• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N2204008 เม อการแต งงานค อทางรอด แต ความร กไม ยอมรอ (4) part2 | Lakayla Bhakta

admin79 by admin79
February 12, 2026
in Uncategorized
0
featured_hidden
ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค 3.2: กระบะสายพันธุ์แกร่ง ที่ผสมผสานดีไซน์สุดลงตัวกับสมรรถนะเหนือชั้น ในตลาดรถกระบะประเทศไทย ชื่อของ Ford Ranger Wildtrak คือหนึ่งในตัวเลือกที่โดดเด่นและได้รับความนิยมมาอย่างยาวน
าน ด้วยภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่ง บึกบึน ดุดัน สะกดทุกสายตาที่มองเห็น และสมรรถนะที่พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ บทความนี้จะพาเจาะลึก Ford Ranger Wildtrak 3.2 รุ่นท็อป ที่พร้อมจะสร้างนิยามใหม่ของรถกระบะในมุมมองของคุณ จากความฮือฮา สู่ตำนานที่ยังคงอยู่ ย้อนกลับไปในช่วงปลายปี 2012 เมื่อ Ford Ranger โฉมใหม่ รหัส T6 ได้เปิดตัวสู่ตลาดโลก รวมถึงประเทศไทย มันสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างมาก ด้วยดีไซน์ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของรถกระบะในยุคนั้น ด้วยขนาดตัวถังที่ใหญ่โตเกินใคร เทคโนโลยีที่อัดแน่น และราคาในรุ่นท็อปที่ทะลุหลักล้านบาท นี่คือปรากฏการณ์ที่ทำให้ชื่อของ Ford Ranger กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง ผู้บริโภคต่างตั้งคำถามถึงสิ่งที่ Ford ใส่เข้ามาในรถกระบะราคาทะลุล้านคันนี้ สมรรถนะที่ว่ายอดเยี่ยมขนาดไหนกันเชียว ในช่วงเวลานั้น การรอคอยรถ Ranger นั้นยาวนานถึงครึ่งปี สะท้อนถึงความต้องการของตลาดที่สูงลิ่ว จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่พิสูจน์ความสำเร็จของ Ranger ในก้าวแรก และวันนี้ ผมในฐานะผู้มีประสบการณ์ในวงการยานยนต์กว่า 10 ปี ได้มีโอกาสสัมผัสและทดลองขับ Ford Ranger Wildtrak 3.2 รุ่นท็อป ที่หลายคนขนานนามว่า “กระบะทะลุล้าน” คันนี้อีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าสมรรถนะและดีไซน์ของมันยังคงน่าประทับใจในปี 2025 หรือไม่
ดีไซน์ภายนอก: ความดุดันที่มาพร้อมความสปอร์ต เมื่อแรกเห็น Ford Ranger Wildtrak 3.2 คันนี้ สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือการตกแต่งพิเศษที่โรงงานจัดสรรมาให้ มันดูพร้อมออกไปโลดแล่นจากโชว์รูมโดยไม่ต้องเสริมแต่งใดๆ กระจังหน้าขนาดใหญ่ถูกเปลี่ยนเป็นสีดำเข้ม ตัดกับสีบรอนซ์ที่ชายด้านล่างอย่างลงตัว พร้อมโลโก้และชื่อรุ่นที่เห็นเด่นชัด ให้ความรู้สึกดุดันเสริมด้วยครอบไฟตัดหมอกที่เพิ่มมิติให้กับด้านหน้า ไฟหน้าขนาดใหญ่รับกับความบึกบึนของตัวรถ การใช้สีดำตัดกับสีตัวถังในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกรอบหน้าต่าง กระจกมองข้าง มือจับประตู หรือแม้กระทั่งสปอร์ตบาร์ที่กระบะท้าย ล้วนช่วยเสริมให้รถดูสปอร์ตและมีสไตล์มากยิ่งขึ้น เส้นสายตลอดตัวรถ เน้นที่โป่งล้อทั้งสี่ข้าง ทำให้รถดูบึกบึนแข็งแรงยิ่งขึ้น จับคู่กับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว จากโรงงาน บันไดข้างถูกออกแบบมาให้ไม่เกะกะ แต่ยังคงใช้งานได้จริง อีกหนึ่งออปชันที่น่าสนใจคือไฟส่องสว่างข้างตัวรถ ที่ซ่อนอยู่ใต้กระจกมองข้าง ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการมองเห็นยามค่ำคืน ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มักพบในรถเก๋งระดับกลางขึ้นไป การใส่ฟีเจอร์นี้ใน Ranger Wildtrak แสดงถึงความใส่ใจในรายละเอียดของ Ford ด้านท้ายรถ โลโก้ Ford และสัญลักษณ์ RANGER ถูกจัดวางอย่างเด่นชัด เพื่อให้รถคันหลังได้ทราบว่ากำลังขับตามรถรุ่นใด สำหรับรุ่น Wildtrak พิเศษนี้ ฝาท้ายและกันชนหลังถูกเปลี่ยนเป็นสีดำทั้งหมด สร้างความแตกต่างจากรุ่นปกติที่เป็นโครเมียม กล้องมองหลังติดตั้งอยู่ใต้โลโก้ Ford พร้อมเซ็นเซอร์กะระยะถอยหลัง 4 จุดบริเวณกันชนท้าย ทำงานร่วมกับกล้องเพื่อช่วยในการถอยจอดและกะระยะได้อย่างแม่นยำ ไฟท้ายขนาดใหญ่ ดีไซน์เรียบง่ายแบบ 3 ช่องสี่เหลี่ยม ออกแบบมาให้มองเห็นได้ชัดเจน ถูกใจสายลุยแน่นอน ภายใน: ความสะดวกสบายที่มาพร้อมเทคโนโลยี ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสาร Ford Ranger Wildtrak 3.2 อัดแน่นไปด้วยออปชันและอุปกรณ์เพื่อความสะดวกสบาย ระบบสั่งงานด้วยเสียง ระบบบลูทูธ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ช่องต่อ AUX/USB สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย และแอร์อัตโนมัติแบบแยกซ้าย-ขวา แม้ในช่วงแรกของการใช้งาน อาจต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับปุ่มควบคุมต่างๆ ทั้งเครื่องเสียง แอร์ และหน้าจอ MID ที่แสดงผลต่างๆ แต่เมื่อคุ้นเคยแล้ว การควบคุมต่างๆ จะลื่นไหลและใช้งานง่ายขึ้น บรรยากาศภายในห้องโดยสารเน้นการตกแต่งด้วยโทนสีดำเป็นหลัก ตัดกับสีเงินเมทัลลิกบริเวณคอนโซลกลาง ขอบกรอบหน้าปัด ครอบเกียร์ และมือจับประตู สร้างลุคแบบรถสปอร์ตที่ทันสมัย การใช้สีฟ้าสำหรับไฟหน้าปัด เครื่องเสียง ระบบแอร์ และจอ MID ให้ความรู้สึกที่ดูสปอร์ตและเข้ากับลายเบาะที่มีการตัดเย็บด้วยด้ายสีส้ม สร้างบรรยากาศยามค่ำคืนที่ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในรถสปอร์ต จุดเด่นที่น่าประทับใจคือเบาะนั่งสีดำ สลับลายด้วยด้ายสีส้ม พร้อมตาข่ายเล็กน้อย และปักชื่อรุ่น Wildtrak เป็นการออกแบบที่ลงตัว เข้ากับตัวรถอย่างมาก และเป็นเอกลักษณ์ของรุ่น Wildtrak เบาะนั่งคู่หน้ามีขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับผู้ที่มีรูปร่างใหญ่ ไม่ต้องกังวลเรื่องความอึดอัด สำหรับผู้ที่มีรูปร่างเล็ก ปีกเบาะด้านข้างอาจจะรู้สึกไม่โอบรับมากนัก แต่จากการทดลองขับระยะทางไกลยาวๆ กลับไม่พบอาการเมื่อยล้า กลับรู้สึกนั่งสบายไม่อึดอัด สำหรับเบาะนั่งด้านหลัง