
Mercedes-Benz: ปฏิวัติวงการยานยนต์ด้วยการออกแบบ “Predator” และการมาถึงของ G 580 with EQ Technology
ในโลกของยานยนต์ที่หมุนไปอย่างไม่หยุดยั้ง แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จอย่าง Mercedes-Benz ยังคงยืนยันความเป็นผู้นำด้วยการผสมผสานนวัตกรรมทางเทคโนโลยี การออกแบบที่ล้ำสมัย และความใส่ใจในทุกรายละเอียด วันนี้ ในฐานะผู้ที่คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมขอพาทุกท่านไปสำรวจสองปรากฏการณ์ล่าสุดจากค่ายดาวสามแฉก ที่กำลังจะกำหนดนิยามใหม่ของรถยนต์หรูและสมรรถนะสูง นั่นคือแนวคิดการออกแบบ “Predator” สำหรับ A-Class รุ่นใหม่ และการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Mercedes-Benz G 580 with EQ Technology รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อม DNA แห่งขุมพลังออฟโรด
A-Class: วิวัฒนาการแห่งดีไซน์ “Predator” อันดุดัน
เมื่อเร็วๆ นี้ Mercedes-Benz ได้เผยโฉม A-Class รุ่นใหม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในปรัชญาการออกแบบ ย้อนกลับไปเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้บริหารระดับสูงของ Mercedes-Benz ได้เปิดเผยถึงเบื้องหลังแนวคิดการออกแบบรถคอมแพ็กต์รุ่นล่าสุดนี้ โดยเน้นย้ำถึงทิศทางที่เฉียบคมและทรงพลังยิ่งขึ้น
กอร์ดอน วาเกเนอร์ หัวหน้าทีมนักออกแบบของ Mercedes-Benz ได้บรรยายลักษณะเด่นของ A-Class ใหม่ว่า มีความคล้ายคลึงกับการออกแบบของ CLS อันหรูหรา แต่เพิ่มมิติของความปราดเปรียวและดุดันอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของด้านหน้า ที่ถูกนิยามว่าเป็น “Predator” หรือ “นักล่า” ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นใจและความกล้าหาญ
“เราต้องการให้ A-Class ใหม่นี้เป็นตัวแทนของการก้าวข้ามขีดจำกัด” วาเกเนอร์กล่าว “การออกแบบนี้ไม่ใช่แค่เพียงความสวยงาม แต่เป็นการสื่อสารถึงสมรรถนะและความตั้งใจอันแน่วแน่”
กรอบไฟหน้าของ A-Class รุ่นใหม่มีความเฉียบคมยิ่งขึ้น จับคู่กับรูปทรงกระจังหน้าที่สอดรับกันอย่างลงตัว วาเกเนอร์เสริมว่า การออกแบบนี้ทำให้ A-Class ใหม่ “เป็นรถที่มีความก้าวหน้าในเชิงการออกแบบมากที่สุดของ Mercedes-Benz ในปัจจุบัน” อย่างไรก็ตาม เขาได้ย้ำเตือนว่า แม้จะมีความคล้ายคลึงกับ CLS แต่ทั้งสองรุ่นก็ถูกวางตำแหน่งทางการตลาดที่แตกต่างกันชัดเจน ทำให้ความคล้ายคลึงนี้ไม่ส่งผลกระทบด้านลบต่อภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์
นอกจากนี้ วาเกเนอร์ยังได้ยืนยันว่า แนวทางการออกแบบที่ดุดันในสไตล์ “นักล่า” นี้ จะถูกนำมาใช้เฉพาะกับ A-Class เท่านั้น โดยจะไม่ขยายไปยัง GLA หรือ CLA “เราได้ใช้เวลาอย่างยาวนานในการออกแบบและหารือกับทีมวิศวกร เพื่อให้มั่นใจว่า A-Class จะยังคงความดุดันและทันสมัยไปอีกนานหลายปี”
มีความเป็นไปได้ที่คำว่า “Predator” อาจถูกนำไปใช้เป็นรหัสในการพัฒนา A-Class รุ่นท็อปอย่าง A45 AMG ซึ่งคาดว่าจะมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริดที่มีพละกำลังสูงกว่า 400 แรงม้า สร้างความตื่นเต้นให้กับบรรดาสิงห์นักบิดที่ชื่นชอบสมรรถนะสูงสุด
Mercedes-Benz S-Class 2022: นิยามใหม่ของความหรูหราและความเป็นผู้นำ
เมื่อมองไปยังกลุ่มรถยนต์ซีดานหรูขนาดใหญ่ Mercedes-Benz S-Class 2022 ยังคงเป็นที่สุดแห่งสุนทรียภาพในการเดินทาง ด้วยการผสมผสานการออกแบบที่สง่างาม สมรรถนะที่ทรงพลัง และเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร
ดีไซน์ภายนอก: สัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่เหนือกาลเวลา
S-Class 2022 มาพร้อมสไตล์ร่วมสมัยที่แสดงถึงความโอ่อ่าและสง่างามอย่างแท้จริง สัดส่วนตัวถังที่ใหญ่โต ฝากระโปรงหน้าที่ยาวเหยียด พร้อมตราสัญลักษณ์ดาวสามแฉกอันโดดเด่น สร้างออร่าแห่งความน่าเกรงขาม ชุดไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ทรงกระสุน มาพร้อมฟังก์ชันการทำงานที่ซับซ้อน ทั้งการเลี้ยวตามพวงมาลัยและการปรับไฟสูงอัตโนมัติ เพื่อทัศนวิสัยที่ปลอดภัยที่สุด
ด้านท้ายรถ เส้นสายที่เชื่อมต่อด้วยคิ้วโครเมียม สะท้อนความหรูหรา ตัดกับไฟท้ายทรงสามเหลี่ยมที่วางตัวในแนวนอนได้อย่างลงตัว หลังคากระจกแบบพาโนรามิคที่สามารถเลื่อนเปิด-ปิดได้ เพิ่มมิติของแสงธรรมชาติและความโปร่งสบายให้กับห้องโดยสาร ฝาท้ายไฟฟ้าอำนวยความสะดวกในการใช้งาน
ระบบช่วงล่างแบบถุงลม AIRMATIC ปรับอัตโนมัติ เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ในเมือง และความมั่นคงที่ยอดเยี่ยมเมื่อเดินทางด้วยความเร็วสูง สำหรับรุ่น S 580 e AMG Premium มาพร้อมชุดแต่ง AMG bodystyling รอบคัน และล้ออัลลอย AMG ลายซี่ถี่ขนาด 20 นิ้ว เพิ่มความสปอร์ตหรูหรา ในขณะที่รุ่น S 350 d Exclusive มาพร้อมล้ออัลลอยซี่ถี่ขนาด 19 นิ้ว
ดีไซน์ภายใน: สวรรค์แห่งเทคโนโลยีและความผ่อนคลาย
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ S-Class 2022 คุณจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแบบโมเดิร์นคลาสสิก การตกแต่งด้วยเส้นไฟ Ambient Lighting 64 สี สร้างบรรยากาศที่แตกต่างกันไปตามอารมณ์ คอนโซลกลางเคลือบเงาสี Black Crystal เผยให้เห็นหน้าจอมัลติฟังก์ชัน OLED แบบลอยตัวขนาด 12.8 นิ้ว ที่ผสานรวมกับระบบปฏิบัติการ MBUX อันชาญฉลาด รองรับการสั่งงานด้วยเสียงในภาษาธรรมชาติ และการสั่งงานด้วยท่าทาง Gesture Control
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แยกออกมาในตำแหน่งที่เหมาะสม เป็นแบบลอยตัวเช่นกัน เพิ่มความทันสมัยให้กับแผงคอนโซล
การจัดวางเบาะนั่งเป็นแบบ 2+3 รองรับ 5 ที่นั่ง เบาะคู่หน้าและหลังสามารถปรับไฟฟ้า พร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง และระบบการนวด 6 รูปแบบ เพื่อความผ่อนคลายสูงสุด เบาะหลังฝั่งซ้ายได้รับการออกแบบเป็นพิเศษด้วยเบาะรองขา เพิ่มความสบายในการเดินทางระยะยาว
รุ่น S 350 d Exclusive หุ้มด้วยหนัง Nappa คุณภาพสูง มีให้เลือก 2 สี คือ ดำ Black และเบจ Macchiato Beige ตัดแต่งด้วยลายไม้วอลนัทสีน้ำตาลเคลือบเงา (High-gloss brown burr walnut wood) ส่วนรุ่น S 580 e AMG Premium หุ้มด้วยหนัง Exclusive Nappa มี 2 สี คือ ดำ Black และน้ำตาล Sienna Brown ตกแต่งด้วยลายไม้ป็อปลาร์สีดำเคลือบเงา (High-gloss black poplar wood) ระบบเสียง Burmester พร้อมลำโพง 15 ตัว มอบประสบการณ์เสียงระดับพรีเมียม พร้อมจอแสดงผลสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง 2 จุด และหูฟังไร้สาย 2 ชุด
เครื่องยนต์และสมรรถนะ: พลังที่ไร้ขีดจำกัด
S-Class 2022 นำเสนอขุมพลังหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน:
Mercedes-Benz S 350 d Exclusive (ดีเซล): เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบเรียง ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 286 แรงม้า และแรงบิด 600 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. พร้อมอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 14.7 กม./ลิตร
Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium (ปลั๊กอินไฮบริด): เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 367 แรงม้า ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 510 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. พร้อมอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่น่าทึ่งถึง 83.3 กม./ลิตร
เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย: ความมั่นใจในทุกการเดินทาง
Mercedes-Benz S-Class 2022 อัดแน่นด้วยระบบช่วยขับขี่ Driver Assistance Package ที่ทันสมัย สามารถตั้งค่าเส้นทางสำหรับการขับขี่อัตโนมัติ ระบบจะปรับความเร็ว การเข้าโค้ง และการเปลี่ยนช่องทางเดินรถได้อย่างแม่นยำ พร้อมระบบควบคุมความเร็วรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า ระบบรักษาช่องทางจราจร ระบบช่วยควบคุมพวงมาลัย ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบเตือนมุมอับสายตา และระบบ PRE-SAFE® สำหรับเตรียมพร้อมรับมือการชน
นอกจากนี้ ยังมีถุงลมนิรภัย 12 จุดรอบคัน ระบบควบคุมการทรงตัว ระบบรักษาสมดุลป้องกันการเซเมื่อลมปะทะด้านข้าง และระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ พร้อมกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360°
Mercedes-Benz S-Class 2022: ตัวเลือกสีและราคา
สีตัวถัง: ดำ Obsidian Black, เงิน High-tech Silver, เงิน Mojave Silver (เฉพาะ S 350 d Exclusive), เทา Selenite Grey
ราคาจำหน่าย:
Mercedes-Benz S 350 d Exclusive: 7,050,000 บาท
Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium: 7,580,000 บาท
Wald International: ปรับแต่ง S-Class สู่ความสปอร์ตขั้นสุด
สำนักแต่งชื่อดังจากญี่ปุ่นอย่าง Wald International ได้นำเสนอผลงานการตกแต่ง Mercedes-Benz S-Class ในชื่อ Sports Line Black Bison Edition ที่โดดเด่นด้วยชุดกันชนหน้าใหม่ ลิ้นสปอยเลอร์ ไฟ LED สเกิร์ตข้างดีไซน์เฉียบ และการปรับช่วงล่างให้เตี้ยลง พร้อมล้ออัลลอยดีไซน์เรียบหรู การปรับแต่งนี้เน้นที่รูปลักษณ์ภายนอก โดยยังคงเครื่องยนต์เดิมจากโรงงาน
การส่งมอบ Mercedes-Benz S 350 d Exclusive สู่โรงแรมหรู
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2565 Mercedes-Benz ประเทศไทย ได้ส่งมอบรถยนต์ “Mercedes-Benz S 350 d Exclusive” จำนวน 6 คัน ให้แก่โรงแรม The St. Regis Bangkok โดยมีผู้บริหารระดับสูงของทั้งสององค์กรร่วมเป็นสักขีพยาน การส่งมอบครั้งนี้สะท้อนถึงความไว้วางใจในสมรรถนะ ความหรูหรา และความสะดวกสบายของ S-Class ในฐานะยานพาหนะสำหรับแขกคนสำคัญ ยกระดับประสบการณ์การบริการของโรงแรมให้ดียิ่งขึ้น
S 350 d Exclusive รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดภายใต้ความหรูหรา ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยขั้นสูงสุด ด้วยนวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้ เครื่องยนต์ดีเซลที่ทรงพลังและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การออกแบบทั้งภายในและภายนอกภายใต้คอนเซ็ปต์ Sensual Purity และระบบมัลติมีเดีย MBUX7 เจเนอเรชันใหม่
Mercedes-Benz G 580 with EQ Technology: การมาถึงของ “King of Off-Road” ในยุคไฟฟ้า
ในอีกมิติหนึ่งของการพัฒนายานยนต์ Mercedes-Benz ได้เปิดตัว Mercedes-Benz G 580 with EQ Technology รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในรูปแบบ SUV ที่กำลังจะเปลี่ยนนิยามของรถยนต์ออฟโรดระดับตำนาน “King of Off-Road” ที่มีประวัติยาวนานถึง 45 ปี
ขุมพลังไฟฟ้าอันทรงพลัง: 587 แรงม้า และแรงบิด 1,164 นิวตันเมตร
G 580 with EQ Technology มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ติดตั้งที่ล้อทั้งสี่ ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 587 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในแบรนด์ Mercedes-Benz ถึง 1,164 นิวตันเมตร สร้างอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 180 กม./ชม.
การเดินทางอันยาวนานและรวดเร็ว: 473 กม. ต่อการชาร์จ และ DC Fast Charging
ด้วยแบตเตอรี่ที่ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 473 กม. (ตามมาตรฐาน WLTP) G 580 with EQ Technology พร้อมสำหรับการเดินทางผจญภัยระยะไกล ระบบรองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง (DC charge) สูงสุด 200 kWh ทำให้สามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 32 นาที ในขณะที่การชาร์จแบบกระแสสลับ (AC Charge) รองรับสูงสุด 11 kWh โดยใช้เวลาชาร์จเต็มประมาณ 11 ชั่วโมง 45 นาที
โครงสร้างนิรภัยและสมรรถนะออฟโรดเหนือชั้น
ตัวถังนิรภัยของ G 580 with EQ Technology ถูกออกแบบมาเพื่อความทนทานสูงสุด ด้วยการใช้เหล็กกล้าที่มีความหนาถึง 3.4 มิลลิเมตร พร้อมโครงสร้างพิเศษ Carbon-fibre skid plate หนา 3 ซม. เพื่อปกป้องแบตเตอรี่แรงดันสูง
สำหรับสมรรถนะออฟโรด G 580 with EQ Technology มาพร้อมระบบ G-TURN ที่สามารถหมุนรถได้ถึง 720 องศา หรือ 2 รอบ ช่วยให้การกลับรถในพื้นที่จำกัดเป็นเรื่องง่าย และระบบ G-STEERING ที่ช่วยลดรัศมีวงเลี้ยว โดยการปรับกำลังของแต่ละล้ออย่างอิสระ (ทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 25 กม./ชม.) ระบบเหล่านี้จะทำงานได้ดีบนพื้นผิวแบบถนนทรายหรือถนนเปียก
โหมดการขับขี่หลากหลาย:ELECTRIC DYNAMIC SELECT
โปรแกรมการขับขี่ ELECTRIC DYNAMIC SELECT มีให้เลือก 5 โหมด ได้แก่ Comfort, Sport, Individual สำหรับการขับขี่บนถนนทั่วไป และ Trail, Rock สำหรับการขับขี่แบบออฟโรด โปรแกรม LOW RANGE จะสามารถใช้งานได้ในโหมด ‘Rock’ เท่านั้น
เทคโนโลยีแสงสว่างขั้นสูงและระบบช่วงล่างปรับอัตโนมัติ
ไฟหน้า MULTIBEAM LED พร้อมฟังก์ชัน ULTRA RANGE Highbeam ให้ความสว่างส่องไกลกว่า 650 เมตร พร้อมระบบส่องสว่างอัจฉริยะ, ระบบ ALS (Active Light System), ระบบ Cornering Light และระบบ Adaptive Highbeam Assist
ล้ออัลลอย 5-twin-spoke ขนาด 18 นิ้ว สี high-gloss black จับคู่กับระบบช่วงล่างแบบ Suspension with adaptive damping adjustment ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการตอบสนองตามโหมดการขับขี่และ differential locks ที่กำลังใช้งานอยู่
ระบบ MBUX7 และ Burmester® 3D surround sound system: ความบันเทิงเหนือระดับ
ภายในห้องโดยสาร ระบบปฏิบัติการ MBUX7 ที่ทำงานด้วย AI จดจำรูปแบบการใช้งานของผู้ขับขี่ ปรับการตั้งค่าให้เหมาะสม หน้าจอความละเอียดสูงขนาด 12.35 นิ้ว ควบคุมด้วยระบบสัมผัส รองรับการสั่งงานด้วยเสียง 27 ภาษา
ระบบเสียง Burmester® 3D surround sound system พร้อมลำโพง 18 ตัว ให้กำลังขับ 760 วัตต์ พร้อมโหมดเสียงพิเศษ Pure & 3D-Sound ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ The new G-Class
ระบบความปลอดภัยครบครัน: Assistance Package และ Parking Package
G 580 with EQ Technology มาพร้อมระบบ Assistance Package อาทิ ระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้าควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร, ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา, ระบบช่วยควบคุมพวงมาลัย และ Parking Package พร้อมกล้องรอบคัน 360°
รุ่นพิเศษ EDITION ONE: เอกสิทธิ์ที่เหนือกว่า
รุ่น “EDITION ONE” ยกระดับประสบการณ์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยระบบกุญแจ KEYLESS-GO, ชุดแต่งภายนอก AMG Bodystyling, Night Package และ MANUFAKTUR logo package in black สัญลักษณ์รูปตัว G ปรากฏในทุกรายละเอียด การตกแต่งด้วยเส้นสีเงินและสีน้ำเงินบนตัวรถ กันชนหน้า และคาลิปเปอร์ พร้อมล้ออัลลอย AMG 10-spoke ขนาด 20 นิ้ว
ภายในห้องโดยสารตกแต่งแบบ AMG Interior เบาะนั่งทูโทนสีเงิน เดินด้ายสีน้ำเงิน พร้อม Trim Carbon-fibre พิเศษสีน้ำเงิน เบาะนั่งคู่หน้า Active Multi Contour Seat มอบความสะดวกสบายสูงสุด
เฉดสีอันโดดเด่น: หลากหลายทางเลือกสำหรับ G 580 with EQ Technology
รุ่น STANDARD: Metallic Paints, Non-Metallic Paints (8 สี), MANUFAKTUR Metallic Paints (8 สี), MANUFAKTUR Non-Metallic Paints (6 สี), MANUFAKTUR Bright Paints (1 สี), MANUFAKTUR Magno Paints (10 สี), MANUFAKTUR Exclusive Magno Paints (3 สี) และสีพิเศษ MANUFAKTUR South Sea Blue Magno
รุ่น EDITION ONE: สีดำ Obsidian Black Metallic, สีน้ำเงิน MANUFAKTUR South Seas Blue Magno, สีขาว MANUFAKTUR Opalite White Bright, สีเทา MANUFAKTUR Classic Grey Non-metallic
ราคาจำหน่าย Mercedes-Benz G 580 with EQ Technology:
รุ่น STANDARD: เริ่มต้น 9,500,000 บาท
รุ่น EDITION ONE: เริ่มต้น 12,200,000 บาท
Mercedes-Benz ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมและนิยามใหม่ของยนตรกรรมหรูหราและสมรรถนะสูงอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่ดุดันของ A-Class หรือการปฏิวัติวงการรถยนต์ออฟโรดด้วย G 580 with EQ Technology ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Mercedes-Benz ในการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภค
หากท่านกำลังมองหารถยนต์ที่สะท้อนถึงความเป็นผู้นำ ความหรูหรา และสมรรถนะที่เหนือกว่า ถึงเวลาแล้วที่จะสัมผัสกับสุดยอดนวัตกรรมจาก Mercedes-Benz ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ใกล้บ้านท่าน เพื่อค้นหารถยนต์ที่ใช่สำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ.