
นิยามใหม่แห่งความหรูหราและการขับเคลื่อนอนาคต: Mercedes-Benz S-Class และวิวัฒนาการสู่ยุคไฟฟ้า
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดรถยนต์ระดับลักชัวรี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมาถึงของยุคยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle – EV) ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก Mercedes-Benz ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลก ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มที่มองหาสุดยอดแห่งความหรูหราและสมรรถนะ แต่หากมองย้อนกลับไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเดินทางของ Mercedes-Benz ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับสูงสุด โดยเฉพาะตระกูล EQ และรุ่นที่เคยถูกมองว่าเป็น “S-Class แห่งโลกไฟฟ้า” อย่าง Mercedes-Benz EQS นั้น มีเรื่องราวที่น่าสนใจและเป็นบทเรียนอันล้ำค่า
EQS: ความพยายามสร้าง S-Class แห่งยุคใหม่ที่เผชิญความท้าทาย
Mercedes-Benz EQS เปิดตัวครั้งแรกในปี 2021 โดยตั้งใจจะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า BEV ระดับพรีเมียม ให้เป็นอีกทางเลือกที่มอบความหรูหราเทียบเท่า Mercedes-Benz S-Class หรือแม้แต่ Mercedes-Maybach S-Class ด้วยการออกแบบที่ล้ำสมัย เทคโนโลยีอันน่าทึ่ง และความสะดวกสบายระดับ S-Class อย่างที่หลายคนคาดหวัง ทว่า ในความเป็นจริง กระแสตอบรับจากผู้บริโภคกลับไม่ได้เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้
สิ่งที่น่าสังเกตคือ แม้ EQS จะมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำยุค แต่ในสายตาของผู้บริโภคจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า S-Class เดิม กลับรู้สึกว่า EQS ขาด “จิตวิญญาณ” หรือ “ความเป็น S-Class” ที่แท้จริง ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ยอดขายของ EQS ไม่เป็นไปตามเป้า และนำมาสู่การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญของ Mercedes-Benz
ถอดบทเรียน: ทำไม EQS จึงไม่สามารถทดแทน S-Class ได้?
สาเหตุที่ทำให้ Mercedes-Benz ต้องปรับทิศทาง และอาจรวมถึงการยุบรวมบางโมเดลในอนาคต มาจากหลากหลายปัจจัยที่ซับซ้อน ประการแรกคือ การพยายามลดความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ลง เพื่อให้การพัฒนาและการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประการที่สองและเป็นประเด็นสำคัญที่สุดคือ การออกแบบของ EQS ที่แม้จะเน้นความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์และมีความเป็นอนาคตสูง แต่กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ความสวยงาม ว่ายังไม่สามารถเทียบเคียงความสง่างามเหนือกาลเวลาของ S-Class ได้ การปรับโฉมในปี 2024 ที่เพิ่มดีไซน์กระจังหน้าแบบดาวลอย เพื่อให้มีกลิ่นอายของ S-Class มากขึ้น ก็ยังไม่สามารถปิดช่องว่างความคาดหวังของลูกค้าได้ทั้งหมด
นอกจากรูปลักษณ์ภายนอก ความสบายและความหรูหราภายในห้องโดยสาร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ S-Class ก็เป็นอีกจุดที่ EQS ยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้เท่าที่ควร ประกอบกับยอดขายที่ยังคงถดถอยในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในการเข้าถึงใจของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย ทำให้การตัดสินใจยุบรวมบางส่วนของสายการผลิต หรือการวางแผนผลิตภัณฑ์ในอนาคต เพื่อลดต้นทุนการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
วิสัยทัศน์ใหม่ปี 2028: S-Class จะมี 2 เวอร์ชั่น สู่ยุคแห่งการผสมผสาน
Ola Källenius ประธานกรรมการบริหารของ Mercedes-Benz Group ได้ประกาศวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนสำหรับอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ S-Class ที่จะมีการพัฒนาไปสู่ปี 2028 โดยจะปรากฏใน 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ รุ่นที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิม และรุ่นขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ทั้งสองรุ่นนี้จะถูกออกแบบให้มีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก ทั้งในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอกและภายในห้องโดยสาร รวมถึงจะใช้พื้นฐานแพลตฟอร์มวิศวกรรมเดียวกันในการผลิต
นโยบายนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเรียนรู้จากบทเรียนในอดีต Mercedes-Benz ตระหนักดีว่า การสร้างรถยนต์ไฟฟ้าที่ “เป็น S-Class” นั้นมีความท้าทายสูง การตัดสินใจที่จะพัฒนารุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายในและรุ่นไฟฟ้าควบคู่กันไปบนแพลตฟอร์มเดียวกัน ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุนด้านการพัฒนา แต่ยังเป็นการรักษาเอกลักษณ์และความคาดหวังที่ลูกค้ามีต่อ S-Class ไว้ได้อย่างครบถ้วน ขณะเดียวกันก็ผลักดันการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าไปอีกขั้น
การลงทุนที่เพิ่มขึ้นเพื่อปรับปรุง S-Class เครื่องยนต์สันดาปภายในให้ดียิ่งขึ้น ก็เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า Mercedes-Benz ยังคงให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มดั้งเดิม ที่ยังคงชื่นชอบสมรรถนะและความรู้สึกในการขับขี่ของเครื่องยนต์สันดาปภายใน แต่ก็พร้อมที่จะนำเสนอทางเลือกแห่งอนาคตให้กับกลุ่มผู้บริโภคที่เปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ
Mercedes-Benz (Thailand) ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาด Top-End Luxury: การเปิดตัวครั้งสำคัญใน Thailand International Motor Expo 2024
สำหรับตลาดประเทศไทย Mercedes-Benz (ประเทศไทย) ได้เสริมทัพไลน์อัพยานยนต์ระดับ Top-End Luxury ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รวมกว่า 6 รุ่น ครอบคลุมทั้งแบรนด์ Mercedes-Maybach, Mercedes-Benz G-Class, S-Class และ V-Class ซึ่งสามารถสัมผัสคันจริงได้ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 หรือ Thailand International Motor Expo 2024 การจัดแสดงครั้งนี้เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ Mercedes-Benz ในการนำเสนอสุดยอดยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้ากลุ่มลักชัวรี่
ไฮไลท์สำคัญในงาน Thailand International Motor Expo 2024:
Mercedes-Benz G 580 with EQ Technology: การปรากฏตัวครั้งแรกของ G-Class เจเนอเรชันใหม่ ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า 100% ตอกย้ำตำนาน “King of Off-Road” ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ให้กำลังสูงสุด 587 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 1,164 นิวตันเมตร พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.7 วินาที แบตเตอรี่ความจุ 116 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ไกล 473 กม. (WLTP) และรองรับการชาร์จ DC สูงสุด 200 กิโลวัตต์ มีให้เลือก 2 รุ่น คือ STANDARD ราคาเริ่มต้น 9,500,000 บาท และ EDITION ONE ราคา 12,200,000 บาท โดยรุ่น EDITION ONE จะผลิตจำนวนจำกัดเพียง 6 คันในประเทศไทย
Mercedes-Benz G 450 d: อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับ The new G-Class ที่มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 367 แรงม้า จำหน่ายในราคาเริ่มต้น 12,200,000 บาท
Mercedes-Maybach EQS 680 SUV: ยนตรกรรม SUV พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกภายใต้แบรนด์ Mercedes-Maybach ที่ผสมผสานความหรูหราขั้นสูงสุดเข้ากับเทคโนโลยี EV ได้อย่างลงตัว ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กำลังสูงสุด 658 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.4 วินาที แบตเตอรี่ 118 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ไกล 615 กม. (WLTP) ในราคาเริ่มต้น 12,500,000 บาท
Mercedes-Maybach S 580 e Premium: ซีดานระดับไฮเอนด์ลักชัวรี่ที่สะท้อนเอกลักษณ์แห่งความสง่างามของ S-Class มาพร้อมตัวถังสีทูโทนใหม่ และเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ได้รับสิทธิ์ในการผลิตรถยนต์ Maybach ในประเทศไทย (Local Production) ขับเคลื่อนด้วยระบบ Plug-in Hybrid ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 3.0 ลิตร (367 แรงม้า) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า (150 แรงม้า) ให้กำลังรวมสูงสุด 510 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.7 วินาที แบตเตอรี่ 60.0 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 100 กม. (WLTP) จำหน่ายในราคาเริ่มต้น 11,300,000 บาท
Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium: ยนตรกรรมลักชัวรี่ซีดานที่มอบประสบการณ์การขับขี่และความสะดวกสบายขั้นสูง มาพร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้อ (Rear axle steering 4.5°) เพื่อเพิ่มความคล่องตัว ระบบ Plug-in Hybrid กำลังรวมสูงสุด 510 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.2 วินาที จำหน่ายในราคา 7,580,000 บาท
Mercedes-Benz V 300 d Exclusive: รถแวนระดับลักชัวรี่ 6 ที่นั่ง มาตรฐานยุโรป ออกแบบมาเพื่อการเดินทางทั้งแบบครอบครัวและธุรกิจ มอบความสะดวกสบายและความหรูหราเทียบเท่า First Class ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ 2.0 ลิตร (237 แรงม้า) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.4 วินาที เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic จำหน่ายในราคา 5,820,000 บาท
ความปลอดภัยระดับสูงสุด: Transeco S500L ฉบับป้องกันพิเศษ
สำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองสูงสุดในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจระดับสูงหรือนักการเมืองระดับประเทศ Mercedes-Benz S500L รุ่นพิเศษที่ได้รับการปรับแต่งโดย Transeco จากเยอรมนี ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ตัวรถได้รับการอัพเกรดความปลอดภัยระดับ Level 7 ซึ่งสามารถทนทานต่อกระสุนปืนอย่าง .357 Magnum และ M16 ได้อย่างสบาย
การปรับปรุงเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุดประกอบด้วย การติดตั้งกระจกนิรภัยลามิเนต, เสาหลังคาบุหนาพิเศษ, พื้นรถเสริมความแข็งแกร่งป้องกันการระเบิด, ถังน้ำมันหุ้มฉนวนป้องกันการรั่วไหล และกล่องป้องกันระบบอิเล็กทรอนิกส์และแบตเตอรี่ เพื่อให้รถยังคงสามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้แม้จะถูกโจมตี นอกจากนี้ ระบบเบรกและช่วงล่างยังได้รับการอัพเกรดประสิทธิภาพเพื่อความทนทาน รองรับด้วยยางรันแฟลตที่สามารถวิ่งได้ระยะทาง 50 กม. ที่ความเร็ว 50 กม./ชม. แม้ยางจะถูกเจาะ
Brabus: ปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดของ S-Class
สำนักแต่งชื่อดัง Brabus ไม่เคยพลาดโอกาสในการยกระดับ S-Class ให้เหนือกว่าขีดจำกัดเดิม โดยชุดอัพเกรดปี 2014 สำหรับ Mercedes-Benz S-Class ที่เปิดตัวในงาน Frankfurt Motor Show นั้น ได้นำเสนอการปรับปรุงทั้งด้านสมรรถนะและรูปลักษณ์
ชุดบอดี้คิทแอโรไดนามิกส์รอบคัน กันชนหน้า, สเกิร์ตข้าง, ซุ้มล้อพร้อมช่องระบายอากาศ, ท่อไอเสียสปอร์ต, ระบบช่วงล่างโหลดเตี้ยลง 15 มม. และล้ออัลลอยขนาด 19-21 นิ้ว พร้อมยางจาก Continental, Pirelli หรือ Yokohama เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการปรับแต่งภายนอก
สำหรับสมรรถนะ Brabus นำเสนอชุดอัพเกรด “PowerXtra” สำหรับรุ่น S500 เครื่องยนต์ V8 4.7 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 520 แรงม้า แรงบิด 820 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.2 วินาที ส่วน S63 AMG สามารถอัพเกรดเป็น 650 PowerXtra CGI ด้วยเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ 5.5 ลิตร ให้กำลัง 650 แรงม้า แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร
สำหรับผู้ที่ต้องการสุดยอดของพลัง Brabus มีแพ็คเกจ “Brabus B63S” ที่มาพร้อมเทอร์โบใหม่ ระบบรีดอากาศและระบบไอเสียที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด และการจูนกล่อง ECU ใหม่ ทำให้รีดกำลังได้ถึง 730 แรงม้า แรงบิด 1,065 นิวตันเมตร และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 325 กม./ชม.
Mercedes-Benz (Thailand) กวาด 2 รางวัลใหญ่: ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
การได้รับ 2 รางวัลใหญ่จากโครงการรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี (THAILAND CAR OF THE YEAR) ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) สะท้อนถึงความสำเร็จและความเป็นผู้นำของ Mercedes-Benz (ประเทศไทย)
“รถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมประจำปี 2567” (Thailand EV of the Year 2024): มอบให้กับรุ่น EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic ซึ่งเป็น SUV ไฟฟ้าระดับ Top-End Luxury ที่รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 7 ที่นั่ง ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังสูงสุด 360 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.1 วินาที วิ่งได้ไกลสูงสุด 658 กม. (WLTP) ต่อการชาร์จเต็ม พร้อมระบบ MBUX7 ล่าสุด ระบบเลี้ยว 4 ล้อ และระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง ราคาเริ่มต้น 5,990,000 บาท
“โมเดลการจัดจำหน่ายยอดเยี่ยม” (Best Car Retail Campaign Award): จากการเปิดตัวโมเดลธุรกิจ “Retail of the Future” ซึ่งเป็นการพลิกโฉมธุรกิจค้าปลีกให้กับตลาดรถยนต์ระดับลักชัวรี่ในประเทศไทย
ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic:
ลูกค้าที่ซื้อ EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 พร้อมทำสัญญา MyStar จะได้รับแพ็คเกจ “Worry Free” ประกอบด้วย:
เงินชำระส่วนแรก 0% เริ่มต้น 72,000 บาท/เดือน (สำหรับสัญญา 60 เดือน, ระยะทาง 20,000 กม./ปี)
ฟรี! ค่าบริการชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบ DC ไม่จำกัดจำนวนครั้ง (Unlimited DC Charging) เป็นเวลา 1 ปี ผ่านสถานี SHARGE
ฟรี! Wallbox พร้อมติดตั้ง
EQE 300 และ EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic: สานต่อตำนาน EV ระดับลักชัวรี่
Mercedes-Benz (ประเทศไทย) ได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ 2 รุ่น คือ EQE 300 (ซีดานไฟฟ้า ราคา 3,970,000 บาท) ที่เข้ามาเติมเต็มไลน์อัพ EQE ให้ครบทั้งตัวถังซีดานและ SUV และ EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic (SUV Full-Size Luxury 7 ที่นั่ง ราคา 5,990,000 บาท) ซึ่งเป็นการสานต่อแผนการประกอบรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นที่ 2 ต่อจาก EQS 500 4MATIC ที่ผลิตจากแพลตฟอร์ม EVA2 โดยเฉพาะ
วิสัยทัศน์ระดับโลก และการขับเคลื่อนสู่อนาคต EV ของ Mercedes-Benz
Martin Schwenk ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ Mercedes-Benz (ประเทศไทย) กล่าวว่า “Mercedes-Benz ในระดับโลก มีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่ Entry Luxury จนถึง Top-End Luxury รวมถึงรถจากแบรนด์ Mercedes-AMG และ Mercedes-Maybach นอกจากนี้ เรายังมีแผนการพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในเจเนอเรชันถัดไป และลงทุนสร้าง ‘eCampus’ ศูนย์พัฒนาเซลล์แบตเตอรี่สมรรถนะสูงที่เมืองสตุทท์การ์ด ประเทศเยอรมนี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในด้านคุณภาพและเทคโนโลยีของแบตเตอรี่”
สำหรับประเทศไทย Mercedes-Benz เป็นแบรนด์ลักชัวรี่แบรนด์แรกที่ประกอบแบตเตอรี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% และเป็นประเทศแรกนอกเยอรมนีที่สามารถประกอบรถ EV ระดับแฟล็กชิพอย่าง EQS 500 4MATIC ได้ตั้งแต่ปี 2022 และได้มีการนำเข้าและเปิดตัวรุ่นอื่นๆ ตามมาอย่างต่อเนื่อง เช่น EQB 250, EQE 350 4MATIC SUV, Mercedes-AMG EQE 53 4MATIC+, EQS 450+ รวมถึง EQE 300 และ EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic ล่าสุด
Mercedes-Benz พร้อมที่จะผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์และตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเสนอโมเดลใหม่ๆ ทั้งรุ่นที่ประกอบในประเทศและรุ่นนำเข้า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย
ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 100%:
EQE 300 และ EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic มาพร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี หรือ 250,000 กม. รวมถึงแพ็คเกจ “Worry Free” ประกอบด้วย:
ดาวน์ 990,000 บาท (สำหรับ EQE 300 ผ่อนเริ่มต้น 39,000 บาท/เดือน)
ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง (Mercedes-Benz Protection) ตลอด 3 ปี
ฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะทาง และการรับประกันคุณภาพรถยนต์ (MBSP Easy Care & Extra Guarantee) ตลอด 5 ปี
ฟรี! ค่าบริการชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบ DC ไม่จำกัดจำนวนครั้ง (Unlimited DC Charging) เป็นเวลา 1 ปี ผ่านสถานี SHARGE
การเดินทางสู่ยุคแห่งความหรูหราอย่างยั่งยืน
บทสรุปของการเดินทางของ Mercedes-Benz ในโลกของยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะกับความท้าทายในการนิยาม “S-Class แห่งยุคใหม่” นั้น แสดงให้เห็นถึงพลวัตและความยืดหยุ่นของแบรนด์ระดับตำนานแห่งนี้ การเรียนรู้จากตลาด การปรับกลยุทธ์ และการนำเสนอโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค คือหัวใจสำคัญของการคงความเป็นผู้นำในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง
หากคุณกำลังมองหาสุดยอดยนตรกรรมที่ผสมผสานความหรูหรา สมรรถนะ และเทคโนโลยีแห่งอนาคต หรือต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับเคลื่อนที่เหนือระดับ การเยี่ยมชมโชว์รูม Mercedes-Benz หรือเข้าร่วมงานแสดงยานยนต์ล่าสุด คือก้าวแรกที่คุณควรเริ่มต้น เพื่อค้นพบรถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณในวันนี้และอนาคต