
เปิดแผน Volvo 2026: 5 รถใหม่ บุกตลาด EV และ Hybrid – EX60 เรือธง EV พร้อมลุย
Volvo Cars ประกาศแผนการตลาดปี 2026 ที่น่าจับตามอง โดยเตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ถึง 5 รุ่น เสริมทัพความแข็งแกร่งในตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือก ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและความปลอดภัย ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของตลาดโลกที่มุ่งสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ
ปี 2025 ที่ผ่านมา Volvo ได้สร้างยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยจำนวนการส่งมอบรถยนต์รวม 763,389 คัน เติบโตขึ้น 7.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่แข็งแกร่ง แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายจากตลาดที่ผันผวนและปัจจัยภายนอกมากมาย แต่ Volvo ก็สามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับปี 2026 นี้ บริษัทได้วางกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการขยายไลน์อัพผลิตภัณฑ์ เพื่อรองรับตลาดที่หลากหลายและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดให้มากขึ้น
แผนการเปิดตัวรถใหม่ 5 รุ่นในปี 2026 นี้ จะครอบคลุมทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถยนต์อเนกประสงค์ โดยเน้นเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และระบบไฟฟ้าล้วน (BEV) ที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาดสำคัญทั่วโลก รวมถึงตลาดประเทศไทย ที่มีความต้องการรถยนต์พลังงานทางเลือกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
EX60: เรือธง EV บนแพลตฟอร์ม SPA3
ไฮไลท์สำคัญที่สุดของแผนปี 2026 คือการเปิดตัว Volvo EX60 รถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ (SUV) ขนาดกลาง ที่จะมาเสริมทัพในตระกูล EX ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง EX60 พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด SPA3 (Scalable Product Architecture 3) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ แพลตฟอร์มนี้ได้รับการออกแบบให้มีโครงสร้างที่ยืดหยุ่น สามารถรองรับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด เพื่อเพิ่มระยะทางวิ่งและประสิทธิภาพในการขับขี่
Jim Rowan ประธานและ CEO ของ Volvo ได้กล่าวถึง EX60 ว่าจะเป็น “Game-Changer” ในตลาด EV ซึ่งสะท้อนถึงความคาดหวังที่สูงต่อรถยนต์รุ่นนี้ ด้วยแพลตฟอร์ม SPA3 ทำให้ EX60 มีข้อได้เปรียบด้านวิศวกรรมที่สำคัญหลายประการ ประการแรก คือ การออกแบบโครงสร้างตัวถังที่เบาแต่แข็งแรง เพิ่มความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐาน Volvo และลดน้ำหนักโดยรวมของรถ ซึ่งส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ประการที่สอง คือ การบูรณาการระบบส่งกำลังไฟฟ้าเข้ากับตัวถังได้อย่างลงตัว ทำให้มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง และสามารถติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ได้สูงสุดถึง 100 kWh ซึ่งจะทำให้ EX60 มีระยะทางวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้งที่น่าประทับใจเกินกว่า 600 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP)
การออกแบบภายนอกของ EX60 ยังคงเอกลักษณ์ของ Volvo ที่เรียบหรู คลาสสิก และดูร่วมสมัย แต่เพิ่มความล้ำสมัยด้วยรายละเอียดที่เน้นความเป็น EV กระจังหน้าแบบปิดทึบ พร้อมโลโก้ Volvo ที่มีไฟ LED ส่องสว่าง และไฟหน้า Thor’s Hammer ดีไซน์ใหม่ที่บางเฉียบและคมชัดขึ้น กันชนหน้ามีช่องรับอากาศที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อลดแรงต้านของลม ด้านข้างโดดเด่นด้วยเส้นสายที่ลื่นไหลและประตูที่ออกแบบมาอย่างประณีต มือจับประตูแบบฝังที่เปิด-ปิดด้วยระบบสัมผัส และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 20-22 นิ้ว ที่ช่วยเสริมสมรรถนะและการประหยัดพลังงาน ด้านหลังมีการออกแบบที่คล้ายคลึงกับรุ่น EX30 และ EX90 แต่มีขนาดที่ลงตัวกับตัวรถมากขึ้น โดยใช้ไฟท้าย LED แนวตั้งที่ดูโดดเด่นและทันสมัย
ภายในห้องโดยสารของ EX60 มุ่งเน้นความเรียบง่าย ฟังก์ชันการใช้งานที่สะดวก และวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น หนังสังเคราะห์ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล เบาะนั่งได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อความสบายสูงสุดในการเดินทางไกล หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 12-15 นิ้ว ระบบ Infotainment ที่ทำงานบน Google Android Automotive OS ให้บริการแอปพลิเคชันและบริการต่างๆ ได้อย่างครบครัน เช่น Google Assistant, Google Maps, และ Spotify ระบบเสียงคุณภาพสูงจาก Bowers & Wilkins ที่มีลำโพงมากกว่า 14 ตำแหน่ง มอบประสบการณ์การฟังที่เหนือระดับ พวงมาลัยแบบ 3 ก้านที่ออกแบบใหม่ พร้อมปุ่มควบคุมระบบต่างๆ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
ระบบส่งกำลังของ EX60 มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) รุ่น RWD จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวที่เพลาหลัง ให้กำลังสูงสุดประมาณ 300 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร สำหรับรุ่น AWD จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ มอเตอร์หนึ่งตัวที่เพลาหน้าและอีกหนึ่งตัวที่เพลาหลัง ให้กำลังรวมสูงสุดประมาณ 450-500 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 700-800 นิวตันเมตร ทั้งสองรุ่นมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 100 kWh ที่สามารถชาร์จแบบ DC ได้อย่างรวดเร็ว รองรับกำลังไฟสูงสุดถึง 200 kW ทำให้สามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที นอกจากนี้ยังมีระบบชาร์จแบบ AC 11 kW สำหรับการชาร์จที่บ้าน
Volvo ยังได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับ EX60 โดยเฉพาะ เช่น ระบบ Vehicle-to-Grid (V2G) ที่ช่วยให้รถสามารถจ่ายไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าในยามที่ต้องการ และระบบ V2L (Vehicle-to-Load) ที่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ภายนอกได้ เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งานรถ และสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียน
ความปลอดภัยเป็นหัวใจหลักของ Volvo เช่นเคย EX60 ได้รับการออกแบบให้มีโครงสร้างนิรภัยที่แข็งแรงเป็นพิเศษ โดยใช้เหล็กกล้ารีไซเคิลในสัดส่วนที่มากขึ้นเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ระบบถุงลมนิรภัยได้รับการพัฒนาใหม่ มีจำนวนถุงลมนิรภัยมากกว่า 8 ตำแหน่ง และมีการติดตั้งถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง ซึ่งเป็นครั้งแรกในรถยนต์ Volvo นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ที่ทำงานด้วยเรดาร์ กล้อง และ Lidar ให้ความสามารถในการขับขี่แบบกึ่งอัตโนมัติ Level 3 ในบางสถานการณ์ เช่น การขับขี่บนทางหลวง ระบบ Highway Pilot สามารถควบคุมความเร็ว การเว้นระยะห่าง และการเปลี่ยนเลนได้เองภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
EX60 จะเข้ามาแทนที่ Volvo XC60 ในตลาด แต่จะยังคงมีจำหน่ายในรุ่นปลั๊กอินไฮบริดต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่ยังต้องการทางเลือกอื่น
XC60 Mild-Hybrid: ทางเลือกที่ลงตัวสำหรับตลาดโลก
แม้ว่า Volvo จะมุ่งเน้นการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า แต่ก็ยังคงจำหน่ายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป โดยเฉพาะ XC90 ที่ได้รับการปรับโฉมครั้งใหญ่ในปี 2024 สำหรับปี 2026 Volvo จะยังคงจำหน่าย XC60 ในรูปแบบ Mild-Hybrid เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในหลายภูมิภาคที่ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จยังไม่ครอบคลุม
Volvo XC60 Mild-Hybrid 2026 จะยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร พร้อมระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ ที่ทำงานร่วมกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (48-volt mild-hybrid) ระบบนี้ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษ โดยให้กำลังสูงสุดรวมประมาณ 250-280 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 400-450 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้สมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวลและตอบสนองได้ดี
การออกแบบภายนอกของ XC60 Mild-Hybrid 2026 จะยังคงความหรูหราและทันสมัยตามแบบฉบับ Volvo แต่จะมีการปรับปรุงรายละเอียดเล็กน้อยเพื่อให้ดูร่วมสมัยมากขึ้น เช่น ดีไซน์กันชนหน้าใหม่ กระจังหน้าที่มีรูปแบบที่แตกต่างออกไป และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19-