
Bangkok Hot Rod Custom Show 2024: เมื่อวัฒนธรรมคัสตอมปะทะความล้ำยุคแห่งโลกอนาคต
ในจักรวาลของยานยนต์ การ “คัสตอม” ไม่ใช่แค่การดัดแปลง แต่คือการปลดปล่อยจินตนาการ คือการสร้างอัตลักษณ์ที่ไร้ขีดจำกัด คือการประกาศตัวตนให้โลกรู้ว่า “นี่คือฉัน” และหากพูดถึงศูนย์รวมจิตวิญญาณแห่งการคัสตอมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คำตอบเดียวที่ก้องกังวานคือ “Bangkok Hot Rod Custom Show”
ครั้งที่ 5 แห่งตำนานที่ถูกจารึก
นายนันทพัฒน์ อุ่พิกุล ประธานจัดงาน Bangkok Hot Rod Custom Show 2024 ได้เปิดเผยถึงความพิเศษของงานในปีนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 5 ที่มหกรรมยานยนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ได้กลับมาจุดประกายความร้อนแรงในหัวใจของชาวคัสตอมไทย “งานของเราคือศูนย์รวมยานยนต์คัสตอมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย” เสียงหนักแน่นของผู้จัดดังขึ้น “เราไม่ได้เป็นเพียงงานโชว์ แต่เราคือเวทีแห่งการสร้างสรรค์ คือพื้นที่ที่ศิลปะการแต่งรถจากทุกแขนงมาบรรจบกัน”
ความยิ่งใหญ่ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก
Bangkok Hot Rod Custom Show 2024 ไม่ได้เป็นเพียงงานของคนไทยอีกต่อไป แต่ได้รับการยกย่องจากชาวต่างชาติว่าเป็น “The Best Custom & Hot Rod Show Event In Thailand” เวทีประกวดแห่งเดียวในเมืองไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่บินตรงจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งจากสหรัฐอเมริกา, สเปน, อิตาลี, อังกฤษ, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และบรูไน เพื่อร่วมตัดสินผลงานตามหลักเกณฑ์สากล ซึ่งในปีนี้มีรถแต่งของคนไทยเข้าร่วมโชว์ไอเดียอย่างคับคั่งกว่า 300 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าและคุณภาพของวงการคัสตอมไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก
คอลเลกชันสุดเอกซ์คลูซีฟ: จากคนดังสู่ศิลปะดิจิทัล
ภายในงานไม่ได้มีเพียงรถแต่งทั่วไป แต่ยังเป็นโอกาสพิเศษที่เหล่าเซเลบริตี้คนดังจะนำรถสุดรักมาอวดโฉมให้แฟนๆ ได้ยลใกล้ชิด อาทิ รถของ ติ๊ก-เจษฎาภรณ์, มาริโอ้ เมาเร่อ, เบียร์ ใบหยก, น้าเน็ค-เกตุเสพย์สวัสดิ์, เพชรจ้า และเหล่า KOL ชื่อดังอีกมากมาย ยิ่งไปกว่านั้น การรวมตัวของ CarVenture Custom ที่นำรถยนต์คลาสสิก 9 คัน มาเชื่อมต่อกับโลกอนาคตผ่านศิลปะ 9 Characters Art Toy ในโซน CUSTOM DIGITAL ยังเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความล้ำยุคได้อย่างลงตัว
วงการคัสตอมไทยก้าวไกลสู่ระดับโลก
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ การรวมตัวเฉพาะกิจของกลุ่มศิลปินไทยที่อยู่เบื้องหลังความสวยงามของรถแต่งในประเทศ กับการประกวด Kustom Paint Thailand แบบจำกัดเวลา ทั้งงานสี Air Brush และงานตวัดพู่กันจากกลุ่ม Pinstripe แถวหน้าของเมืองไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถและฝีมืออันประณีตของศิลปินไทยที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานระดับโลกได้
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเปิดตัวรถ BANGKOK BOY รถคัสต้อมไบค์ตัวแทนประเทศไทย ที่ได้รับการออกแบบและสร้างสรรค์โดยทีม BANGKOK HOTROD ซึ่งจะเดินทางไปประกาศศักยภาพในการแข่งขันทั่วเอเชีย เพื่อยกระดับวงการคัสตอมไทยให้ก้าวไกลไปสู่ระดับโลกอย่างแท้จริง
ข้อมูลการจัดงาน
Bangkok Hot Rod Custom Show 2024 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-19 พฤษภาคม 2567 ณ IMPACT Exhibition Center Hall 11-12 เมืองทองธานี
โลกยานยนต์ปี 2026: การปฏิวัติแห่งดีไซน์และความแรงที่แตกต่าง
ในขณะที่โลกของคัสตอมกำลังสั่นสะเทือนด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด วงการยานยนต์กระแสหลักก็กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการปฏิวัติ ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและการออกแบบที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์เดิมๆ และในสมรภูมิแห่งนวัตกรรมครั้งนี้ Toyota ได้ประกาศศักดาด้วยการเผยโฉมรถยนต์ที่พลิกทุกนิยามของความหรูหรา นั่นคือ Toyota Crown ในร่าง Fastback Sedan ที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก
Super Taikyu Fuji 24 Hours: จุดกำเนิดตำนานบทใหม่
การปรากฏตัวครั้งแรกของ Toyota Crown ในร่าง Fastback Sedan ไม่ใช่ที่งานมอเตอร์โชว์ตามปกติ แต่เกิดขึ้นในสนามแข่งระดับโลก Super Taikyu Fuji 24 Hours ณ สนาม Fuji Speedway ประเทศจีน ซึ่งเป็นสนามแข่งรถที่มีชื่อเสียงระดับโลก การเลือกใช้เวทีแห่งการแข่งขันเพื่อเปิดตัวรถยนต์สุดหรูนี้ สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ Toyota ที่ต้องการผสมผสานความแรง ความทนทาน และความหรูหราเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
Toyota Crown Fastback Sedan: นิยามใหม่แห่งความหรูหรา
รถยนต์รุ่นนี้สร้างขึ้นบนพื้นฐาน TNGA-L ซึ่งเป็นพื้นฐานเดียวกับ Lexus LS และ Toyota Mirai แสดงให้เห็นถึงความพยายามของ Toyota ในการยกระดับ Crown ให้เทียบเคียงกับรถยนต์หรูจากแบรนด์ระดับโลก ด้วยมิติตัวถังที่ใหญ่โตโอ่อ่า ด้วยความยาว 5,030 มม., ความกว้าง 1,890 มม., ความสูง 1,470 มม. และฐานล้อที่ยาวเหยียดถึง 3,000 มม. ซึ่งเป็นขนาดที่ใกล้เคียงกับรถยนต์ซาลูนระดับผู้บริหาร
ดีไซน์ที่ผสมผสานความคลาสสิกและความล้ำสมัย
ภายนอกของ Toyota Crown Fastback Sedan แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างความสง่างามแบบคลาสสิกและความทันสมัยแบบสปอร์ต โดยเฉพาะการติดตั้งตรามงกุฎบนฝากระโปรงหน้าในสเปกญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหราและประวัติศาสตร์อันยาวนานของ Crown ในขณะที่สเปกทั่วโลกใช้โลโก้สามห่วงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Toyota ไฟหน้า LED แบบ 4 ดวง และ Bi-Beam LED ดวงเดียว ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยวและดูล้ำสมัย กระจังหน้าขอบสีโครเมียมดำ พร้อมช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ในชุดกันชนหน้าทรงสปอร์ต เสริมให้รถดูดุดันและมีมิติมากยิ่งขึ้น
เส้นสายด้านข้างที่ลื่นไหลตามหลักอากาศพลศาสตร์ ตัดกับหลังคาสีดำเข้มที่สร้างความรู้สึกสปอร์ตและทันสมัย สอดคล้องกับการตกแต่งสีดำเข้มที่ครอบคลุมทั้งฝากระโปรงหน้า-หลัง กันชนหลัง และกระจกมองข้าง มือจับประตูสีดำเงา เสริมให้รถดูพรีเมียมและมีระดับยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกหลังคา Panoramic Moonroof ในสเปกอเมริกา และ Moonroof แบบบานเดียวในสเปกญี่ปุ่น ซึ่งเพิ่มความโปร่งโล่งและสัมผัสแห่งความหรูหราภายในห้องโดยสาร
ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตมีให้เลือกทั้งขนาด 19 นิ้ว และ 20 นิ้ว ซึ่งช่วยเสริมให้รถดูโดดเด่นและมีมิติมากยิ่งขึ้นในทุกมุมมอง
ภายในห้องโดยสาร: ความหรูหราที่สัมผัสได้
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความหรูหราและประณีต เบาะหนังสีดำตัดกับสีแดงไวน์ มอบความรู้สึกสปอร์ตและพรีเมียม หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่บริเวณคอนโซลกลางทำหน้าที่ควบคุมระบบอินโฟเทนเมนต์และการเชื่อมต่อต่างๆ รวมถึงระบบปรับอากาศแยกส่วน 3 จุด พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้าน พร้อมโลโก้ตรามงกุฎในสเปกญี่ปุ่น และโลโก้สามห่วงในสเปกทั่วโลก แผงหน้าปัดดิจิทัลแสดงข้อมูลการขับขี่อย่างครบถ้วน
เบาะหลังออกแบบให้มีความกว้างขวางและสะดวกสบาย ด้วยจอแสดงผลสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง และที่วางแขนกลางที่มาพร้อมช่องวางแก้วและปุ่มควบคุมระบบต่างๆ เสริมให้การเดินทางเป็นไปอย่างผ่อนคลายและเพลิดเพลิน
ขุมพลังที่หลากหลาย: อิสระแห่งการเลือกสรร
Toyota Crown Fastback Sedan มาพร้อมกับขุมพลังที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภค เริ่มจากเครื่องยนต์ Dynamic Force Hybrid เบนซิน 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 186 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 221 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าหน้า-หลังแบบ 3NM