สำหรับผู้ที่มีส่วนสูง 178 ซม. พบว่าพื้นที่โดยสารด้านหลังกว้างขวาง ขาไม่ติดเมื่อพิงเบาะ และมีพื้นที่เหนือศีรษะเหลือเฟือ การเดินทางไกลจึงไม่รู้สึกอึดอัด สิ่งที่หลายคนกังวลในรถกระบะ 4 ประตูคือความชันของเบาะหลัง แต่ Ranger Wildtrak คันนี้ให้ความสบายในการนั่งที่ดีทีเดียว เมื่อเทียบกับรถกระบะ 4 ประตูหลายๆ รุ่น วัสดุเบาะมีความนุ่ม ให้ความรู้สึกสบายทั้งเบาะหน้าและหลัง ขุมพลัง: เครื่องยนต์ดีเซล 3.2 ลิตร TDCi ที่ยังคงทรงพลัง Ford Ranger Wildtrak 3.2 มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล TDCi ความจุ 3.2 ลิตร VG Turbo พร้อม Intercooler ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ที่ช่วงรอบ 1,750-2,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมดสปอร์ต Ds ที่สามารถเปลี่ยนเกียร์เองได้ เครื่องยนต์ให้พละกำลังที่เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือแม้กระทั่งเมื่อต้องการบรรทุกก็สามารถทำได้อย่างสบาย
การตอบสนองของคันเร่งทำได้ดี แม้จะมีอาการหน่วงเล็กน้อยก่อนที่ตัวรถจะตอบสนอง การใช้ความเร็วเดินทางที่ 110-130 กม./ชม. ทำได้สบายๆ และเมื่อต้องการเร่งแซง เพียงแค่คิกดาวน์ หรือบางจังหวะเพียงแค่เหยียบคันเร่งเพิ่มเล็กน้อย ก็สามารถแซงได้อย่างมั่นใจ อย่างไรก็ตาม ในบางจังหวะ การทำงานของเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ อาจไม่เป็นดั่งใจ เช่น เมื่อใช้ความเร็วที่ประมาณ 120 กม./ชม. และทำการคิกดาวน์ บางครั้งเกียร์กลับไม่เปลี่ยนลงมาให้ แต่กลับใช้เกียร์เดิม ทำให้ความเร็วค่อยๆ ไต่ขึ้นไปอย่างช้าๆ ส่งผลให้การแซงในบางสถานการณ์ต้องลุ้นอยู่บ้าง แต่ในขณะเดียวกัน บางจังหวะเกียร์ก็เปลี่ยนลงมาให้ ซึ่งอาจเกิดจากการตั้งโปรแกรมควบคุมระบบเกียร์ ที่วิศวกรอาจต้องการให้ผู้ขับขี่ใช้แรงบิดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อความประหยัด ซึ่งอาจทำให้ผู้ขับขี่บางท่านไม่เข้าใจว่าทำไมรถเร่งแล้วไม่พุ่งไปอย่างรวดเร็ว สมรรถนะการขับขี่: การเดินทางที่มั่นคงและสะดวกสบาย จากการทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. พร้อมผู้โดยสาร 4 คน และสัมภาระน้ำหนักรวมประมาณ 300 กก. ในโหมดการขับขี่ปกติ (D) ทำได้เฉลี่ย 12.49 วินาที ในช่วงออกตัวมีอาการหน่วงเล็กน้อยประมาณ 1-1.5 วินาที ก่อนที่เทอร์โบจะเริ่มทำงานและรถจะพุ่งออกไปอย่างต่อเนื่อง น้ำหนักพวงมาลัยถูกเซ็ตมาให้ค่อนข้างหนืดเล็กน้อย ซึ่งอาจรู้สึกหนักสำหรับผู้ที่เคยขับรถเก๋งที่พวงมาลัยเบาๆ แต่ในการขับขี่เดินทางไกล การเซ็ตน้ำหนักพวงมาลัยแบบนี้ช่วยลดอาการเหนื่อยล้าจากการประคองพวงมาลัยลงได้อย่างมาก การขับขี่ที่มั่นใจ พวงมาลัยมีความหนืดที่ช่วยให้ควบคุมรถได้มั่นใจ จากการทดลองขับระยะทางกว่า 900 กิโลเมตร ไปกลับ กรุงเทพฯ-บุรีรัมย์ ตลอดทริปการทดสอบนี้ ไม่พบอาการเมื่อยล้า หรือปวดเมื่อยใดๆ ซึ่งต้องขอชื่นชมทั้งน้ำหนักพวงมาลัย เบาะนั่ง ช่วงล่าง และสมรรถนะของตัวรถ ที่ถูกเซ็ตมาให้สามารถขับขี่เดินทางไกลได้อย่างสบาย ช่วงล่างของ Ford Ranger Wildtrak 3.2 ถูกเซ็ตมาแบบนุ่มนวล แต่ไม่ถึงกับยวบยาบ ยังคงมีความแน่นหนึบในสไตล์ของ Ford อาจมีอาการเด้งบ้างตามแบบฉบับรถกระบะที่เซ็ตมาเผื่อการบรรทุก เมื่อขับผ่านถนนที่ไม่เรียบนัก แม้ผู้โดยสารเบาะหลังอาจรู้สึกกระโดดบ้าง แต่กลับไม่รู้สึกตึงตังจนเป็นสาเหตุให้ปวดเมื่อย ช่วงล่างมีการซับแรงกระแทกไว้ได้อย่างดี ซึ่งนับว่าน่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถกระบะในระดับเดียวกัน อาจไม่ได้นุ่มหนึบเท่ารถเก๋ง แต่ดีกว่ารถเก๋งหลายคัน อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง: ความสมดุลระหว่างสมรรถนะและการใช้งาน เมื่อใช้ความเร็วเดินทาง 120 กม./ชม. และมีการเร่งแซงบ้าง หรือทำความเร็วถึง 160 กม./ชม. เป็นบางครั้ง อัตราการบริโภคน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 10 กม./ลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ ด้วยเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ น้ำหนักรถ และผู้โดยสารบวกสัมภาระ ถือเป็นอัตราบริโภคน้ำมันที่ไม่น่าเกลียด เมื่อพิจารณาถึงสมรรถนะที่ได้รับกลับมา บทสรุป: ทางเลือกอันดับต้นๆ สำหรับกระบะอเนกประสงค์ หากคุณกำลังมองหารถกระบะ 4 ประตู อเนกประสงค์ ที่มีความหล่อ เท่ และมีอุปกรณ์ครบครันมาตั้งแต่โรงงาน Ford Ranger Wildtrak 3.2 คือหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่เราอยากจะแนะนำเสมอ ทว่าท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจเป็นของคุณเอง รถคันไหนที่จะตอบสนองความต้องการและสร้างความพึงพอใจได้ดีที่สุดนั้น ต้องมาจากการทดลองขับด้วยตนเอง แล้วคุณจะรู้ว่า Ford Ranger Wildtrak 3.2 ใช่สำหรับคุณหรือไม่
สำหรับผู้ที่สนใจอยากสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ Ford Ranger Wildtrak 3.2 หรือรุ่นอื่นๆ สามารถติดต่อทดลองขับได้ที่โชว์รูม Ford ทั่วประเทศใกล้บ้านคุณ เพื่อค้นหารถกระบะคู่ใจที่ใช่สำหรับคุณ!
Previous Post

N2204013 กแค อง โดนไล ออกไปข างนอก (2) part2

Next Post

N2204007 เม อการแต งงานค อทางรอด แต ความร กไม ยอมรอ (5) part2 | Lakayla Bhakta

Next Post

N2204007 เม อการแต งงานค อทางรอด แต ความร กไม ยอมรอ (5) part2 | Lakayla Bhakta

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2402109 คนเลวไม เคยได จำไว part2 | Lakayla Bhakta
  • N2402106 แฟนทรงสก อย เพ อนเลยด part2 | Lakayla Bhakta
  • N2402110 กคนเด ยวฉ นเล ยงได ไม เห นต องง อผ ชายเลย part2 | Lakayla Bhakta
  • N2402108 กท ไม อแม part2 | Lakayla Bhakta
  • N2402113 เม ยสอง องห าม! part2 | Lakayla Bhakta

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.