสู้เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด EV ในจีนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความพยายามของนิสสันในการปรับตัวให้เข้ากับพลวัตของตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มตลาดรถยนต์นั่งไฟฟ้า (Electric Sedan) ที่กำลังเติบโต
บทสรุปและก้าวต่อไป
การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกกำลังทวีความรุนแรงขึ้น และกลยุทธ์การตั้งราคาที่ดุดันของ Nissan Sylphy Zero Emission ในตลาดจีน ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการปรับตัวเพื่อเอาชนะความท้าทาย การที่นิสสันสามารถนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่มีสมรรถนะและความน่าเชื่อถือในราคาที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตท้องถิ่นได้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรม EV
สำหรับผู้บริโภค นี่คือข่าวดี เพราะการแข่งขันที่เข้มข้นจะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้น และทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นในราคาที่น่าดึงดูดใจ
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ผสมผสานสมรรถนะ, ความคุ้มค่า, และเทคโนโลยีที่ทันสมัย อย่าพลาดที่จะพิจารณา Nissan Sylphy Zero Emission และติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตอันใกล้นี้ ท่านอาจจะได้พบกับข้อเสนอและนวัตกรรมที่เหนือความคาดหมาย
หากคุณคือผู้ที่สนใจในเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า และกำลังมองหาทางเลือกใหม่ที่คุ้มค่า อย่ารอช้า! ติดต่อตัวแทนจำหน่ายนิสสันในพื้นที่ของคุณ หรือเข้าชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Nissan Sylphy Zero Emission และประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต