
BMW ประเทศไทย เดินหน้ากลยุทธ์ One Price สร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาดรถหรูไทย
ในวงการยานยนต์ของประเทศไทย ปี 2024 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียม หลังจากการประกาศใช้กลยุทธ์ Retail of the Future (RotF) หรือ One Price โดย Mercedes-Benz ซึ่งส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์การแข่งขันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม BMW Group ประเทศไทย ภายใต้การนำของ อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนในการเดินหน้ากลยุทธ์ของตนเอง โดยเน้นการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อรักษาความเป็นผู้นำตลาดรถหรูในไทย
การเปลี่ยนแปลงในตลาดรถหรูไทย
กลยุทธ์ One Price ของ Mercedes-Benz ซึ่งเริ่มใช้ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2024 มีหลักการสำคัญคือ การให้ดีลเลอร์ทุกรายจำหน่ายรถยนต์ในราคาเดียวกัน และใช้แคมเปญการตลาดเดียวกัน ทำให้ดีลเลอร์ไม่ต้องสต็อกสินค้า แต่ต้องดึงรถจากสต็อกกลางของ Mercedes-Benz ประเทศไทยมาจำหน่าย กลยุทธ์นี้ถูกมองว่าเป็นการปฏิวัติรูปแบบการจำหน่ายแบบเดิม และสร้างแรงกดดันให้กับคู่แข่งในตลาด
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมมองว่า การบังคับใช้ราคาเดียวอาจไม่สามารถทำได้จริงในทางปฏิบัติ เนื่องจากดีลเลอร์อาจมีการทำโปรโมชันพิเศษนอกเหนือจากที่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ ปัญหาเรื่องการเข้าถึงศูนย์บริการในต่างจังหวัดยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากลูกค้าจำนวนมากจากต่างจังหวัดมักเลือกเข้ามาซื้อรถในกรุงเทพฯ เพื่อความสะดวกในการรับบริการหลังการขาย ซึ่งทำให้ข้อได้เปรียบระหว่างดีลเลอร์ไม่ได้ลดลงอย่างที่คาด
BMW Group ประเทศไทย: ผู้นำตลาดที่มุ่งมั่น
อเล็กซานเดอร์ บารากา ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับผลกระทบของกลยุทธ์ดังกล่าว โดยระบุว่า ณ ปัจจุบัน กลยุทธ์นี้ยังไม่ส่งผลกระทบทางธุรกิจต่อ BMW อย่างมีนัยสำคัญ โดย BMW ยังคงเดินหน้าตามแผนธุรกิจเดิมที่เน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ทั้งรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) รถยนต์ไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม
“ปี 2023 เราทำผลงานได้ค่อนข้างดี แม้จะมีการแข่งขันที่สูงในกลุ่มรถยนต์หรูจนต้องทำแคมเปญต่าง ๆ ออกมาสู้ ซึ่งในปี 2024 BMW Group ประเทศไทย ยังเดินหน้าธุรกิจเต็มรูปแบบเช่นเดิม เพื่อทำให้ตลาดรถยนต์หรูเติบโตในฐานะผู้นำของตลาดนี้” บารากากล่าว
เป้าหมายการเป็นผู้นำตลาด 5 ปีซ้อน
ในปี 2023 BMW Group ประเทศไทย มียอดจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 15,477 คัน เพิ่มขึ้น 3% แบ่งเป็น BMW 14,128 คัน และ MINI 1,349 คัน ทำให้ BMW Group ประเทศไทย ครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์หรูในแง่ของยอดจดทะเบียนเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน
สำหรับปี 2024 BMW Group ประเทศไทย ตั้งเป้าที่จะรักษาความเป็นผู้นำตลาดไว้ได้ โดยจะมีการเปิดตัวรถยนต์และจักรยานยนต์รุ่นใหม่กว่า 10 รุ่น รวมถึงการนำเสนอแคมเปญราคาพิเศษ เช่น BMW 2 Series ที่มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1.99 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขายและตอบสนองความต้องการของลูกค้า
การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
BMW Group ประเทศไทย ได้รับประโยชน์อย่างมากจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2023 โดยมียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าล้วนรวม 1,604 คัน เพิ่มขึ้นถึง 200% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนในกลุ่ม Luxury Class หรือรถยนต์รุ่นท็อปอย่าง 7 Series, i7, 8 Series และ XM มียอดจดทะเบียนรวม 668 คัน เพิ่มขึ้น 46% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ BMW ในตลาดรถยนต์หรู
อเล็กซานเดอร์ บารากา กล่าวถึงภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าว่า “ภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าล้วนในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น ปี 2022 มียอดจดทะเบียนที่ 9,000 คัน แต่ปี 2023 เพิ่มขึ้นเป็น 75,000 คัน เนื่องจากมีผู้เล่นจากจีนเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่ผู้เล่นเหล่านั้นยังอยู่ในตลาด Non-Premium ที่ไม่ตรงกับรถยนต์ของ BMW Group”
บารากาเสริมว่า “ในทางกลับกัน ฝั่ง Premium หรือรถยนต์หรู BMW Group ยังเป็นทางเลือกสำคัญของลูกค้าที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าล้วนเช่นเดิม และจะเพิ่มความแข็งแกร่งในตลาดนี้ให้มากขึ้น ไล่ตั้งแต่การตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์พลังงานสะอาดด้วยรถยนต์ไฮบริดที่มีให้เลือกหลายรุ่น จนถึงรถยนต์ไฟฟ้าล้วนที่ครอบคลุมทั้ง Sedan และ SUV”
ปัจจุบัน BMW Group ประเทศไทย ทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าล้วน 7 รุ่น ประกอบด้วย MINI Cooper SE, BMW i4, i5, i7, iX2, iX3 และ iX โดยฝั่งแบรนด์ BMW จะมีราคาเริ่มต้นที่ 2.99 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามากที่สุดในกลุ่มรถยนต์หรูในประเทศไทย
กลยุทธ์ทางการเงินและการขยายเครือข่าย
บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านบริการทางการเงินของ BMW Group ประเทศไทย มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขาย ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายและตอบโจทย์ลูกค้า ปัจจุบัน 50% ของการซื้อรถยนต์ใหม่ของ BMW ทำผ่านหน่วยงานนี้
บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ยังขยายบริการด้านประกันภัยเพิ่มเติม โดยใช้ความเชี่ยวชาญและข้อมูลการขับขี่เพื่อพัฒนาระบบประกันที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย
ในด้านการขยายเครือข่าย BMW Group ประเทศไทย วางแผนที่จะเข้าถึงลูกค้าในจังหวัดที่ยังไม่มีผู้จำหน่าย เช่น การร่วมมือกับ บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด ขยายเครือข่ายในภาคใต้ และการลงทุนกว่า 100 ล้านบาทของ เนลสัน ออโต้เฮ้าส์ ในการเปิดโชว์รูมใหม่ที่จังหวัดระยอง
นวัตกรรมและการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่
สำหรับ Auto China 2024 หรือ Beijing International Automotive Exhibition 2024 ซึ่งจัดขึ้นในปี 2024 เป็นครั้งแรกที่สื่อมวลชนทั่วโลกได้เข้าร่วมงานตั้งแต่ปี 2019 (หลังจากงาน Auto China ที่เซี่ยงไฮ้ในปี 2019) ในงานนี้ ทีมงาน Autoinfo Online ได้รวบรวมข้อมูลรถยนต์รุ่นใหม่จากค่ายต่างๆ ที่เตรียมเปิดตัวในตลาดประเทศไทย รวมถึงการรีวิวรถยนต์ที่น่าสนใจ
ใน Part 1 ของรายงานจาก Auto China 2024 ได้นำเสนอรถยนต์จากฮอลล์ฝั่งตะวันตก (West) ซึ่งประกอบด้วย Honda, BYD, Denza, Xpeng, Nissan, Changan, BMW และ MINI
BMW 5-Series และ BMW i5 ได้รับการยกย่องในฐานะรถยนต์หรูยอดเยี่ยมประจำปี 2024 จาก World Car Awards ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงคุณภาพและนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์
สรุป: อนาคตของตลาดรถหรูไทยภายใต้กลยุทธ์ One Price
การประกาศใช้กลยุทธ์ One Price ของ Mercedes-Benz ได้สร้างแรงกระเพื่อมให้กับตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทย แม้จะยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบในระยะยาว แต่ BMW Group ประเทศไทย ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาความเป็นผู้นำในตลาด ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย การขยายเครือข่าย และการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ
ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีผู้เล่นจากจีนเข้ามาแข่งขันในตลาด Non-Premium BMW Group ประเทศไทย ยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งในตลาดรถยนต์หรู ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และบริการหลังการขายที่ครอบคลุม
กลยุทธ์ของ BMW ในการนำเสนอรถยนต์ในทุกรูปแบบการส่งกำลัง ทั้ง ICE, PHEV และ BEV รวมถึงการขยายเครือข่ายไปยังจังหวัดต่างๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดในระยะยาว
สำหรับผู้บริโภค การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นนี้ถือเป็นผลดี เนื่องจากจะได้รับทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นในด้านผลิตภัณฑ์ ราคา และบริการ และด้วยการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ผู้บริโภคในประเทศไทยจึงมีโอกาสที่จะได้สัมผัสกับเทคโนโลยียานยนต์ที่ล้ำสมัยในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
อนาคตของตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทยจะยังคงมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาต่อไป การติดตามนวัตกรรมใหม่ๆ และกลยุทธ์ของค่ายรถยนต์ต่างๆ จะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้