![N0304116_อย าโยนภาระท กอย างมาให เม [ตอนแรก]_part2 | Yuikie TV](https://filmth1.themtraicay.com/wp-content/uploads/2026/03/fb_natural_20260326_161122.jpg)
เปิดประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ: Mercedes-Benz เผยโฉมยนตรกรรมหรูพร้อมเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ในโลกแห่งยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความหรูหรา เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ และสมรรถนะที่เหนือชั้นเข้าไว้ด้วยกัน การเปิดตัวในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2016 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับสำหรับผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรามองไปยังทิศทางของตลาดรถยนต์พรีเมียมในปัจจุบัน การปรับกลยุทธ์และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ล้วนสะท้อนถึงความเข้าใจในความต้องการของตลาดและความมุ่งมั่นในการส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุด
C-Class Coupé: นิยามใหม่ของสปอร์ตคูเป้ระดับพรีเมียม
หัวใจหลักของการเปิดตัวในครั้งนั้น คือ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาส คูป ยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ที่ได้รับการประกอบในประเทศไทยเป็นครั้งแรก รุ่นนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความปราดเปรียว หรูหรา และมีระดับเท่านั้น แต่ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและสมรรถนะอันยอดเยี่ยม การผลิตในประเทศยังเป็นกุญแจสำคัญในการตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Mercedes-Benz C-Class Coupé มาพร้อมกับตัวเลือกสองรุ่นย่อย ได้แก่ นิว ซี250 คูป สปอร์ต และ นิว ซี250 คูป เอเอ็มจี ไดนามิค แต่ละรุ่นได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันทั้งภายนอกและภายใน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจ
ภายนอก: เส้นสายที่เฉียบคมและดูดุดัน เสริมด้วยชุดแต่งที่แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น ตั้งแต่ดีไซน์สปอร์ตที่เน้นความโฉบเฉี่ยว ไปจนถึงชุดแต่ง AMG ที่เพิ่มความดุดันและสง่างาม สอดคล้องกับเทรนด์ Luxury car Thailand ที่ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่น
ภายใน: ห้องโดยสารที่ได้รับการออกแบบอย่างใส่ใจในทุกรายละเอียด สะท้อนถึงความหรูหราและความใส่ใจในทุกสัมผัส วัสดุคุณภาพสูง การจัดวางอุปกรณ์ที่ใช้งานง่าย และบรรยากาศภายในที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายแต่แฝงด้วยความสปอร์ต
เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่จัดเต็มเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ C-Class Coupé ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่:
ระบบช่วยนำรถเข้าจอดแบบอัตโนมัติ (Active Parking Assist)
ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist)
ระบบช่วยเหลือเพื่อความปลอดภัยก่อนเกิดเหตุ (Pre-Safe® system)
ระบบไฟหน้าปรับอัตโนมัติตามสภาพถนน (Adaptive Highbeam Assist)
สำหรับรุ่น นิว ซี250 คูป สปอร์ต มาพร้อมกับกล้องแสดงภาพขณะถอยหลัง ในขณะที่รุ่น นิว ซี250 คูป เอเอ็มจี ไดนามิค ได้รับการยกระดับด้วยกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา, หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ, หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up display) และระบบเครื่องเสียง Burmester® พร้อม DSP amplifier และลำโพง 13 ตัว ที่จะมอบประสบการณ์เสียงอันดื่มด่ำ
ภายใต้ฝากระโปรง นิว ซี250 คูป ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร สามารถอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 6.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กม./ชม. ซึ่งเป็นสมรรถนะที่น่าประทับใจสำหรับรถในกลุ่มนี้
Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé: พลังสปอร์ตที่ผสานความหรูหรา
การเปิดตัว เดอะ นิว เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ซี43 4เมติค คูป ถือเป็นการตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสมรรถนะสปอร์ตอันเร้าใจ แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราพรีเมียมของ C-Class Coupé เครื่องยนต์ V6 ที่ทรงพลังที่สุดในรถกลุ่มเดียวกัน ให้กำลังสูงสุดถึง 367 แรงม้า ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งดุดันและนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน
C 300 Cabriolet: เปิดรับประสบการณ์อันไร้ขีดจำกัด
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบเปิดประทุน เดอะ นิว ซี300 คาบริโอเลต์ เอเอ็มจี ไดนามิค พร้อมหลังคาซอฟท์ท็อป คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ เป็นการผสมผสานระหว่างอิสระในการสัมผัสสายลม แสงแดด และสมรรถนะอันเร้าใจของ Mercedes-AMG
CLA-Class: ความสปอร์ตที่เข้าถึงได้
เดอะ นิว ซีแอลเอ-คลาส ถูกนำเสนอในสองรุ่นย่อย ได้แก่ ซีแอลเอ200 เออเบิร์น ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 1.5 ลิตร 156 แรงม้า และ ซีแอลเอ250 เอเอ็มจี ไดนามิค ที่เพิ่มสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร 211 แรงม้า ทั้งสองรุ่นสะท้อนถึงความคุ้มค่าและสไตล์สปอร์ตที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นในตลาด Compact executive cars Thailand
E-Class Estate: ความอเนกประสงค์และความสง่างาม
เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส เอสเตท คือนิยามของความลงตัวระหว่างความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความสง่างาม ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ด้วยการออกแบบที่เน้นประโยชน์ใช้สอยสูงสุด แต่ยังคงไว้ซึ่งภาพลักษณ์อันทรงเกียรติ
ดีไซน์: ผสานความสง่างามของ E-Class เข้ากับความอเนกประสงค์ของตัวถัง Estate มาพร้อมชุดแต่ง AMG รอบคัน เพิ่มความสปอร์ตและโดดเด่น
ภายใน: บรรยากาศหรูหรา พร้อมไฟเรืองแสงรอบห้องโดยสาร 64 สี และระบบเครื่องเสียง Burmester® พร้อมลำโพง 13 ตัว มอบประสบการณ์ความบันเทิงระดับพรีเมียม
สมรรถนะ: รุ่น E220d Estate AMG Dynamic ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ เทอร์โบ 2.0 ลิตร 194 แรงม้า พร้อมหลังคาแบบพาโนรามิคซันรูฟ และพื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างขวาง ตั้งแต่ 670-1,820 ลิตร ทำให้เป็นรถที่ตอบโจทย์การเดินทางและไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupé: พลัง SUV ที่เหนือกว่า
ปิดท้ายด้วย เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีแอลอี43 4เมติค คูป ที่มาพร้อมกับขุมพลังอันดุดันของเครื่องยนต์เบนซิน V6 เทอร์โบ 3.0 ลิตร 367 แรงม้า สมรรถนะสปอร์ตที่โดดเด่นด้วยชุดแต่ง AMG, วงล้ออัลลอย AMG 5 ก้านคู่ ขนาด 22 นิ้ว และการออกแบบภายในที่เน้นความสปอร์ตขั้นสุด
โหมดการขับขี่: ระบบมีโหมดการขับขี่ 4 แบบ ได้แก่ Comfort, Slippery, Sport และ Individual เพื่อปรับการตอบสนองของรถให้เข้ากับสภาพถนนและสไตล์การขับขี่
ระบบช่วงล่าง: ติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบอากาศพร้อมระบบควบคุมระดับ ADS (Adaptive Damping System) ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลและมั่นคงในทุกสภาพเส้นทาง
ทิศทางใหม่ของ Mercedes-Benz Thailand: กลยุทธ์สู่ความยั่งยืน
เมื่อมองไปยังทิศทางของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ในปัจจุบันภายใต้การบริหารของ มาร์ติน ชเวงค์ ประธานบริหาร (เริ่มตำแหน่งอย่างเป็นทางการ 1 มกราคม 2566) เราจะเห็นถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ที่สำคัญเพื่อมุ่งสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนในระยะยาว
Retail of the Future: ยุทธศาสตร์นี้มุ่งยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ในทุกมิติ และเน้นการสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าการแข่งขันด้านราคา
การปฏิรูปสู่ Agent Model: การปรับเปลี่ยนสถานะจากดีลเลอร์เป็นเอเจนต์ สะท้อนถึงการลดภาระด้านการลงทุนให้กับพันธมิตร และมุ่งเน้นไปที่การขายและการบริการที่ลูกค้าจะได้รับ
การเสริมความแข็งแกร่งของ Sub-brands: การเพิ่มความเข้มข้นในเชิงลึกผ่านแบรนด์ย่อยอย่าง Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach รวมถึงกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า EQ ทั้ง Plug-in Hybrid และ EV
กลยุทธ์การผลิตในประเทศ (CKD): สำหรับรถยนต์รุ่นหลักๆ ที่มีแผนผลิตในประเทศ จะเน้นการรอให้ชิ้นส่วนและการประกอบพร้อมก่อนที่จะเริ่มวางจำหน่ายในรูปแบบ CKD (Completely Knocked Down) เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและราคาที่แข่งขันได้ ซึ่งแนวทางนี้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากการเปิดตัว Mercedes-Benz C-Class W206 ที่ต้องรอการประกอบในประเทศในช่วงเวลาที่เกิดปัญหาขาดแคลนชิปทั่วโลก
การขับเคลื่อนสู่ยุคแห่งไฟฟ้า (Electrification): ความมุ่งมั่นของ Mercedes-Benz
เมอร์เซเดส-เบนซ์ แสดงความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการผลักดันยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนที่จะประกอบรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศรุ่นอื่นๆ นอกเหนือจาก EQS และการนำเข้า EQB รุ่นใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น
การสนับสนุนนโยบาย EV: บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลไทยในการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า โดยการเป็นหนึ่งในบริษัทรถยนต์รายแรกที่เริ่มสายการผลิต EV ที่โรงงานธนบุรีประกอบรถยนต์
ความสำคัญของ Sustainability: การดำเนินธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งด้านความยั่งยืน (Sustainability), การใช้พลังงานไฟฟ้า (Electrification), นวัตกรรม (Technology and Innovation) และประสบการณ์แบบลักชัวรี่ (Luxury Experience)
การขยายการรับประกันแบตเตอรี่: เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูงเป็น 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สำหรับรถยนต์ Plug-in Hybrid ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป ครอบคลุมทั้งรถใหม่และรถที่ซื้อไปแล้ว
Mercedes-Benz C 350 e AMG Dynamic: ประสบการณ์ Plug-in Hybrid ที่เหนือกว่า
Mercedes-Benz C 350 e AMG Dynamic เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ที่ก้าวล้ำ สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดและประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ
ดีไซน์: การออกแบบที่เน้นความพรีเมียม เส้นสายที่ลื่นไหลตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้าย ส่งผลดีต่อหลัก Aerodynamics ด้วยค่า Cd เพียง 0.24
เทคโนโลยีแสงสว่าง: ไฟหน้า Digital Light ที่มีความละเอียดสูงกว่า 1 ล้านพิกเซลต่อข้าง ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยยามค่ำคืนได้อย่างยอดเยี่ยม โดยการฉายภาพเพื่อหลีกเลี่ยงแสงเข้าตาผู้ร่วมทาง
การออกแบบภายใน: ได้รับแรงบันดาลใจจาก S-Class ด้วยหน้าจอ LCD ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว สำหรับผู้ขับขี่ และหน้าจอมอนิเตอร์แนวตั้งขนาด 11.9 นิ้ว ที่ออกแบบให้เอียงเข้าหาผู้ขับเล็กน้อย ควบคุมระบบปรับอากาศ 2 โซน และระบบ MBUX ด้วยเสียง
ระบบ MBUX: สามารถสแกนลายนิ้วมือเพื่อเข้าใช้งาน ตั้งค่าเฉพาะบุคคล และจดจำพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละคนได้ถึง 7 คน พร้อมไฟ Ambient Light 64 เฉดสี
ระบบช่วยเหลือการขับขี่: ครบครันด้วยระบบรักษาระยะห่าง ระบบ Lane Tracking Package ระบบเตือนจุดบอด ระบบช่วยจอด กล้องถอยหลัง เซ็นเซอร์อัลตร้าโซนิค และระบบป้องกันการชน
เทคโนโลยี Plug-in Hybrid เจเนอเรชั่นที่ 4
C 350 e AMG Dynamic มาพร้อมกับเทคโนโลยี Plug-in Hybrid เจเนอเรชั่นที่ 4 แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ความจุ 25.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ระยะทางสูงสุด 100 กม. และทำความเร็วสูงสุดในโหมด EV ได้ถึง 140 กม./ชม. ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ประสบการณ์การขับขี่จริง
ในการทดลองขับจริงบนเส้นทางพัทยา แสดงให้เห็นว่ารถสามารถทำระยะทางในโหมด EV ได้มากกว่าที่คาดหวังถึง 108 กม. โดยที่เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ทำงานได้อย่างนุ่มนวลและไร้รอยต่อ การเร่งแซงทำได้ทันใจ เหมาะกับการขับขี่ที่ต้องเปลี่ยนความเร็วบ่อยครั้ง
โหมด EV: การขับขี่ในโหมด EV ให้ความรู้สึกที่สนุกสนาน มอเตอร์ไฟฟ้าตอบสนองได้ทันท่วงที ระบบการจัดการพลังงานมีความชาญฉลาด โดยเน้นการปล่อยให้รถไหลไปข้างหน้าด้วยแรงเฉื่อยมากกว่าการเร่งชาร์จกลับอย่างรวดเร็ว เพื่อรักษาโมเมนตัมในการขับขี่
การชาร์จ: สามารถชาร์จแบบ AC ใช้เวลา 2 ชั่วโมง และแบบ DC ชาร์จเต็ม 100% ในเวลา 30 นาที
โหมด Hybrid (H): ระบบจะเลือกใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ยกเว้นในกรณีที่ต้องการกำลังเสริมจากเครื่องยนต์ หรือเมื่อแบตเตอรี่อยู่ในระดับต่ำ
โหมด Battery Hold (B): โหมดนี้จะรักษาระดับแบตเตอรี่ไว้ใช้ในช่วงเวลาที่ต้องการ
โหมด Sport: เพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ เครื่องยนต์ตอบสนองได้กระฉับกระเฉงยิ่งขึ้น
สมรรถนะรวม ของระบบ Plug-in Hybrid ให้กำลังสูงสุด 313 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.1 วินาที และความเร็วสูงสุด 245 กม./ชม.
ช่วงล่างและการขับขี่
ช่วงล่างของ C 350 e AMG Dynamic ได้รับการปรับจูนมาอย่างดีเยี่ยม ให้ทั้งความสปอร์ต การยึดเกาะถนนที่มั่นคง และความนุ่มนวลในการขับขี่ แม้ในขณะใช้ความเร็วสูง การเข้าโค้งและการเปลี่ยนเลนทำได้อย่างเนียน การเก็บแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนนทำได้ดีเยี่ยม ทำให้ผู้โดยสารได้รับความสบายสูงสุด
ระบบ Self-leveling ที่มีในรถรุ่นนี้ ช่วยรักษาตัวรถให้อยู่ในระนาบที่เหมาะสมกับสภาพถนน ทำให้การขับขี่บนถนนที่สภาพไม่เรียบเป็นไปอย่างราบรื่น
Mercedes-Benz C 350 e AMG Dynamic ‘PHEV’ คือนิยามใหม่ของยนตรกรรมปลั๊ก-อินไฮบริดที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยไม่ต้องกังวลเรื่องระยะทางในการเดินทางและความสะดวกในการชาร์จ เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีแห่งอนาคตเข้ากับความหรูหราสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ของ Mercedes-Benz
หากท่านกำลังมองหารถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย และการออกแบบที่ไร้ที่ติ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขอเชิญชวนให้ท่านเข้ามาสัมผัสยนตรกรรมเหล่านี้ด้วยตนเอง เพื่อค้นพบประสบการณ์ที่ใช่สำหรับคุณได้แล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