
เปิดศักราชใหม่แห่งยนตรกรรมหรู: เมร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ยกระดับนิยาม “ที่สุดแห่งยุค” ด้วยยนตรกรรมล้ำสมัย
ในโลกแห่งยานยนต์ที่หมุนไปอย่างไม่หยุดนิ่ง การก้าวล้ำนำหน้าด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และการออกแบบที่เหนือชั้น คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ และเมร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ก็ได้พิสูจน์สิ่งนี้อีกครั้ง ด้วยการเปิดศักราชใหม่แห่งการรุกตลาดด้วยยนตรกรรมหรู 7 รุ่นใหม่ ที่ไม่ได้เป็นเพียงการต่อยอดจากความสำเร็จเดิม แต่คือการยกระดับนิยามของ “ที่สุดแห่งยุค” ขึ้นไปอีกขั้น พร้อมตอกย้ำกลยุทธ์ “THE BEST” ที่มุ่งมั่นนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคเสมอมา
“The new E-Class” เจเนอเรชั่นที่ 10: นิยามใหม่แห่งยนตรกรรมซีดานอัจฉริยะ
หัวใจสำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้ คือ “The new E-Class” เจเนอเรชั่นที่ 10 ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นที่สุดแห่งยนตรกรรมซีดานอัจฉริยะในกลุ่ม Contemporary Luxury ไม่ใช่เพียงเพราะการสืบทอดตำนานอันยาวนานของตระกูล E-Class ที่เป็นเสมือนหัวใจของแบรนด์ และได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับกลุ่มรถยนต์สำหรับนักธุรกิจมาโดยตลอด แต่เพราะเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ก้าวล้ำกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
“The new E-Class” มาพร้อมการออกแบบภายนอกที่โดดเด่นตามหลัก Sensual Purity ของเมร์เซเดส-เบนซ์ เส้นสายที่สง่างามแต่ทรงพลัง การผสานรวมองค์ประกอบต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ขนาดตัวถังและฐานล้อที่ยาวและกว้างขึ้น การออกแบบหลังคาในสไตล์คูเป้ที่ลาดเอียงจรดท้ายรถ สะท้อนความปราดเปรียวและความหรูหราในคราวเดียวกัน โคมไฟท้ายแบบชิ้นเดียวดีไซน์ใหม่ ยิ่งเสริมให้ภาพลักษณ์โดยรวมดูสง่างามและมีระดับมากยิ่งขึ้น
ภายในห้องโดยสารคืออีกระดับของประสบการณ์การขับขี่และโดยสาร ด้วยการนำเสนอชุดหน้าจอความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในเซ็กเมนต์นี้ ที่มอบข้อมูลครบถ้วนและระบบความบันเทิงที่ล้ำสมัย ระบบไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 สี ช่วยสร้างสุนทรียภาพและประสบการณ์ที่แตกต่างในทุกการเดินทาง
ภายใต้รูปลักษณ์อันงดงาม ซ่อนขุมพลังที่น่าทึ่งไว้ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบที่พัฒนาขึ้นใหม่ ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC ที่มอบการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและนุ่มนวล การผสานรวมกับโครงสร้างรถที่ได้รับการพัฒนาด้านอากาศพลศาสตร์และมีน้ำหนักเบาลง ส่งผลให้ “The new E-Class” มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต่ำ และปล่อยมลพิษน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยรุ่นที่ประเดิมการเปิดตัวในประเทศไทยมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ให้กำลัง 194 แรงม้า ในราคาเริ่มต้น 3.99 ล้านบาท
ยนตรกรรม Plug-in Hybrid: ยุคใหม่แห่งความยั่งยืนและสมรรถนะ
เมร์เซเดส-เบนซ์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำเสนอรถยนต์เทคโนโลยี Plug-in Hybrid ที่ประกอบในประเทศถึง 2 รุ่น ได้แก่ The S 500 e และ The C 350 e
The S 500 e คือนิยามใหม่ของยนตรกรรมซีดานระดับพรีเมียม ที่ผสมผสานเทคโนโลยีไฮบริดล่าสุด นวัตกรรมยานยนต์ และความหรูหราสง่างามของตระกูล S-Class เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว รุ่นนี้ไม่เพียงเป็นรถยนต์หรูรุ่นแรกของโลกที่ใช้เครื่องยนต์ความจุกระบอกสูบ 3.0 ลิตร และผ่านการรับรองว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นรถยนต์ไฮบริดรุ่นแรกของเมร์เซเดส-เบนซ์ ที่นำระบบสำรองพลังงานจากการเหยียบแป้นเบรกมาใช้ ซึ่งช่วยผสานการทำงานระหว่างการเบรกของผู้ขับขี่และการใช้ระบบเบรกไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มอบทั้งความประหยัดและสมรรถนะที่เหนือกว่า
สำหรับ The C 350 e ถือเป็นรถยนต์รุ่นที่สองในตระกูล The new C-Class ที่ใช้เทคโนโลยีไฮบริด และเป็นรุ่นที่สองของเมร์เซเดส-เบนซ์ที่ใช้เทคโนโลยี Plug-in Hybrid มาพร้อมตัวถังที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและเอสเตท นวัตกรรม Plug-in Hybrid ของรุ่นนี้โดดเด่นด้วยความประหยัดเชื้อเพลิง โดยสามารถชาร์จไฟให้เต็มได้ภายในเวลาเพียง 3 ชั่วโมง ทำให้สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV) เพียงอย่างเดียวได้ระยะทางถึง 31 กิโลเมตร ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์: จากรถสปอร์ตคูเป้ สู่ SUV ระดับพรีเมียม
นอกจากยนตรกรรมซีดานและไฮบริดแล้ว เมร์เซเดส-เบนซ์ยังได้นำเสนออีกหลากหลายรุ่น เพื่อครอบคลุมทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค
The new C-Class Coupé: ยนตรกรรมสไตล์สปอร์ตคูเป้ในกลุ่ม Dream Car ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ปราดเปรียว สปอร์ตยิ่งขึ้น การออกแบบภายในที่หรูหรามีระดับ ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเพิ่มสมรรถนะและความเร้าใจในการขับขี่ พร้อมระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่มากมายเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
The new GLS: รถยนต์ในตระกูล SUV ของเมร์เซเดส-เบนซ์ ที่เข้ามาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอได้อย่างสมบูรณ์แบบ เปรียบเสมือน “เอสยูวี ระดับเอส-คลาส” (S-Class among SUVs) ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ทรงพลัง ห้องโดยสารที่หรูหรา และประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนที่ไร้ที่ติ โดยในประเทศไทยนำเสนอในรุ่น GLS 350 d 4MATIC
Mercedes-AMG A 45 4MATIC และ Mercedes-AMG C 63 S Coupé: แบรนด์ Mercedes-AMG ได้นำเสนอสุดยอดยนตรกรรมสมรรถนะสูง 2 รุ่นใหม่ Mercedes-AMG A 45 4MATIC จากตระกูล A-Class และ Mercedes-AMG C 63 S Coupé ที่ยกระดับสมรรถนะการขับขี่ไปอีกขั้น ด้วยพละกำลังจากเครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4 ลิตร และระบบเกียร์ AMG SPEEDSHIFT MCT 7-SPEED ที่มอบการตอบสนองที่รวดเร็วและราบรื่น
The new Vito Concept: นิยามใหม่ของรถยนต์อเนกประสงค์
ปิดท้ายด้วย The new Vito Concept ยนตรกรรมหรูต้นแบบรถอเนกประสงค์แบบ 11 ที่นั่ง ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์แห่งการเดินทางของทุกคนในครอบครัว ด้วยพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง สามารถเก็บสัมภาระได้อย่างครบครัน การออกแบบทั้งภายในและภายนอกที่หรูหรา มีระดับ ประณีตทุกรายละเอียด และเสริมด้วยระบบความปลอดภัยขั้นสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการขับขี่บนท้องถนน
ข้อเสนอสุดพิเศษเพื่อลูกค้าคนสำคัญ
เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า เมร์เซเดส-เบนซ์ยังได้เตรียมข้อเสนอสุดพิเศษมากมายสำหรับผู้ที่สนใจจับจองยนตรกรรมในงานมหกรรมยานยนต์ ทั้งแคมเปญ MercedesCard ที่มอบ Cash back สูงสุด 5,000 บาท และบัตรกำนัลที่พักโรงแรมมูลค่า 10,000 บาท สำหรับผู้ถือบัตรฯ และข้อเสนอสุดพิเศษจากเมร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง ภายใต้โปรแกรม mySTAR Special
การเปิดตัวยนตรกรรมใหม่ 7 รุ่นของเมร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย การออกแบบที่เหนือระดับ และยนตรกรรมที่ตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งยานยนต์หรู ที่เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรม ความยั่งยืน และประสบการณ์การขับขี่อันน่าประทับใจ
หากท่านคือผู้ที่แสวงหาสุดยอดแห่งสมรรถนะ นวัตกรรม และความหรูหราเหนือระดับ ขอเชิญสัมผัสประสบการณ์จริงกับยนตรกรรมเมร์เซเดส-เบนซ์หลากหลายรุ่นล่าสุด ที่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งนี้ หรือเยี่ยมชมผู้จำหน่ายเมร์เซเดส-เบนซ์ทั่วประเทศ เพื่อค้นพบรถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณ และเริ่มต้นการเดินทางสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกมิติ