นิสสัน ซิลฟี ซีโร่ อิดิชั่น: กลยุทธ์ราคาดุเดือด สั่นสะเทือนตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างต่อเนื่อง โดย
เฉพาะอย่างยิ่งในตลาดจีน ซึ่งเปรียบเสมือนสมรภูมิรบที่ดุเดือดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากภาครัฐจีน ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าท้องถิ่นผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด พร้อมด้วยนวัตกรรมและราคาที่น่าดึงดูด การแข่งขันที่รุนแรงนี้ ได้ผลักดันให้ผู้เล่นระดับโลกต้องปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นิสสัน ที่ตัดสินใจเปิดตัว Nissan Sylphy Zero Emission ด้วยราคาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด EV ในจีน
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน: การแข่งขันที่ร้อนแรงเกินคาด
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีนปี 2025 ยังคงมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ข้อมูลจากสมาคมผู้ค้ารถยนต์จีน (CADA) ระบุว่า ยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ (NEVs) ในเดือนพฤษภาคม 2025 พุ่งสูงถึง 1.021 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 28.2% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และ 12.1% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน ขณะที่ยอดขายสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 4.351 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 34.1% เมื่อเทียบกับปี 2024
ความสำเร็จนี้ เกิดจากการสนับสนุนนโยบายภาครัฐที่มุ่งมั่นผลักดันจีนสู่ประเทศไร้มล Además, การที่ผู้ผลิตท้องถิ่นสามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจกับยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด BYD ยังคงเป็นผู้นำในตลาด NEVs ด้วยรถยนต์กว่า 9 รุ่นที่ติดอันดับขายดี โดยเฉพาะรุ่น Seagull ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ตามมาด้วย Qin Plus และ Wuling Hongguang Mini EV สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ราคาไม่แพง
แบรนด์ใหม่ๆ เช่น Geely Geome Xingyuan ก็สามารถสร้างปรากฏการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เพียง 8 เดือนหลังเปิดตัว ก็สามารถผลิตคันที่ 200,000 ได้สำเร็จ และก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ในชาร์ตรถยนต์กลุ่ม NEVs ประจำเดือนพฤษภาคม ขณะที่ Xiaomi SU7 แบรนด์ที่เพิ่งเข้าสู่วงการยานยนต์ไฟฟ้า ก็สามารถสร้างความประทับใจด้วยยอดขายที่น่าจับตา ขึ้นแท่นอันดับ 5 ของตาราง
นิสสัน ซิลฟี ซีโร่ อิดิชั่น: คำตอบของนิสสันต่อการแข่งขันที่ดุเดือด
การแข่งขันที่เข้มข้นนี้ ทำให้ค่ายรถยนต์ต่างชาติหลายรายเริ่มลังเลที่จะเข้ามาลงทุนโดยตรงในตลาดจีน เนื่องจากอาจไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเงินอุดหนุนจากภาครัฐเท่ากับผู้ผลิตท้องถิ่น แต่นิสสันได้ตัดสินใจเลือกแนวทางที่ชาญฉลาด โดยการร่วมทุนกับบริษัทจีน ก่อตั้งเป็น Dongfeng Nissan Passenger Vehicle เพื่อเข้าสู่ตลาด EV ในจีนอย่างเต็มตัว
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ การนำชื่อรุ่นที่คุ้นเคยอย่าง Nissan Sylphy มาพัฒนาต่อยอดเป็น Nissan Sylphy Zero Emission รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ใช้เทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าจาก Nissan Leaf ซึ่งเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในระดับโลก
การปรับปรุงเพื่อสมรรถนะและความคุ้มค่า
การแปลงโฉม Sylphy จากรถยนต์สันดาปมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ไม่ใช่เรื่องง่าย ทีมวิศวกรของนิสสันต้องทุ่มเทอย่างหนักในการปรับปรุงสมดุลของตัวรถหลังติดตั้งระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า การเลือกใช้ฐานล้อแบบ Full-Size เพื่อให้การขับขี่มีความมั่นคง และการออกแบบเพื่อให้สามารถวิ่งได้ระยะทางใกล้เคียงกับ Nissan Leaf ที่ทำได้ถึง 338 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
สิ่งที่ทำให้ Nissan Sylphy Zero Emission น่าจับตามองเป็นพิเศษคือราคาจำหน่ายในประเทศจีนที่เริ่มต้นเพียง 1.66 แสนหยวน หรือราว 8 แสนบาทไทย (อัตราแลกเปลี่ยน ณ เดือนตุลาคม 2568) ตัวเลขนี้ถือเป็นราคาที่สามารถแข่งขันได้อย่างสูสีกับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าท้องถิ่นรายอื่นๆ ในจีน และเป็นกลยุทธ์ที่นิสสันเลือกใช้เพื่อเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพดีในราคาที่เอื้อมถึง
ผลกระทบต่อตลาดและอนาคตของนิสสันในจีน
การเข้ามาของ Nissan Sylphy Zero Emission ในราคาที่ดึงดูดใจนี้ ย่อมสร้างแรงกระเพื่อมให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีนอย่างแน่นอน การตัดสินใจของนิสสันครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการขยายฐานลูกค้ากลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศที่มีศักยภาพสูงสุดแห่งนี้ นอกจากนี้ การสนับสนุนจากภาครัฐจีนที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถมีราคาที่เข้าถึงได้ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมความสำเร็จของกลยุทธ์นี้
คำถามที่น่าสนใจคือ ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าท้องถิ่นของจีน จะมีไม้เด็ดอะไรมาตอบโต้กลยุทธ์ราคาของนิสสันต่อไป นี่คือสิ่งที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิดในครึ่งหลังของปี 2025 และปีถัดๆ ไป
ภาพรวมตลาดรถยนต์ในภูมิภาคอื่น ๆ
สหรัฐอเมริกา: ตลาดรถยนต์สหรัฐฯ เริ่มต้นปี 2025 ด้วยการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ Hybrid และรถกระบะ แม้จะมีประเด็นเรื่องภาษีนำเข้ารถยนต์ แต่ SUV และรถกระบะยังคงครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ ในขณะที่รถยนต์ Sedan ราคาจับต้องได้ก็ยังคงมีที่ยืน โดย Ford F-series ยังคงครองอันดับ 1 ยอดขายสูงสุดอย่างต่อเนื่อง
ประเทศไทย: ตลาดรถยนต์ไทยในเดือนกันยายน 2568 มียอดขายรวม 48,350 คัน เติบโตขึ้น 23.8% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่งและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รถยนต์กลุ่ม HEV (Hybrid Electric Vehicle) มียอดขายที่โดดเด่นมาก เพิ่มขึ้นถึง 73.45% สะท้อนถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของรถยนต์ที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ในประเทศไทย เดือนมกราคม 2568 พบว่ามียอดรวม 12,376 คัน ลดลง 9.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดย BYD Sealion7 ขึ้นเป็นอันดับ 1 ในตลาด EV ไทย ตามมาด้วย BYD Dolphin และ Deepal S07 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามของผู้ผลิตในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
แนวโน้มของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก
การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กถึงกลางที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยในราคาที่เข้าถึงได้ แนวโน้มนี้จะยิ่งส่งผลให้แบรนด์จีนขยายอิทธิพลทั้งในและนอกประเทศมากขึ้น
Tesla เองก็กำลังปรับตัวเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในตลาดจีน มีรายงานว่า Tesla กำลังพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ “E41” ที่มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการผลิตลง 20% และเจาะกลุ่มตลาดจีนโดยเฉพาะ ด้วยการผลิตที่ Gigafactory เซี่ยงไฮ้ นี่คือกลยุทธ์สำคัญของ Tesla เพื่อรักษาและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในสมรภูมิ EV ที่ดุเดือดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
บทสรุปสำหรับผู้บริโภคและอุตสาหกรรม
ในฐานะผู้บริโภค การแข่งขันที่รุนแรงนี้ถือเป็นข่าวดี เพราะจะนำมาซึ่งทางเลือกที่หลากหลายและราคาที่น่าดึงดูดใจมากขึ้นสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูง การพิจารณา Nissan Sylphy Zero Emission หรือรถยนต์ไฟฟ้าอื่น ๆ ในตลาด ควรพิจารณาถึงสมรรถนะ, ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ, เทคโนโลยี, ความคุ้มค่าของราคา, และเครือข่ายการบริการหลังการขาย
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ไฟฟ้า การติดตามแนวโน้มตลาดและการเปรียบเทียบข้อมูลอย่างรอบด้านเป็นสิ่งสำคัญ Nissan Sylphy Zero Emission เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่กำลังปรับตัวเพื่อแข่งขันในตลาด EV ที่กำลังเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง
หากคุณกำลังสนใจรถยนต์ไฟฟ้า หรือต้องการข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่น่าจับตามองในปี 2025 อย่ารอช้า! สำรวจตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณวันนี้ และก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าไปพร้อมกัน