• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N0204116_งสน ทย งต องเกรงใจ [ตอน_part2 | Yuikie TV

admin79 by admin79
March 26, 2026
in Uncategorized
0
N0204116_งสน ทย งต องเกรงใจ [ตอน_part2 | Yuikie TV ส่องทิศทางใหม่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในไทย: ยุทธศาสตร์ “Retail of the Future” สู่ยุคใหม่แห่งยนตรกรรมหรู ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว การปรับตัวและกำหนดทิศทางธุรกิจให้สอดคล้องกับเทรนด์แห่งอนาคตถือเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์ระดับโลกอย่าง เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz) ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการนำเสนอนวัตกรรมและประสบการณ์สุดพิเศษให้กับผู้บริโภค ในปี 2025 นี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ภายใต้การนำทัพของ มร. มาร์ติน ชเวงค์ ประธานบริหารคนใหม่ ได้ประกาศยุทธศาสตร์ “Retail of the Future” เพื่อพลิกโฉมวงการยานยนต์หรูในประเทศไทย สู่เป้าหมายที่มากกว่าการแข่งขันด้านยอดขาย แต่เป็นการสร้างความแข็งแกร่งและความยั่งยืนในระยะยาว จาก “ดีลเลอร์” สู่ “เอเจนต์”: โมเดลธุรกิจใหม่เพื่อความคล่องตัว หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญภายใต้ยุทธศาสตร์ “Retail of the Future” คือการปรับเปลี่ยนสถานะของเครือข่ายพันธมิตร จากเดิมที่เป็น “ดีลเลอร์” สู่การเป็น “เอเจนต์” การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลให้ดีลเลอร์ไม่ต้องลงทุนมหาศาลในการสต็อกรถยนต์ แต่จะได้รับค่าตอบแทนในรูปแบบของค่าคอมมิชชั่นจากการปล่อยรถ (Sales Commission) เมื่อสามารถส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าได้ โมเดลธุรกิจใหม่นี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระทางการเงินและความเสี่ยงให้กับพันธมิตร แต่ยังเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และเปิดโอกาสให้พวกเขามุ่งเน้นไปที่การมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าได้อย่างเต็มที่ โฟกัสที่ “ซับแบรนด์” และ “ยานยนต์ไฟฟ้า”: ตอบโจทย์ทุกความต้องการที่เหนือระดับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ตระหนักดีถึงความต้องการที่หลากหลายและซับซ้อนของผู้บริโภคในตลาดลักชัวรี่ จึงได้วางแผนที่จะเพิ่มความเข้มข้นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ผ่านซับแบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach และกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า EQ ทั้งในรูปแบบปลั๊ก-อินไฮบริด (Plug-in Hybrid) และรถยนต์ไฟฟ้า 100% (Battery Electric Vehicle – BEV) การจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจนนี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงรุ่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความชื่นชอบส่วนตัวได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น กลยุทธ์ “CKD First”: ความมั่นใจในการผลิตในประเทศ สำหรับรถยนต์รุ่นหลักที่มีแผนการผลิตในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ โดยจะเน้นการผลิตแบบ CKD (Completely Knocked Down) เป็นหลัก และจะ ไม่นำเข้ารถยนต์รุ่น CBU (Completely Built Unit) มาทำตลาดก่อนหน้าอย่างที่เคยปฏิบัติ การเปลี่ยนแปลงนี้แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและความมุ่งมั่นในการพัฒนากระบวนการผลิตในประเทศให้มีความพร้อมสมบูรณ์ที่สุดก่อนการเปิดตัวสู่ตลาด การเริ่มต้นผลิตในประเทศจะช่วยให้สามารถควบคุมคุณภาพ ราคา และการส่งมอบได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Mercedes-Benz C-Class W206 ซึ่งเปิดตัวในตลาดโลกช่วงต้นปี 2021 แต่ในประเทศไทยนั้น ต้องรอการผลิตในประเทศซึ่งกำหนดไว้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2022 โดยเริ่มประเดิมด้วยรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล C220d ในราคาเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท ตามมาด้วยรุ่นปลั๊ก-อินไฮบริด C350e ในราคา 3.35 ล้านบาท ช่วงปลายปีเดียวกัน การผลิตรุ่น CKD นี้ถือเป็นการปรับตัวอย่างชาญฉลาด เพื่อรับมือกับความท้าทายในอุตสาหกรรมยานยนต์ เช่น ปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ (Chip Shortage) ที่เคยส่งผลกระทบอย่างหนัก การอัปเดตไลน์อัพผลิตภัณฑ์: เทคโนโลยีล้ำสมัย สู่ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงเดินหน้าเปิดตัวยนตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาสมรรถนะ เทคโนโลยี และความหรูหราในระดับสูงสุด: Mercedes-Benz GLC โฉมใหม่ (W254): สำหรับตลาด SUV ระดับพรีเมียม All-new Mercedes-Benz GLC ที่เปิดตัวในตลาดโลกปี 2022 กำลังจะเข้าสู่สายการผลิตในประเทศไทย โดยจะเริ่มขึ้นไลน์ผลิตใน ไตรมาสที่ 3 ของปี 2024 คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนสิงหาคมนี้ โดยจะประเดิมด้วยขุมพลังปลั๊ก-อินไฮบริด GLC 350e 4MATIC ที่ผสานเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 31.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถวิ่งด้วยโหมด EV ได้ระยะทางสูงสุดถึง 120 กม. (มาตรฐาน WLTP) โดยรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลจะตามมาสมทบในช่วงปลายปี Mercedes-Benz E-Class โฉมใหม่ (W214): ยนตกรรมซีดานหรูที่ได้รับการตอบรับอย่างดีในตลาดโลก ได้เปิดตัวสู่สายตาชาวโลกในเดือนเมษายนที่ผ่านมา สำหรับการทำตลาดในประเทศไทย จะยึดตามแนวทางการผลิตแบบ CKD เช่นเดียวกัน โดยจะไม่มีรุ่นนำเข้า CBU และต้องรอการประกอบในประเทศในช่วง ไตรมาสที่สองของปี 2024 Mercedes-AMG EQE 53 4MATIC+: เพื่อเติมเต็มกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง เมอร์เซเดส-เบนซ์ เตรียมนำเข้า EV ตัวแรงอย่าง Mercedes-AMG EQE 53 4MATIC+ เป็นครั้งแรกในประเทศไทยในช่วงปลายปีนี้ รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นนี้ผสานสมรรถนะอันดุดันของ Mercedes-AMG เข้ากับเทคโนโลยี EQ อันล้ำสมัย ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังรวมสูงสุด 625 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.5 วินาที พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 90.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทาง 465 กม. ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ความมุ่งมั่นใน “ความยั่งยืน” และ “ยานยนต์ไฟฟ้า”: นโยบายต่อเนื่องเพื่ออนาคต มร. มาร์ติน ชเวงค์ ย้ำถึงความมุ่งมั่นของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ในการสนับสนุนนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ โดยกล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ ถือเป็นบริษัทรถยนต์รายแรก (เมเจอร์แบรนด์) ที่ตอบรับนโยบายด้วยการขึ้นไลน์ประกอบ EV ที่โรงงานธนบุรีประกอบรถยนต์ ดังนั้นจึงอยากให้ดำเนินตามนโยบายอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุน” บริษัทฯ ยังคงเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยผ่านแผนการดำเนินธุรกิจที่ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้ง: Sustainability: การให้ความสำคัญกับแผนงานด้านความยั่งยืน Electrification: การนำเสนอรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง Technology and Innovation: การนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย Luxury Experience: การมอบประสบการณ์สุดหรูเหนือระดับให้กับลูกค้า ขยายการรับประกัน “แบตเตอรี่แรงดันสูง”: ความมั่นใจเหนือระดับสำหรับรถยนต์ปลั๊ก-อินไฮบริด เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับลูกค้าที่เลือกใช้รถยนต์ปลั๊ก-อินไฮบริด เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ประกาศขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูงเป็น 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2024 เป็นต้นไป การรับประกันนี้ครอบคลุมทั้งรถใหม่และย้อนหลังสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถไปแล้ว โดยมีรุ่นที่เข้าร่วมรายการดังนี้: C-Class รุ่น C 350e (W206) E-Class รุ่น E 300e (W213) S-Class รุ่น S 580e (V223) GLC 300e (X253) GLC 300e Coupe (C253) GLE 350de (V167)
เจาะลึก Mercedes-Benz C 350e AMG Dynamic: นิยามใหม่ของ “PHEV” ที่ตอบโจทย์คนรัก EV สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่ผสมผสานความสะดวกสบายของรถยนต์ไฟฟ้าเข้ากับสมรรถนะอันเร้าใจของเครื่องยนต์สันดาปภายใน Mercedes-Benz C 350e AMG Dynamic ถือเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ด้วยการออกแบบที่เน้นความพรีเมียมและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งแต่กระจังหน้าลาย Star Pattern ไปจนถึงเส้นสายที่โค้งมนลื่นไหล ส่งผลให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) อยู่ที่ 0.24 เท่านั้น ดีไซน์ภายนอก: มาพร้อมล้ออัลลอย AMG 5 ก้านคู่ ขนาด 18 นิ้ว และท่อไอเสียคู่ 2 ฝั่ง ไฟหน้าแบบ Digital Light ที่มีความละเอียดสูงกว่า 1 ล้านพิกเซลต่อข้าง สามารถทำงานได้อย่างแม่นยำในการสร้างรูปแบบการส่องสว่างที่เหมาะสม ลดจุดบอด และหลีกเลี่ยงการรบกวนรถคันอื่น โดยระบบจะวาด “ภาพ” รูปแบบการหลีกเลี่ยงแสงตามสภาพการจราจร ทำให้ทัศนวิสัยในยามค่ำคืนดีเยี่ยม การออกแบบภายใน: ถอดแบบมาจาก S-Class ด้วยหน้าจอ LCD ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว สำหรับผู้ขับขี่ ที่แสดงข้อมูลได้อย่างชัดเจน สามารถเลือกรูปแบบการแสดงผลได้ 3 แบบ คือ Discreet, Sporty และ Classic ส่วนหน้าจอมอนิเตอร์ตรงกลางแนวตั้ง ขนาด 11.9 นิ้ว ออกแบบให้เอียงเข้าหาผู้ขับเล็กน้อย ควบคุมระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 2 โซน และระบบความบันเทิง MBUX พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง เทคโนโลยีและฟีเจอร์: ระบบสแกนลายนิ้วมือเพื่อเข้าใช้งาน MBUX และตั้งค่าเฉพาะบุคคล สามารถจดจำพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละคนได้รวดเร็ว รองรับผู้ใช้งาน 7 คน โดยแต่ละคนสแกนได้ 2 นิ้ว พร้อมไฟ Ambient Light 64 เฉดสี ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากคันหน้า (Active Distance Assist DISTRONIC) ระบบ Lane Tracking Package ที่ช่วยดึงรถเข้าสู่ช่องทางเดิมหากตรวจพบความเสี่ยงการชน ระบบช่วยเตือนจุดบอด ระบบช่วยจอด กล้องถอยหลังพร้อมเซ็นเซอร์อัลตร้าโซนิค และระบบป้องกันการชนพร้อมระบบช่วยเบรก ระบบไฮบริดเจนเนอเรชั่นที่ 4: C 350e AMG Dynamic มาพร้อมกับระบบไฮบริดเจนเนอเรชั่นที่ 4 ที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดความจุ 25.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (โหมด EV) ได้ระยะทางสูงสุด 100 กม. และทำความเร็วสูงสุดในโหมด EV ได้ถึง 140 กม./ชม. ซึ่งถือว่าตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างดีเยี่ยม ประสบการณ์การขับขี่จริง: ในการทดลองขับบนเส้นทางบูรพาวิถีและมอเตอร์เวย์ด้วยโหมด EV (โหมด EL) พบว่ารถสามารถวิ่งได้ระยะทางถึง 108 กม. ก่อนที่เครื่องยนต์จะเริ่มทำงาน ซึ่งมากกว่าที่ระบุในสเปก อัตราเร่งทำได้อย่างทันใจ เหมาะกับการขับขี่ที่ต้องเปลี่ยนความเร็วบ่อยครั้ง การทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ผสานเข้ากับระบบไฟฟ้าเป็นไปอย่างนุ่มนวล จนแทบไม่รู้สึกถึงการทำงานของเครื่องยนต์ นอกจากการมองเห็นบนมาตรวัดรอบ ความเร็วสูงสุดในโหมด EL ทำได้ถึง 147 กม./ชม. การชาร์จแบตเตอรี่: รองรับการชาร์จแบบ AC ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และการชาร์จแบบ DC (DC Fast Charging) สามารถชาร์จเต็ม 100% ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที แนวคิดการบริหารจัดการพลังงาน: เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ออกแบบระบบการทำงานของโหมด EV ให้มีความรู้สึกใกล้เคียงกับการขับขี่รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปทั่วไป โดยเมื่อผู้ขับถอนคันเร่ง ระบบจะเลือกปล่อยให้รถไหลไปข้างหน้าด้วยแรงเฉื่อยมากกว่าการรีชาร์จกลับอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ผู้ขับขี่รู้สึกเป็นธรรมชาติมากขึ้น แนวคิดนี้มาจากการคำนวณทางวิศวกรรมที่พบว่า การปล่อยให้รถไหลไปข้างหน้าด้วยแรงเฉื่อยจะได้ระยะทางที่มากกว่าการชาร์จไฟกลับแล้วนำมาขับเคลื่อนในภายหลัง โหมดการขับขี่: นอกเหนือจากโหมด EV (EL) และโหมด Hybrid (H) ซึ่งเป็นโหมดหลักที่รถจะเลือกใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก และดึงกำลังจากเครื่องยนต์เมื่อจำเป็น หรือเมื่อความเร็วสูงเกินลิมิตของโหมด EV แล้ว ยังมีโหมด Battery Hold (B) สำหรับรักษาระดับแบตเตอรี่ และโหมด Individual ให้ผู้ขับขี่ตั้งค่าการทำงานต่างๆ ได้เอง รวมถึงโหมด Sport ที่เพิ่มการตอบสนองของเครื่องยนต์ให้กระฉับกระเฉงยิ่งขึ้น สมรรถนะโดยรวม: ระบบไฮบริดให้กำลังสูงสุดรวม 313 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.1 วินาที และความเร็วสูงสุด 245 กม./ชม. ระบบช่วงล่างได้รับการปรับแต่งมาอย่างดี ให้ความรู้สึกสปอร์ต เกาะถนน และนิ่ง แม้จะใช้ความเร็วสูง หรือขณะเข้าโค้ง การเก็บแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนนทำได้ดีเยี่ยม สร้างความสบายให้กับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ความโดดเด่นสำหรับถนนเมืองไทย: ด้วยระบบ Self-Leveling ที่ช่วยรักษาตัวรถให้อยู่ในระนาบที่ขนานกับพื้นถนนมากที่สุด ทำให้การขับขี่บนสภาพถนนที่หลากหลายของประเทศไทยเป็นไปอย่างราบรื่นและสบายยิ่งขึ้น เมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงไม่แนะนำให้เปลี่ยนขนาดล้อหรือยาง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ C 350e AMG Dynamic ‘PHEV’ คือนิยามใหม่ของยนตกรรมที่ผสมผสานความเป็นที่สุดของรถยนต์ไฟฟ้าเข้ากับสมรรถนะอันยอดเยี่ยม และความหรูหราที่สมบูรณ์แบบ พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ก้าวสู่ยุคใหม่ของยนตรกรรมหรู…
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย กำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์หรู ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน กลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรม หากคุณกำลังมองหายนตรกรรมที่สะท้อนถึงรสนิยม ความก้าวหน้า และความมุ่งมั่นในอนาคต เมอร์เซเดส-เบนซ์ คือคำตอบของคุณ ค้นพบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และสัมผัสเทคโนโลยีแห่งอนาคตได้แล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั่วประเทศ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายทดลองขับ
Previous Post

N0204123_มลพ ษเพ อนบ าน [ตอนจบ]_part2 | Yuikie TV

Next Post

N0204118_สะใภ ตามส อผ วร งเก ยจ [ตอน_part2 | Yuikie TV

Next Post

N0204118_สะใภ ตามส อผ วร งเก ยจ [ตอน_part2 | Yuikie TV

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N0805050_แฟนเก าหลอกว าไปต างประเทศ แท มาเป นไรเดอร_part2
  • N0805049_Ep1 หม นบนซากโกง ตอน กพ เส ยดายน อง_part2
  • N0805048_อส ตย จนถ กมองว าโง แต ดท ายคนโง นแหละท_part2
  • N0805047_Ep2 หม นบนซากโกง ตอน างแฟนเก ามาคบก บล_part2
  • N0805046_Ep3ค หม นบนซากโกง ตอน เธอเป นพน กงาน อย าบอก_part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • April 2026
  • March 2026
  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.