Ford Ranger Wildtrak 3.2: คู่หูสายลุย ดีไซน์โดดเด่น ขุมพลังเหนือชั้น
ในวงการรถกระบะ ชื่อของ Ford Ranger ถือเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นทั้งในด้านรูปลักษณ์ภายนอกที่ดู
บึกบึน แข็งแกร่ง และสมรรถนะที่เชื่อถือได้ ทำให้ Ranger กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหารถกระบะคู่ใจสักคัน บททดสอบครั้งนี้ ผมจะพาไปเจาะลึก Ford Ranger Wildtrak 3.2 รุ่นท็อป ซึ่งเป็นรถกระบะที่ผสมผสานความลงตัวระหว่างดีไซน์ที่สะดุดตาและสมรรถนะที่พร้อมลุยทุกสถานการณ์
ดีไซน์ภายนอก: ความดุดันที่ลงตัว
Ford Ranger Wildtrak 3.2 มาพร้อมการตกแต่งพิเศษจากโรงงานที่ทำให้รถคันนี้ดูโดดเด่นเหนือใคร ตั้งแต่ด้านหน้า กระจังหน้าขนาดใหญ่ถูกเปลี่ยนเป็นสีดำเข้ม เสริมด้วยโลโก้และชื่อรุ่นที่ชัดเจน ให้ความรู้สึกที่ดุดัน แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราด้วยชายล่างสีบรอนซ์และครอบไฟตัดหมอกที่ช่วยเพิ่มมิติของด้านหน้า ไฟหน้าขนาดใหญ่รับกับความบึกบึนของตัวรถได้อย่างลงตัว การใช้สีดำตัดกับสีตัวรถในส่วนต่างๆ เช่น กรอบกระจกมองข้าง มือจับประตู ไปจนถึงสปอร์ตบาร์ด้านท้ายกระบะ ยิ่งช่วยเสริมลุคให้ดูสปอร์ตและทันสมัยมากยิ่งขึ้น
เส้นสายของตัวรถถูกเน้นที่โป่งล้อทั้ง 4 ข้าง ทำให้ Ranger ดูแข็งแกร่งและพร้อมลุยมากยิ่งขึ้น จับคู่กับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วจากโรงงาน บันไดข้างที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้จริงโดยไม่เกะกะ และที่น่าประทับใจคือไฟส่องสว่างข้างตัวรถที่ซ่อนอยู่ใต้กระจกมองข้าง ซึ่งเป็นออปชั่นที่มักพบในรถยนต์นั่งระดับสูง แต่ Ford ได้ใส่มาให้ใน Ranger Wildtrak รุ่นนี้ เพิ่มความสะดวกสบายและความหรูหราให้กับรถกระบะคันนี้
ด้านท้ายรถ ประทับตรา Ford และชื่อรุ่น RANGER อย่างชัดเจน กันชนหลังและฝาปิดกระบะท้ายที่เปลี่ยนเป็นสีดำทั้งหมด สร้างความแตกต่างจากรุ่นปกติที่เป็นโครเมียมอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีกล้องมองหลังพร้อมเซ็นเซอร์กะระยะถอยหลัง 4 จุด ที่บริเวณกันชนท้าย ช่วยอำนวยความสะดวกในการจอดรถได้อย่างดีเยี่ยม ไฟท้ายขนาดใหญ่ ดีไซน์เรียบง่ายเป็น 3 ช่องสี่เหลี่ยม ก็ออกแบบมาให้มองเห็นได้ชัดเจน ทำให้ Ranger Wildtrak 3.2 คันนี้ สมบูรณ์แบบทั้งด้านดีไซน์และความพร้อมในการใช้งาน
ภายในห้องโดยสาร: ความสะดวกสบายที่จัดเต็ม
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ Ford Ranger Wildtrak 3.2 คุณจะพบกับออปชั่นและอุปกรณ์เพื่อความสะดวกสบายที่จัดเต็มมาตั้งแต่โรงงาน ไม่ว่าจะเป็นระบบสั่งงานด้วยเสียง ระบบบลูทูธ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ช่องต่อ AUX/USB สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกซ้าย-ขวา แม้ว่าในช่วงแรกของการใช้งาน อาจต้องใช้เวลาสักพักในการทำความคุ้นเคยกับปุ่มควบคุมต่างๆ แต่เมื่อใช้งานไปสักระยะ จะพบว่าระบบต่างๆ เหล่านี้ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ได้อย่างมาก
การตกแต่งภายในเน้นโทนสีดำเป็นหลัก ตัดด้วยสีเงินเมทัลลิกในส่วนของคอนโซลกลาง ขอบกรอบหน้าปัด ครอบเกียร์ และมือจับประตู สร้างบรรยากาศที่ดูสปอร์ต ทันสมัย และไม่ดูเรียบจนเกินไป การใช้แสงสีฟ้าอ่อนในส่วนของมาตรวัด เครื่องเสียง ระบบปรับอากาศ และจอ MID ให้ความรู้สึกที่ลงตัวและเข้ากับดีไซน์โดยรวมของรถ
จุดเด่นที่น่าประทับใจมากคือ เบาะนั่งสีดำตัดกับด้ายสีส้ม และเสริมด้วยลายตาข่าย พร้อมปักชื่อรุ่น Wildtrak เป็นดีไซน์ที่ดูดี มีเอกลักษณ์ และเข้ากับตัวรถได้อย่างลงตัว เบาะนั่งด้านหน้ามีขนาดใหญ่ นั่งสบาย รองรับสรีระได้ดี แม้จะขับขี่ระยะทางไกล ก็ไม่รู้สึกเมื่อยล้า
สำหรับพื้นที่โดยสารด้านหลัง ต้องบอกว่ากว้างขวางอย่างน่าพอใจ แม้ผู้ที่ตัวสูง 178 ซม. ก็ยังสามารถนั่งได้อย่างสบาย พื้นที่วางขาไม่ติด และมีพื้นที่เหนือศีรษะเพียงพอสำหรับการเดินทางไกล ความชันของเบาะหลังก็ออกแบบมาให้นั่งสบาย ไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อเทียบกับรถกระบะ 4 ประตูรุ่นอื่นๆ เป็นอีกจุดที่ Ford ใส่ใจในรายละเอียดเพื่อความสะดวกสบายของผู้โดยสาร
ขุมพลังและสมรรถนะ: พละกำลังที่พร้อมเสมอ
Ford Ranger Wildtrak 3.2 มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล TDCi 3.2 ลิตร VG Turbo พร้อม Intercooler ที่ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 1,750-2,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมดสปอร์ต Ds ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์ได้เอง
เครื่องยนต์ตัวนี้ให้พละกำลังที่เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือแม้กระทั่งเมื่อต้องการบรรทุกสัมภาระก็สามารถทำได้อย่างสบาย การตอบสนองของคันเร่งทำได้ดี แม้จะมีอาการหน่วงเล็กน้อยก่อนที่ตัวรถจะตอบสนอง การใช้ความเร็วเดินทางที่ 110-130 กม./ชม. ทำได้อย่างสบายๆ และเมื่อต้องการเร่งแซง เพียงคิกดาวน์ ก็สามารถแซงได้อย่างมั่นใจ
อย่างไรก็ตาม ในบางจังหวะ การทำงานของเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ อาจไม่ตรงใจผู้ขับขี่นัก เช่น เมื่อใช้ความเร็วประมาณ 120 กม./ชม. และต้องการเร่งแซง การคิกดาวน์อาจไม่เปลี่ยนเกียร์ลงมาให้ทันที ทำให้การแซงในบางสถานการณ์ต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น แต่โดยรวมแล้ว ระบบเกียร์ทำงานได้ค่อนข้างดีและให้สมรรถนะที่น่าประทับใจ
อัตราเร่งและการขับขี่: ความมั่นใจที่สัมผัสได้
ในการทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. พร้อมผู้โดยสาร 4 คน และสัมภาระน้ำหนักประมาณ 300 กก. Ford Ranger Wildtrak 3.2 ทำเวลาเฉลี่ยได้ที่ 12.49 วินาที ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจสำหรับรถกระบะขนาดใหญ่ การออกตัวมีอาการหน่วงเล็กน้อยในช่วงแรก แต่เมื่อเทอร์โบเริ่มทำงาน รถจะพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
น้ำหนักพวงมาลัยถูกเซ็ตมาให้มีความหนืดกำลังดี ช่วยลดอาการเหนื่อยล้าจากการขับขี่ทางไกล ทำให้การควบคุมรถมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น จากการทดสอบขับขี่ระยะทางกว่า 900 กิโลเมตร การเดินทาง กทม.-บุรีรัมย์ ไปกลับ ไม่พบอาการเมื่อยล้าแต่อย่างใด ต้องขอชื่นชมทั้งน้ำหนักพวงมาลัย เบาะนั่ง ช่วงล่าง และสมรรถนะโดยรวมของตัวรถ ที่ถูกเซ็ตมาให้สามารถขับขี่เดินทางไกลได้อย่างสบาย
ช่วงล่าง: นุ่มนวลแต่ยังคงความแน่นหนึบ
ช่วงล่างของ Ford Ranger Wildtrak 3.2 ถูกเซ็ตมาให้นุ่มนวล แต่ยังคงความแน่นหนึบในสไตล์ของฟอร์ด มีอาการเด้งบ้างตามลักษณะของช่วงล่างรถกระบะที่เผื่อการบรรทุก เมื่อขับผ่านถนนที่ไม่เรียบ แต่ไม่ถึงกับรู้สึกตึงตังจนทำให้ปวดเมื่อย ช่วงล่างมีการซับแรงกระแทกได้ดี น่าประทับใจสำหรับรถกระบะในระดับเดียวกัน แม้จะไม่นุ่มหนึบเท่ารถยนต์นั่ง แต่ก็ถือว่าดีกว่ารถยนต์นั่งหลายรุ่น
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง: สมดุลระหว่างสมรรถนะและการใช้งาน
ในการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ความเร็วเดินทาง 120 กม./ชม. และบางช่วงเร่งทำความเร็วไปถึง 160 กม./ชม. Ford Ranger Wildtrak 3.2 ทำอัตราการบริโภคน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 10 กม./ลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ เมื่อพิจารณาจากขนาดเครื่องยนต์ น้ำหนักของรถ และผู้โดยสารบวกสัมภาระ ถือเป็นตัวเลขที่ไม่น่าเกลียดเมื่อเทียบกับสมรรถนะที่ได้รับกลับมา
สรุป: รถกระบะอเนกประสงค์ที่น่าสนใจ
Ford Ranger Wildtrak 3.2 เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถกระบะ 4 ประตูที่หล่อ เท่ และมีออปชั่นครบครันมาตั้งแต่โรงงาน ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น สมรรถนะที่แข็งแกร่ง และความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ทำให้ Ranger Wildtrak 3.2 เป็นคู่หูสายลุยที่พร้อมตอบสนองทุกความต้องการในการขับขี่
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเลือกรถยนต์ที่ดีที่สุด ขึ้นอยู่กับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล หากคุณกำลังมองหารถกระบะที่ผสมผสานความลงตัวระหว่างดีไซน์ สมรรถนะ และความอเนกประสงค์ Ford Ranger Wildtrak 3.2 คือรถที่คุณไม่ควรมองข้าม
หากคุณกำลังมองหารถกระบะที่พร้อมจะพาคุณไปทุกที่อย่างมีสไตล์และเต็มไปด้วยสมรรถนะ อย่ารอช้า! นัดหมายเพื่อทดลองขับ Ford Ranger Wildtrak 3.2 วันนี้ แล้วคุณจะค้นพบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าที่คุณคาดหวัง